00:00:00 → 00:00:03ขอต้อนรับสู่หมอพัทรพcast Talk ความรู้
00:00:03 → 00:00:06สุขภาพลึกและฟรีมีที่นี่
00:00:06 → 00:00:09>> สวัสดีครับขอต้อนรับสู่การสำรวจแนวคิด
00:00:09 → 00:00:12สุขภาพที่น่าสนใจกันอีกครั้งนะครับวันนี้
00:00:12 → 00:00:15เรามีเรื่องที่แบบเอ่อต้องบอกว่าน่าสนใจ
00:00:15 → 00:00:18มากๆจากเพจสุขภาพเพจนึงเลยครับเพลาดหัว
00:00:18 → 00:00:21ไว้ค่อนข้างท้าทายเลยนะว่าแก้เบาหวานก่อน
00:00:22 → 00:00:25LDL ค่อยตามมาอืฮึน่าสนใจค่ะ
00:00:25 → 00:00:28>> ใช่ครับคือมันเป็นการเสนอวิธีมองปัญหาเบา
00:00:28 → 00:00:31หวานกับไขมันในเลียดในมุมที่เอ่ออาจจะ
00:00:31 → 00:00:33ต่างไปจากที่เราคุ้นเคยกันหรือที่ได้ยิน
00:00:33 → 00:00:36กันมาบ่อยๆครับหลักใหญ่ใจความเลยนะครับ
00:00:36 → 00:00:40ข้อเสนอนี้คือบอกว่าเราควรจะเทความสำคัญ
00:00:40 → 00:00:42ไปที่การจัดการภาวะดื้ออินซูลินนี่แหละ
00:00:42 → 00:00:44กับเบาหวานเนี่ยให้มันสงบลงก่อนเลยเป็น
00:00:44 → 00:00:45อันดับแรก
00:00:45 → 00:00:46>> อืค่ะ
00:00:46 → 00:00:49>> แล้วค่อยค่อยหันมาจัดการเรื่องระดับไขมัน
00:00:49 → 00:00:52LDL ทีหลังก็ได้ฟังดูเผินๆนี่อาจจะขัดๆ
00:00:52 → 00:00:55กับคำแนะนำทั่วไปเนอะที่มักจะเน้นเรื่อง
00:00:55 → 00:00:56LDL กันตั้งแต่แรกๆเลย
00:00:57 → 00:00:59>> ใช่ค่ะส่วนใหญ่จะกังวล LDL กันก่อน
00:00:59 → 00:01:02>> ครับวันนี้เราเลยจะมาลองแกะรอยกันดูว่า
00:01:02 → 00:01:05เอ๊ะแนวคิดแบบนี้มันมีตาดเบื้องหลังยังไง
00:01:05 → 00:01:08ทำไมเขาถึงเสนอให้จัดลำดับแบบนี้แล้วมัน
00:01:08 → 00:01:11ส่งผลต่อการวางแผนดูแลสุขภาพของเรายังไง
00:01:11 → 00:01:11บ้าง
00:01:11 → 00:01:12>> เออ
00:01:12 → 00:01:15>> ลองมาลงลึกในประเด็นนี้กันครับคือจุดที่
00:01:15 → 00:01:18ทำให้แนวคิดนี้น่าสนใจมากๆเลยนะคือการ
00:01:18 → 00:01:21เปรียบเทียบครับเเปรียบเบาหวานเหมือนไฟ
00:01:21 → 00:01:25ไหม้ที่ต้องรีบดับก่อนเลยใช่ครับแก่นของ
00:01:25 → 00:01:28เรื่องเลยคือประโยคที่ว่าแก้เบาหวานดื้อ
00:01:28 → 00:01:31อินซูลินให้หายก่อนค่อยมายุ่งกับ LDL
00:01:31 → 00:01:34ซึ่งเอ่อทางแหล่งข้อมูลเขาก็ย้ำนะครับไม่
00:01:34 → 00:01:36ได้หมายความว่าให้เรามึนเฉยต่อ LDL ไปเลย
00:01:36 → 00:01:37นะ
00:01:37 → 00:01:40>> อ๋อค่ะไม่ใช่ว่าไม่สนใจเลย
00:01:41 → 00:01:43>> ไม่ใช่ครับเพียงแต่เป็นการชวนให้มองว่า
00:01:43 → 00:01:46ปัญหาไหนมันเร่งด่วนกว่ากันเหมือนจัด
00:01:46 → 00:01:48ลำดับความสำคัญใหม่ในการเข้าจัดการสุขภาพ
00:01:48 → 00:01:49นะครับ
00:01:49 → 00:01:52>> การเปลี่ยนมุมมองแบบนี้นี่คือมันเป็นการ
00:01:52 → 00:01:56ขยับจากการที่เราจดจอกแค่ตัวเลข LDL ในผล
00:01:56 → 00:01:58เลือดอย่างเดียวไปสู่การทำความเข้าใจกลไก
