00:00:07 → 00:00:12[เพลง]
00:00:12 → 00:00:15ผมนายแพทย์กุเทพรัตนโกวิทนะครับแพทย์หัว
00:00:15 → 00:00:17หน้าแผนกโรคระบบทางเดินอาหารและตับโรง
00:00:17 → 00:00:20พยาบาลวิมุตครับโรคเกี่ยวกับระบบทางเดิน
00:00:20 → 00:00:23อาหารมันมีโรคอะไรบ้างคะก็โรคทางเดิน
00:00:23 → 00:00:26อาหารเนี่ยค่อนข้างจะกว้างนิดนึงนะครับก็
00:00:26 → 00:00:28เราแบ่งออกเป็น 2 ส่วนแล้วกันครับส่วนบน
00:00:28 → 00:00:30กับส่วนล่างนะครับในเป็นตีกลุ่มที่เป็น
00:00:30 → 00:00:32ส่วนบนเราเจอกันบ่อยๆอยู่ละเช่นโรคขวด
00:00:32 → 00:00:35ไหล่ย้อนือลำบากเงี้ยครับอ่าโรคเรื่องของ
00:00:35 → 00:00:37กระเพาะอาหารนะครับหรือว่าเรื่องของท้อง
00:00:37 → 00:00:40อึดท้องเฟ้อมีลมเยอะอาหารไม่ย่อยอย่าง
00:00:40 → 00:00:42เงี้ยครับอ่าถัดมาก็จะเป็นกลุ่มโลกของลำ
00:00:42 → 00:00:45ไส้นะครับไม่ว่าจะเป็นลำไส้อักเสบลำไส้ปา
00:00:45 → 00:00:47ปรวนกลุ่มที่มีการอักเสบเรื้อรังของลำไส้
00:00:47 → 00:00:51หรือแผลนะครับแล้วก็ถัดมาลำไส้ใหญ่ลำไส้
00:00:51 → 00:00:54ใหญ่ก็จะเจอกลุ่มอาการท้องผูกเรื่องของ
00:00:54 → 00:00:58อ่าขับถ่ายผิดปกติท้องเสียสลับท้องผูก
00:00:58 → 00:01:01หรือว่ากลั้นอุสาระไม่ได้นะครับทั้งหมดเ
00:01:01 → 00:01:03รวมไปถึงการอักเสบเรื้อรังนะครับของของ
00:01:03 → 00:01:05แต่ละส่วนนะครับแล้วก็รวมถึงมะเร็งของแต่
00:01:05 → 00:01:07ละส่วนเช่นเดียวกันอันนี้จะเป็นพาร์ทของ
00:01:07 → 00:01:10โรคสดอาหารคร่าวๆแล้วก็นอกเหนือจากกลุ่ม
00:01:10 → 00:01:12ที่เป็นอ่ากระเพาะอาหารลำไส้แล้วเนี่ยก็
00:01:12 → 00:01:15จะเป็นเรื่องของตับถุงน้ำดีแล้วก็โรคของ
00:01:15 → 00:01:17ตับอ่อนนะครับไม่ว่าจะเป็นตับอ่อนอักเสบ
00:01:17 → 00:01:20นิวในถุงน้ำดีตับอักเสบอย่างเงี้ยครับอ่า
00:01:20 → 00:01:22กลุ่มเหล่าเนี้ยจะเป็นจะเป็นกลุ่มที่ทาง
00:01:22 → 00:01:24อาหารดูแลครับก็ในความเป็นจริงไม่ว่าไม่
00:01:24 → 00:01:27ว่ากรดย้อนท้องผุกโรคกระเพาะเองเนี่ยจริง
00:01:27 → 00:01:30ๆแล้วทั้ง 3 ส่วนเราจะเรียกมันว่าเป็น
00:01:30 → 00:01:32ส่วนของอาการก็ได้ในส่วนของอาการของทั้ง 3
00:01:32 → 00:01:35ทั้ง 3 ส่วนนะครับจริงๆมันไปต่อสู่โรค
00:01:35 → 00:01:37อื่นได้เลยอย่างเช่นอย่างโรคตรวจย้อน
00:01:37 → 00:01:39อย่างเงี้ยครับแม้กระทั่งอาการกรดย้อนใน
00:01:39 → 00:01:41ตอนเริ่มต้นเองเนี่ยอาจจะไม่ต้องรอให้กรด
00:01:41 → 00:01:44ย้อนเป็นมานานก็ได้อาการกรดย้อนในบางกรณี
00:01:44 → 00:01:47เป็นอาการเริ่มต้นของภาวะมะเร็งของแถวๆ
00:01:47 → 00:01:50หลอดอาหารส่วนล่างด้วยนะครับหรือถ้ากด
00:01:50 → 00:01:52ย้อนถูกปล่อยให้นานเกินไปจนเซลล์มัน
00:01:52 → 00:01:54เปลี่ยนแปลงเช่นมีแผลเกิดขึ้นมีการอักเสบ
00:01:54 → 00:01:56ของเซลส์เกิดขึ้นเริ่มเปลี่ยนเป็นลักษณะ
00:01:57 → 00:01:58ที่เราเรียกว่า barret หรือว่าเซลส์มัน
00:01:58 → 00:02:00เริ่มเปลี่ยนละอันนี้ก็นไปสู่มะเร็งได้
00:02:00 → 00:02:02อยู่ดีอันเนี้ยฮะเริ่มจากจริงๆเริ่มจาก
