00:00:10 → 00:00:12รู้จักภาวะฟันตายอันตรายที่ซ่อนอยู่ใน
00:00:12 → 00:00:15ช่องปากเร่งรักษาก่อนลุก
00:00:15 → 00:00:20ลามไขข้อสงสัยคนชอบนอนกัดฟันเสี่งเกิด
00:00:20 → 00:00:23ภาวะฟันตายได้หรือ
00:00:23 → 00:00:28ไม่ระวังป่วย rsv ไวรัสร้ายปล่อยไว้
00:00:28 → 00:00:30อันตรายถึงแก่ชีวิตลูกน้อง
00:00:30 → 00:00:33ติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN
00:00:33 → 00:00:37He วัน
00:00:37 → 00:00:40นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับคุณผู้ชมเข้าสู่ราย
00:00:40 → 00:00:44การ TNN Health ค่ะเข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:00:44 → 00:00:48เสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tn นะคะ
00:00:48 → 00:00:51และดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงดาวจังวังกรแพทย์
00:00:52 → 00:00:55เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวค่ะพร้อม
00:00:55 → 00:00:57ที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณ
00:00:57 → 00:01:02ผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกันค่ะ
00:01:02 → 00:01:07[เพลง]
00:01:07 → 00:01:10สำหรับสัปดาห์นี้ค่ะเราจะมารู้จักภัยร้าย
00:01:10 → 00:01:13ใกล้ตัวที่อยู่ในช่องปากของเรานั่นคือรู้
00:01:13 → 00:01:16จักภาวะฟันตายอันตรายที่ซ่อนอยู่ในช่อง
00:01:17 → 00:01:21ปากเร่งรักษาก่อนลุกลามสำหรับภาวะฟันตาย
00:01:21 → 00:01:23นะคะหลายคนอาจจะยังงงว่ามันมีอยู่หรือ
00:01:23 → 00:01:26อย่าลืมนะคะว่าฟันก็คืออวัยวะหนึ่งของเรา
00:01:26 → 00:01:29มารู้จักภาวะฟันตายกันดีกว่าว่าเป็นอย่าง
00:01:29 → 00:01:30ไรค่ะ
00:01:30 → 00:01:34ฟันตายคืออะไรฟันตายคือภาวะที่เงื้อเยื่อ
00:01:34 → 00:01:36ฟันได้รับความเสียหายเนื่องจากเลือดไม่
00:01:36 → 00:01:39สามารถไหลเวียนมาเลี้ยงได้หากปล่อยทิ้ง
00:01:39 → 00:01:42ไว้โดยไม่รีบรักษาอาจเกิดการติดเชื้อจนทำ
00:01:42 → 00:01:45ให้เป็นน้องในเหงือกเหงือกบวมมีกลิ่นปาก
00:01:45 → 00:01:47หรือต่อมรับรส
00:01:48 → 00:01:52เพี้ยนแล้วอาการของฟันตายเป็นอย่างไร 1
00:01:52 → 00:01:55สีของฟันจะเปลี่ยนเป็นฟันเหลืองคล้ำไปจน
00:01:55 → 00:01:58กระทั่งสีดำตามแต่อาการหนักเบาของฟันผุ
00:01:58 → 00:02:01ที่เกิดขึ้นในโพรงประสาทฟันและอาการของ
00:02:01 → 00:02:05เส้นประสาทในฟัน 2 อาการปวดฟันบางคนอาจ