00:01:59 → 00:02:00ต้นน้ำของปัญหาจริงๆค่ะ
00:02:00 → 00:02:01>> กลไกต้นน้ำ
00:02:01 → 00:02:05>> ใช่ค่ะภาวะดื้ออินซูลินซึ่งเป็นรากของเบา
00:02:05 → 00:02:08หวานประเภทที่ 2 เนี่ยมันส่งผลกระทบเอ่อ
00:02:08 → 00:02:11เป็นวงกว้างเลยต่อหลายระบบในร่างกายเรา
00:02:11 → 00:02:14การไปจัดการที่ต้นตอหลักหรือคือภาวะดื้อ
00:02:14 → 00:02:18อินซูลินก่อนเนี่ยจึงเป็นกลยุทธ์ที่อืมสม
00:02:18 → 00:02:22เหตุสมผลมากค่ะเพราะถ้าต้นตอมันยังอยู่
00:02:22 → 00:02:25ปัญหาอื่นๆมันก็อาจจะตามมาเรื่อยๆล่ะค่ะ
00:02:25 → 00:02:27>> แล้วการเปรียบเทียบที่ใช้ในรันข้อมูลนี่
00:02:27 → 00:02:30ก็โหโหเห็นภาพชัดมากเลยนะครับที่บอกว่า
00:02:30 → 00:02:33เบาหวานกับภาวะดื้ออินซูลินเนี่ยเหมือน
00:02:33 → 00:02:36แฮชทกไฟที่กำลังลุกไหม้เลย
00:02:36 → 00:02:37>> ใช่ค่ะ
00:02:37 → 00:02:40>> ส่วน LDL เนี่ยเป็นเหมือนแฮชทกเชื้อไฟ
00:02:40 → 00:02:40>> อื
00:02:41 → 00:02:44>> คือถ้าบ้านกำลังไฟไหม้คนที่มีสติสัมมาชญะ
00:02:44 → 00:02:46ก็ต้องเอ่อรีบดับไฟก่อนถูกมั้ยครับ
00:02:46 → 00:02:47>> แน่นอนค่ะ
00:02:47 → 00:02:50>> ไม่ใช่ไปเสียเวลาขนย้ายฟืนหรือว่าโซฟาออก
00:02:50 → 00:02:54จากบ้านคือถึงจะขนเชื้อไฟออกไปหมดแต่ถ้า
00:02:54 → 00:02:57ไฟมันยังโหมอยู่บ้านก็ยังพังอยู่ดี
00:02:57 → 00:03:00>> อุปประมาณนี้ช่วยให้เข้าใจลำดับความสำคัญ
00:03:00 → 00:03:04ได้ดีมากๆเลยค่ะคือแม้ในทางทฤษฎีนะการจัด
00:03:04 → 00:03:07การทั้งไฟที่ก็คือเบาหวานหรือดื้อ
00:03:07 → 00:03:10อินซูลินเนี่ยกับเชื้อไฟคือ LDL สูงเนี่ย
00:03:10 → 00:03:13ไปพร้อมๆกันอาจจะดูดีที่สุดแหละ
00:03:13 → 00:03:15>> ครับดูเหมือนจะครบถ้วน
00:03:15 → 00:03:17>> แต่แหล่งข้อมูลเขาก็ชี้ให้เห็นความเป็น
00:03:17 → 00:03:20จริงว่าในทางปฏิบัติแล้วสำหรับหลายๆคน
00:03:20 → 00:03:23เนี่ยการพยายามทำทุกอย่างพร้อมกันมันอาจ
00:03:23 → 00:03:27จะโคตรจะยากอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆค่ะ
00:03:27 → 00:03:28>> โคตรจะยากเลย
00:03:28 → 00:03:31>> ใช่การมุ่งเป้าไปที่การดับไฟก่อนซึ่งมัน
00:03:31 → 00:03:34เป็นภัยคุกคามเร่งด่วนกว่าจึงเป็นกลยุทธ์
00:03:34 → 00:03:37ที่เอ่อมันจับต้องได้มากกว่าแล้วก็อาจจะ
00:03:37 → 00:03:40ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะสั้นถึงกลาง
00:03:40 → 00:03:43สำหรับคนที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่จริงๆ
00:03:43 → 00:03:43ค่ะ
00:03:43 → 00:03:47>> ซึ่งวิธีการจัดการไฟนี้เองก็ดูเหมือนจะมี
00:03:47 → 00:03:50ความยืดหยุ่นนะครับคือแหล่งข้อมูลบอกว่า
00:03:50 → 00:03:53ไม่ได้ยึดติดตายตัวกับค่ายไหนนะแต่เป็น
00:03:53 → 00:03:57การผสมผสานความรู้จากทั้งเอ่อที่เรียกว่า
