00:00:00 → 00:00:04[เพลง]
00:00:04 → 00:00:07ปัจจุบันการรักษาโรคมะเร็งในการแพทย์แผน
00:00:08 → 00:00:10ปัจจุบันจะสามารถแบ่งได้ออกเป็นประมาณ 3
00:00:10 → 00:00:13วิธีใหญ่ๆก็จะประกอบไปด้วยการผ่าตัดการ
00:00:13 → 00:00:16ใช้ยาการฉ้รังสี
00:00:16 → 00:00:19[เพลง]
00:00:19 → 00:00:24ค่ะจริงๆหมอว่ามันจะต้องดูจากข้อบ่งชี้นะ
00:00:24 → 00:00:28คะในผู้ป่วยแต่ละรายแล้วก็พิจารณาจาก
00:00:28 → 00:00:30ปัจจัยก็คือผู้ป่วยรมมะเร็งที่เป็น
00:00:30 → 00:00:33ตำแหน่งที่เป็นแล้วก็ผลลัพธ์การรักษา
00:00:33 → 00:00:35เพราะว่าการรักษาโรคมะเร็งเนี่ยมันขึ้น
00:00:35 → 00:00:38กับระยะขึ้นกับโรคด้วยว่าจะใช้การผ่าตัด
00:00:38 → 00:00:42การใช้รังสีการใช้ยาอะไรมาก่อนอะไรมาหลัง
00:00:42 → 00:00:44หรือว่าต้องมีการผ่าตัดหรือเปล่าหรือว่า
00:00:44 → 00:00:46จะเป็นคีโมบวกฉายแสงก่อนแล้วค่อยไปผ่า
00:00:46 → 00:00:49หรือบางคนก็อาจจะผ่าอย่างเดียวไม่ต้องฉาย
00:00:49 → 00:00:52แสงแล้วก็ไม่ต้องให้ยาคีโมต่อเลยก็ได้
00:00:52 → 00:00:55ซึ่งอันนี้เนี่ยมันขึ้นกับข้อบ่งชี้เฉพาะ
00:00:55 → 00:00:57ในแต่ละโรคอ่ะค่ะแล้วก็ต้องพิจารณาเป็น
00:00:57 → 00:00:59ผู้ป่วยเป็นรายๆไป
00:00:59 → 00:01:03[เพลง]
00:01:03 → 00:01:06การใฉรังสีเนี่ยมีบทบาททั้งเป็นการรักษา
00:01:06 → 00:01:11โรคมะเร็งและการบรรเทาอาการก็คือว่าในผู้
00:01:11 → 00:01:14ป่วยระยะที่ยังรักษาหายขาดก็มีการใฉรังสี
00:01:15 → 00:01:17เป็นส่วนหนึ่งในการรักษามะเร็งนั้นนะคะ
00:01:17 → 00:01:22ตามข้อบ่งชี้กับผู้ป่วยที่แม้ว่ากระจายไป
00:01:22 → 00:01:26ที่อื่นแล้วเช่นมะเร็งเต้านมกระจายไปที่
00:01:26 → 00:01:30กระดูกหรือสมองก็คือเป็นระยะที่แพ่กระจาย
00:01:30 → 00:01:33ลุกล้ำมากแล้วอ่ะค่ะการรักษาด้วยการฉ
00:01:33 → 00:01:38รังสีก็ยังมีบทบาทในเรื่องของลดอาการปวด
00:01:38 → 00:01:42แล้วก็ลดการโตของโรคที่บริเวณนั้นนะคะอัน
00:01:42 → 00:01:45นี้เป็นตัวอย่างคร่าวๆดังนั้นมันก็ไม่
00:01:45 → 00:01:47จำเป็นว่าผู้ป่วยมะเร็งเช่นเอ่อมะเร็ง
00:01:47 → 00:01:51เต้านมที่มีกกระจไปที่กระดูกแล้วจะฉ้แบบ
00:01:51 → 00:01:53ไม่ได้อันนี้คือต้องมาพิจารณาอีกทีถ้ามี
00:01:53 → 00:01:55อาการปวดมากหรือเป็นตำแหน่งที่ลงน้ำหนัก
00:01:55 → 00:01:58เช่นสะโพกหรือว่าบริเวณที่กระดูกสันหลัง