00:02:02 → 00:02:04ง่ายๆเลยหรือว่าภาวะท้องผูกเองเนี่ยเป็น
00:02:04 → 00:02:07อาการนำมะเร็งลำไส้ตรงๆเลยนะครับในคนที่
00:02:07 → 00:02:09เป็นมะเร็งลำไส้ที่มันอุดตันมาประมาณนึง
00:02:09 → 00:02:11แล้วก็จะเริ่มท้องผูกการขับถ่ายเริ่ม
00:02:11 → 00:02:13เปลี่ยนไปเราคงไม่อยากให้รอไปถึงขนาดที่
00:02:13 → 00:02:17ลำไส้อุดตันก่อนซึ่งเป็นอาการตรงๆเราเรา
00:02:17 → 00:02:19คงมองกันที่อาการเริ่มต้นก่อนดีกว่าในทุก
00:02:19 → 00:02:21ๆโรคหรือแม้กระทั่งโรคกระพาะโรคกระเพาะ
00:02:21 → 00:02:23จริงๆอาการหลักๆก็คือปวดท้องซึ่งถ้าปวด
00:02:23 → 00:02:25ท้องแล้วมารักษาไม่หายปล่อยไว้เป็นเวลา
00:02:25 → 00:02:27นานๆในบางกรณีต้องบอกว่าแพลในกระเพาะกับ
00:02:27 → 00:02:30มะเร็งกระเพาะเนี่ยอาการไม่ได้ต่างกันค่ะ
00:02:30 → 00:02:32กินยารดกรดก็หายเหมือนกันด้วยเราพูดถึง
00:02:32 → 00:02:35แค่อาการนะไม่ใช่จากโรคถ้ากินยารถกดก็หาย
00:02:35 → 00:02:36เหมือนกันเพราะฉะนั้นสมมุติวันนี้มี
00:02:36 → 00:02:38มะเร็งกระเพาะไปกินยารดกรดดีขึ้นมยดีขึ้น
00:02:38 → 00:02:41มะเร็งไม่ได้ดีขึ้นแต่อาการดีขึ้นในขณะ
00:02:41 → 00:02:44ที่โรคกระเพาะกินยาก็ดีขึ้นอ่ะตรงเครับจะ
00:02:44 → 00:02:46มีจะจะเป็นจุดที่ลำบากในมุมของทางเดิน
00:02:46 → 00:02:49อาหารนิดนึงเนื่องจากว่าทางเดินอาหารเรา
00:02:49 → 00:02:51ไม่ได้เป็นพื้นที่แคบๆมันกว้างเพราะ
00:02:51 → 00:02:53ฉะนั้นการที่จะมีอะไรขึ้นมาบางครั้งมัน
00:02:53 → 00:02:55detect ยากตั้งแต่ต้นอยู่แล้วแต่ให้เรา
00:02:55 → 00:02:58สังเกตอาการที่เป็นตัวเริ่มต้นซะส่วนใหญ่
00:02:58 → 00:03:00ครับตรงนั้นมันจะพอหลีดให้เราได้ครับค่ะ
00:03:00 → 00:03:03แล้วอย่างอาการเริ่มต้นนนี่ก็คือมันไม่
00:03:03 → 00:03:05ใช่มีแค่ 3 อย่างนี้ใช่มั้ยคะอาจารย์มัน
00:03:05 → 00:03:07มีอะไรบ้างคะที่สามารถจะเห็นชัดๆได้ว่า
00:03:07 → 00:03:11เอ๊ยมันอาจจะนำไปสู่โรคที่รุนแรงขึ้นสิ่ง
00:03:11 → 00:03:13ที่เราทำในทุกวันเช่นเดิมเราเคยกินได้
00:03:13 → 00:03:16เท่านี้ค่ะแต่อยู่ดีๆเรากินได้น้อยลงเรา
00:03:16 → 00:03:19อิ่มก่อนหรือเรายังอยากกินอยู่ยังหิวอยู่
00:03:19 → 00:03:21แต่ว่าเรากินได้แค่นี้แหละมันลิมิตแค่นี้
00:03:21 → 00:03:23หรือภาวะที่เรียกว่าอิ่มเร็วกว่าปกติอ่ะ
00:03:23 → 00:03:25อันนี้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งที่เราจะต้องคอย
00:03:25 → 00:03:28เฝ้าดูนะฮะโดยในขณะที่ร่วมกับมีน้ำหนักลด
00:03:28 → 00:03:30โดยที่ไม่ทราบสเหตเลยไม่ได้ไปตั้งใจออก
00:03:30 → 00:03:32กำลังกายไม่ได้ไปลดน้ำหนักไม่ได้ไปทำอะไร
00:03:32 → 00:03:35แต่มีน้ำหนักลดลงเรื่อยๆตรงนี้เป็นอาการ
00:03:35 → 00:03:38พ์1ึที่เอาเราเอามาไว้ดูอันที่ 2 อาการ
00:03:38 → 00:03:41อีกส่วนหนึ่งคือกลางคืนปกติทางเดินอาหาร
00:03:41 → 00:03:43เราก็หลับไปกับเรานั่นแหละครับเวลาที่เรา
00:03:43 → 00:03:47นอนแต่ถ้าอาการปวดนั้นๆเนี่ยมันมันมีขึ้น