00:03:57 → 00:03:59กระแสหลักกับฝั่งโลคาฟ
00:03:59 → 00:04:00>> อือฮึ
00:04:00 → 00:04:02>> จุดนี้น่าขยายความหน่อยมั้ครับว่าทำไมการ
00:04:02 → 00:04:05ผสมผสานตรงนี้มันถึงสำคัญ
00:04:05 → 00:04:07>> การเปิดกว้างแล้วก็ผสมวัสดาความรู้จาก
00:04:07 → 00:04:09หลายๆแหล่งเนี่ยสำคัญมากเลยค่ะเพราะว่า
00:04:09 → 00:04:12องค์ความรู้ด้านสุขภาพเนี่ยมันไม่เคยหยุด
00:04:12 → 00:04:15นิ่งเลยนะคะคือแหล่งข้อมูลเขาก็ยอมรับว่า
00:04:15 → 00:04:18งานวิจัยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่
00:04:18 → 00:04:20เนี่ยมาจากฝั่งกระแสหลักซึ่งอันนั้นก็
00:04:20 → 00:04:21เป็นฐานที่มั่นคงของเราแหละ
00:04:22 → 00:04:23>> อครับเป็นฐานข้อมูลหลัก
00:04:23 → 00:04:26>> แต่ขณะเดียวกันแนวทางปฏิบัติแบบโลคเนี่ย
00:04:26 → 00:04:28ก็พิสูจน์ตัวเองในหลายๆกรณีว่าเอ้อมันได้
00:04:29 → 00:04:31ผลดีเยี่ยมเลยนะในการควบคุมไฟหรือก็คือ
00:04:31 → 00:04:33ภาวะดื้ออินซูลินเนี้ย
00:04:33 → 00:04:37>> อ๋อคือเห็นผลจริงในการปฏิบัติ
00:04:37 → 00:04:40>> ใช่ค่ะการยุติกับแนวทางเดียวเลยเนี่ยมัน
00:04:40 → 00:04:42อาจจะทำให้เราพลาดประโยชน์จากอีกแนวทางไป
00:04:42 → 00:04:46ได้เลยการผสมผสานอย่างเข้าใจแล้วก็มี
00:04:46 → 00:04:48วิจารณญาณเนี่ยจึงช่วยให้เราเลือกเครื่อง
00:04:48 → 00:04:51มือที่เหมาะสมกับสถานการณ์แล้วก็กับแต่ละ
00:04:51 → 00:04:53บุคคลได้ดีที่สุดค่ะ
00:04:53 → 00:04:56>> เหมือนการเลือกใช้จุดแข็งของแต่ละแนวทาง
00:04:56 → 00:05:00มารวมกันนะครับแล้วพื้นฐานสำคัญที่แหล่ง
00:05:00 → 00:05:02ข้อมูลเน้นย้ำเลยเพื่อให้เข้าใจแนวคิดนี้
00:05:02 → 00:05:04ได้อย่างถ่องแท้เนี่ยคืออะไรครับ
00:05:04 → 00:05:07>> พื้นฐานที่ต้องแน่นเลยนะคะคือการแยกแยะ
00:05:08 → 00:05:10ความแตกต่างระหว่างอาหารแปรรูปหรือ
00:05:10 → 00:05:12process food เนี่ยกับ real food หรือ
00:05:12 → 00:05:15อาหารธรรมชาตินั่นแหละที่ไม่ผ่านการแปร
00:05:15 → 00:05:17รูปหรือว่าแปรรูปน้อยที่สุดให้ได้ก่อนเลย
00:05:17 → 00:05:18ค่ะ
00:05:18 → 00:05:21>> ครับต้องแยะให้ออกก่อน
00:05:21 → 00:05:23>> แล้วก็ต้องเข้าใจด้วยว่าอาหารเนี่ยมันไม่
00:05:23 → 00:05:26ใช่แค่แค่สารอาหารบวกพลังงานนะแต่มันมี
00:05:26 → 00:05:30มิติอื่นๆอีกเช่นผลต่อฮอร์โมนผลต่อ
00:05:30 → 00:05:33จุลินทรีย์ในลำไส้เราหรือแม้แต่ผลต่อความ
00:05:33 → 00:05:34อิ่มด้วยค่ะ
00:05:34 → 00:05:37>> อืมทำไมการแยกแยะ Real Food กับ Process
00:05:37 → 00:05:39Food ถึงเป็นพื้นฐานสำคัญขนาดนั้นเลย
00:05:39 → 00:05:43ครับมันส่งผลต่อการดับไฟหรือควบคุม
00:05:43 → 00:05:44อินซูลินยังไงบ้างครับ
00:05:44 → 00:05:48>> ส่งผลโดยตรงเลยค่ะเพราะว่าชนิดอาหารที่
