00:00:00 → 00:00:02ก็สวัสดีทุกคนนะครับวันนี้ก็เป็นตอนที่ 4
00:00:02 → 00:00:04แล้วนะครับของ C with Microphone ที่
00:00:04 → 00:00:06เราคุยกันอยู่นะครับหรือว่าเรื่องของ
00:00:06 → 00:00:07จุลินทรีย์ที่อยู่ภายในร่างกายของมนุษย์
00:00:07 → 00:00:10นะครับในชีวิตนี้นะครับที่ผ่านมาเดี๋ยว
00:00:10 → 00:00:13เราก็จะคุยถึงโรคต่างๆนะครับที่ต้องบอก
00:00:13 → 00:00:15ว่าพบมากขึ้นเรื่อยๆนะครับในยุคปัจจุบัน
00:00:15 → 00:00:17และเป็นโรคที่เราคุยกันว่ามันเกิดจากการ
00:00:17 → 00:00:19เปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมนะครับรวมถึง
00:00:19 → 00:00:22การเปลี่ยนแปลงของจุลินทรีย์ในร่างกายของ
00:00:22 → 00:00:25มนุษย์สำหรับในวันนี้นะครับลมจะคุยกันถึง
00:00:25 → 00:00:27นี้เป็นโรคของเบาหวานนะครับปลาวาฬชนิดที่
00:00:27 → 00:00:30สองนะครับซึ่งก็เกี่ยวข้องกับ at T นำ
00:00:30 → 00:00:32ใส้เหมือนกันโดยทั่วไปนะครับเบาหวานเนี่ย
00:00:32 → 00:00:34เราจะแบ่งเป็นชนิดต่างๆด้วยกัน 3 ชนิดนะ
00:00:34 → 00:00:37ครับขอชนิดที่หนึ่งนะครับที่ 2 แล้วก็ปลา
00:00:37 → 00:00:39วาฬในคนตั้งครรภ์นะครับซึ่งต้องบอกว่า
00:00:39 → 00:00:42ทั้งประมาณทั้ง 3 ชนิดเนี่ยปัจจุบันก็มี
00:00:42 → 00:00:44แนวโน้มจะพบมากขึ้นด้วยนะครับตัวอย่าง
00:00:44 → 00:00:46เช่นนะครับเบาหวานชนิดที่ 1 เนี่ยช่วง
00:00:46 → 00:00:48เวลาประมาณสัก 20 กว่าปีที่ผ่านมานะครับ
00:00:48 → 00:00:51จำนวนคนที่ปวดบอลชนิดนึงเนี้ยเพิ่มขึ้น
00:00:51 → 00:00:54ประมาณ 2 เท่านะครับแล้วก็มีการประมาณการ
00:00:54 → 00:00:57ว่าในยุโรปเนี่ยประวัติชื่อหนึ่งมันจะ
00:00:57 → 00:01:00เพิ่มขึ้นด้วยทุกปีนะครับอีกประมาณ 34%
00:01:00 → 00:01:02อีกประมาณชนิดที่สองนะครับเป็นเบาหวานที่
00:01:02 → 00:01:04คนส่วนใหญ่จะเป็นการเนี่ยก็มีแนวโน้มจะ
00:01:04 → 00:01:06เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนกันประมาณคร่าวๆนะ
00:01:06 → 00:01:08ครับว่าตอนนี้ในประชากรโลกเนี่ยมีคนที่
00:01:09 → 00:01:10ป่วยเป็นเบาหวานมีอยู่ประมาณ 10
00:01:10 → 00:01:12เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกนะครับและตัวเลข
00:01:12 → 00:01:15เนี่ยจะเพิ่มมากขึ้นแล้วปัจจุบันนะครับก็
00:01:15 → 00:01:17มีข้อมูลมากขึ้นไปเรื่อยๆว่าบอกหวานทั้ง
00:01:17 → 00:01:19หลายนะครับที่เพิ่มมากขึ้นจะส่วนนึงมันก็
00:01:19 → 00:01:22เกี่ยวข้องกับเรื่องของไปทุเรียนหรือว่า
00:01:22 → 00:01:24จุลินทรีย์ในลำไส้ของเราด้วยแต่ได้ที่โซน
00:01:24 → 00:01:27นี้นะครับก็จะ Focus เรื่องจะคุยกันในไป
00:01:27 → 00:01:28ที่เบาหวานชั้นที่ 2 อย่างเดียวนะครับ
00:01:28 → 00:01:32เพราะว่าต้องบอกว่าวาฬตาชนิดไม่ว่าจะมี
00:01:32 → 00:01:34ชื่อเรียกเหมือนกันว่าเป็นโรคเบาหวานนะ
00:01:34 → 00:01:37ครับแต่ต้องปวนไกลของมันเนี่ยต่างกันไปนะ
00:01:37 → 00:01:39ครับโคตรเจ้าวาฬชนิดที่ 1 เดี๋ยวเขาจะ
00:01:39 → 00:01:42เรื่องของระบบภูมิคุ้มกันที่มันทำลายตัว
00:01:42 → 00:01:45ตะกอนของเรานะครับจะโจมตีตะกอนของเราทำ
00:01:45 → 00:01:47ให้มีการสร้างชุดเล่นน้อยลงขึ้นมาว่าจะ
00:01:47 → 00:01:50ได้ที่ 2 เนี่ยออกกรรไกรหลักๆแล้วตัว
00:01:50 → 00:01:52ปัญหาหลักๆเป็นเรื่องของภาวะที่เรียกว่า
00:01:52 → 00:01:54ดูอินซูลินนะครับซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายให้
00:01:54 → 00:01:56ฟังอีกทีนะครับว่ามันคืออะไรส่วนเบาหวาน
00:01:56 → 00:01:58ในคนตั้งครรภ์นะครับก็จะเกี่ยวข้องกับ
00:01:58 → 00:02:01ฮอร์โมนที่ปที่จะสร้างขึ้นมานะครับเราได้
00:02:01 → 00:02:03ความที่เบาหวานทั้ง 3 นะคะมันมีคนกายที่
00:02:03 → 00:02:05ต่างกันก็เลยบอกว่ามันเป็นคนละโลกกันเลย
00:02:05 → 00:02:08นะครับพี่จะว่าผลสุดท้ายของมันเนี่ยก็
00:02:08 → 00:02:10เหมือนกันก็คือมีภาวะของน้ำตาลในเลือดเอว
00:02:10 → 00:02:13สูงสำหรับวันนี้เราก็จะคุยกันแค่เบาหวาน
00:02:13 → 00:02:15ชนิดที่ 2 ก่อนนะครับสำหรับเบาหวานชนิด
00:02:15 → 00:02:16ที่ 1 ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
00:02:16 → 00:02:20ที่มันทำลายไปตัวเราเองนะว่าทำร้ายเธอว่า
00:02:20 → 00:02:23เพราะตับอ่อนนะครับก็เจ็บไว้คุยกันตอนที่
00:02:23 → 00:02:25เราคุยเรื่องของโรคกลุ่มนี้นะครับซึ่งก็
00:02:25 → 00:02:28มีหลายโรคด้วยกันจะได้เพราะคุยถึงตรงนี้
00:02:28 → 00:02:30และก็คิดว่าน่าจะเห็นภาพนะคะเพราะโรคเบา
00:02:30 → 00:02:32หวานแล้วมันเป็นปัญหาสำคัญนะครับที่เขา
00:02:32 → 00:02:34บอกว่ามนุษย์ยุคปัจจุบันเนี่ยมีความ
00:02:34 → 00:02:36เสี่ยงกันค่อนข้างเยอะนะครับแต่ก่อนที่จะ
00:02:36 → 00:02:38เข้าในเรื่องของเรานะครับก็อยากจะขอพูด
00:02:38 → 00:02:41ถึงผู้สนับสนุนซีรีส์เส้นก่อนนะครับสิ่ง
00:02:41 → 00:02:43with Microphone เนี่ยนะครับรายการ
00:02:43 → 00:02:45ทรัพย์สนุนจากบริษัทหมดก๊าซนะครับว่าการ
00:02:45 → 00:02:47นะครับเป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่ม
00:02:47 → 00:02:49นักวิจัยนะครับนักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยว
00:02:49 → 00:02:52ชาญทางด้านเทคโนโลยีไปเข้าไปโอมห์จาก
00:02:52 → 00:02:53มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
00:02:53 → 00:02:57บางมดนะครับศิริบริษัทหมดกันเนี่ยทำอะไร
00:02:57 → 00:03:00ก็คือเขาได้เปิดให้บริการตรวจและก็เพราะ
00:03:00 → 00:03:02จุลินทรีย์ในลำไส้ของเรานะครับดีเคราะห์
00:03:02 → 00:03:05bactrim ไส้ของเราเพื่อให้รู้ว่าไปช่วย
00:03:05 → 00:03:07ที่ในครับไส้ของเราเนี่ยอยู่ในสภาวะแบบ
00:03:07 → 00:03:09ไหนนะครับซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่มี
00:03:09 → 00:03:11ประโยชน์นะครับช่วยให้เราสามารถดูแล
00:03:11 → 00:03:13สุขภาพให้ดีขึ้นได้สำหรับใครที่สนใจ
00:03:13 → 00:03:16บริการของมดกัดนะครับเดี๋ยวผมจะนำข้อมูล
00:03:16 → 00:03:18นะครับมาใส่ไว้ให้ในตอนท้ายคลิปนะครับ
00:03:18 → 00:03:20หรือว่าจะเขียนว่าได้รวม Description เลย
00:03:20 → 00:03:23ในคอมเม้นนะครับใส่ลิงค์ไว้ให้นะครับถ้า
00:03:23 → 00:03:25สนใจก็ลองเข้าไปดูได้โอเคกลับมาที่เรื่อง
00:03:25 → 00:03:27ของเรานะครับก็คือเรื่องของเบาหวานนะครับ
00:03:27 → 00:03:30ก่อนที่เราจะไปคุยกันว่าไปเที่ยวในลำไส้
00:03:30 → 00:03:32เนี่ยมันเกี่ยวข้องกับเรากว่าได้ยังไงผม
00:03:32 → 00:03:34อยากจะชวนไปทำความรู้จักเกี่ยวกับโรคเบา
00:03:34 → 00:03:37หวานก่อนเข้าๆนะครับสั้นๆพอให้นึกภาพออก
00:03:37 → 00:03:39นะครับว่าเราเบาหวานนี้มันมีหน้าตาแบบไหน
00:03:39 → 00:03:45นะครับมันอันตรายยังไงนะครับ
00:03:45 → 00:03:48โอเคเรามาเริ่มต้นที่โรคเบาหวานคืออะไรนะ
00:03:48 → 00:03:50ครับเพราะเบาหวานนะคะไม่ว่าจะเป็นประมาณ
00:03:50 → 00:03:52ชนิดที่หนึ่งนะครับชนิดที่สองหรือว่าโรค
00:03:52 → 00:03:54เบาหวานมีคนตั้งครรภ์เนี่ยมันจะมีรักษา
00:03:54 → 00:03:56ร่วมเหมือนกันอยู่อย่างเลยนะครับก็คือว่า
00:03:56 → 00:03:59เป็นลักษณะเด่นของโรคเบาหวานเลยก็คืออ่อ
00:03:59 → 00:04:02น้ำตาการเลือกมันจะสูงที่นี่มันก็เลยเกิด
00:04:02 → 00:04:05คำถามขึ้นมา 2 คำถามนะครับคำถามและก็คือ
00:04:05 → 00:04:08ว่าทำไมน้ำตาลในเลือดของคนที่เป็นเบาหวาน
00:04:08 → 00:04:11เนี่ยถึงที่สุดกว่าปกติได้คำถามที่ 2 ก็
00:04:11 → 00:04:14คือแล้วน้ำตาลที่สูงขึ้นเนี่ยมันไม่ดียัง
00:04:14 → 00:04:16ไงนะครับมันโพธิ์ส่งผลเสียหรือส่งผลร้าย
00:04:16 → 00:04:18กับร่างกายอย่างไรทำไมเราถึงต้องกลัว
00:04:18 → 00:04:22เพราะว่าน้ำตาลสูงก่อนอื่นนะครับผมจะขอ
00:04:22 → 00:04:24ตอบคำถามที่ 2 ก่อนนะครับว่าน้ำตาลใน
00:04:24 → 00:04:25เลือดที่มันสูงขึ้นเนี่ยมันไม่ได้ยังไง
00:04:25 → 00:04:28เพราะว่าคำตอบเนี่ยจะเป็นคำตอบร่วมนะครับ
00:04:28 → 00:04:31ที่ใช้ได้กับทั้งเบาหวานชนิดที่ 1 ชั้น