00:03:47 → 00:03:50มาในตอนที่เรานอนอยู่เช่นมีตื่นมีทำจนทำ
00:03:50 → 00:03:52ให้เราตื่นเลยไม่ว่าปวดหรือว่าอ่าลุกขึ้น
00:03:53 → 00:03:55มาอาเจียนหรือว่าแม้กระทั่งการขับถ่ายที่
00:03:55 → 00:03:57เราต้องตื่นขึ้นมาเพื่อขับถ่ายเลยครับใน
00:03:57 → 00:04:00ในกรณีเหล่าเนี้ยผมว่าอันนี้ก็เป็นอาการ
00:04:00 → 00:04:02เตือนที่สำคัญอาการนึงเพราะโดยธรรมชาติ
00:04:02 → 00:04:04เราไม่ควรจะมีเรื่องของอาการในตอนกลางคืน
00:04:04 → 00:04:06ตอนที่เราหลับไปแล้วนะครับอันที่ 3 ก็คือ
00:04:06 → 00:04:10เลือดที่ออกผิดปกติในๆโดยธรรมชาติเนี่ยใน
00:04:10 → 00:04:12ความเป็นจริงตัวเลือดมันพอออกมาได้บ้างลอ
00:04:12 → 00:04:14ครับในคนที่มีฤือสีลวงหรือว่ามีมีรอยปรีก
00:04:14 → 00:04:16นะครับแต่ว่าถ้าสมมุติการขับถ่ายทุกครั้ง
00:04:16 → 00:04:18มีเลือดออกทุกครั้งเลยหรือสีอุจจาระ
00:04:18 → 00:04:21เปลี่ยนไปเป็นสีดำรือยังมาตอยหรือเป็นสี
00:04:21 → 00:04:22เลือดหมูเงี้ครับอันนี้ก็เป็นจุดที่
00:04:22 → 00:04:24สังเกตอีกจุดนึงว่าแปลว่าต้องมีอะไรค่ะ
00:04:24 → 00:04:26อาจจะไม่ใช่มะเร็งก็ได้แต่อาจจะต้องมีแผล
00:04:26 → 00:04:29มีอะไรละในความเป็นจริงหรือมีอักเสบใดๆละ
00:04:29 → 00:04:31ที่เราต้องไปรักษาค่ะตรงจุดเหล่าเนี้ย
00:04:31 → 00:04:33ครับเป็นจุดที่เป็นจุดที่ต้องสังเกตแล้ว
00:04:33 → 00:04:36ในท้ายที่สุดอาการเหล่าเนี้ยส่วนใหญ่จะ
00:04:36 → 00:04:38เป็นอาการที่เป็นแล้วก็เป็นเพิ่มขึ้นแล้ว
00:04:38 → 00:04:40ก็เป็นเพิ่มขึ้นในในช่วงเวลาหนึ่งมันจะ
00:04:40 → 00:04:42ไม่ได้มีช่วงที่เป็นแล้วก็หายไปเลยแล้วก็
00:04:42 → 00:04:44มาเป็นใหม่ตรงนี้อาจจะไม่ค่อยเกี่ยวแต่
00:04:44 → 00:04:46ถ้าอาการมันเป็นอยู่อย่างนั้นแหละแต่เป็น
00:04:46 → 00:04:48มากเป็นน้อยในแต่ละวันไม่เท่ากันแต่โดย
00:04:48 → 00:04:50รวมแล้วอาการมันเป็นค่อยๆเพิ่มขึ้นทีละ
00:04:50 → 00:04:53นิดหรือค่อยๆมากขึ้นทีละนิดจุดเยเป็นจุด
00:04:53 → 00:04:55หลักเลยที่เราต้องมาสังเกตกันว่าเอ้ยมัน
00:04:55 → 00:04:56จะเป็นมะเร็งหรือเปล่าหรือมันจะเกิดอะไร
00:04:56 → 00:04:58ที่มันที่มันรุนแรงกว่าที่มันควรจะเป็น
00:04:58 → 00:05:02หรือเปล่านะครับอาจารย์ขาในเมื่อเราทราบ
00:05:02 → 00:05:04สัญญาณเตือนไปะเราสังเกตตัวเองและในส่วน
00:05:04 → 00:05:07ของการตรวจคัดกรองเกี่ยวกับระบบทางเดิน
00:05:07 → 00:05:10อาหารอาจารย์ค่ะเราต้องมีการเตรียมตัวยัง
00:05:10 → 00:05:12ไงบ้างแล้วในณปัจจุบันเนี้ยค่ะมันมีวิธี
00:05:13 → 00:05:15การตรวจยังไงบ้างคะอาจารย์เรื่องทางเดิน
00:05:15 → 00:05:17อาหารที่เราคัดครองกันหลักๆอย่างเช่น
00:05:17 → 00:05:18มะเร็งทางเดินอาหารที่เราคัดครองเนี่ยจะ
00:05:19 → 00:05:21เป็นมะเร็งน้ำไส้ค่ะนะครับมะเร็งน้ำไส้
00:05:21 → 00:05:23เนี่ยเราจะตัดกันที่ช่วงอายุค่ะใน
00:05:23 → 00:05:25ปัจจุบันก็แล้วแต่อาจจะแล้วแต่ประเทศด้วย
00:05:25 → 00:05:28แล้วแล้วแต่หลักฐานด้วยว่าอ่าตีว่าช่วง
00:05:28 → 00:05:30อายุ 45 ถึง 50 ปีเป็นช่วงที่ควรจะเริม