00:05:48 → 00:05:51เรากินเข้าไปเนี่ยมันกระตุ้นกันหลัง
00:05:51 → 00:05:55อินซูลินไม่เท่ากันค่ะฟุฟูดส่วนใหญ่โดย
00:05:55 → 00:05:58เฉพาะพวกโปรตีนไขมันดีแล้วก็ผักใบเขียว
00:05:58 → 00:06:02เนี่ยมักจะกระตุ้นอินซูลินน้อยกว่าหรือทำ
00:06:02 → 00:06:05ให้ระดับน้ำตาลในเลือดมันขึ้นลงอย่างช้า
00:06:05 → 00:06:06แล้วก็เสถียรกว่า
00:06:06 → 00:06:08>> อ๋อครับมันไม่สวิงมาก
00:06:08 → 00:06:11>> ใช่ค่ะในขณะที่อาหารแปรรูปสูงโดยเฉพาะพวก
00:06:11 → 00:06:15ที่มีน้ำตาลเยอะๆแป้งขัดขาวสูงเนี่ยจะ
00:06:15 → 00:06:18กระตุ้นอินซูลินแบบรุนแรงแล้วก็รวดเร็ว
00:06:18 → 00:06:21มากการเลือกกินRealฟoodดจึงเป็นหัวใจ
00:06:21 → 00:06:24สำคัญเลยในการควบคุมไฟหรือภาวะดื้อ
00:06:24 → 00:06:27อินซูลินให้สงบลงได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ
00:06:27 → 00:06:29>> เข้าใจแล้วครับคือการเลือกชนิดอาหารนี่
00:06:29 → 00:06:33ส่งผลโดยตรงเลยต่อระดับอินซูลินทีนี้พอ
00:06:33 → 00:06:36เราดับไฟได้แล้วเบาหวานสงบหรือเข้าสู่
00:06:36 → 00:06:39ภาวะที่เรียกว่า fat adapted คือร่างกาย
00:06:39 → 00:06:41เริ่มใช้ไขมันเป็นพลังงานได้ดีขึ้น
00:06:41 → 00:06:42>> อือฮึ
00:06:42 → 00:06:44>> แหล่งข้อมูลกลับบอกว่าเอ๊ะนั่นมันแค่
00:06:44 → 00:06:46บันไดขั้นแรกเองนะยังไม่ใช่จุดหมายปลาย
00:06:46 → 00:06:49คางทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะครับดูเหมือน
00:06:49 → 00:06:50จะดีแล้วนี่น่ะ
00:06:50 → 00:06:54>> คำถามนี้น่าสนใจมากค่ะเพราะหลายคนอาจจะพอ
00:06:54 → 00:06:57ใจแล้วไงคะแค่เบาหวานสงบก็โอเคแล้ว
00:06:57 → 00:07:00>> ใช่ครับก็ถือว่าสำเร็จแล้ว
00:07:00 → 00:07:02>> แต่แหล่งข้อมูลเขามองว่านั่นเป็นเพียงจุด
00:07:02 → 00:07:05เริ่มต้นของการปรับตัวเท่านั้นค่ะถ้าเรา
00:07:05 → 00:07:08หยุดแค่นั้นมันอาจจะยังมีความไม่สมดุล
00:07:08 → 00:07:11อื่นๆหลงเหลืออยู่ได้ขั้นต่อไปที่เขาพูด
00:07:11 → 00:07:14ถึงเนี่ยคือคีโตadดaptedค่ะ
00:07:14 → 00:07:15>> คีโตadดapted
00:07:15 → 00:07:18>> ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายใช้คีโตนซึ่งเป็น
00:07:18 → 00:07:20พลังงานที่สร้างจากไขมันเนี่ยได้อย่าง
00:07:20 → 00:07:22คล่องแคล่วแล้วก็มีประสิทธิจริงจริงไม่
00:07:22 → 00:07:25ใช่แค่แบบว่าเริ่มใช้ไขมันได้ดีขึ้นแบบ
00:07:25 → 00:07:27Fat Adดapterเฉยๆ
00:07:27 → 00:07:31>> อ๋อแล้วมันต่างกันยังไงครับคีโต Adapted
00:07:31 → 00:07:33กับ Fat Adapted ที่ว่าเนี่ยแล้วทำไมเรา
00:07:33 → 00:07:35ต้องไปถึงขั้นนั้นด้วย
00:07:35 → 00:07:39>> คีโต Adapted คือเอ่อภาวะที่ร่างกายปรับ
00:07:39 → 00:07:41ตัวได้อย่างสมบูรณ์จริงๆแล้วกับการใช้ไข