00:02:05 → 00:02:08ปวดไม่มากแต่บางคนปวดฟันรุนแรงเมื่อบด
00:02:08 → 00:02:10เคี้ยวอาหารแล้วรู้สึกเจ็บระบมที่ฟันโดย
00:02:11 → 00:02:14มีสาเหตุมาจากรากฟันอักเสบและติดเชื้อ 3
00:02:14 → 00:02:18กลิ่นลมหายใจเหม็นหลายคนค่ะสงสัยตัวเอง
00:02:18 → 00:02:20เหลือเกินว่าทำไมถึงยังมีกลิ่นปากกลิ่นลม
00:02:20 → 00:02:23หายใจจริงๆแล้วกลิ่นลมหายใจที่เหม็นนั้น
00:02:23 → 00:02:26อาจจะมาจากฟันที่ตายก็เป็นได้ค่ะเพราะว่า
00:02:26 → 00:02:28ในเรื่องของการติดเชื้อนั้นจะสามารถทำให้
00:02:28 → 00:02:30เกิดการสร้างกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในช่อง
00:02:30 → 00:02:34ปากเราได้ 4 การรับรู้รสชาติผิดปกติเพราะ
00:02:35 → 00:02:38ผลจากแบคทีเรียในช่องปากและการอักเสบติด
00:02:38 → 00:02:41เชื้อส่งผลกระทบทำให้ต่อมรับรสในช่องปาก
00:02:41 → 00:02:45ทำงานผิดปกติ 5 มีอาการบวมรอบๆเหงือกจาก
00:02:45 → 00:02:48การติดเชื้อในฟันส่งผลกระทบทำให้เหงือก
00:02:48 → 00:02:51บวมแดงติดเชื้อโดยเห็นได้จากมีตุ่มแดงและ
00:02:51 → 00:02:54เกิดหนองขึ้นที่เหงือกส่วนสาเหตุที่ทำให้
00:02:54 → 00:02:58เกิดฟันตายมีดังต่อไปนี้ค่ะ 1 ปัญหาใน
00:02:58 → 00:03:01ช่องปากคือถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพ
00:03:01 → 00:03:04ฟันรวมถึงสุขภาพร่างกายโดยรวมที่สามารถ
00:03:04 → 00:03:08เป็นต้นเหตุให้เกิดฟันตายได้เช่นความ
00:03:08 → 00:03:10สะอาดในช่องปากไม่ได้รับการดูแลอย่างดี
00:03:10 → 00:03:13สม่ำเสมอทำให้เกิดฟันผุซึ่งหากไม่ทำการ
00:03:13 → 00:03:17รักษาหรือรักษาไม่ดีจะค่อยๆทำให้เกิดฟัน
00:03:17 → 00:03:20ตายอย่างช้าๆในช่องปากเกิดโรคปริทาณอื่นๆ
00:03:20 → 00:03:23เช่นโรคเหงือกที่มีการติดเชื้อในฟันแล้ว
00:03:23 → 00:03:26มีการอักเสบอย่างรุนแรงมีฟันสบกันอย่าง
00:03:26 → 00:03:30ผิดปกติในช่องปากเช่นฟันซ้อนฟันล้มฟันเก
00:03:30 → 00:03:32ทำให้ฟันซี่นั้นได้รับผลกระทบจากการใช้
00:03:32 → 00:03:35งานเป็นประจำเวลานานทำให้ภายในซี่ฟันเกิด
00:03:35 → 00:03:39ความผิดปกติยังคาดไม่ถึง 2 อุบัติเหตุอาจ
00:03:39 → 00:03:42ส่งผลให้เจ็บปวดที่ฟันทำให้เกิดอาการฟัน
00:03:42 → 00:03:46ตายได้ทุกเมื่อเช่นเกิดอุบัติเหตุรถชนทำ
00:03:46 → 00:03:48ให้ปากและฟันกระทบกระเทือนรุนแรงเล่นกีฬา
00:03:48 → 00:03:51อย่างฟุตบอลบาสเก็ตบอลวอลเลย์บอลแล้วโดน