00:05:30 → 00:05:32ขัดกรองละไม่ว่าจะไม่มีอาการไม่ว่าจะไม่
00:05:32 → 00:05:35มีอาการใดๆเลยหรือไม่มีประวัติคนใน
00:05:35 → 00:05:37ครอบครัวเป็นเลยแต่นี่คืออายุที่คนจะ
00:05:37 → 00:05:39เริ่มเป็นนะครับเพราะฉะนั้นการคัดครองจะ
00:05:39 → 00:05:42เริ่มอันดั 45-50 นะคำถามว่าเอ้ยแล้วก่อน
00:05:42 → 00:05:44หน้านั้นน่ะเราไม่ต้องคัดครองหรอก่อนหน้า
00:05:44 → 00:05:46นั้นตรวจสุขภาพประจำปีตรวจอุจจระดูมี
00:05:46 → 00:05:48เลือดปนมีอะไรปนมาในอุจจาระหรือไม่แต่คัด
00:05:48 → 00:05:51กรองในลักษณะนี้จนถึงอายุที่ 45-50 กรณีเ
00:05:51 → 00:05:53เราจะพิจารณาเรื่องการคัดกรองที่ละเอียด
00:05:53 → 00:05:55ลงไปคือการส่องกล้องนะครับการส่องกล้องลำ
00:05:55 → 00:05:58ไส้ใหญ่เพื่อตรวจดูทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะ
00:05:58 → 00:06:00ว่าตัวมะเร็งลำไส้ใหญ่เองเนี่ยมันไม่ได้
00:06:00 → 00:06:02เกิดอยู่ๆเป็นมะเร็งเลยมันต้องเกิดจาก
00:06:02 → 00:06:04ติ่งเนื้อเล็กๆก่อนค่ะซึ่งติ่งเนื้อเล็กๆ
00:06:04 → 00:06:06เนี่ยกว่ามันจะเกิดได้มันมีเวลาแล้วกว่า
00:06:06 → 00:06:08มันจะเทิร์นไปเป็นมะเร็งมันก็ใช้เวลา
00:06:08 → 00:06:10เพราะฉะนั้นการส่องกล้องไปถ้าเราเจอติ่ง
00:06:10 → 00:06:12เนื้อเราสามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ค่ะส่ง
00:06:12 → 00:06:14ติ่งเนื้อไปตรวจชิ้นเนื้อได้ว่าเป็น
00:06:14 → 00:06:16ลักษณะแบบไหนประเมินเวลาที่จะต้องกลับมา
00:06:16 → 00:06:19ดูใหม่ซ้ำอีกทีได้นะครับโดยรวมเนี่ย
00:06:19 → 00:06:21กระบวนการเหล่าเนี้ยสิ่งที่มันย้อนกลับมา
00:06:21 → 00:06:25ก็คือ 1 เราสกรีนมะเร็ง 2 เราตัดติดเนื้อ
00:06:25 → 00:06:28เราป้องกันการเกิดมะเร็ง 3 มันก็รวมไปถึง
00:06:28 → 00:06:31กระบวนการษาเลยทีเดียนะครับเพราะว่ามันก็
00:06:31 → 00:06:33จะไม่เกิดเมร็งอ่าแล้วทุกๆอาจจะ 1 ปี 3
00:06:33 → 00:06:36ปี 5 ปีขึ้นกับแพทย์นับติดตามอีกทีว่า
00:06:36 → 00:06:39ชิ้นเนื้อมันเป็นแบบไหนมาสกรีนต่อมาดูต่อ
00:06:39 → 00:06:41อย่างเงี้ยครับก็จะเป็นก็จะเป็นลักษณะของ
00:06:41 → 00:06:43การติดตามต่อไปนะครับแต่ว่าทั้งนี้ทั้ง
00:06:43 → 00:06:47นั้นถ้าเผอิญในครอบครัวที่มีเ่อในคนที่มี
00:06:47 → 00:06:50ญาติลำดับแรกเช่นพี่น้องพ่อแม่นะครับหรือ
00:06:50 → 00:06:53ว่าลูกญาติลำดับแรกก็นับหมดนะครับมี
00:06:53 → 00:06:55มะเร็งขึ้นมามะเร็งลำไส้นะครับเฉพาะ
00:06:55 → 00:06:58มะเร็งรำไส้กรณีเนี้ยเขาจะต้องไปสกรีน
00:06:58 → 00:07:02เร็วกกว่า 45-50 ปีถ้าถ้าเผอิญอายุคนที่
00:07:02 → 00:07:05เป็นเอาไป-บ 10 แล้วได้น้อยกว่า
00:07:05 → 00:07:0945-50 เราเราจะไปสกรีนก่อน 45-50 ครับ
00:07:09 → 00:07:12อาจารย์ขาการเตรียมตัวก่อนการส่องกล้อง
00:07:12 → 00:07:14ค่ะแล้วกระบวนการมันทำยังไงบ้างคะอาจารย์
00:07:14 → 00:07:17โดยทษั่ไปการส่องกล้องถ้าอ่าการเตรียมตัว
00:07:17 → 00:07:20ผมแยกออกเป็นส่องกล้อง 2 ส่วนแล้วกันนะ