00:07:41 → 00:07:44มันแล้วก็คีโตนเป็นพลังงานหลักเลยเซลล์
00:07:44 → 00:07:46ต่างๆในร่างกายเราใช้พลังงานจากแหล่งนี้
00:07:46 → 00:07:48ได้อย่างเต็มที่เลยค่ะซึ่งมันต่างจากแฟ
00:07:48 → 00:07:51adดapเตอร์ที่อาจจะเอ่อยังมีการสลับไปมา
00:07:51 → 00:07:54หรือยังใช้ไขมันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
00:07:54 → 00:07:54เท่าไหร่
00:07:54 → 00:07:56>> ครับอย่างไม่ 100%
00:07:56 → 00:07:59>> ประมาณนั้นค่ะแหล่งข้อมูลชี้ว่าการไปถึง
00:07:59 → 00:08:02คีโต Adapted หรือขั้นสูงสุดคือการ
00:08:02 → 00:08:05rebalance หรือปรับสมดุลร่างกายในทุก
00:08:05 → 00:08:09มิติเลยนะทั้งระบบเผาผลาญฮอร์โมนแล้วก็
00:08:09 → 00:08:12วิถีชีวิตเนี่ยเป็นสิ่งสำคัญค่ะเพราะถ้า
00:08:12 → 00:08:14เราหยุดแค่ Fat Adapted เนี่ยอาจจะเจอ
00:08:14 → 00:08:17ปัญหา LDL ยังสูงค้างอยู่หรืออาจจะมี
00:08:17 → 00:08:20ปัญหากับฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติตาม
00:08:20 → 00:08:23มาได้ในระยะยาวค่ะมันคือการสร้างความ
00:08:23 → 00:08:26สมดุลที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะ
00:08:26 → 00:08:27หน้า
00:08:27 → 00:08:32>> อืมมีการพูดถึงตัวพ่อคืออินซูลินที่คุม
00:08:32 → 00:08:36ด้วยอาหารกับตัวแม่คือคอร์ติที่คุมด้วย
00:08:36 → 00:08:40วิถีชีวิตการเปรียบเปลยนี้กำลังจะบอกอะไร
00:08:40 → 00:08:43เราครับเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของฮอร์โมน 2
00:08:43 → 00:08:44ตัวนี้
00:08:44 → 00:08:46>> เป็นการเปรียบเทียบที่ช่วยให้เห็นภาพความ
00:08:46 → 00:08:49เชื่อมโยงได้ดีเลยค่ะอินซูลินตัวพ่อเนี่ย
00:08:49 → 00:08:51เราควบคุมมันเป็นหลักผ่านอาหารที่เรากิน
00:08:51 → 00:08:54เข้าไปอย่างที่เราคุยกันไปเมื่อกี้นะคะ
00:08:54 → 00:08:56>> ครับควบคุมที่ปากเรา
00:08:56 → 00:08:59>> ใช่แต่คอร์ติซอลตัวแม่ซึ่งเป็นฮอร์โมน
00:08:59 → 00:09:02ความเครียดเนี่ยมันได้รับอิทธิพลหลักๆเลย
00:09:02 → 00:09:04จากวิถีชีวิตของเราเช่นความเครียดเรื้อ
00:09:05 → 00:09:07รังการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
00:09:07 → 00:09:09>> อืมไestล
00:09:09 → 00:09:13>> ใช่ค่ะประเด็นคือคอร์ติที่มันสูงเรื้อรัง
00:09:13 → 00:09:15เนี่ยมันสามารถไปรบกวนการทำงานของ
00:09:15 → 00:09:18อินซูลินได้ค่ะทำให้ภาวะดื้ออินซูลินมัน
00:09:18 → 00:09:21แย่ลงหรือว่าควบควบคุมน้ำตาลได้ยากขึ้น
00:09:21 → 00:09:24แม้ว่าเราจะคุมอาหารดีแล้วก็ตามนะ
00:09:24 → 00:09:29>> อ๋อหมายความว่าถึงเราจะคุมอาหารหรือคุม
00:09:29 → 00:09:31ตัวพ่อดีแค่ไหนแต่ถ้าวิถีชีวิตเรายัง
00:09:32 → 00:09:35เครียดจัดนอนน้อยหรือตัวแม่พังอย่างที่