00:04:31 → 00:04:33ที่ 2 นะคะเมื่อวานให้คนตั้งครรภ์ส่วนคำ
00:04:33 → 00:04:35ถามได้นะคะว่าทำไมน้ำตาลในเลือดถึงสูงๆ
00:04:35 → 00:04:37เนี่ยต้องบอกว่าในเบาหวานแต่ละชนิดนะครับ
00:04:37 → 00:04:40มันมีคำอธิบายที่ต่างกันไปซึ่งก็เลยอยาก
00:04:40 → 00:04:43จะขอเก็บไว้ตอบทีหลังโอเคมาเริ่มที่คำถาม
00:04:43 → 00:04:45ที่ 2 นะครับก็คือว่าน้ำตาลที่สูงขึ้นมัน
00:04:45 → 00:04:48ไม่ดีอย่างไรนะครับเรากลัวภาวะน้ำตาลใน
00:04:48 → 00:04:53เลือดที่สูงเนี่ยเพราะอะไร
00:04:53 → 00:04:56น้ำตาลในเลือดแต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น
00:04:56 → 00:04:58สำหรับร่างกายนะครับเพราะว่ามันคือตัว
00:04:58 → 00:05:00เชื้อเพลิงที่ saves และร่างกายของเรา
00:05:00 → 00:05:03เนี่ยใช้ก็คือมันจะนำน้ำตาลเข้าไปในเซลล์
00:05:03 → 00:05:06แล้วก็นำไปเผาทำให้น้ำตาลในเลือดเนี่ยมัน
00:05:06 → 00:05:08ก็จะเหมือนกับทุกอย่างร่างกายคือมี
00:05:08 → 00:05:10ประโยชน์แต่ก็จะดีโทษด้วยเหมือนกันโดย
00:05:10 → 00:05:12เฉพาะถ้ามีปริมาณที่มากเกินไปน้ำตาลก็จะ
00:05:12 → 00:05:15ก่อให้เกิดโทษกับร่างกายที่ได้สิ่งที่
00:05:15 → 00:05:17เกิดขึ้นก็คือว่าน้ำตาลที่มันเยอะเกินไป
00:05:17 → 00:05:20มันจะไปทำปฏิกิริยาเคมีนะครับกับโมเลกุล
00:05:20 → 00:05:23ในร่างกายโดยเฉพาะโปรตีนและจะเกิดสิ่งที่
00:05:23 → 00:05:26มีชื่อเรียกว่าเหตุนะครับเอจีอีนะครับ
00:05:26 → 00:05:28ซึ่งคำนี้เป็นคำย่อจากคำเต็มว่าคือ
00:05:28 → 00:05:30แอดวานซ์ไกลเคชั่น End product คำนี้นะ
00:05:30 → 00:05:32ครับจริงๆเป็นคำที่เห็นได้บ่อยนะครับถ้า
00:05:32 → 00:05:34ใครอ่านพูดบทความเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ
00:05:34 → 00:05:36บ่อยๆจะเห็นนะครับตัวนี้มันจะทำให้ตัว
00:05:36 → 00:05:39โปรตีนนะการไอเสียสภาพไปคำว่าเสียสภาพคือ
00:05:39 → 00:05:42ว่าโปรตีนซึ่งจะเรียกว่าเป็นนะครับทุก
00:05:42 → 00:05:44อย่างร่างกายของเราเนี่ยมันไม่สามารถทำ
00:05:44 → 00:05:47งานได้ตามปกติของมันหรือว่าทำงานได้อย่าง
00:05:47 → 00:05:49ที่มันควรจะต้องทำนี่มันก็เลยส่งผลกระทบ
00:05:49 → 00:05:53ต่อเนื่องไปโดยเฉพาะออกมาจะทำให้หลายๆ
00:05:53 → 00:05:55อย่างเดียวเสียหน้าที่การงานไปนะครับซึ่ง
00:05:55 → 00:05:58ใดตัวหลักๆเลยที่จะโดนทำลายนะครับก็คือ
00:05:58 → 00:06:00เรื่องของเส้นเลือดเรื่องของและประสาทที่
00:06:00 → 00:06:02นี้นะครับตัวเส้นประสาทกับเส้นเลือดเนี่ย
00:06:02 → 00:06:05จะเรียกว่าเหมือนเป็นโครงสร้างพื้นฐานของ
00:06:05 → 00:06:08ร่างกายก็ได้ครับก็คือมาถือว่ามันเป็น
00:06:08 → 00:06:10เหมือนกับท่อน้ำหรือสายปรับสายไฟฟ้านะ
00:06:10 → 00:06:13ครับของของเมืองก็ได้นะครับของร่างกายเรา
00:06:13 → 00:06:15มันก็เลยสามารถส่งผลกระทบต่อไปเรื่องอื่น
00:06:15 → 00:06:18ๆได้ยกตัวอย่างเช่นนะครับถ้าเส้นเลือดแต่
00:06:18 → 00:06:20มันมีปัญหาโดยเฉพาะเลือดฝอยที่ไปเลี้ยง
00:06:20 → 00:06:23อวัยวะต่างๆก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะ
00:06:23 → 00:06:26นั้นน้อยนะครับก็จะมีปัญหาเกิดขึ้นได้ตัว
00:06:26 → 00:06:28อย่างเช่นไตเนี่ยถ้าคนที่เป็นเบาหวานนานๆ
00:06:28 → 00:06:30แล้วก็มีปัญหาเรื่องของเส้นเลือดนั้นๆก็
00:06:30 → 00:06:33จะเกิดภาวะไตวายได้หรือถ้าเกิดกับเช่น
00:06:33 → 00:06:35เลือดที่ไปเลี้ยงสมองนะครับก็จะนำไปสู่
00:06:35 → 00:06:38ภาวะเส้นเลือดของสมองมีปัญหาก็จะเป็น
00:06:38 → 00:06:40เรื่องของเส้นเลือดในสมองตีแปลว่าจะเล่น
00:06:40 → 00:06:43สมองตายใต้ถ้าเป็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยง
00:06:43 → 00:06:45หัวใจเนี่ยก็จะเกิดความเสียหายกับหัวใจ
00:06:45 → 00:06:48ได้ก็คือทำให้เกิดภาวะเช่นหัวใจตีนะครับ
00:06:48 → 00:06:51เกิดเพราะว่าควรใจขาดเลือดได้ถ้าเป็นเส้น
00:06:51 → 00:06:53เลือดที่ไปเลี้ยงตานะครับก็จะทำให้เกิดตา
00:06:53 → 00:06:55บ่ได้นะครับซึ่งหลายคนก็ดูว่าเมื่อวาน
00:06:55 → 00:06:57เนี่ยสามารถทำให้ตาบอดได้โอเคนะก็เป็นตัว
00:06:57 → 00:07:00อย่างนะครับว่าถ้าเส้นเลือดมีปัญหาเหรอดี
00:07:00 → 00:07:03ขึ้นทีนี้เรามาดูเช่นภาษากันบ้างนะครับก็
00:07:03 → 00:07:05คือพวกน้ำตาลมันทำให้เส้นประสาทโดยเฉพาะ
00:07:06 → 00:07:07ส่วนที่เรียกว่าปลายประสาทเนี่ยมันทำงาน
00:07:07 → 00:07:10ไม่ดีมันก็เลยจะออกมาในอาการหลายๆอย่างนะ
00:07:10 → 00:07:13ครับที่พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานเช่น
00:07:13 → 00:07:16เรื่องของอาการชาปลายมือปลายเท้านะครับ
00:07:16 → 00:07:18ซึ่งเกิดจากการทำงานของเส้นประสาทเล็กๆ
00:07:18 → 00:07:21ที่มันเสียหน้าที่ไปที่ได้การชาได้มันไม่
00:07:21 → 00:07:23ใช่เรื่องเล็กๆนะครับหลายคนคิดว่าแค่มัน
00:07:23 → 00:07:25แค่ชาวปลายมือปลายเท้ามันก็ไม่ได้น่ากลัว
00:07:25 → 00:07:28อะไรแต่จริงๆเวลาชาปลายมือปลายเท้าเนี่ย
00:07:28 → 00:07:31ลายข้างมันทำให้เราไม่รู้สึกนะครับที่เจอ
00:07:31 → 00:07:33บ่อยมากๆเลยนะครับสมัยก่อนนะครับก็คือ
00:07:33 → 00:07:35หลายคนเนี่ยมีแผลที่เท้าเดี๋ยวเรียนรู้
00:07:35 → 00:07:38ตัวเพราะว่าเท้าในชาก็เพ้อไปแต่นวดแต่นี่
00:07:38 → 00:07:40นะครับหรือว่าครั้งใส่รองเท้าที่มันคับไป
00:07:40 → 00:07:42เกิดเป็นเหมือนน้องเท่ากับขึ้นมาเป็นพาย
00:07:42 → 00:07:45เล็กๆขึ้นมาเนี่ยก็ปอดด้วยความที่ฉากไม่
00:07:45 → 00:07:48เจ็บนะครับก็เลยเราไม่ได้ใส่ใจไม่ได้รู้
00:07:48 → 00:07:52ตัวหลายครั้งนะครับเราก็ได้สนใจดูแลมันก็
00:07:52 → 00:07:55เผลอเตะซ้ำแต่ 3 ไปเรื่อยๆที่นิดบวกกับ
00:07:55 → 00:07:58การที่ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงๆมันทำให้พวก
00:07:58 → 00:08:00Cell ในระบบภูมิคุ้มกันนะครับก็ไม่ได้
00:08:00 → 00:08:03ต่างๆเนี่ยมันทำงานไม่ดีด้วยเมื่อเซลล์
00:08:03 → 00:08:05ระบบภูมิคุ้มกันมาทำงานไม่ดีเนี่ยมันก็จะ
00:08:05 → 00:08:08ทำให้พวกแพ้ต่างๆเนี่ยมันหายากนะครับแล้ว
00:08:08 → 00:08:10ก็เกิดการภาวะแทรกซ้อนครับเกิดการติด
00:08:10 → 00:08:12เชื้อกับแผลในได้ง่ายจากนั้นหลายครั้ง
00:08:12 → 00:08:15เดียวแผลเริ่มต้นถ่ายเล็กๆนะครับเช่นแพ้
00:08:15 → 00:08:17ลองเข้ากับธรรมดาหรือว่าแพ้มันไปโดนเตะ
00:08:17 → 00:08:19อะไรสักอย่างมาเนี่ยแต่ต่อหน้ามันลุกลาม
00:08:19 → 00:08:22ไปเรื่อยๆนะครับมันค่อยๆลามขึ้นแพ้มัน
00:08:22 → 00:08:25เน่ากินเนื้อดีนะไปเรื่อยๆจนกระทั่งหลาย
00:08:25 → 00:08:27ครั้งเนี่ยสมัยก่อนเดี๋ยวจะมีบ่อยมากเลย
00:08:27 → 00:08:29ที่ผู้ป่วยด้วยก็เป็นมากระทั่งสุดท้าย
00:08:29 → 00:08:32เนี่ยแพ้มันคงไม่ได้นะคะอันตรายต่างอาจจะ
00:08:32 → 00:08:35ทำให้เสียชีวิตได้บอกเลยต้องตัดสินใจที่
00:08:35 → 00:08:37จะตัดขาของผู้ป่วยทิ้งโดยเฉพาะในคนที่
00:08:38 → 00:08:41เป็นเบาหวานที่ออกควบคุมน้ำตาลไม่ค่อยดี
00:08:41 → 00:08:43นะครับแต่ปัจจุบันในการเพื่อนว่ารู้จัก
00:08:43 → 00:08:45รักษาในมันดีขึ้นนะครับแล้วก็คนมีความรู้
00:08:45 → 00:08:48มากขึ้นทำให้เพราะว่าแทรกซ้อนขนาดต้องตัด
00:08:48 → 00:08:50ขาเนี่ยมันก็น้อยเรามาสมัยก่อนนอนเนื่อง
00:08:50 → 00:08:52จากนั้นนะครับอาการของโรคปัญหาของเส้น
00:08:52 → 00:08:55ประสาทมันก็มีผลต่อระบบพื้นได้ตัวอย่าง
00:08:55 → 00:08:57เช่นนะครับมีถ้ามีผลกับระบบทางเดินอาหาร
00:08:57 → 00:09:01นะครับก็จะทำให้ผู้ป่วยเบาหวานและพี่ขอดู
00:09:01 → 00:09:03รู้สึกเหมือนกับอิ่มง่ายนะครับหรือว่ากิน
00:09:03 → 00:09:05อาหารไม่ค่อยลงกินได้เดียวเนี่ยเขาจะกิน
00:09:05 → 00:09:07แล้วบางคนรู้สึกเครื่องใช้อาเจียนร่วม
00:09:07 → 00:09:09ด้วยหรือว่าพูดง่ายๆคือเหมือนกระเพาะ
00:09:09 → 00:09:12อาหารมันไม่รับอาหารนะครับซึ่งพวกนี้มัน
00:09:12 → 00:09:14เกิดจากการที่เส้นประสาทที่ไปเลี้ยง
00:09:14 → 00:09:16กระเพาะเนี่ยมันมีปัญหานะครับทำให้