00:07:20 → 00:07:22ส่วนที่ 1 ก็คือส่องกล้องส่วนพลในแง่ของ
00:07:22 → 00:07:24การส่องกล้องส่วนบนเนี่ยครับการเตรียมตัว
00:07:25 → 00:07:27เนี่ยไม่มีอะไรยากมากอดอาหารให้ได้ 4-6
00:07:27 → 00:07:29ชมงนะครับในแง่ของการเตรียมตัวนะครับแล้ว
00:07:29 → 00:07:32ก็ถ้าในในในบางกรณีแพทย์จะให้หยุดยารดกรด
00:07:32 → 00:07:34มาก่อนนะครับอย่างน้อยๆสักประมาณ 7 วัน
00:07:34 → 00:07:37หรือ 14 วันแล้วแต่นะครับอ่าถ้ามียาต้าน
00:07:37 → 00:07:39เกล็ดเลือดหรือว่ายาละลายลิ่มเลือดอันนี้
00:07:39 → 00:07:40ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเพราะอาจจะต้องหยุดมา
00:07:40 → 00:07:42ก่อนล่วงหน้านะครับประมาณ 7 วันนะครับ
00:07:43 → 00:07:45อย่างน้อยนะครับอ่ามียาอื่นๆที่เรารับ
00:07:45 → 00:07:47ประทานอยู่เราอาจจะต้องแจ้งทางที่ที่เรา
00:07:47 → 00:07:49ไปทำก่อนนะครับว่าเรามีรับประทานยาอะไร
00:07:49 → 00:07:50อยู่บ้างต้องหยุดอะไรบ้างและไม่ต้องหยุด
00:07:50 → 00:07:52อะไรบ้างนะครับ
00:07:52 → 00:07:55อ่านอกเหนือไปกว่านั้นจะเป็นการเตรียมตัว
00:07:55 → 00:07:58ที่ลงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆะเช่นไม่ทาเล็บ
00:07:58 → 00:08:00ไม่ทาผากไม่แต่งหน้าหนเพื่อช่วยให้แพทย์
00:08:00 → 00:08:03สามารถดูได้ในระหว่างที่ 2 กล้องนะครับ
00:08:03 → 00:08:05ท้ายที่สุดก็คือทำใจสบายๆครับแล้ว 2
00:08:05 → 00:08:07กล้องอันนี้แค่ส่วนบนแต่ถ้าเป็นส่วนล่าง
00:08:07 → 00:08:09อ่ะครับนอกเหนือจากเมื่อกี้ที่ว่ามาเนี่ย
00:08:09 → 00:08:12เพิ่มเติมอีกนิดนึงก็คือใน 1 วันก่อนหน้า
00:08:12 → 00:08:14ที่จะ 1-2 วันก่อนหน้าที่จะทำการส่อง
00:08:14 → 00:08:17กล้องอ่ะครับให้พุให้คนไข้เนี่ยทานเป็น
00:08:17 → 00:08:19ลักษณะของซุปใสๆนะครับหรืออาหารที่ไม่มี
00:08:20 → 00:08:22กากสักเท่าไหร่เลยแต่ว่า 1 วันก่อนหน้า 2
00:08:22 → 00:08:23กล้องเนี่ยเป็นซุปใสๆเลยเพื่อให้เรา
00:08:24 → 00:08:27เคลียร์ลำไส้ได้ง่ายแล้วก็ประมาณสัก 18:00
00:08:27 → 00:08:30นเนี่ยหรือว่าช่วงเย็นของวันก่อนกล้องอ่า
00:08:30 → 00:08:33ทางโรงพยาบาลก็จะมีอ่าน้ำหรือว่าสารละลาย
00:08:33 → 00:08:35ให้ดื่มเพื่อที่จะทำให้เราเคลียร์ลำไส้
00:08:35 → 00:08:38ได้ลำไส้โล่งที่สะดวกต่อการ 2 กล้องหรือ
00:08:38 → 00:08:41ในบางที่ก็อาจจะมาสมามาเตรียมที่โรง
00:08:41 → 00:08:43พยาบาลเลยนะครับมารับประทานตัวยาที่
00:08:43 → 00:08:46เตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลนะครับการเตรียม
00:08:46 → 00:08:49ตัวจะเป็นเท่านั้นค่ะอ่า 2 อันจะมีจุด
00:08:49 → 00:08:50ต่างกันแค่ถ้าเป็นส่วนล่างเราจะต้องมา
00:08:50 → 00:08:52เตรียมนำไส้ก่อนเท่านั้นเองแล้วก็เตรียม
00:08:52 → 00:08:54เรื่องของอาหารที่รับประทานมาก่อนแต่ว่า
00:08:54 → 00:08:56นอกนั้นไม่ได้มีการเตรียมตัวอะไรที่ยุ่ง
00:08:56 → 00:08:59ยากครับค่ะอาจารย์ขากระบวนการในการส่อง
00:08:59 → 00:09:01กล้องอรอคะมันเจ็บมั้ยคะอาจารย์แล้ว