00:01:58 → 00:02:02นะคะก็มาใช้แสงเพื่อบรรเทาอาการปวดสรุป
00:02:02 → 00:02:05ว่าไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดอยู่ว่าจะต้อง
00:02:05 → 00:02:07เป็นมะเร็งระยะต้นเท่านั้นระยะกลางเท่า
00:02:07 → 00:02:11นั้นหรือว่าระยะใดๆเท่านั้นคือมันก็จะมี
00:02:11 → 00:02:14มันก็ดูหลายอย่างประกอบกันตามข้อบ่งชี้
00:02:14 → 00:02:15อ่ะ
00:02:15 → 00:02:18[เพลง]
00:02:18 → 00:02:22ค่ะส่วนใหญ่อ่ะหมอเข้าใจว่าคนไข้ก็อาจจะ
00:02:22 → 00:02:26กังวลเรื่องการฉายรังสีเพราะว่ามันเป็น
00:02:26 → 00:02:29สิ่งที่มองไม่เห็นก็ไม่อยากให้กังวลมาก
00:02:29 → 00:02:32ตอนเนี้ยเทคนิคการฉายเครื่องหรือว่า
00:02:32 → 00:02:35Safety อะไรต่างๆความปลอดภัยในการรักษา
00:02:35 → 00:02:38เนี่ยก็ได้มาตรฐานแล้วก็ความก้าวหน้าทาง
00:02:38 → 00:02:41การแพทย์ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมันเยอะ
00:02:41 → 00:02:44ขึ้นจริงๆอ่ะค่ะพูดง่ายๆมันก็จะคล้ายๆกับ
00:02:44 → 00:02:45การมาทำ
00:02:45 → 00:02:48xray ก็คือเหมือนเรามาทำ CT หรือ MRI
00:02:49 → 00:02:51อ่ะค่ะที่ต้องเข้าอุโมงค์ที่อยู่บน
00:02:51 → 00:02:54เครื่องแบบนั้นเพียงแต่ว่ามันก็จะต้องมา
00:02:54 → 00:02:58ฉายบางคนอาจจะมาฉายแค่สัปดาห์เดียว 3-4
00:02:58 → 00:03:00ครั้งบางคนอาจจะ 2 อาทิตย์แต่บคนอาจจะ
00:03:00 → 00:03:03ต้องไปยาวไปถึงประมาณเดือนกว่าถึง 2
00:03:03 → 00:03:06เดือนนะคะก็อาศัยวินัยในการมาทำมาฉาย
00:03:06 → 00:03:09รังสีอย่างต่อเนื่องการฉายรังสีก็ไม่ได้
00:03:09 → 00:03:12น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะก็คือถึงแม้ว่าจะ
00:03:12 → 00:03:14มองไม่เห็นแต่ว่าเราก็มีอุปกรณ์แล้วก็มี
00:03:14 → 00:03:17เครื่องไม้เครื่องมือที่จะช่วยดูแลเรื่อง
00:03:17 → 00:03:19ความปลอดภัยด้วย
00:03:19 → 00:03:22[เพลง]
00:03:22 → 00:03:25ค่ะมันก็จะเหมือนหาทาการทุกอย่างที่การ
00:03:25 → 00:03:28รักษาทุกอย่างมันก็จะต้องมีทั้งอาการไม่
00:03:28 → 00:03:31พึงประสงค์แล้วก็อาการคั่งเคียงหรือภาวะ
00:03:31 → 00:03:34แทรกค้อนจากการรักษาได้ค่ะแต่ว่าการฉาย
00:03:34 → 00:03:39แสงหรือการฉายรังสีเนี่ยมันก็อาจจะมีข้อ
00:03:39 → 00:03:42แตกต่างจากการรักษาอื่นๆตรงที่ว่ามันก็จะ
00:03:42 → 00:03:45เป็นการรักษาเฉพาะที่จะคล้ายๆกับการผ่า