00:09:35 → 00:09:37ว่าเนี่ยมันก็จะส่งผลเสียย้อนกลับมาที่
00:09:37 → 00:09:39อินซูลินอยู่ดี
00:09:39 → 00:09:41>> ถูกต้องเลยค่ะมันทำงานเชื่อมโยงกันอย่าง
00:09:41 → 00:09:45ใกล้ชิดเลยดังนั้นการดูแลวิถีชีวิตให้ดี
00:09:45 → 00:09:48ลดความเครียดนอนให้พอเพื่อให้ตัวแม่หรือ
00:09:48 → 00:09:51คอร์ติสงบลงเนี่ยมันก็จะช่วยส่งเสริมให้
00:09:51 → 00:09:54ตัวพ่อหรืออินซูลินทำงานได้ดีขึ้นตามไป
00:09:54 → 00:09:57ด้วยค่ะพอฮอร์โมนหลักทั้ง 2 ตัวนี้มัน
00:09:57 → 00:10:00สมดุลระบบเผาผ่านโดยรวมก็จะทำงานได้อย่าง
00:10:00 → 00:10:01ราบรื่นขึ้น
00:10:01 → 00:10:04>> แล้วเรื่อง LDL ที่อาจจะยังสูงค้างอยู่
00:10:04 → 00:10:07แม้เบาหวานจะสงบแล้วเนี่ยมันเกี่ยวกับ
00:10:07 → 00:10:10คอร์ติซอลด้วยไหมครับหรือว่ามีคำอธิบาย
00:10:10 → 00:10:10อื่นอีก
00:10:10 → 00:10:13>> มีส่วนเกี่ยวกันได้ค่ะแต่แหล่งข้อมูลยัง
00:10:13 → 00:10:16ชี้ไปที่อีกประเด็นหนึ่งคือ Energy
00:10:16 → 00:10:19Imbalance ค่ะหรือความไม่สมดุลของพลัง
00:10:19 → 00:10:20งานในร่างกาย
00:10:20 → 00:10:22>> Energy Imbalance
00:10:22 → 00:10:25>> ใช่ค่ะคือแม้ว่าจะคุมอาหารจนอินซูลินสงบ
00:10:25 → 00:10:28แล้วนะคะแต่ถ้าร่างกายยังใช้พลังงานจากไข
00:10:28 → 00:10:32มันได้ไม่ดีพอหรือยังมีการขนส่งไขมันใน
00:10:32 → 00:10:35รูป VLDL อ่ะค่ะ Very Low Density
00:10:35 → 00:10:38Lipper Prtein จากตับออกมามากเกินไป
00:10:38 → 00:10:40ซึ่งอาจจะเกิดจากการกินไขมันบางชนิดหรือ
00:10:40 → 00:10:43ปริมาณที่ไม่เหมาะสมทำให้ตับยังคงสร้าง
00:10:43 → 00:10:46แล้วก็ส่งออกไขมันเยอะอยู่ LDL ซึ่งเป็น
00:10:46 → 00:10:49ผลผลิตปลายทางของการขนส่งนี้ก็อาจจะยัง
00:10:49 → 00:10:50สูงอยู่ได้ค่ะ
00:10:50 → 00:10:51>> อ๋อ
00:10:51 → 00:10:54>> มันเป็นเหมือนสัญญาณว่าร่างกายยังปรับ
00:10:54 → 00:10:57สมดุลการใช้พลังงานไขมันได้ไม่สมบูรณ์นัก
00:10:57 → 00:10:59อาจจะต้องไปดูรายละเอียดการกินการใช้
00:10:59 → 00:11:01ชีวิตเพิ่มเติมอีกทีค่ะ
00:11:01 → 00:11:04>> พอจะเห็นภาพล่ะครับว่ามันซับซ้อนกว่าแค่
00:11:04 → 00:11:07เรื่องอาหารอย่างเดียวนะครับทีนี้พอดับไฟ
00:11:07 → 00:11:10ได้แล้วคือเบาหวานดื้ออินซูลินสงดลงคุม
00:11:10 → 00:11:12ตัวพ่อตัวแม่อินซูลินคอลิซอลได้ดีขึ้น
00:11:12 → 00:11:16แล้วก็ถึงเวลามาดูเชื้อไฟคือ LDL หรือที่
00:11:16 → 00:11:19แหล่งข้อมูลเจาะจงกว่านั้นคือ A B
00:11:19 → 00:11:20>> ใช่ค่ะ Ale B
00:11:20 → 00:11:22>> มุ่งมองต่อเรื่องนี้ควรจะเป็นยังไงครับ
00:11:22 → 00:11:24หลังจากที่เราจัดการเรื่องเร่งด่วนไปแล้ว
00:11:24 → 00:11:27>> ถึงเวลามาทำความเข้าใจเชื้อไฟอย่าง LDL
00:11:27 → 00:11:32แล้วก็ A4B นี่แหละค่ะ A4B หรือแิโปรตีน B