00:03:51 → 00:03:53ลูกบอลกระแทกใส่หน้าฟันถูกกระทบกระเทือน
00:03:54 → 00:03:56อย่างรุนแรง 3 พฤติกรรมที่ค่อนข้างสุ่ม
00:03:56 → 00:03:59เสียงของแต่ละคนเช่นการใช้ฟันเคี้ยวของ
00:03:59 → 00:04:02ของแข็งหรืเหนียวจนเกินไปทำให้ฟันแตกร้าว
00:04:02 → 00:04:05และติดเชื้อทั้งหมดล้วนเป็นอุบัติเหตุที่
00:04:05 → 00:04:08ทำให้เกิดอาการฟันตายได้ทั้งนั้นซึ่งฟัน
00:04:08 → 00:04:10ตายอาจเกิดขึ้นได้ในไม่กี่วันหรือทิ้ง
00:04:10 → 00:04:13ช่วงไปเป็นเดือนเป็นปีเมื่ออาการบาดเจ็บ
00:04:13 → 00:04:16เรื้อรังค่อยๆรุนแรงขึ้นแล้วเกิดฟันตายใน
00:04:16 → 00:04:19ที่สุดได้รู้จักกับภาวะฟันตายกันไปแล้วนะ
00:04:19 → 00:04:23คะถ้าใครที่มีอาการเข้าข่ายภาวะฟันตาย
00:04:23 → 00:04:26อย่ารีรอรีบไปหาคุณหมอทันตแพทย์เพื่อรับ
00:04:26 → 00:04:29การรักษานะคะเรายังอยู่ที่รู้จักภาวะฟัน
00:04:29 → 00:04:32อันตรายที่ซ่อนอยู่ในช่องปากเร่งรักษา
00:04:32 → 00:04:36ก่อนลุกลามนะคะและในช่วงนี้ค่ะเราจะไปพบ
00:04:36 → 00:04:38กับอาจารย์ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
00:04:38 → 00:04:41อาจารย์จะมาไขข้อข้องใจกับเราในเรื่องของ
00:04:41 → 00:04:45ฟันตายกันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มที่คำ
00:04:45 → 00:04:46ถามแรกเลยนะ
00:04:46 → 00:04:55[เพลง]
00:04:55 → 00:05:00คะสัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าเรามีภาวะวฟัน
00:05:00 → 00:05:04ตายมีอะไรบ้างคะสำหรับภาวะฟันตายนะคะจะมี
00:05:04 → 00:05:07สัญญาณเตือนที่บอกแล้วว่าเอ่อฟันตายใน
00:05:07 → 00:05:10ช่องปากเนี่ยมันจะเริ่มมีสีที่เปลี่ยนไป
00:05:10 → 00:05:14จากสีฟันทั่วไปาจจะเป็นสีเหลืองสีน้ำตาล
00:05:14 → 00:05:17สีเทาหรือว่าสีดำโดยที่ฟันตายเนี่ยสีมัน
00:05:17 → 00:05:20จะค่อยๆเข้มขึ้นคล้ำขึ้นเรื่อยๆแตกต่าง
00:05:20 → 00:05:23จากฟันที่มีคราบชากาแฟทั่วไปแล้วก็ถ้าเรา
00:05:23 → 00:05:26มีฟันตายอยู่ในช่องปากเนี่ยแล้วมีการติด
00:05:26 → 00:05:29เชื้อมันก็อาจจะมีอาการปวดหรือบวมร่วม
00:05:29 → 00:05:33ด้วยได้ค่ะกรณีที่มีฟันตายนะคะ 1 ซี่ค่ะ
00:05:33 → 00:05:36อาจารย์มันมีโอกาสมยคะที่จะลุกลามทำให้
00:05:36 → 00:05:39ฟันซี่อื่นๆตายได้อ่ะค่ะเอ่อเพราะว่าฟัน
00:05:39 → 00:05:42ตายเนี่ยนะคะมันมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน
00:05:42 → 00:05:45ถ้าสมมุติว่าเราเกิดภาวะฟันตายจากการที่
00:05:45 → 00:05:49ประสบอุบัติเหตุนอนกัดฟันจนเกิดภาวะฟัน
00:05:49 → 00:05:52ตายเ่อสาเหตุพวกนี้เนี่ยฟันตายมันก็จะ
00:05:52 → 00:05:55อยู่แค่บริเวณที่เราโดนแต่ว่าถ้าสมมุติ
00:05:55 → 00:05:58ว่าฟันตายจากการที่เราไม่รักษาสุขอนามัย
00:05:58 → 00:06:02ในช่องปลาไม่ดูแลเกิดเป็นโรคปริทันโรค
00:06:02 → 00:06:06เหงือกอักเสบรุนแรงหรือว่าฟันผุใหญ่พวก
00:06:06 → 00:06:08นี้เนี่ยก็อาจจะเป็นเกิดการลุกลามทำให้
00:06:08 → 00:06:12ฟันตายไลซี่ได้ค่ะอาจารย์คะมีข้อสงสัยค่ะ
00:06:12 → 00:06:16ว่าการดื่มน้ำอัดลมในปริมาณมากนั้นจะทำ
00:06:16 → 00:06:19ให้เกิดฟันตายได้ตรงนี้ค่ะอาจารย์ข้อเท็จ
00:06:19 → 00:06:22จริงเป็นอย่างไรคะค่ะสำหรับเรื่องการดื่ม
00:06:22 → 00:06:25น้ำอัดลมนะคะก็เราต้องเกริ่นเรื่องตั้ง
00:06:25 → 00:06:28แต่การเกิดฟันผุในช่องปากก่อนเพราะว่าใน
00:06:28 → 00:06:31ช่องปากเราเนี่ยมีแบคทีเรียอยู่พอเราทาน
00:06:31 → 00:06:34อาหารเข้าไปมีเศษอาหารโดยเฉพาะอาหาร
00:06:34 → 00:06:37ประเภทน้ำตาลนะคะแบคทีเรียพวกนี้เนี่ยก็
00:06:37 → 00:06:40จะสร้างกดออกมาเพื่อย่อยสลายอาหารพวกนี้
00:06:40 → 00:06:42แล้วก็จะทำให้เกิดการละลายตัวของแร่ธาตุ
00:06:42 → 00:06:45ที่ผิวฟันพวกนี้เนี่ยก็จะทำให้เกิดฟันผุ
00:06:45 → 00:06:48พอเราละเลยฟันผุพวกนี้จนฟันผุใหญ่ติด
00:06:48 → 00:06:51เชื้อก็จะเกิดฟันตายขึ้นดังนั้นเนี่ยน้ำ
00:06:51 → 00:06:55ตาลที่อยู่ในน้ำอัดลมก็คือทางอ้อมที่ทำ
00:06:55 → 00:06:58ให้เกิดฟันตายไม่ว่าอาหารประเภทใดก็ดาม
00:06:58 → 00:07:00ที่มีน้ำตาลก็ก็จะทำให้เกิดฟันผุแล้วนำไป
00:07:00 → 00:07:04สู่ฟันตายได้เหมือนกันค่ะแล้วเหตุใดการ
00:07:04 → 00:07:07นอนกัดฟันถึงทำให้เกิดฟันตายได้ค่ะ
00:07:07 → 00:07:11อาจารย์ก็การนอนกัดฟันนะคะจะเกิดฟันตาย
00:07:11 → 00:07:14ได้ก็มี 2 สาเหตุค่ะอันดับแรกเลยเรานอน
00:07:14 → 00:07:17กัดฟันอย่างรุนแรงเป็นเวลาต่อเนื่องยาว
00:07:17 → 00:07:19นานนะคะแล้วก็โดยที่ไม่ได้ใส่อุปกรณ์ป้อง
00:07:19 → 00:07:22กันใดๆเลยพวกนี้เนี่ยก็จะเหมือนกับการใช้
00:07:22 → 00:07:26แรงกระแทกที่ฟันบ่อยๆก็จะทำให้เกิดฟันตาย
00:07:26 → 00:07:29ได้อีกสาเหตุนึงก็คือพอเรานอนกัดฟันเกิด
00:07:29 → 00:07:32การเสียดสีที่ฟันก็จะทำให้ฟันสึกถ้าฟัน