00:09:16 → 00:09:18กระเพาะได้มันไม่สามารถทำงานได้ปกติเพราะ
00:09:18 → 00:09:20เพราะว่าแบบนี้นะคะไม่มีชื่อเรียกทางทาง
00:09:20 → 00:09:24การแพทย์นะครับว่าใด beaches นะครับโอเค
00:09:24 → 00:09:25ทั้งหมดที่เล่ามานี้นะครับก็คิดว่าน่าจะ
00:09:25 → 00:09:28พอเห็นภาพนะครับแล้วก็ตอบคำถามว่าน้ำตาล
00:09:28 → 00:09:31ที่สุดนานๆมันไม่ดียังไงนะครับทำไมเราถึง
00:09:31 → 00:09:34ป่วยภาวะน้ำตาลในเลือดที่มันสุขมากๆครั้ง
00:09:34 → 00:09:36นี้นะครับเราก็จะตอบคำถามแรกนะครับที่เรา
00:09:36 → 00:09:38ถามกันไว้เมื่อกี้นะครับก็คือว่าแล้วทำไม
00:09:38 → 00:09:44น้ำตาลในเลือดเนี่ยมันถึงสูงได้
00:09:44 → 00:09:47โอเคอธิบายเปล่า Ben10 Ben10 ง่ายเลยนะ
00:09:47 → 00:09:50ครับว่าทำไมน้ำตาลในเลือดมาถึงสูงคำตอบ
00:09:51 → 00:09:53ได้ก็คือพ่อน้ำตาลมันไม่สามารถเข้าไปใน
00:09:53 → 00:09:56เซลล์ได้พอน้ำตาลมันเข้าไปในเซลล์ไม่ได้
00:09:56 → 00:09:58เนี่ยมันก็เหมือนกับครั้งเติมนะครับรอ
00:09:58 → 00:10:00อยู่ในเลือดเนี่ยทำให้ประมาณน้ำมีเพื่อน
00:10:00 → 00:10:03มันสูงขึ้นมันก็เลยเกิดคำถามต่อไปว่าเรา
00:10:03 → 00:10:05จะไปน้ำตาเนี่ยมันถึงเข้าไปในเซลล์ไม่ได้
00:10:05 → 00:10:08คำอธิบายนี้นะครับต้องเข้าใจกันปกติก่อน
00:10:08 → 00:10:10นะครับเพราะว่าปกติเนี่ยน้ำตาลมันจะเข้า
00:10:10 → 00:10:12ไปในเซลล์ได้มันจะต้องมีเหมือนกับตัวที่
00:10:12 → 00:10:15มาเปิดประตูให้นะครับซึ่งตัวที่จะมาเปิด
00:10:15 → 00:10:17ประตูให้และพาน้ำตาลเข้าไปในเซลล์เนี่ย
00:10:17 → 00:10:20มันก็คือฮอร์โมนที่มีชื่อว่าอินซูลินซึ่ง
00:10:20 → 00:10:22เป็นฮอร์โมนชนิดนึงนะครับที่สร้างมาจาก
00:10:22 → 00:10:24อวัยวะที่ชื่อว่าตับอ่อนซึ่งจับคอร์ด
00:10:24 → 00:10:27เนี่ยมันเป็นอวัยวะที่อยู่อยู่ใกล้ๆกับ
00:10:27 → 00:10:30กระเพาะอาหารนะครับถ้าประมาณข้างๆนะครับ
00:10:30 → 00:10:32ก็คืออยู่แถวๆกันกลางท้องนะครับค่อนมาทาง
00:10:32 → 00:10:34ข้างบนนิดนึงนะครับที่คำถามว่าทำไมน้ำตาล
00:10:34 → 00:10:37ถึงเข้าเซิฟเข้าเธอไม่ได้เนี่ยคำตอบก็คือ
00:10:37 → 00:10:39ว่าเพราะปัญหาได้มันอยู่ที่ตัวอินซูลิน
00:10:39 → 00:10:43แต่ปัญหาที่ว่าเดี๋ยวคืออะไรปัญหาที่มัน
00:10:43 → 00:10:45เกิดได้จากหลายคนไก่ด้วยกันนะครับเช่นถ้า
00:10:45 → 00:10:48ปัญหาอยู่ที่การสร้างอินซูลินไม่ค่อยพอนะ
00:10:48 → 00:10:49ครับคือตับอ่อนยังไม่สามารถสร้างอินซูลิน
00:10:49 → 00:10:52ได้ว่าสร้างได้น้อยมากเนี่ยเราจะเรียกโรค
00:10:52 → 00:10:54เบาหวานชนิดนี้ว่าเป็นเบาหวานชนิดที่ 1
00:10:54 → 00:10:58แต่ถ้าตับอ่อนสามารถสร้างอินซูลินได้แต่
00:10:58 → 00:11:01ว่าประตูที่จะเปิดให้น้ำตาลเธอมันดื้อนะ
00:11:01 → 00:11:04ครับคุณไม่ยอมตอบสนองจ.สุรินทร์เขาเรียก
00:11:04 → 00:11:06ว่าภาวะดื้ออินสุลินเนี่ยเราจะเลี่ยงโรค
00:11:06 → 00:11:08นี้นะครับว่าเบาหวานชนิดที่ 2 ชนิดก็คือ
00:11:08 → 00:11:11เหมือนตรงนี้นะครับก็คิดว่าน่าจะขอเราน่า
00:11:11 → 00:11:13จะมาคุยสักเล็กน้อยนะครับว่าเบาหวานแต่ละ
00:11:13 → 00:11:16ชนิดนะครับวาฬชนิดหนึ่งแล้ววาฬชนิดที่สอง
00:11:16 → 00:11:20เนี่ยต่างกันยังไง
00:11:20 → 00:11:24โอเคเรื่องต้นจากภาพใหญ่ก่อนนะครับปลาวาฬ
00:11:24 → 00:11:26ทั้งสองชนิดนะครับชนิดที่ 1 และชนิดที่
00:11:26 → 00:11:28สองเนี่ยมันน่าจะเกิดขึ้นกับคนกลุ่มอายุ
00:11:28 → 00:11:31ต่างกันนะครับก็คือถ้าเป็นเบาหวานชนิดที่
00:11:31 → 00:11:341 เนี่ยน่าจะผมพบในคนอายุน้อยนะครับอายุ
00:11:34 → 00:11:35น้อยที่ว่าเนี่ยส่วนใหญ่แล้วกันใช่ว่า
00:11:35 → 00:11:38น้อยกว่า 30 นะครับแต่ว่าคนไข้ส่วนใหญ่
00:11:38 → 00:11:40ที่มาเนี่ยหรือว่าเริ่มมีอาการต้องมาหา
00:11:40 → 00:11:42หมอเนี่ยจะอยู่ในประมาณช่วงก่อนวัยรุ่น
00:11:42 → 00:11:45แล้วช่วงวัยรุ่นนะครับประมาณสัก 11 12
00:11:45 → 00:11:4713 14 เนี่ยก็จะเริ่มมีอาการแล้วก็ต้อง
00:11:47 → 00:11:50มาหาหมอแล้วก็จะและการวินิจฉัยว่าเป็นโรค
00:11:50 → 00:11:52เบาหวานชนิดที่ 1 ตอนช่วงวัยนี้แต่ถ้ามัน
00:11:52 → 00:11:54เบาหวานชนิดที่ 2 เนี่ยส่วนแหลมจะเกิด
00:11:54 → 00:11:57ขึ้นกับคนที่อายุมากนะครับเค้าอายุมาก
00:11:57 → 00:11:59เนี่ยในที่นี้เนี่ยส่วนใหญ่เขาจะประมาณ 50
00:11:59 → 00:12:0260 ต่อไปนะครับแต่ที่น่าสนใจก็คือว่า
00:12:02 → 00:12:05Trend ของโลกตอนนี้มันจะเห็นว่าคนที่
00:12:05 → 00:12:07ป่วยเป็นโรคเบาหวานเนี่ยผมบอกว่าชนิดที่
00:12:07 → 00:12:09สองเนี่ยมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลงเรื่อยๆ
00:12:09 → 00:12:11ก็คืออายุน้อยลงมาจาก 5 เสร็จอาจจะเหลือ
00:12:12 → 00:12:14แค่ประมาณสี่สิบห้าร้อยสี่สิบเนี่ยหรือ
00:12:14 → 00:12:16บางครั้งแรกคนไข้อยู่ 30 กว่าแล้วก็เริ่ม
00:12:16 → 00:12:19เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้โดยเฉพาะคน
00:12:19 → 00:12:21ที่โอนมากๆนะครับหรือว่าคนที่มีหลายสไตล์
00:12:21 → 00:12:24แบบไม่ค่อยได้ขยับไปด้วยหนูไม่ค่อยออก
00:12:24 → 00:12:26กำลังกายความต่างที่ 2 นะครับระหว่าง
00:12:26 → 00:12:28เพราะว่าชนิดหนึ่งอาทิตย์ที่ 2 เนี่ยก็
00:12:28 → 00:12:31คือกลไกของการเกิดของมานะครับก็อย่างที่
00:12:31 → 00:12:33คุยกันไปก่อนหน้านะครับถ้าเป็นเบาหวาน
00:12:33 → 00:12:35ชนิดที่ 1 ในควรใครของมันเป็นเรื่องของ
00:12:35 → 00:12:37ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเราเองเนี่ยมัน
00:12:37 → 00:12:39ไปทำลายเซลล์ที่สร้างอินซูลินในตับอ่อนก็
00:12:39 → 00:12:42คือเซลล์ที่มีชื่อว่าเบต้าเซลล์นะครับนี่
00:12:42 → 00:12:43เบต้าเจอมาดูทำลายเนี่ยมันก็ไม่สามารถ
00:12:43 → 00:12:46สร้างอินซูลินได้หรือว่าสร้างได้น้อยลง
00:12:46 → 00:12:49แต่โดยทั่วไปในร่างกายเราจะเหม็นจะมี
00:12:49 → 00:12:51สุรินทร์เค้าเรียกว่ามีรีเซิฟอยู่นะครับ
00:12:51 → 00:12:54มีสำรองไว้ประมาณหนึ่งจะเริ่มมีอาการก็
00:12:54 → 00:12:56ต่อเมื่อเบต้าเซลล์ถูกทำลายประมาณ 80 ถึง
00:12:56 → 00:12:5890 เปอร์เซ็นต์นะครับแล้วผู้ป่วยเนี่ยก็
00:12:58 → 00:13:00จะเริ่มมีอาการขึ้นมาสำหรับคะณวัดทำไม
00:13:00 → 00:13:02อยู่ๆระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเนี่ยจึง
00:13:02 → 00:13:05ไปทำลายตับอ่อนเนี่ยเราจะไม่คุยกันในวัน
00:13:05 → 00:13:07นี้นะครับผมจะเก็บเรื่องนี้ไว้คุยตอนที่
00:13:07 → 00:13:09เราคุยเรื่องของพวกโรคภูมิคุ้มกันที่มัน
00:13:09 → 00:13:11ทำลายตัวเองนะครับหรือว่าโลกคะแล้วก็ต้อง
00:13:11 → 00:13:14m o d c S นะครับซึ่งปัจจุบันก็พบ
00:13:14 → 00:13:16ด้วยนะครับว่าไปเพียงลำไส้เนี่ยมีที่
00:13:16 → 00:13:18เหลือเกินปัจจัยสำคัญนึงนะครับที่ก่อให้
00:13:18 → 00:13:20เกิดพวกเรากลุ่มนี้ได้นะครับพวกโลกที่
00:13:20 → 00:13:23ภูมิคุ้มกันมันทำร้ายร่างกายตัวเองสำหรับ
00:13:23 → 00:13:25โรคเบาหวานชนิดที่สอนนะครับกลไกของมาใน
00:13:25 → 00:13:28มันจะเกิดจากภาวะที่มีชื่อว่าพอเลยที่เรา
00:13:28 → 00:13:30เรียกว่าภาวะดื้ออินซูลินนะครับประเด็นใน
00:13:30 → 00:13:32ทางการแพทย์แล้วชายว่า insulin
00:13:32 → 00:13:34resistance นะครับซึ่งก็แปลตรงตัวนะครับ
00:13:34 → 00:13:36วิธีสั้นก็คือมันจังวะต่อต้านนะครับก็คือ
00:13:37 → 00:13:40มันต่อต้านอินซูลินมันเดินสุรินทร์ก็หมาย
00:13:40 → 00:13:42ความว่าตัวในเลือดเนี่ยก็ตับอ่อนสร้าง
00:13:42 → 00:13:45อินซูลินได้ในเรือนอินซูลินจะประตูที่จะ
00:13:45 → 00:13:47เปิดให้ฟังเนี่ยมันดื้อไหมครับมันต้องมัน
00:13:47 → 00:13:49ไม่ค่อยยอมฟังฉันว่าประตูมันผมเติมก็ได้
00:13:49 → 00:13:52นะครับก็คือต้องมีปริมาณอินซูลินมากๆมัน
00:13:52 → 00:13:55ถึงจะยอมตอบสนองที่นี่มันก็เลยมีคำถามที่
00:13:55 → 00:13:57น่าสนใจก็คือว่าแล้วภาวะเดินธุลินมันเกิด
00:13:57 → 00:14:00ขึ้นได้อย่างไรคำตอบนี้นะหมอเขาไปคำตอบ
00:14:00 → 00:14:02ที่ค่อนข้างย่างนะครับแล้วก็ไม่มีคนไกล