00:09:01 → 00:09:04เดี๋ยวนี้มันทำยังไงแบบว่าหมายถึงว่าเา
00:09:04 → 00:09:06เอาสอดเข้าไปยังไงบ้างอะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:09:06 → 00:09:08อาจารย์มันจะบอกว่าสมัยก่อนมันอาจจะมี
00:09:08 → 00:09:11เค้าเรียกว่าผลกระทบได้อะไรที่มันจะทะลุ
00:09:11 → 00:09:13หรืออะไรอย่างเงี้ยค่ะอาจารยโอเคตอนนี้
00:09:13 → 00:09:15เป็นยังไงบ้างคะอจริงๆกล้องกล้องใน
00:09:15 → 00:09:17ปัจจุบันเทคโนโลยีมันค่อนข้างดีมากแล้ว
00:09:17 → 00:09:19ครับค่อนข้างจะชัดแล้วก็ขยายค่อนข้างเยอะ
00:09:19 → 00:09:22เลยนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยอ่าการส่อง
00:09:22 → 00:09:24กล้องส่วนบนเราส่องผ่าลักปากค่ะแต่ว่าเรา
00:09:24 → 00:09:26ไม่ได้ใส่เข้าไปรืๆเลยเราให้คนไข้หลับ
00:09:26 → 00:09:28ก่อนนะครับก็จะมียานอนหลับให้คนไข้หลับ
00:09:28 → 00:09:30อยู่แล้วค่ะอ่าหลังจากเหลับดีเรียบร้อย
00:09:30 → 00:09:32แล้วนะครับเราถึงจะเริ่มทำการส่องกล้อง
00:09:32 → 00:09:34เข้าไปจริงๆนอกเหนือจากยานอนหลับเราจะพ่น
00:09:34 → 00:09:37ยาชาเอาไว้เพื่อลด After eff ค่ะคือหมา
00:09:37 → 00:09:39ว่าตอนตื่นมาจะไม่รู้สึกว่าระคายอย่าง
00:09:39 → 00:09:41เงี้ยฮะอ่ากระบวนการส่องกล้องใช้เวลาสัก
00:09:41 → 00:09:43สั้นๆครับไม่เกิน 10 นาที 5 ประมาณสัก
00:09:43 → 00:09:467-10 นาทีไม่เกินนะครับรวมตรวจอะไรต่างๆ
00:09:46 → 00:09:48เรียบร้อยละนะครับซึ่งเกิดขึ้นทั้งหมดตอน
00:09:48 → 00:09:50ที่คนแค้ยังหลับอยู่นะครับในขณะที่ส่อง
00:09:50 → 00:09:54กล้องส่วนล่างเราส่องผ่านทางทวาหนักค่ะ
00:09:54 → 00:09:56หลับอยู่เช่นกันครับยานอนหลับอาจจะใช้แตก
00:09:56 → 00:09:58ต่างกันนิดหน่อยซึ่งใช้เป็นลักษณะของยา
00:09:58 → 00:09:59นอนหลับนะไม่ได้ใช้เป็นเป็นยาเหมือนยาโดม
00:09:59 → 00:10:03สลบเหมือนเหมือนเวลาผ่าตัดนะครับก็
00:10:03 → 00:10:06อ่าส่องกล้องผ่านเข้าไปในลำไส้อาจจะใช้
00:10:06 → 00:10:07เวลายาวกว่า2องกล้องกระเพาะนิดนึงเนื่อง
00:10:08 → 00:10:10จากยาวกว่าลำไส้ใหญ่เรายาวเกือบเมตรนึงนะ
00:10:10 → 00:10:12ครับก็จะเข้าไปตลอดแนวเมตรนึงแล้วครับ
00:10:12 → 00:10:14ตั้งแต่ทวันหนักเข้าไปถึงลำไส้เล็กส่วน
00:10:14 → 00:10:17ปลายเลยนะครับแล้วก็กระบวนการสเอาจใช้
00:10:17 → 00:10:19ประมาณ 20 ถึงไม่เกิน 30 นาทีนะครับถ้า
00:10:19 → 00:10:21เราไม่ได้ต้องไปตัดอะไรเพิ่มเติมเช่นไม่
00:10:21 → 00:10:23ได้มีติ่งเนื้อปริมาณมากไปไม่ได้มีชิ้น
00:10:23 → 00:10:25เนื้อที่เราต้องตัดไปตรวจอย่างเงี้ครับ
00:10:25 → 00:10:29อ่ะเจ็บมั้ยไม่เจ็บครับหลับอยู่อ่าอย่าง
00:10:29 → 00:10:31นึงที่อาจจะพอมีได้ภายหลังการส่องกล้องนะ
00:10:31 → 00:10:34ครับเนื่องจากว่าต้องบอกว่าทางเดินอาหาร
00:10:34 → 00:10:35เราไม่ใช่เป็นเส้นตรงมันเป็นความคดเคี้ยว
00:10:35 → 00:10:37แล้วเวลาที่ส่องกล้องเนี่ยครับมันจะมีการ
00:10:37 → 00:10:39เป่าลมเข้าไปเพื่อให้มันขยายเพื่อให้เรา