00:11:32 → 00:11:35เนี่ยมันคือโปรตีนที่เป็นส่วนประกอบหลัก
00:11:35 → 00:11:39ห่อหุ้มอนุภาค LDL ค่ะเปรียบเหมือนอืม
00:11:39 → 00:11:42เปลือกหรือรถบัสที่บรรทุกคอเลสเตอรอลไป
00:11:42 → 00:11:44ส่งตามที่ต่างๆ
00:11:44 → 00:11:45>> อ๋อเหมือนเป็นตัวหุ้ม
00:11:45 → 00:11:48>> ใช่ค่ะแนวคิดปัจจุบันเนี่ยเขามองมองว่า
00:11:48 → 00:11:52การนับจำนวนรถบัสหรือก็คือ A4B หรือ LDL
00:11:52 → 00:11:54Particle Number เนี่ยอาจจะสะท้อนความ
00:11:54 → 00:11:57เสี่ยงได้ดีกว่าการวัดแค่ปริมาณผู้ใดสาร
00:11:57 → 00:12:00หรือ LDLC ที่เป็นค่าความเข้มข้น
00:12:00 → 00:12:02คอเลสเตอรอลทั้งหมดที่เราเห็นในพลเลือด
00:12:02 → 00:12:03ทั่วๆไปค่ะ
00:12:03 → 00:12:06>> หมายความว่าไม่ใช่แค่ดูว่า LDL สูงหรือ
00:12:06 → 00:12:09ต่ำแต่ต้องดูจำนวนอนุภาคหรือจำนวนรถบัส
00:12:09 → 00:12:10ด้วย
00:12:10 → 00:12:13>> ประมาณนั้นค่ะและที่สำคัญกว่านั้นคือต้อง
00:12:13 → 00:12:16ดูในบริบทของสุขภาพโดยรวมค่ะไม่ใช่การ
00:12:16 → 00:12:19เพิกเฉยนะแต่ต้องเข้าใจเพื่อไม่กลัวจน
00:12:19 → 00:12:22เกินไปและก็ไม่ประมาทที่จะปล่อยให้สูงโดย
00:12:22 → 00:12:23ไม่สนใจเลย
00:12:23 → 00:12:26>> ครับไม่สุดโต่งไปทางใดทางหนึ่ง
00:12:26 → 00:12:29>> ใช่ค่ะแหล่งข้อมูลเน้นว่าต้องพิจารณาร่วม
00:12:29 → 00:12:32กับปัจจัยอื่นด้วยเช่นระดับไตรกรซไลด์อัน
00:12:32 → 00:12:35นี้ต้องต่ำนะ HDL อันนี้ต้องสูงระดับการ
00:12:35 → 00:12:38อักเสบในร่างกายแล้วก็ภาวะดื้ออินซูลิน
00:12:38 → 00:12:40ว่าเราคุมได้ดีแค่ไหนถ้าปัจจัยเหล่านี้
00:12:41 → 00:12:44มันดีหมดแล้ว LDL หรือแอบที่สูงอาจจะไม่
00:12:44 → 00:12:47ได้น่ากังวลเท่ากับในคนที่ปัจจัยอื่นอื่น
00:12:47 → 00:12:49แย่ค่ะการเข้าใจภาพรวมแบบนี้จะช่วย
00:12:49 → 00:12:52ประเมินความเสี่ยงแล้วก็วางแผนจัดการได้
00:12:52 → 00:12:53เหมาะสมขึ้น
00:12:53 → 00:12:56>> เป็นมุมมงที่เน้นความเข้าใจในบริบทจริงๆ
00:12:56 → 00:12:58นะครับไม่ใช่ยึดติดกับตัวเลขเพียงอย่าง
00:12:58 → 00:13:01เดียวสุดท้ายนี้ครับแหล่งข้อมูลนี้เมีท่า
00:13:01 → 00:13:04ทีที่น่าสนใจในการสื่อสารด้วยคือเขาค่อน
00:13:04 → 00:13:07ข้างตรงไปตรงมาเลยนะไม่ได้พยายามจะ
00:13:07 → 00:13:10เปลี่ยนใจคนที่ไม่สนใจหรือคนที่อาจจะเข้า
00:13:10 → 00:13:12มาป่วนแต่ยินดีแบ่งปันความรู้ฟรีๆให้กับ
00:13:12 → 00:13:14คนที่ตั้งใจศึกษาจริงๆ
00:13:14 → 00:13:17>> ใช่ค่ะท่าทีแบบนี้สะท้อนความมั่นใจในแนว
00:13:18 → 00:13:20ทางของเขานะคะแล้วก็เน้นการส่งเสริมให้
00:13:20 → 00:13:22ผู้รับสารเนี่ยมีความกระตือรือร้นในการ
00:13:22 → 00:13:24เรียนรู้ด้วยตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก
00:13:24 → 00:13:27เลยค่ะในยุคที่ข้อมูลมันล้นหลามแบบนี้
00:13:27 → 00:13:31>> ครับสำคัญมากที่เราได้เจาะลึกกันในวันนี้
00:13:31 → 00:13:33ก็คือแนวคิดเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ
00:13:33 → 00:13:36นี่แหละโดยมองว่าการจัดการไฟซึ่งก็คือเบา
00:13:36 → 00:13:39หวานและภาวะดื้ออินซูลินควรจะมากกว่าการ
00:13:39 → 00:13:43โฟกัสที่เชื้อไฟหรือ LDL เพียงอย่างเดียว
00:13:43 → 00:13:43>> อือฮือ
00:13:43 → 00:13:46>> แต่เมื่อไฟสงบแล้วก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด
00:13:46 → 00:13:49นะต้องก้าวต่อไปสู่การปรับสมดุลร่างกาย
00:13:49 → 00:13:51ให้ลึกขึ้นไปอีกทั้งเรื่องการใช้พลังงาน
00:13:51 → 00:13:54ไขมันหรือที่เรียกว่า Fat Adapted หรือ
00:13:54 → 00:13:57คีต Adapted การดูแลฮอร์โมนความเครียด
00:13:57 → 00:13:59อย่างคอิซอลผ่านวิถีชีวิต
00:13:59 → 00:14:00>> ค่ะสำคัญมาก
00:14:00 → 00:14:03>> และท้ายสุดคือการกลับมาทำความเข้าใจ LDL
00:14:03 → 00:14:07หรือ APOB ในบริบทที่ถูกต้องเพื่อจัดการ
00:14:07 → 00:14:09ได้อย่างอุ่มเหมาะสมไม่ใช่การเพิกเฉยแต่
00:14:09 → 00:14:11เป็นการเข้าใจอย่างลึกซึ้งจริงๆ
00:14:11 → 00:14:14>> สิ่งที่อยากจะชวนให้ขบคิดต่อจากอุปมา
00:14:14 → 00:14:19เรื่องไฟไหม้กับเชื้อไฟนี้ก็คือลองมองไป
00:14:19 → 00:14:22รอบๆตัวเราดูนะคะหรือในมิติสุขภาพด้าน
00:14:22 → 00:14:25อื่นๆของเราเนี่ยมีเชื้อไฟอะไรอีกบ้างที่
00:14:25 → 00:14:28เราอาจจะมองข้ามไปเพราะว่ามัวแต่ไปสนใจ
00:14:28 → 00:14:30เปลวไฟที่มันเห็นได้ชัดกว่าอยู่หรือเปล่า
00:14:30 → 00:14:31คะ
00:14:31 → 00:14:32>> อืมน่าคิดครับ
00:14:32 → 00:14:35>> เช่นเอ่อเราอาจจะมัวแต่โฟกัสกับการลดน้ำ
00:14:35 → 00:14:39หนักซึ่งเป็นเหมือนเปลวไฟจนมองข้ามคุณภาพ
00:14:39 → 00:14:41การนอนหลับหรือความเครียดเรื้อรังซึ่ง
00:14:42 → 00:14:44เป็นเชื้อไฟที่เป็นต้นตออยู่ลึกๆหรือ
00:14:44 → 00:14:45เปล่า
00:14:45 → 00:14:48การนำหลักการดับไฟก่อนจัดการเชื้อไฟอัน
00:14:48 → 00:14:50นี้ไปปรับใช้เนี่ยอาจจะช่วยให้เรามองเห็น
00:14:50 → 00:14:53ปัญหาแล้วก็จัดลำดับความสำคัญในเรื่อง
00:14:53 → 00:14:55ต่างๆของชีวิตได้ชัดเจนขึ้นก็เป็นได้นะคะ
00:14:55 → 00:14:58>> เป็นข้อคิดที่น่าสนใจมากๆเลยครับหวังว่า
00:14:58 → 00:15:01การพูดคุยสำรวจแนวคิดในวันนี้จะมอบมุมมอง
00:15:01 → 00:15:04ใหม่ๆในการดูแลสุขภาพให้กับทุกท่านนะครับ
00:15:04 → 00:15:07การเข้าใจกลไกเบื้องหลังและการจัดลำดับ
00:15:07 → 00:15:10ความสำคัญนี่แหละอาจจะเป็นกุญแจสู่สุขทะ
00:15:10 → 00:15:13ที่แข็งแรงและยั่งยืนอย่างแท้จริงสำหรับ
00:15:13 → 00:15:14วันนี้สวัสดีครับ
00:15:14 → 00:15:16>> สวัสดีค่ะ
00:15:16 → 00:15:34[เพลง]