00:14:02 → 00:14:04ที่ซับซ้อนนะครับทุกวันนี้เราก็ยังไม่
00:14:04 → 00:14:07เข้าใจมันทั้งหมดแต่ปัจจุบันเนี่ยเรารู้
00:14:07 → 00:14:09มันมีปัจจัยหลายๆอย่างนะครับที่ถือว่า
00:14:09 → 00:14:11เป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้
00:14:11 → 00:14:14ออกคนแต่ละคนเนี่ยรู้ว่าเราเรียนมีโอกาส
00:14:14 → 00:14:17ที่จะเกิดภาวะดื้ออินสุลินได้ปัจจัยเช่น
00:14:17 → 00:14:20ต่างเหล่านี้มีอะไรบ้างอย่างแรกสุดนะครับ
00:14:20 → 00:14:22ก็เป็นเรื่องของอายุนะครับก็คือเมื่อเรา
00:14:22 → 00:14:24คนเรามีอายุมากขึ้นนะครับก็จะมีใครก็ตาม
00:14:24 → 00:14:26นะครับเมื่ออายุมากขึ้นเนี่ยก็จะมีโอกาส
00:14:26 → 00:14:30ที่จะเกิดภาวะดื้อต่อลินได้ง่ายขึ้นอัน
00:14:30 → 00:14:32นี้มันก็จะเคยจะเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ
00:14:32 → 00:14:34ปัจจัยที่สองเดือนซึ่งก็เป็นปัจจัยที่
00:14:34 → 00:14:36สำคัญมากๆนะครับเป็นปัจจัยเรียกว่าปัจจัย
00:14:36 → 00:14:39หลักเลยก็ได้ก็คือภาวะอ้วนคือยิ่งควรมาก
00:14:39 → 00:14:42เนี่ยก็จะมีความเสี่ยงที่เกิดภาวะเรือนจะ
00:14:42 → 00:14:46หลุดง่ายส่วนคำอธิบายนะคะว่าทำไมขอคำที่
00:14:46 → 00:14:49ใบนึงก็คือว่าเพราะว่าตัวไขมันนะครับที่
00:14:49 → 00:14:51สะสมมากขึ้นโดยเฉพาะไข่เข้าไขมันที่ช่อง
00:14:51 → 00:14:54ท้องเลยคิดว่าเป็นวิชาแฟลชเนี่ยนะครับมัน
00:14:54 → 00:14:56จะสามารถสร้างสารที่ว่าเป็นสารการอักเสบ
00:14:56 → 00:15:00ในขึ้นมาได้แล้วสารเคมีเหล่าเนี้ย
00:15:00 → 00:15:02หมอเสมก็จะกระจายไปในเลือดซึ่งมันจะมีผล
00:15:03 → 00:15:05ให้เกิดภาวะดื้ออินสุลินขึ้นมาทำให้เซลล์
00:15:05 → 00:15:07ของร่างกายต่างๆนะครับว่าจะเป็นเซลล์
00:15:07 → 00:15:09กล้ามเนื้อนะครับเซลล์ตับนะครับหรือว่า
00:15:09 → 00:15:12เซลล์ไขมันเนี่ยมันดื้อต่ออินซูลินก็คือ
00:15:12 → 00:15:14มันไม่ค่อยยอมมาทำตานะเข้าไปในเซลล์
00:15:14 → 00:15:16ปัจจัยเสี่ยงที่ 3 นะครับที่สำคัญก็คือ
00:15:16 → 00:15:19เป็นเรื่องของอาหารครับโดยเฉพาะอาหารที่
00:15:19 → 00:15:21มีใครมาเต็มตัวสูงนะครับก็คือพวกไขมันจาก
00:15:21 → 00:15:23เนื้อสัตว์ต่างๆแล้วน่าจะนี้นะครับก็จะมี
00:15:23 → 00:15:26เป็นเรื่องของพวกพันธุกรรมนะครับแต่ว่า
00:15:26 → 00:15:28พันธุกรรมเนี่ยจะรู้ว่าเป็นเหมือนกับเป็น
00:15:28 → 00:15:29แพ็คราวก็ได้นะครับที่อยู่เบื้องหลัง
00:15:29 → 00:15:32เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีพันธุกรรมเนี่ย
00:15:32 → 00:15:34จะเกิดโรคเบาหวานนะครับคือมาถึงว่าถ้าต่อ
00:15:34 → 00:15:36ให้เรามีพันธุกรรมที่มีความเสี่ยงเนี่ย
00:15:36 → 00:15:39แต่ถ้า Lifestyle เราค่อนข้างดีเราก็จะ
00:15:39 → 00:15:41ไม่เป็นโรคเบาหวานเนี่ยก็ได้แต่นั้น
00:15:41 → 00:15:43เหมือนกับว่าถ้ามีพันธุกรรมหรือมันเป็น
00:15:43 → 00:15:45แค่บันไดขั้นแรกเท่านั้นแล้วก็มีปัจจัย
00:15:45 → 00:15:47ทางด้านสิ่งแวดล้อมอื่นเข้ามากระตุ้นด้วย
00:15:47 → 00:15:50เรานี้ก็เป็นภาพกว้างย่อๆนะครับของโรคเบา
00:15:50 → 00:15:52หวานนะครับเพราะเห็นภาพว่าให้โรคเธอเลย
00:15:52 → 00:15:54ว่าโรคเบาหวานเนี่ยมันคืออะไรนะครับมันมี
00:15:54 → 00:15:57ลักษณะแบบไหนบ้างเกิดกับใครบ้างมีความ
00:15:57 → 00:16:00เสี่ยงอะไรบ้างแต่จุดสังเกตข้อสังเกตนะ
00:16:00 → 00:16:03ครับประเด็นสำคัญคือว่าในมุมมองของทางการ
00:16:03 → 00:16:05แพทย์นะครับในช่วงที่ผ่านมานะครับประมาณ
00:16:05 → 00:16:07สักร้อยปีที่ผ่านมาเนี่ยเวลาพูดถึงโรคเบา
00:16:07 → 00:16:10หวานเนี่ยในวงการแพทย์จะบอกว่าเราเมื่อ
00:16:10 → 00:16:13วานคือโรคของฮอร์โมนอินซูลินนะครับเป็น
00:16:13 → 00:16:15โรคของอวัยวะที่ชื่อว่าตับอ่อนแต่เมื่อ
00:16:15 → 00:16:17ประมาณสัก 10 กว่าปีก่อนนะครับก็มีความ
00:16:17 → 00:16:19รู้ใหม่เกิดขึ้นนะครับคือมีการค้นเพราะ
00:16:19 → 00:16:23ว่าโรคเบาหวานเนี่ยมันไม่ใช่แค่โรคของตับ
00:16:23 → 00:16:25อ่อนนะครับแต่ไม่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับ
00:16:25 → 00:16:28ลำไส้ด้วยนะครับจะชวนเราใช้ใหญ่หรือว่า
00:16:28 → 00:16:31แบคทีเรียในลำไส้นะครับคำถามว่าคือว่า
00:16:31 → 00:16:33แบคทีเรียที่อยู่ในระบบทางเดินอาหารนะ
00:16:33 → 00:16:35ครับที่อยู่ในลำไส้ใหญ่เนี่ยมันไม่เกี่ยว
00:16:35 → 00:16:38ข้องกับโรคเบาหวานที่เรามองว่าเป็นโรคของ
00:16:38 → 00:16:43ฮอร์โมนเนี่ยได้ยังไง
00:16:43 → 00:16:46เรื่องราวความสัมพันธ์นะครับของไปด้วยใน
00:16:46 → 00:16:48ลำไส้กับโรคเบาหวานเนี้ยจะบอกว่ามันเกิด
00:16:48 → 00:16:50ขึ้นประมาณช่วงประมาณ 2010 นี่เองนี้นะ
00:16:50 → 00:16:53ครับก็คือในเวลานั้นนักเรียนศาสตร์เรื่อง
00:16:53 → 00:16:55รู้กันแล้วว่าไปที่นำไส้เนี่ยมันมีผลต่อ
00:16:55 → 00:16:58ระบบเผาผลาญของร่างกายมนุษย์ได้แล้วก็
00:16:58 → 00:17:00เกี่ยวข้องกับความอ้วนด้วยโดยหมอนวดเนี่ย
00:17:00 → 00:17:03จะมีแบคทีเรียเนี่ยที่ต่างไปช่วยในลำไส้
00:17:03 → 00:17:06ในที่ต่างไปจากคนผอมที่นี่มันก็รู้กันมา
00:17:06 → 00:17:08นานแล้วนะคะว่าโรคควรหรือว่าภาวะอ้วน
00:17:08 → 00:17:10เนี่ยมันเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานด้วยอย่า
00:17:10 → 00:17:12ที่เราว่าไปนะครับคือความอ้วนเพิ่มความ
00:17:12 → 00:17:14เสี่ยงของโรคเบาหวานก็เลยมีนัก
00:17:14 → 00:17:16วิทยาศาสตร์นะครับที่เกิดสงสัยแล้วก็ต้อง
00:17:16 → 00:17:19กับตาขึ้นมาว่าและแบคทีเรียในลำไส้ของคน
00:17:19 → 00:17:21ที่เป็นปลาหวานเนี่ยเมื่อเทียบกับคนที่
00:17:21 → 00:17:24ไม่เป็นโรคเบาหวานเนี่ยมันจะต่างกันไหมก็
00:17:24 → 00:17:27เลยมีการศึกษาขึ้นมานะครับเราศึกษาเพื่อ
00:17:27 → 00:17:29เทียบกันดูว่าไปเที่ยว 2 ระหว่างคนเป็น
00:17:29 → 00:17:31เบาหวานคนที่เป็นเบาหวานเนี่ยเหมือนใน
00:17:31 → 00:17:33ต่างกันแล้วก็มีการตีพิมพ์ครั้งแรกเนี่ย
00:17:33 → 00:17:36ออกมาประมาณปี 2010 ซึ่งในตอนนั้นเดี๋ยว
00:17:36 → 00:17:39คนพบว่าไปช่วยในลำไส้ของคนที่เป็นเบาหวาน
00:17:39 → 00:17:41แล้วคนที่เป็นเบาหวานนี่มันต่างกันจริงๆ
00:17:41 → 00:17:44โดยที่คนเป็นเบาหวานมันจะมีประเทศบางชนิด
00:17:44 → 00:17:46เนี่ยลดลงไปแล้วก็มีแบคทีเรียชนิดเดียว
00:17:46 → 00:17:49เพิ่มขึ้นซึ่งต่างจากคนปกตินะครับคนที่มี
00:17:49 → 00:17:52เปิดโรคเบาหวานซึ่งรายละเอียดว่าเพิ่มรส
00:17:52 → 00:17:53ต่างกันยังไงเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังคร่าวๆนะ
00:17:53 → 00:17:56ครับนั่นก็เป็นคำไว้ได้นะครับแล้วแต่นี่
00:17:56 → 00:17:59มันก็จะมีคำว่าอื่นด้วยนะครับทำไมที่ 2
00:17:59 → 00:18:02เนี่ยมารู้จักการผ่าตัดแบบนึงนะครับที่
00:18:02 → 00:18:04เรียกว่าเป็นการผ่าตัดสำหรับลดความอ้วนนะ
00:18:04 → 00:18:07ครับที่นี่ผ่าตัดลดความอ้วนน่ะคืออะไร
00:18:07 → 00:18:10พรุ่งนี้ครับมันจะมีการผ่าตัดชนิดนึงนะ
00:18:10 → 00:18:12ครับประเภทหนึ่งนะครับเราเรียกว่าเป็น
00:18:12 → 00:18:14บาร์บี้ effexor เจอรี่นะครับซึ่งคำว่า
00:18:14 → 00:18:17บาเรียเหล็กนะครับเค้าแบรี่นะครับมันมาทำ
00:18:17 → 00:18:19บ่าวร้อนนะคะเป็นซักรีดโบราณที่แปลว่า
00:18:19 → 00:18:21หนักซึ่งก็ในที่นี้หมายถึงคนที่มีน้ำหนัก
00:18:21 → 00:18:24เยอะนะครับเดี๋ยวคนอ้วนส่วน s-trek มันจะ
00:18:24 → 00:18:26หมายถึงการรักษาคำว่าสตรีเนี่ยแปลว่าผ่า
00:18:26 → 00:18:29ตัดดังนั้นคำนี้ไปลงตัวนะคะไม่ถือว่าการ
00:18:29 → 00:18:32ผ่าตัดเพื่อรักษาก็ภาวะอ้วนที่นี่เทคนิค
00:18:32 → 00:18:35ในการผ่าตัดนั้นก็จะมีอยู่ออนไลน์แบบนะ
00:18:35 → 00:18:37ครับแต่ว่ามันจะเป็นการผ่าตัดมีทีละวรรค
00:18:37 → 00:18:40Add text by แพสเซจรี่นะครับแล้วสึกใบ
00:18:40 → 00:18:42พาสเซนเจอร์วินัยคืออะไรคืออันนี้เป็น
00:18:42 → 00:18:44อย่างนี้ครับเขาบอกว่าคนอ้วนเดี๋ยวปัญหา
00:18:44 → 00:18:47ก็กินอาหารเข้าไปเยอะพอละมันก็ดูดซึมและ