00:10:39 → 00:10:42ดูได้เพราะฉะนั้นตอนที่คุณหมอเเอากล้อง
00:10:42 → 00:10:45ออกเนี่ยเาก็ดุดลมกลับออกมาแหละแต่ความคด
00:10:45 → 00:10:46เคี้ยวของทาดินอาหารนั่นแหละในบางครั้ง
00:10:46 → 00:10:48มันจะมีแอร์ที่แรปเอาไว้คือค้างอยู่ข้าง
00:10:48 → 00:10:51ในเอาไว้มันก็จะยังพอเหลืออยู่ได้บ้าง
00:10:51 → 00:10:52เพราะฉะนั้นเราอาจจะมีความรู้สึกเหมือนมี
00:10:52 → 00:10:56ลมอยู่ในท้องอ่าประมาณสักช่วงหนึ่งซึ่ง
00:10:56 → 00:10:59ถ้าตื่นมาแล้วายลมได้ถ่ายได้มันก็หายไป
00:10:59 → 00:11:01ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับมันก็ไม่เกิน 1
00:11:01 → 00:11:04วันอยู่ดีมันก็จะดูดซึมไปได้อีกเหมือนกัน
00:11:04 → 00:11:06ครับมันจะมี 2 ส่วนค่ะส่วนนึงคือที่เรา
00:11:06 → 00:11:08เรียกว่าแคปซูแคปซู endoscopy อ่าตัว
00:11:08 → 00:11:11แคปซูลเนี่ยโดยมากเราจะใช้ในลำไส้เล็ก
00:11:11 → 00:11:13เป็นหลักมากกว่าเพราะว่าในกระเพาะพื้นที่
00:11:13 → 00:11:16มันกว้างแล้วแคปซูลเนี่ยมันหมุนนะฮะเวลา
00:11:16 → 00:11:18ที่ลงไปมันก็จะขยับไปขยับมาซึ่งเราอาจจะ
00:11:18 → 00:11:19เห็นไม่ได้ทุกส่วนของกระเพาะเราจะไม่ใช้
00:11:19 → 00:11:22ในกรณีนั้นเราจะใช้ในลำไส้เล็กที่มันมี
00:11:22 → 00:11:24ขนาดลิมิตของมันนะครับแต่กรณีเส่วนใหญ่
00:11:25 → 00:11:26แคปซูลที่จะไปตรวจในลำไส้เล็กเราจะใช้ใน
00:11:26 → 00:11:29กรณีที่เราสงสัยโลกในลำไส้เล็กจริงๆเชมี
00:11:29 → 00:11:30เลือดออกในลำไส้เล็กแล้วเราหาไม่ได้จาก
00:11:30 → 00:11:33การสองกล้องปกติอันนั้นเราจะใช้นะครับ
00:11:33 → 00:11:36ส่วนอันที่ 2 จะมีเรื่องของการทำเเรียก
00:11:36 → 00:11:39ว่า CT สแกนที่เป็น colonography ก็คือทำ
00:11:39 → 00:11:43เหมือน CT สแกนเลยแต่ว่าเขาจะเอาภาพมามา
00:11:43 → 00:11:46เอ่อ reconstruct ใหม่ว่าให้มันเป็นภาพ
00:11:46 → 00:11:48ของลำไส้ซึ่งมันก็จะพอบอกได้ว่ามีติ่ง
00:11:48 → 00:11:50เนื้ออยู่ที่ไหนมีอะไรอยู่ที่ไหนนะครับ
00:11:50 → 00:11:53แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสมมุติสมมติว่าเจอติ่ง
00:11:53 → 00:11:55เนื้อสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร2องกล้องครับ
00:11:55 → 00:11:57ค่ะยไงก็ต้องกลับไปใช่ก็กลับมาสองกล้อง
00:11:57 → 00:11:59อยู่ดีเพราะฉะนั้นเราจะเลือกใช้ CD สแกน
00:11:59 → 00:12:03โนกี่ในกรณีที่คนไข้มีปัญหาที่ทำให้ส่อง
00:12:03 → 00:12:05กล้องไม่ได้และการส่องกล้องนั้นยังไม่
00:12:06 → 00:12:09จำเป็นที่จะต้องไปแก้ไขอะไรเป็นการตรวจ
00:12:09 → 00:12:11เฉยๆนะครับเราใช้ CT chog graphy ได้
00:12:12 → 00:12:13เพราะฉะนั้นถ้าถ้ามันเป็นการตรวจโดยที่
00:12:13 → 00:12:16เราไม่ได้ไปไปตัดไม่ได้ตั้งใจจะไปตัดอะไร
00:12:16 → 00:12:19อันนี้ใช้ CT โนกี่ได้ครับสุดท้ายค่ะอยาก
00:12:19 → 00:12:22ให้อาจารย์ค่ะฝากทุคนทางบ้านค่ะในการดูแล
00:12:22 → 00:12:25รักษาลำไส้ตัวเองค่ะหรือว่าระบบทางเดิน
00:12:25 → 00:12:27อาหารตัวเองค่ะให้แบบว่าห่างไกลจากโรค