00:03:45 → 00:03:49ตัดอ่ะค่ะดังนั้นเนี่ยส่วนใหญ่อาการคั่ง
00:03:49 → 00:03:52เคียงหรือภาวะแทรกซอนที่จะเกิดขึ้นจากการ
00:03:52 → 00:03:55รักษาด้วยการฉายรังสีนี้มักจะอยู่ที่
00:03:55 → 00:03:59บริเวณตำแหน่งที่ฉายอ่ะค่ะก็จะไม่ไปโดน
00:03:59 → 00:04:02ส่วนอื่นที่เราไม่ได้ฉายยกตัวอย่างเราฉาย
00:04:02 → 00:04:06แสงที่แขนน่ะค่ะมันก็จะไม่มีรังสีที่จะไป
00:04:06 → 00:04:09โดนตรงขาเป็นตัวอย่างคร่าวๆนะ
00:04:09 → 00:04:11[เพลง]
00:04:11 → 00:04:15คะการฉายรังสีเนี่ยทำให้ผมร่วงได้นะคะถ้า
00:04:15 → 00:04:19เราใช้บริเวณที่ศีรษะปริมาณรังสีที่ใช้ใน
00:04:19 → 00:04:21การรักษามะเร็งเนี่ยส่วนใหญ่มันก็จะเป็น
00:04:21 → 00:04:24ปริมาณรังสีที่สูงอยู่แล้วเพื่อเรา
00:04:24 → 00:04:26ต้องการจะทำลายเซลล์มะเร็งนะคะและถ้าเกิด
00:04:26 → 00:04:30ว่าคนไข้เป็นมะเร็งที่บริเวณศีรษะพอดีจะ
00:04:30 → 00:04:33ต้องได้รับการฉายแสงที่หัวดังนั้นเนี่ยก็
00:04:33 → 00:04:35จะมีโอกาสที่ทำให้เกิดผมร่วงได้เพราะว่า
00:04:35 → 00:04:39รังสีมันก็จะทำหลายรากผมนะคะแต่ว่าส่วน
00:04:39 → 00:04:43ใหญ่คนไข้จะมีผมกลับขึ้นมาได้ภายใน 2-4
00:04:43 → 00:04:45เดือนหลังสายรังสีครบคืออันเนี้ยมันขึ้น
00:04:45 → 00:04:48กับโลกด้วยนะคะว่าเราใช้ปริมาณรังสีเยอะ
00:04:48 → 00:04:52แค่ไหนเราฉ้บริเวณไหนบ้างกว้างหรือแคบ
00:04:52 → 00:04:55แล้วก็ขึ้นกับโรคด้วยตำแหน่งรอยโรคมัน
00:04:56 → 00:04:58อยู่ตรงไหนมันอยู่ตื้นอยู่ลึกอ่ะค่ะแต่
00:04:58 → 00:05:01โดยคร่าวๆเนี่ยก็คือคือถ้าฉายแสงบริเวณ
00:05:01 → 00:05:04ศีรษะเนี่ยก็มีโอกาสผมร่วงแต่ผมร่วงนั้น
00:05:04 → 00:05:06เนี่ยก็คือร่วงไปไม่ได้ร่วงหมดมันมักจะ
00:05:06 → 00:05:10ร่วงเป็นหย่อมๆตามปริมาณรังสีที่เราให้
00:05:10 → 00:05:13ตำแหน่งที่เป็นรอยโรคที่เยอะอ่ะค่ะแล้วก็
00:05:13 → 00:05:17มันก็จะสบางลงได้แต่ว่าหลังจากฉายรังสี
00:05:17 → 00:05:20ครบมันก็จะขึ้นมาใหม่ได้แต่ก็มีผู้ป่วย
00:05:20 → 00:05:24จำนวนนึงนะคะที่ผมร่วงเกินกว่า 6 เดือน
00:05:24 → 00:05:27ขึ้นไปหลังฉายรังสีก็คือมันขึ้นช้าหรือ
00:05:27 → 00:05:30แทบจะไม่ขึ้นมาเลยซึ่งอันเนี้ยมันก็จะบาง
00:05:30 → 00:05:32ลงอ่ะค่ะโอกาสที่จะขึ้นมาเต็มมันก็ต้อง
00:05:32 → 00:05:33ใช้
00:05:33 → 00:05:39[เพลง]
00:05:39 → 00:05:42เวลา