00:18:47 → 00:18:50ทำให้คนเราในอ้วนนั้นก็เลยบอกว่าถ้าเรา
00:18:50 → 00:18:52สามารถตัดกระเพาะให้มันเล็กลงนะครับมันก็
00:18:52 → 00:18:56จะทำให้กินได้น้อยลงทำให้อิ่มเร็วขึ้นเรา
00:18:56 → 00:18:59ก็จะผอมลงได้ก็เกิดการผ่าตัดแบบนี้ขึ้นมา
00:18:59 → 00:19:01ก็คือการผ่าตัดขอพรเอาไปส่วนนึงนะครับเรา
00:19:01 → 00:19:03ก็พอได้มาเชื่อมาลำไส้เล็กเพื่อหวังเนี่ย
00:19:03 → 00:19:06จะให้ผู้ป่วยกินได้น้อยลงที่นี่สำหรับคน
00:19:06 → 00:19:09ที่ไม่คุ้นเคยนะครับฟังดูฟังดูแลโทรศัพท์
00:19:09 → 00:19:11ผมมันสุดต่อจังเลยนะครับถ้าอยากลดความ
00:19:11 → 00:19:13อ้วนไปถึงต้องตัดกระเพาะที่เลยหรอแต่ถ้า
00:19:13 → 00:19:16บอกว่าตอนตอนแรกนะครับของการผ่าตัดแบบนี้
00:19:16 → 00:19:18นะครับที่เรามาฉายเนี่ยขึ้นมาใช้ผู้ป่วย
00:19:18 → 00:19:21ที่มีภาวะอ้วนกับอ้วนมากๆจริงนะครับก็คือ
00:19:21 → 00:19:23เช่นอ้วนแบบ 250 กิโลกรัมประมาณนี้นะครับ
00:19:23 → 00:19:26แล้วก็ไม่สามารถที่ลดความอ้วนได้คือลอง
00:19:26 → 00:19:29ทุกวิธีทางแล้วนะก็ไม่สามารถลดได้เราคือ
00:19:29 → 00:19:31ว่าอ้วนจะนึกว่าเสียงที่จะเสียชีวิตได้
00:19:31 → 00:19:35ง่ายๆจะนี่ก็เลยบอกว่าอ๋อในเมื่อโลกมัน
00:19:35 → 00:19:37รุนแรนะครับการรักษาแบบสุดโต่งแบบนี้
00:19:37 → 00:19:39เนี่ยมันก็เลยจำเป็นเพราะว่ามันไม่มีทาง
00:19:39 → 00:19:41เลือกอื่นแล้วการตัดกระเพาะมือเที่ยวกับ
00:19:41 → 00:19:43การเสียชีวิตในการต่างกระเพาะจะฟังดูแรง
00:19:43 → 00:19:46ร้ายร้อยกว่าปรากฏว่านะครับการรักษาแบบ
00:19:46 → 00:19:49นี้มันได้ผลดีมากนะครับก็คือผู้ป่วย
00:19:49 → 00:19:52สามารถลดความอ้วนได้อย่างรวดเร็วเราที่
00:19:52 → 00:19:54น่าสนใจก็คือว่าผู้ป่วยที่อ้วนแล้วเนี่ย
00:19:54 → 00:19:57ตายควรจะมีโรคเบาหวานอยู่ด้วยป่ะก่อนว่า
00:19:57 → 00:20:00โรคเบาหวานหลายคนดีขึ้นจึงแต่บางคนเรียก
00:20:00 → 00:20:03ว่าหายขาดได้เลยก็ยังมีที่นี่มันก็เลยมี
00:20:03 → 00:20:05คนสนใจนะครับมีนักวิทยาศาสตร์บ่เนี่ยตั้ง
00:20:05 → 00:20:08คำถามว่าจริงๆเนี่ยกวนไก่เนี่ยมันคงไม่
00:20:08 → 00:20:09ใช่แค่เรื่องการตัดกระเพาะอาหารแล้วมี
00:20:09 → 00:20:13ขนาดเล็กลงผู้ป่วยในถึงได้ผอมลงแล้วใน
00:20:13 → 00:20:14ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันเนี่ยนะครับก็มีการ
00:20:14 → 00:20:17ค้นพบแล้วก็เข้าใจเดียวกันทำงานของตัว
00:20:17 → 00:20:19เปียกต่อฮอร์โมนนะครับในระบบทางเดินอาหาร
00:20:19 → 00:20:22ได้มากขึ้นก็คือคนเพราะว่าตัวกระเพาะ
00:20:22 → 00:20:25อาหารและลำไส้เล็กเนี่ยมันสามารถสร้างคอม
00:20:25 → 00:20:27โอนมาที่หลายชนิดนะครับและเป็นฮอร์โมนที่
00:20:27 → 00:20:30เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญพลังงานด้วยก็
00:20:30 → 00:20:32คือเกี่ยวข้องกับความอ้วนนี่เองเช่น
00:20:32 → 00:20:34ฮอร์โมนที่ชื่อว่าเกรลินนะครับหรือว่า
00:20:34 → 00:20:37เพ็ชรทายวายหรือว่าจะเอากี่วันนะครับคะก็
00:20:37 → 00:20:40ไลค์กับพายวันนั้นซึ่งออกถ้าใครไม่คุ้น
00:20:40 → 00:20:42เคยมาสนใจไม่ต้องจำชื่อก็ได้นะครับวัน
00:20:42 → 00:20:44หน้าจอที่เราคุยเรื่องของ Hormone ที่
00:20:44 → 00:20:46เกี่ยวข้องกับความผิวความอิ่มนะครับแล้ว
00:20:46 → 00:20:48คุยเรื่องของความอ้วนเนี่ยเรื่องของระบบ
00:20:48 → 00:20:51เมตาบอริซึ่มเนี่ยผมจะเราพูดให้ฟังอีกที
00:20:51 → 00:20:54นะครับจะประเด็นก็คือว่าคนที่รับการผ่า
00:20:54 → 00:20:56ตัดกระเพาะอาหารเนี่ยเมื่อเข้ามาตรวจพอ
00:20:56 → 00:20:57มันพรุ่งนี้ดูเนี่ยเพราะว่ามีการเปลี่ยน
00:20:57 → 00:21:00แปลงของ Hormone ในหลายอย่างเราที่น่าก็
00:21:00 → 00:21:02ได้ยังไม่หมดการท่านนะครับเพราะว่าต่อมา
00:21:02 → 00:21:05เนี่ยมีการค้นพบด้วยว่าแบคทีเรียในลำไส้
00:21:05 → 00:21:07ใหญ่ของคนที่เราการผ่าตัดต่อรักษาความ
00:21:07 → 00:21:09อ้วนด้วยนะคะว่าที่เรียกว่าใบอย่างชัด
00:21:09 → 00:21:12ชวี่เนี่ยมีการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียดี
00:21:12 → 00:21:15ในลำไส้ใหญ่ด้วยโดยเพราะว่าจะมีแบคทีเรีย
00:21:15 → 00:21:17ที่ชื่อว่าแอคเคอร์แมนเซียมิวสิคัลเพิ่ม
00:21:17 → 00:21:21ขึ้นซึ่งจะช่วยตัวนี้น่าสนใจเพราะว่าเป็น
00:21:21 → 00:21:24ที่รู้กันนะครับว่าในคนอ้วนเดี๋ยวจะมีแบต
00:21:24 → 00:21:26เตรียมตัวน้อยและเป็นแบบทเวที่สัมพันธ์
00:21:26 → 00:21:30กับความผอมนอกเหนือจากนี้นะครับไปช่วยตัว
00:21:30 → 00:21:32นี้เนี่ยก็ยังรู้ได้ว่าเป็นไปทุเรียนที่
00:21:32 → 00:21:34ทำให้เมือกที่อยู่ภายในลำไส้เนี่ยมันแข็ง
00:21:34 → 00:21:37แรงนะครับหรือว่ามันมีปริมาณมากขึ้นแล้ว
00:21:37 → 00:21:39การเมืองเป็นข้อดีเพราะมันจะช่วยลดการ
00:21:39 → 00:21:42อักเสบที่เกิดขึ้นภายในลำไส้ด้วยซึ่ง
00:21:42 → 00:21:44เดี๋ยวจะเล่ารายละเอียดให้ฟังนะคะว่ากัน
00:21:44 → 00:21:47เซรั่มใช้ในคืออะไรดังนั้นนะครับการที่
00:21:47 → 00:21:50ผู้ป่วยหลังผ่าตัดเนี่ยสามารถลดความอ้วน
00:21:50 → 00:21:52ได้อย่างรวดเร็วนะครับแล้วก็โรคเบาหวาน
00:21:52 → 00:21:54ได้ดีขึ้นอย่างมากเนี่ยอาจจะไม่ได้เกิด
00:21:54 → 00:21:56จากการที่กระเพาะเล็กลงแล้วกินน้อยลงแต่
00:21:56 → 00:21:58เพียงอย่างเดียวแต่เกิดมาจากการเปลี่ยน
00:21:58 → 00:22:01แปลงของ Hormone แล้วก็แตกคิวยาที่นี่อ่อ
00:22:01 → 00:22:04อยู่ในภายในลำไส้หรือร่วมด้วยแล้วคำว่า
00:22:04 → 00:22:06เหล่านี้นะครับก็คือการค้นพบเหล่านี้มัน
00:22:06 → 00:22:09เป็นข้อมูลนะครับที่ทำให้นักเรียนศาสตร์
00:22:09 → 00:22:11เนี่ยแล้วก็หมอเนี่ยเริ่มหันมาสนใจ
00:22:11 → 00:22:14แบคทีเรียในลำไส้มากขึ้นและเชื่อว่าไปเท
00:22:14 → 00:22:16น้ำไส้เนี่ยมันน่าจะสัมพันธ์แล้วก็เกี่ยว
00:22:16 → 00:22:18ข้องกับโรคเบาหวานเนี่ยค่อนข้างมากจะนี่
00:22:18 → 00:22:20พอแล้วเหมือนตรงนี้นะครับก็เชื่อว่าน่าจะ
00:22:20 → 00:22:22พอเห็นภาพแล้วนะครับว่าเพราะเบาหวานหน้า
00:22:22 → 00:22:24ที่แต่เดิมมองว่าเป็นโรคของอินซูลินนะคะ
00:22:24 → 00:22:27หมดหรือว่าเป็นโรคของตับอ่อนเนี่ยอ๋อได้
00:22:27 → 00:22:29รับความสนใจว่าเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับลำ
00:22:29 → 00:22:31ไส้ใหญ่หรือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้
00:22:31 → 00:22:34ใหญ่ได้ยังไงคราวนี้นะครับเราจะลองมาดู
00:22:34 → 00:22:36กันดับเข้าๆนะครับว่าแบตใครที่อยู่ในลำ
00:22:36 → 00:22:38ไส้ใหญ่เนี่ยมันไปเกี่ยวข้องกับโรคเบา
00:22:38 → 00:22:41หวานได้ยังไงคือเราจะมาคุยกันเรื่องของคน
00:22:41 → 00:22:43ไกลนะครับว่าแบคทีเรียเราเนี้ยมันไปทำ
00:22:43 → 00:22:45อะไรนะครับที่ทำให้เบาหวานของผู้ป่วย
00:22:45 → 00:22:50เนี่ยมันดีขึ้นหรือว่าแย่ลง
00:22:50 → 00:22:53ที่นี่คำอธิบายนะครับว่าแบคทีเรียในลำไส้
00:22:53 → 00:22:55ใหญ่เนี่ยมันไปเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน
00:22:55 → 00:22:57ได้ยังไงนะครับก็เหมาะก่อนเลยนะคะว่ากลไก
00:22:57 → 00:23:00ของเรื่องมันข้างซับซ้อนนะครับณปัจจุบัน
00:23:00 → 00:23:02แต่ปัจจุบันในล็อคก็ยังไม่ได้เข้าใจคนใจ
00:23:02 → 00:23:04ของมาทั้งหมดนะครับแต่ในการที่จะเล่าให้
00:23:04 → 00:23:06ฟังหน่อยจริงๆต้องการที่จะเล่าลงเลยทุก
00:23:06 → 00:23:08รายละเอียดนะครับแล้วก็ไม่ได้อยากจะให้จำ
00:23:08 → 00:23:10ชื่อพวกไปเที่ยงต่างๆได้มากมายด้วยนะครับ
00:23:10 → 00:23:13แต่เป้าหมายหลักจริงๆคืออยากจะให้เหมือน
00:23:13 → 00:23:15กับพอจะนึกภาพออกนะครับคือเวลาได้ยินว่า
00:23:15 → 00:23:17แบคทีเรียในลำไส้มันเกี่ยวข้องกับโรคเบา
00:23:17 → 00:23:20หวานเนี้ยสามารถที่จะจะโยงได้ว่าจะไป
00:23:20 → 00:23:23เที่ยวในลำไส้เนี่ยมันไปเกี่ยวข้องกับโรค
00:23:23 → 00:23:25เบาหวานได้ยังไงเพราะผมเชื่อว่าถ้าเรา
00:23:25 → 00:23:28สามารถนึกภาพออกนะครับว่าขอกลไกต่างๆมัน