00:12:27 → 00:12:30ต่างๆที่เกิดขึ้นได้ค่ะอาจารย์ก็จริงๆ
00:12:30 → 00:12:33แล้วในโรกทางเดือนอาหารนะครับถ้าผมจะฝาก
00:12:33 → 00:12:35สักเรื่องหนึ่งผมคงฝากเรื่องพฤติกรรมเป็น
00:12:35 → 00:12:36หลักเลยเพราะจริงๆมันเป็นสารตั้งต้นของ
00:12:37 → 00:12:39โรคทางเดินอาหารอยู่ะนะครับเพราะฉะนั้นใน
00:12:39 → 00:12:41ในความเป็นจริงจริงๆแล้วร่างกายเราถูกออก
00:12:42 → 00:12:45แบบมาให้ดีประมาณนึงค่ะอยู่แล้วการทาน
00:12:45 → 00:12:47อาหารให้ครบ 5 หมู่ทานอาหารให้ตรงเวลา
00:12:47 → 00:12:50ทั้งนี้ไม่ใช่เวลานาฬิกานะครับเวลาเราเรา
00:12:50 → 00:12:53หิวเราทานนะครับเพราะเวลานาฬิกากับเวลา
00:12:53 → 00:12:56เราไม่ได้ตรงกันนะครับการรับประทานเลือก
00:12:56 → 00:12:59รับประทานอาหารที่สุกพอดีนะครับไม่รับ
00:12:59 → 00:13:01ประทานอาหารอะไรที่ดูน่าสงสัยเกินไปนะ
00:13:01 → 00:13:02ครับ
00:13:02 → 00:13:05อ่าในแง่ของเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็น
00:13:05 → 00:13:08แอลกอฮอล์หรือบุหรี่อะไรก็ตามนะครับถ้าลด
00:13:08 → 00:13:11ละได้เป็นเรื่องดีนะครับถ้าต้องดื่มต้อง
00:13:11 → 00:13:15ทานก็ให้พอประมาณไม่ไม่ไม่ไม่หนักไปร่าง
00:13:15 → 00:13:17กายเรามักจะรับได้กับสิ่งเหล่านี้ซึ่งซึ
00:13:17 → 00:13:19ส่วนใหญ่แล้วร่างกายเราเพอเฟคกับสิ่ง
00:13:19 → 00:13:21เหล่านี้อยู่แล้วจริงๆแล้วเราไม่ได้มี
00:13:21 → 00:13:25สิ่งเสริมอะไรมากมายหรอกค่ะทานให้พอออก
00:13:25 → 00:13:29กำลังกายให้พอดีแล้วก็ดูแลระวังรักษาตัว
00:13:29 → 00:13:31เองในเรื่องของอาการที่มาดูแลไม่ต้อง
00:13:31 → 00:13:33กังวลนะครับไม่ได้หมายความว่าถ้ามีอาการ
00:13:33 → 00:13:35อะไรต้องกังวลไปเป็นทุกอย่างไม่ใช่แต่
00:13:35 → 00:13:37หมายความว่าให้หมัตรวจสอบตัวเองเพื่อ
00:13:37 → 00:13:39เพื่อตระหนักรู้เฉยๆว่าเอ้ยนะตอนนี้เรามี
00:13:39 → 00:13:41อาการแบบนี้มันน่าจะเป็นอะไรหรือว่าเมื่อ
00:13:41 → 00:13:43ถึงเวลาที่จำเป็นจะต้องสรีนแล้วอย่าง
00:13:43 → 00:13:46เงี้ยครับแนะนำให้สกรีนเพราะผมเชื่อว่า
00:13:46 → 00:13:49การรู้ดีกว่าไม่รู้ฮะเมื่อไม่รู้เราก็
00:13:49 → 00:13:51รักษาอะไรไม่ได้แต่ถ้ารู้ก็รักษาได้ครับ
00:13:51 → 00:13:54ผม
00:13:54 → 00:13:57[เพลง]
00:13:57 → 00:14:02ครับ TNN Health เราจะรวบรวมความรู้ทาง
00:14:02 → 00:14:05ด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
00:14:05 → 00:14:08พร้อมกาะติดความเคลื่อนไหวจากทุกประเด็น
00:14:08 → 00:14:12สุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุมมองของ
00:14:12 → 00:14:14แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ทางด้าน
00:14:14 → 00:14:18ต่างๆ tn and Health เข้าถึงทุกสาระ
00:14:18 → 00:14:22สุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:14:22 → 00:14:27[เพลง]
00:14:27 → 00:14:29โรค
00:14:29 → 00:14:35[เพลง]
00:14:35 → 00:14:45
00:14:45 → 00:14:53[เพลง]
00:14:53 → 00:14:56e