00:23:28 → 00:23:30เป็นยังไงนะครับคือแค่หนึ่งออกเค้าๆนะ
00:23:30 → 00:23:32ครับหรือพอจะมีสร้างภาพข้อในหัวได้เจตนา
00:23:32 → 00:23:34การขึ้นมาได้เนี่ยมันจะเป็นแรงจูงใจอย่าง
00:23:34 → 00:23:37ดีนะครับที่ทำให้เราอยากจะดูแลสุขภาพมาก
00:23:37 → 00:23:40ขึ้นแต่ถ้าเราไม่คุ้นเคยกับเรื่องอะไรสัก
00:23:40 → 00:23:41อย่างนะคะหรือว่าไม่สบายจะนึกภาพด้วยนั้น
00:23:41 → 00:23:44ออกได้เนี่ยเราจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่
00:23:44 → 00:23:46ใครตัวนะครับเราจะไม่ค่อยสนใจมากเท่าไหร่
00:23:46 → 00:23:49โอเคมาดูนะครับว่าแบตเตอรี่นำไส้เนี่ยมัน
00:23:49 → 00:23:51เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานได้อย่างไรอย่าง
00:23:51 → 00:23:53ที่เราไปในเกาะหน้านะครับว่าในช่วงแรกๆ
00:23:53 → 00:23:55ที่มีการศึกษาเกี่ยวกับไปช่วยนำไส้ของคน
00:23:55 → 00:23:57ที่เป็นเบาหวานกับคนที่ไม่เป็นเบาหวาน
00:23:57 → 00:24:00เนี่ยเพราะว่าแบบนิด TV นะหน้าที่ของคน
00:24:00 → 00:24:03สองกลุ่มนี้มีความต่างกันคือมันจะมี
00:24:03 → 00:24:05แบคทีเรียบางชนิดลดลงและที่น่าสนใจก็คือ
00:24:05 → 00:24:08แบคทีเรียพวกที่ลดลงเนี่ยเป็น 8 ธุระที่
00:24:08 → 00:24:11สามารถสร้างสารเคมีตัวนึงนะครับที่มีชื่อ
00:24:11 → 00:24:15ว่าวิวทะเลใต้ที่นี้เราก็เลยต้องมาคุยสัก
00:24:15 → 00:24:17หน่อยนะคะว่าสาร betta เลตที่ว่าเนี่ยมัน
00:24:17 → 00:24:20คืออะไรจากที่เราคุยกันมาก่อนๆหน้านะครับ
00:24:20 → 00:24:23เรารู้กันว่านะครับเราคุยกันว่าแบบช่วยนำ
00:24:23 → 00:24:25สายของเราเนี่ยมันทำหน้าที่หลายอย่างด้วย
00:24:25 → 00:24:28กันและหนึ่งในสิ่งสิ่งสำคัญนะครับหัวหน้า
00:24:28 → 00:24:32ที่สำคัญที่ไปช่วยในลำไส้ใหญ่ทำคือมันจะ
00:24:32 → 00:24:34ช่วยย่อยพวกใหญ่อาหารที่เรากินเข้าไปแล้ว
00:24:34 → 00:24:36เนี่ยแต่ร่างกายของมนุษย์ไม่สามารถย่อย
00:24:36 → 00:24:39ได้ก็คือน้ำย่อยของเราหรือว่าเอนไซม์ของ
00:24:39 → 00:24:42เราเนี่ยไม่สามารถที่จะย่อยพวกใยอาหารผู้
00:24:42 → 00:24:44นั้นได้แต่แบคทีเรียพวกนี้เนี่ยมันจะ
00:24:44 → 00:24:46สามารถย่อยได้จึงจะเข้าไปย่อยเนี่ยหมาย
00:24:46 → 00:24:49ถึงว่ามันจะเลขให้ถูกมาใช้เพื่อการบักมาก
00:24:49 → 00:24:52กว่านะครับว่าเป็นคนกายของการหมักแล้ว
00:24:52 → 00:24:54เมื่อมันหมักใยอาหารที่เราย่อยไม่ได้
00:24:54 → 00:24:58เนี่ยมันก็จะมีการสร้างสารเคมีออกมาสาร
00:24:58 → 00:25:00เคมีพวกนี้นะครับมันก็จะเป็นสารก็สามารถ
00:25:00 → 00:25:03ติดไม่มีผลนะครับต่อระบบเผาผลาญของร่าง
00:25:03 → 00:25:05กายมนุษย์นะครับและระบบเมตาบอไนเซอร์มนะ
00:25:05 → 00:25:07ครับเราก็เลยเลือกสารเคมีเหล่านี้ว่าเป็น
00:25:07 → 00:25:10พวกเมตาโบไลท์นะครับที่นี่ศาลไม่จะมาหลาย
00:25:10 → 00:25:13เนี่ยพอมันพาไปเที่ยวมันสร้างออกมาเนี่ย
00:25:13 → 00:25:15นำใช่เราก็จะสามารถดูดซึมเข้าไปได้นะครับ
00:25:15 → 00:25:17แล้วก็จะเข้าไปสู่กระแสเลือดแล้วก็ไหล
00:25:17 → 00:25:20เวียนไปทั่วร่างกายของเราแล้วก็ไปมีผลต่อ
00:25:20 → 00:25:24ขอร่างกายเนี่ยตอนไปทุกส่วนของร่างกายได้
00:25:24 → 00:25:27เต็มไปหมดนะครับที่นี่ในกลุ่มของพวกสาร
00:25:27 → 00:25:29ไม่เอาอะไรเนี่ยที่สร้างขึ้นมาเนี่ยมันจะ
00:25:29 → 00:25:31มีสารทุกกลุ่มหนึ่งซึ่งค่อนข้างเด่นและก็
00:25:31 → 00:25:35สำคัญเป็นพิเศษเราจะเรียกสารกลุ่มนี้รวมๆ
00:25:35 → 00:25:38ว่าเป็นกรดไขมันสายสั้นซึ่งก็คือมาจาก
00:25:38 → 00:25:41ชื่อในภาษาอังกฤษว่าช็อตเชน CR เศษนะครับ
00:25:41 → 00:25:43ชอบเชนคือสายสั้นนะครับไฟล์เดียวเสร็จ
00:25:43 → 00:25:46เข้าไปตรงตัวก็คือกรดไขมันแล้วในสารกลุ่ม
00:25:46 → 00:25:49นี้นะครับสารที่เราเป็นกฎใครมาใส่สั้นเรา
00:25:49 → 00:25:53นี่มันจะมีตัวหลักๆนะครับอยู่ 3 ตัวด้วย
00:25:53 → 00:25:54กันนะครับหรือสารที่ดี 3 ตัวด้วยกันที่
00:25:54 → 00:25:57เราสนใจและก็ศึกษากันมากเป็นพิเศษก็คือ
00:25:57 → 00:26:00สารที่มีชื่อว่าบิลล์ไทยเรดนะครับข้อที่
00:26:00 → 00:26:02สองชื่อว่าพอเพียวนะตัวที่ 3 ในชื่อว่า
00:26:02 → 00:26:05ศิษย์เอดส์ซึ่งทั้ง 3 ตัวเนี่ยค่อนข้าง
00:26:05 → 00:26:08สำคัญนะครับแล้วก็คิดว่าถ้าจำได้นะครับ
00:26:08 → 00:26:11คณะจำนะครับหรือว่าฟังให้คุณหัวไว้นะครับ
00:26:11 → 00:26:13เพราะคิดว่าในอนาคตนี้อาจจะมีโอกาสที่จะ
00:26:13 → 00:26:16ได้ยินชื่อของสัน 3 ตัวนี้บ่อยคือได้
00:26:16 → 00:26:18เรื่อยๆนะครับแต่ตัวที่เราจะพูดถึงกันใน
00:26:18 → 00:26:20ตอนนี้นะครับแล้วก็ค่อนข้างเด่นพิเศษในก็
00:26:20 → 00:26:24คือตัวที่ชื่อว่าวิวทะเลนะครับโดยที่เรา
00:26:24 → 00:26:26พบว่าอย่างที่คุยไปเกาะหน้าก็คือว่าคนที่
00:26:26 → 00:26:28ป่วยเป็นเบาหวานเนี่ยลำไส้ของเขาในจะมี
00:26:28 → 00:26:31แบคทีเรียที่สร้างพวกปีทะเลเนี้ยได้น้อย
00:26:31 → 00:26:33ลงและบิลเท่านั้นไม่มีหน้าที่สำคัญในร่าง
00:26:33 → 00:26:36กายของเราขอเยอะมากนะครับหลายระบบด้วยกัน
00:26:36 → 00:26:38นะครับไม่เฉพาะแค่เรื่องของโรคความอ้วน
00:26:38 → 00:26:40แล้วก็รบเป่าหวานนะครับแต่ตอนนี้เราจะ
00:26:40 → 00:26:43โฟกัสกันที่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรคเบา
00:26:43 → 00:26:49หวานชนิดที่ 2 ก่อนนะครับ
00:26:49 → 00:26:51อย่างแรกสุดเลยนะครับก็คือว่าบิลล์
00:26:51 → 00:26:53เทเวศร์เมื่อมันเข้าไปในกระแสเลือดของเรา
00:26:53 → 00:26:56เนี่ยมันสามารถที่จะออกฤทธิ์ที่เซลล์ที่
00:26:56 → 00:26:58สร้างอินซูลินที่ตับอ่อนโดยตรงเลยนะครับ
00:26:58 → 00:27:01ก็คือตัวเบต้าเซลล์เหมาะสำหรับผลการเนี่ย
00:27:01 → 00:27:03เรายังไม่เข้าใจมันทั้งหมดนะครับแล้วยัง
00:27:03 → 00:27:05ไม่เข้าใจชัดเจนว่ามันทำอะไรนะครับแต่
00:27:05 → 00:27:07เหมือนว่ามันไปช่วยป้องกันตรวจเบต้าเซลล์
00:27:07 → 00:27:10นะครับแล้วก็ทำให้การหลังทุเรียนของเบตา
00:27:10 → 00:27:12เซลล์แล้วมันดีขึ้นนอกเหนือจากนั้นนะครับ
00:27:12 → 00:27:15ตัววิวทะเลเนี่ยก็ยังช่วยเรื่องของภาวะ
00:27:15 → 00:27:17ดื้ออินซูลินด้วยนะครับเธอทำให้ภาวะ this
00:27:17 → 00:27:21tradition ดีขึ้นซึ่งก็ทำให้โรคเบาหวาน
00:27:21 → 00:27:24ชนิดที่ 2 ดีขึ้นส่วนคนไกลว่ามันทำให้
00:27:24 → 00:27:26ภาวะดื้ออินสุลินเนี่ยมันดีขึ้นได้ยังไง
00:27:26 → 00:27:28เนี่ยต้องบอกว่ามันมีหลายวิธีด้วยกันเลย
00:27:28 → 00:27:31นะครับรายการกันด้วยกันตัวอย่างเช่นมัน
00:27:31 → 00:27:33สามารถที่จะไปออกฤทธิ์ที่เซลล์ต่างๆโดย
00:27:33 → 00:27:35ตรงนะครับเช่นเซลล์กล้ามเนื้อเซลล์ตับ
00:27:35 → 00:27:37เซลล์ไขมันทำให้เซลล์เหล่านี้สิ่งดื้อต่อ
00:27:37 → 00:27:39อินซูลินเนี่ยสามารถที่จะตอบสนองต่อ
00:27:39 → 00:27:42อินซูลินดีขึ้นก็คือดื้อน้อยลงนะครับตอบ
00:27:42 → 00:27:45ต้องเองสุรินทร์ดีขึ้นหรือว่าอีกวิธีคือ
00:27:45 → 00:27:47ว่าโตวิวทะเลเนี่ยมันสามารถที่จะเป็นลด
00:27:47 → 00:27:50การอักเสบในเลือดได้ซึ่งอย่างที่เราเคย
00:27:50 → 00:27:52คุยกันไปก่อนหน้าว่าการอักเสบเดี๋ยวมัน
00:27:52 → 00:27:55เป็นปัจจัยสำคัญอันนึงนะครับเป็นสาเหตุ
00:27:55 → 00:27:56หนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะดื้ออินสุลินขึ้นมา
00:27:56 → 00:28:00ได้เมื่อบิลเทเลทมันป.ล The Sunset ใน
00:28:00 → 00:28:03เลือดก็คือมันก็ได้ช่วยให้ภาวะดื้ออินสุ
00:28:03 → 00:28:05ลินเนี่ยมันดีขึ้นด้วยอีกวิธีนึงนะครับ
00:28:05 → 00:28:08ที่วิวทะเลมันลดการอักเสบเนี่ยก็คือมันไป
00:28:08 → 00:28:10ช่วยลดภาวะที่เรียกว่าภาวะลำไส้รั่วนะ
00:28:10 → 00:28:13ครับหรือเรียกว่าเล็กกี้กัดนะครับซึ่งพอ
00:28:13 → 00:28:15เล็กพิกัดในมันรู้ว่าเพราะเราช่วยรวดเร็ว
00:28:15 → 00:28:17มันสามารถนำไปสู่ภาวะการเกษตรในเลือดได้
00:28:17 → 00:28:20ที่นี่ภาวะลำไส้รั่วในคืออะไรนะครับ
00:28:20 → 00:28:22เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะครับขอติดไว้ตรง
00:28:22 → 00:28:24นี้ได้ดึงเอาเป็นว่ามันสามารถทำให้เพราะ
00:28:24 → 00:28:26ลำไส้รั่วในดีขึ้นซึ่งภาวะลำไส้ด้วยเนี่ย
00:28:26 → 00:28:30เป็นสาเหตุของการอักเสบขอของเลือดด้วยที่
00:28:30 → 00:28:33อยากจะคุยก่อนก็คือว่ามันมีนัก
00:28:33 → 00:28:35วิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งนะครับที่มองว่าถ้า
00:28:35 → 00:28:37คนเป็นเบาหวานเนี่ยมีแบคทีเรียที่สร้างดู
00:28:37 → 00:28:41เทรดได้ลดลงถ้าอย่างนั้นเรานำแบคทีเรีย
00:28:41 → 00:28:44ที่สร้าง be too late ได้เนี่ยจากคนที่
00:28:44 → 00:28:46ไม่เป็นเบาหวานมาใส่ในคนที่เป็นโรคเบา
00:28:46 → 00:28:49หวานเนี่ยมันจะช่วยไหมซึ่งเขาก็ได้ทำการ
00:28:49 → 00:28:51ทดลองเล็กๆนะครับก็การเท่าไหร่ที่ว่ามาดู
00:28:51 → 00:28:53ว่ามีผู้ป่วยไม่กี่คนนะครับแล้วก็พบว่า
00:28:53 → 00:28:57มันทำให้ภาวะดื้ออินสุลินได้ดีขึ้นซึ่งทำ
00:28:57 → 00:29:00ให้เห็นว่าในอนาคตเนี่ยเรื่องของการรักษา
00:29:00 → 00:29:02คือเรื่องของจุลินทรีย์นะครับภาษาที่ตัว
00:29:02 → 00:29:04ไปเคลียร์ที่ในลำไส้เนี่ยมันจะเป็นวิธี
00:29:04 → 00:29:07การรักษาไม่ไหวต่อไปในอนาคตนะครับก็คง
00:29:07 → 00:29:09ต้องติดตามดูกันต่อไปโอเคแค่นี้ผมจะ
00:29:09 → 00:29:12อธิบายเรื่องของภาวะลำไส้รั่วกันนิดนึงนะ
00:29:12 → 00:29:14ครับว่าภาวะลำไส้รั่วเนี่ยมันคืออะไรนะ
00:29:14 → 00:29:16ครับรับวิวทะเลเนี่ยมันไปเกี่ยวข้องได้
00:29:16 → 00:29:20ยังไง
00:29:20 → 00:29:23ขอเริ่มต้นเนี่ยต้องเข้าใจก่อนว่าตัวผนัง
00:29:23 → 00:29:26ลำไส้เนี่ยมันทำหน้าที่ดูดซึมสารอาหาร
00:29:26 → 00:29:28ต่างๆเนี่ยเข้าเป็นกระแสเลือดโอไหมครับ
00:29:28 → 00:29:31ดังนั้นมันก็เลยต้องเหมือนกับมีช่องว่าง
00:29:31 → 00:29:34ที่ทำให้พวกโมเลกุลต่างๆนะครับพวกสารหา
00:29:34 → 00:29:36หน้าตาในสามารถจะทะลุผนังลำไส้เล็กเข้าไป
00:29:36 → 00:29:39ในเส้นเลือดได้จากขณะเดียวกันโตผนังลำไส้
00:29:39 → 00:29:41ในมันก็ต้องคอยควบคุมไม่ให้เสียงแปลกปลอม
00:29:41 → 00:29:44หรือว่าสิ่งมีพิษรวมไปถึงพวกออกเจริญที่
00:29:44 → 00:29:46ต่างๆแล้วจะเริ่มตายเนี้ยผ่านเข้าไปได้
00:29:46 → 00:29:49ด้วยหรือพูดง่ายๆก็คือว่าตัวผนังลำไส้ใน
00:29:49 → 00:29:51มันต้องทำหน้าที่คอยเลือกนะครับแล้วทำ
00:29:51 → 00:29:53หน้าที่เหมือนเป็นปที่ควบคุมชายแดนเนี่ย
00:29:53 → 00:29:56ว่าใครเนี่ยควรจะเข้าใครที่ไม่ควรจะเข้า
00:29:56 → 00:29:59ซึ่งหน้าที่นี้สำคัญมากเพราะมันเหมือนก็
00:29:59 → 00:30:01เป็นดาบหน้าอันนี้ต้องเหนื่อยจากนั้นนะ
00:30:01 → 00:30:03ครับด้วยความที่ตัวผนังลำไส้เนี่ยเหมือน
00:30:03 → 00:30:06กับที่ว่าไปก็เป็นฐานหน้าบ้างก็จะมีเซลล์
00:30:06 → 00:30:08ในระบบภูมิคุ้มกันเนี่ยเข้าไปอาศัยอยู่
00:30:08 → 00:30:11มากมายนะครับเราถ้ามันมีสิ่งที่ไม่อยาก
00:30:11 → 00:30:14ไม่ควรผ่านสามารถทะลุผนังลำไส้เข้ามาได้
00:30:14 → 00:30:16เนี่ยเซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้มันก็จะ
00:30:16 → 00:30:18เข้าไปโจมตีนะครับก็คือเข้าไปป้องกัน
00:30:18 → 00:30:20เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นเนี่ยสามารถที่จะ
00:30:20 → 00:30:23เข้ากระแสเลือดไปได้ที่นี่การโจมตีของ
00:30:23 → 00:30:26เซลล์ระบบภูมิคุ้มกันเนี่ยมันก็คือภาวะ
00:30:26 → 00:30:28การอักเสบถูกไหมครับที่เราเคยคุยกันไปตอน
00:30:28 → 00:30:31ที่เราคุยเรื่องของระบบภูมิคุ้มกันถ้าใคร
00:30:31 → 00:30:32ยังไม่เคยฟังในสามารถย้อนกลับไปฟังได้นะ
00:30:32 → 00:30:35ครับเราจะทำให้เข้าใจตรงนี้มากขึ้นแล้วก็
00:30:35 → 00:30:37เกษตรที่เกิดขึ้นนะครับก็จะมีการสร้างพวก
00:30:37 → 00:30:40สารอักเสบหน้าตาเนี่ยออกมาคราวนี้นะคะมัน
00:30:40 → 00:30:42จะมีบางครั้งนะครับที่จบอย่างลำไส้เหมือน
00:30:42 → 00:30:44กับเปิดกว้างขึ้นนะครับก็คือมันก็ปล่อย
00:30:44 → 00:30:46ให้สิ่งต่างๆนั้นสามารถหลุดรอดเข้ามาได้
00:30:46 → 00:30:50มากเกินไปซึ่งภาวะเนี่ยภาษาไทยเนี่ยเรา
00:30:50 → 00:30:52เรียกว่าเป็นภาวะลำไส้รั่วนะครับสังเกตก็
00:30:52 → 00:30:55จะชักวันเลขพิกัดนะครับคำถามคือว่าว่า
00:30:55 → 00:30:57อะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาวะลำไส้รั่วเกิด
00:30:57 → 00:31:01ขึ้นได้นะครับอย่านี้นะครับส่วนนึงเดี๋ยว
00:31:01 → 00:31:02จะบอกว่ามันเป็นเรื่องของพันธุกรรมก็คือ
00:31:02 → 00:31:05ว่าคนบางคนเนี่ยมีความเสี่ยงที่จะเกิด
00:31:05 → 00:31:07ภาวะลำไส้รั่วในได้มากคนอื่นคือมาถึงว่า
00:31:07 → 00:31:09ถ้ามีปัจจัยภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องเนี่ย
00:31:09 → 00:31:13คนคนนั้นก็มีโอกาสจะเป็นเมาคนอื่นต่อ
00:31:13 → 00:31:14เนื่องจากนั้นนะครับก็จะเป็นเรื่องของ
00:31:14 → 00:31:16ปัจจัยภายนอกคนอื่นนะครับซึ่งก็เป็นส่วน
00:31:16 → 00:31:18ใหญ่ที่เราคุ้นเคยดีว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดี
00:31:18 → 00:31:22กับร่างกายนะครับเช่นการกินอาหารที่มีใย
00:31:22 → 00:31:24อาหารน้อยนะครับหรือว่าชิ้นงานที่มีน้ำ
00:31:24 → 00:31:26ตาลสูงมีใครมาดิ้นตัวสูงพูดเนี้ยทำให้
00:31:26 → 00:31:29เกิดว่าลำไส้รั่วในได้ง่ายเพราะว่าความ
00:31:29 → 00:31:32เครียดทางจิตใจนะครับก็ทำให้กันเกิดได้นะ
00:31:32 → 00:31:34ครับหรือว่าการดื่มพวกอัลกอฮอล์นะครับ
00:31:34 → 00:31:36เรื่องเล่าเยอะๆเนี่ยก็มีผลให้เกิดภาวะ
00:31:36 → 00:31:39นี้ได้จะได้คำถามว่าคือว่าเมื่อเกิดภาวะ
00:31:39 → 00:31:42ลำไส้รั่วเนี่ยมันจะเกิดผลอะไรตามมาสิ่ง
00:31:42 → 00:31:46ที่เกิดขึ้นก็คือว่า of เมื่อมีของที่ไม่
00:31:46 → 00:31:48ควรจะเข้าเนื้อเข้าไปได้มากเนี่ยจะพบกัน
00:31:48 → 00:31:51ก็จะต้องทำหน้าติดต่อสู้เยอะขึ้นมันก็
00:31:51 → 00:31:54เกิดภาวะการอักเสบมากขึ้นที่นี่การเกษตร
00:31:54 → 00:31:56ที่เกิดขึ้นเนี่ยมันเกิดขึ้นภายในผนังของ
00:31:56 → 00:31:59ลำไส้นะครับก็คือพูดง่ายขึ้นผนังลำไส้ใน
00:31:59 → 00:32:01วันนี้การเกษตรมากแม้แต่การอักเสบเดี๋ยว
00:32:01 → 00:32:04มันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่ผนังลำไส้เท่า
00:32:04 → 00:32:06นั้นเพราะสารเกษตรที่สร้างขึ้นมามากมาย
00:32:06 → 00:32:09เนี่ยมาสามารถที่จะเข้าไปในกระแสเลือดได้
00:32:09 → 00:32:11และเมื่อมันเข้าไปในกระแสเลือดเนี่ยมันก็
00:32:11 → 00:32:14จะมาที่จะขอเดินทางต่อตามกระแสเลื่อนและ
00:32:14 → 00:32:16กระจายไปทั่วร่างกายได้และเมื่อภาวะการ
00:32:16 → 00:32:18เกษตรในเมืองกระจายไปที่ส่วนอื่นของร่าง
00:32:18 → 00:32:21กายนะครับอาทิคิดว่าต่างๆมันก็สามารถ
00:32:21 → 00:32:24เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลายๆโลกนะครับที่
00:32:24 → 00:32:26เราเคยคุยกันไปแล้วนะครับที่เราคุยเรื่อง
00:32:26 → 00:32:28ของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งก็รวมไปถึงเรื่อง
00:32:28 → 00:32:31ของโรคเบาหวานและภาวะเดือนทุเรียนที่เรา
00:32:31 → 00:32:33คุยกันอยู่นี่ด้วยที่นี่ปลดบาทของบิว
00:32:33 → 00:32:35เทเวศร์นะครับที่ใบเคลียร์สร้างขึ้นมา
00:32:35 → 00:32:40เนี่ยมันมาช่วยตรงนี้ยังไง
00:32:40 → 00:32:43เดี๋ยวเฉลยนี้นะครับมันจะช่วยทำให้ผนังลำ
00:32:43 → 00:32:46ไส้ของเราเนี่ยมีการสร้างโปรตีนบางอย่าง
00:32:46 → 00:32:48ขึ้นมาซึ่งโปรตีนที่สร้างขึ้นมาเนี่ยมัน
00:32:48 → 00:32:50ปกติที่เหมือนกับคอยเชื่อมช่องว่าง
00:32:50 → 00:32:53ระหว่างผนังลำไส้ด้วยจะพูดง่ายว่าตัว v
00:32:53 → 00:32:56ทะเลแต่มันทำให้ขอท้าว่าลำไส้รั่วเนี่ย
00:32:56 → 00:32:58มันดีขึ้นนะครับบ่อเล็กคุณต่างๆมันผ่าน
00:32:58 → 00:33:01เข้าลำไส้เรียนได้อย่างดีขึ้นเมื่อภาวะลำ
00:33:01 → 00:33:03ไส้รั่วมันดีขึ้นนะครับเพราะว่าการอักเสบ
00:33:03 → 00:33:06เนี่ยมันก็จะลดลงด้วยและเมื่อภาวะการ
00:33:06 → 00:33:07เกษตรที่ลำไส้ดีขึ้นนะครับเพราะว่าการ
00:33:07 → 00:33:10เกษตรเลือดมันก็ดีขึ้นที่นี่พูดถึง
00:33:10 → 00:33:12แบคทีเรียนะครับที่ช่วยเกี่ยวกับเรื่อง
00:33:12 → 00:33:14ภาวะลำไส้รั่วเนี่ยมันก็ไม่อยู่หลายตัว
00:33:14 → 00:33:16ด้วยกันนะครับก็เลยอยากจะพูดที่ให้ฟังนะ
00:33:16 → 00:33:18ครับอย่างน้อยก็คือได้ยินสักครั้งนะครับ
00:33:18 → 00:33:20หรือฟังผ่านๆหูไว้นะครับก็ไม่ได้ตั้งใจ
00:33:20 → 00:33:23อยากจะให้จำนะครับตัวอย่างเช่นนะครับก็จะ
00:33:23 → 00:33:25มีพวกต่อไปช่วยรักคุณที่ชื่อว่า Big C
00:33:25 → 00:33:27doe แบบที่มีอะนะครับก็เนื่องจากนี้นะ
00:33:27 → 00:33:30ครับก็จะมีตัวที่ชื่อว่า Sea คะรีบแบคที
00:33:30 → 00:33:33เรียม Plus Vit C I นะครับหรือว่าขอ
00:33:33 → 00:33:36โรสเบอรี่ erase นะครับซึ่งที่เรามีต้อง
00:33:36 → 00:33:39บอกว่ามันเจอบ่อยนะครับก็คือเวลาถ้าเรา
00:33:39 → 00:33:41อ่านเดียวพวกนี้นะครับเดี๋ยวฟังจะเริ่ม
00:33:41 → 00:33:43พรุ่งนี้เราก็จะได้เห็นชื่อผู้ที่ออกมานะ
00:33:43 → 00:33:45ครับน้องเดี๋ยวจากนี้ก็มีตัวนะครับก็คือ
00:33:45 → 00:33:48ตัวอคาเมนเซียที่พูดไปนี่เมื่อกี้นะครับ
00:33:48 → 00:33:51คืออคาเมนเซียมซีนี้ฟิล่านะครับซึ่งตัว
00:33:51 → 00:33:54ชื่อของมันคำว่ามิวซินี่ฟิล่าเนี่ยคำว่า
00:33:54 → 00:33:56มิลเส้นนี้ก็คือแปลว่าเมื่อนะครับฟิลล่า
00:33:56 → 00:33:59ก็คือชอบเมือกคือแบบใช้ตัวนี้ไปกินเมือก
00:33:59 → 00:34:01ได้นะครับผมมีเมือกที่เคลือบลำไส้อยู่
00:34:01 → 00:34:03เนี่ยมันชัดต้นให้ลำไส้เราเนี่ยสร้าง
00:34:03 → 00:34:06เมือกมากขึ้นและทำให้เมืองมันแข็งแกร่ง
00:34:06 → 00:34:08ขึ้นที่นี่เมืองในมันดียังไงก็คือว่า
00:34:08 → 00:34:10เมื่อมันทำหน้าที่เหมือนเป็นประการนะครับ
00:34:10 → 00:34:13เป็นด่านป้องกันไม่ให้สิ่งต่างๆในสามารถ
00:34:13 → 00:34:16ทะลุผ่านผนังลำไส้เหนื่อยง่ายขึ้นก็อย่าง
00:34:16 → 00:34:18ที่ว่าไปนะครับก็คือถ้าใครที่ผ่านไปง่าย
00:34:18 → 00:34:20ขึ้นก็จะก่อให้เกิดการอักเสบง่ายขึ้นโอเค
00:34:20 → 00:34:22นะครับทั้งหมดนี้ก็ประมาณนี้นะครับกลไก
00:34:22 → 00:34:24ต่างๆที่เราให้ฟังเนี่ยก็คืออยากจะให้
00:34:24 → 00:34:27เห็นภาพคร่าวๆนะครับว่ามันเกี่ยวข้องกัน
00:34:27 → 00:34:29ยังไงนะครับแล้วคิดว่าที่เราว่าทั้งหมด
00:34:29 → 00:34:31นี้นะครับก็น่าจะพอให้เห็นภาพนะครับว่า
00:34:31 → 00:34:33อย่างน้อยก็พอดีก่อนนะครับว่าไปช่วยในลำ
00:34:33 → 00:34:35ไส้ของเราเนี่ยมันไปเกี่ยวโยงกับโรคเบา
00:34:35 → 00:34:38หวานได้ยังไงนะครับที่นี่ก่อนจบนะครับ
00:34:38 → 00:34:40เนื่องจากเราคุยกันมาค่อนข้างเยอะนะครับ
00:34:40 → 00:34:43ก็อยากจะขอสรุปเป็นข้อให้ทีนะครับว่ามี
00:34:43 → 00:34:46อะไรที่ที่น่าจะบ้างนะครับเค้ารักนะครับ
00:34:46 → 00:34:49เรารู้จักกับโรคเบาหวานชนิดต่างๆนะครับก็
00:34:49 → 00:34:51เห็นว่าวาฬชนิดเช่นเดิมแล้วก็ชนิดที่สอง
00:34:51 → 00:34:53ในต่างกันยังไงนะครับกลไกของมาในคืออะไร
00:34:53 → 00:34:56ข้อที่ 2 เราคุยไปนะครับว่าน้ำตาลในเลือด
00:34:56 → 00:34:59ที่สูงเนี่ยมันไม่ดีกับร่างกายอะไรบ้างนะ
00:34:59 → 00:35:02ครับมันต่อไปวายตาบอดหรือว่าต้องตัดขา
00:35:02 → 00:35:05เนี่ยยังไงข้อที่ 3 นะครับเราคุยกันว่าไป
00:35:05 → 00:35:07เคลียร์ในลำไส้เนี่ยมันเกี่ยวข้องกับโรค
00:35:07 → 00:35:10เบาหวานได้ยังไงนะครับเช่นคนเบาหวานมี
00:35:10 → 00:35:12แบคทีเรียในลำไส้ต่างไปจากคนที่ไม่ป่วย
00:35:12 → 00:35:15เป็นโรคเบาหวานยังไงคนที่ผ่าตัดใบเจียร
00:35:15 → 00:35:17เหล็ก surgery นะครับหรือผ่าตัดลดความ
00:35:17 → 00:35:19อ้วนเนี่ยแล้วมันทำให้โรคเบาหวานได้ดี
00:35:19 → 00:35:22ขึ้นได้ยังไงนะครับสำหรับข้อที่ 4 นะครับ
00:35:22 → 00:35:25เราได้เห็นว่าคนใจของประเทศนำไส้เนี่ยมัน
00:35:25 → 00:35:27ไปเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานได้ยังไงโดยเรา
00:35:27 → 00:35:29พูดถึงสารเคมีที่ชื่อว่าบิลล์ไทยเรดกันนะ
00:35:29 → 00:35:31ครับซึ่งสาร Vintage ที่ 8 Type R
00:35:31 → 00:35:34สร้างขึ้นมาเนี่ยมันช่วยภาวะเดินชนเล่นนะ
00:35:34 → 00:35:36มันดีขึ้นได้โดยตรงแล้วมึงจะช่วยลดการ
00:35:36 → 00:35:39อักเสบในเลือดได้ด้วยนอกเหนือจากนี้ก็จะ
00:35:39 → 00:35:41ช่วยทำให้ภาวะลำไส้รั่วเนี่ยดีขึ้นได้
00:35:41 → 00:35:45ซึ่งเมื่อภาวะอักเสบในเลื่อนดีขึ้นมาช่วย
00:35:45 → 00:35:47ทำให้ภาวะดื้อต่ออินซูลินเนี่ยมันดีขึ้น
00:35:47 → 00:35:49แล้วทั้งหมดนี้นะครับก็คือเรื่องราวนะ
00:35:49 → 00:35:51ครับที่อยากเล่าให้ฟังหน่อยพี่โสดนี่นะ
00:35:51 → 00:35:53ครับเนื้อหาค่อนข้างยาวนิดนึงนะครับเรา
00:35:53 → 00:35:55ค่อนข้างเยอะนิดนึงนะครับจะหวังว่าจะมี
00:35:55 → 00:35:57ประโยชน์นะครับบอกว่าจะทำให้เข้าใจเรื่อง
00:35:57 → 00:36:01ของไมโครโอมกับก็ของปลาหวานดีนะครับโอเค
00:36:01 → 00:36:03แล้วก็มาถึงช่วงท้ายนะครับคือช่วงที่อยาก
00:36:03 → 00:36:05จะแนะนำให้รู้จักกับฟอนต์เซอร์ของเรานะ
00:36:05 → 00:36:08ครับผู้สนับสนุนนะครับบริษัทมดกัดครับก็
00:36:08 → 00:36:10ถึงช่วงเวลาที่สัญญากันไว้นะครับก็คือจะ
00:36:10 → 00:36:12เล่าเกี่ยวกับผู้สับสน Series ในคราว
00:36:12 → 00:36:15ไบโอมของเรานะครับบริษัทมดกัดนะครับ
00:36:15 → 00:36:17บริษัทรถการนะครับเป็นบริษัทที่ก่อตั้ง
00:36:17 → 00:36:20ขึ้นโดยนักวิจัยนะคะเป็นชิ้นนะคะยศาสตร์
00:36:20 → 00:36:22ที่เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี Micro Bio
00:36:22 → 00:36:24นะครับจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
00:36:24 → 00:36:27พระจอมเกล้าธนบุรีบางมดนะครับโดยทางทีม
00:36:27 → 00:36:29ของนักเรียนศาสตร์ของมหาวิทยาลัยนะครับ
00:36:29 → 00:36:32ของบางบอนนะครับร่วมมือกับภาคเอกชนก็คือ
00:36:32 → 00:36:35บริษัทไบโอเทค Global โนเวชั่นนะครับตั้ง
00:36:35 → 00:36:38บริษัทใหม่ขึ้นมานะครับแล้วก็ให้ชื่อว่า
00:36:38 → 00:36:41เป็นบริษัทมดกัดนะครับเขาหมดเนี่ยมาจากคำ
00:36:41 → 00:36:43ว่าบางมดนะครับสกัดนะครับจะอยู่ที่กัด
00:36:43 → 00:36:46เนี่ยเป็นคำในภาษาอังกฤษนะครับที่นิยมใช้
00:36:46 → 00:36:49ในทางการแพทย์จะมีความหมายว่าลำไส้จะนี่
00:36:49 → 00:36:51บริษัทมดกัดทำอะไรนะครับทั้งหมดการ์ด
00:36:51 → 00:36:53เนี่ยก็คือเปิดให้บริการนะครับตรวจแล้วก็
00:36:53 → 00:36:55วิเคราะห์จุลินทรีย์ในลำไส้แก่คนทั่วไป
00:36:55 → 00:36:58เพื่อให้คนที่ไปตรวจนะครับแล้วตัวคุณ
00:36:58 → 00:37:01เนี้ยได้รู้ว่าสภาวะมีธุระที่นำไส้ของตัว
00:37:01 → 00:37:04เองเนี่ยอยู่ในสภาวะแบบไหนสำหรับท่านไหน
00:37:04 → 00:37:06นะครับที่สนใจแล้วก็อยากจะได้ข้อมูลเพิ่ม
00:37:06 → 00:37:09เติมจะว่าบริษัทมดกัดนะครับเช่นประโยชน์
00:37:09 → 00:37:11ที่จะได้จากการตัวนั้นมีอะไรบ้างนะครับ
00:37:11 → 00:37:13แล้วก็ในการถั่วแดงมีรายละเอียดอะไรบ้าง
00:37:13 → 00:37:16ยังไงบ้างนะครับหรือว่าขั้นตอนในการตรวจ
00:37:16 → 00:37:19มันมีไปเรื่อยอะไรบ้างผมจะแปะลิงค์ไว้ได้
00:37:19 → 00:37:21จะแคปชั่นนะครับหรือว่าเอาไว้ในช่อง
00:37:21 → 00:37:23คอมเม้นต์นะครับใครสนใจในก็ลองติดต่อไป
00:37:23 → 00:37:26คุยเพิ่มเติมดูได้นะครับเพราะว่าเขาบอก
00:37:26 → 00:37:28ความรู้ทางด้านนี้มันเปลี่ยนเร็วมากนะ
00:37:28 → 00:37:30ครับท่านที่มาดูคลิปเนี่ย 3 เดือน 6
00:37:30 → 00:37:32เดือนแล้วว่าปีหนึ่งจากที่ผมโพสหรือว่าลง
00:37:32 → 00:37:34คลิปไว้เนี่ยอาจจะมีความรู้ใหม่ๆเนี้ยที่
00:37:34 → 00:37:38ต่างไปจากเดิมในออกมามากมายนะครับถ้าสนใจ
00:37:38 → 00:37:41ก็ลองติดต่อดูนะครับมดกัดนะครับสิ่งเล็กๆ
00:37:41 → 00:37:43ที่สร้างให้ชีวิตเราต่างกันสำหรับวันนี้
00:37:43 → 00:37:46ผมขอลาไปก่อนนะครับว่าเรามาพบกันใหม่ใน
00:37:46 → 00:37:48โซนหน้านะครับเป็นซีรีส์ของไม่ค่อยโอ่ง
00:37:48 → 00:37:52ส่วนดีครับอ่ะ