00:07:32 → 00:07:36สึกถึงขั้นทะลุโงประสาทติดเชื้อก็จะเกิด
00:07:36 → 00:07:38ฟันตายได้เหมือนกันทีนี้เนี่ยเราสามารถ
00:07:38 → 00:07:42ป้องกันได้ค่ะหาทันตแพทย์เพื่อสร้าง
00:07:42 → 00:07:45อุปกรณ์ทำอุปกรณ์สำหรับป้องกันการนอนกัด
00:07:45 → 00:07:49ฟันแล้วก็จะสามารถป้องกันเรื่องฟันตายไป
00:07:49 → 00:07:53ด้วยได้ค่ะถ้าเกิดภาวะฟันตายปัจจุบัน
00:07:53 → 00:07:56สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่คะแล้ว
00:07:56 → 00:07:59ปัจจุบันเนี้ยในการรักษาภาวะฟันตายนั้นมี
00:07:59 → 00:08:02กี่กี่วิธีคะค่ะฟันตายสามารถรักษาได้นะคะ
00:08:02 → 00:08:052 วิธีวิธีแรกก็คือการเก็บฟันไว้ด้วยการ
00:08:05 → 00:08:10รักษารากฟันเอ่อทตาแพทย์จะทำความสะอาด
00:08:10 → 00:08:12ครองประสาทฟันทั้งหมดทำให้ครองประสาทฟัน
00:08:12 → 00:08:16ปราศจากเชื้อโรคแล้วก็สามารถบูรณะฟันต่อ
00:08:16 → 00:08:20ไปได้วิธีที่ 2 ก็คือการถอนฟันค่ะแล้วถ้า
00:08:20 → 00:08:23เกิดเรามีฟันตายในช่องปากของเราค่ะ
00:08:23 → 00:08:25อาจารย์แล้วถ้าไม่ได้รับการรักษาจะทำให้
00:08:25 → 00:08:29เกิดผลเสียต่อสุขภาพระยะยาวอย่างไรบ้างคะ
00:08:29 → 00:08:32ถ้าเราปล่อยฟันตายไว้ในช่องปากโดยไม่รับ
00:08:32 → 00:08:35การรักษาฟันตายเนี่ย 1 เลยก็คือจะเปลี่ยน
00:08:35 → 00:08:38สีไปจากฟันทั่วไปอันดับต่อไปก็คือถ้าเรา
00:08:38 → 00:08:41ปล่อยฟันตายไว้จนมีอาการติดเชื้อเราก็อาจ
00:08:41 → 00:08:44จะมีอาการปวดหรือว่าบวมที่เหงือกได้หรือ
00:08:44 → 00:08:48ว่าอาจจะมีกลิ่นปากได้ค่ะแล้วถ้าเกิดมี
00:08:48 → 00:08:51อาการปวดฟันเนื่องจากภาวะฟันตายในเบื้อง
00:08:51 → 00:08:54ต้นค่ะจะมีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้างคะถ้า
00:08:54 → 00:08:57เรามีอาการปวดฟันจากฟันตายนะคะอันดับแรก
00:08:57 → 00:09:00เลยเราสามารถรับประทานยาแก้ปวดทั่วไปได้
00:09:00 → 00:09:02เลยแล้วก็ต้องรีบทำนัดเพื่อมาให้
00:09:02 → 00:09:06ทันตแพทย์รักษารากฟาโดยเร็วค่ะคำถามสุด
00:09:06 → 00:09:09ท้ายค่ะอาจารย์อยากจะให้อาจารย์แนะนำวิธี
00:09:09 → 00:09:11ป้องกันแลก็ลดความเสี่ยงภาวะฟันตายค่ะ
00:09:12 → 00:09:14วิธีป้องกันการเกิดฟันตายก็คือการดูแล
00:09:14 → 00:09:17สุขภาพช่องปากให้ดีอยู่สม่ำเสมอนะคะ
00:09:17 → 00:09:21อันดับแรกเลยก็คือจะต้องแปรงฟันให้อย่าง
00:09:21 → 00:09:24น้อยเนี่ยเอ่อวันละ 2 ครั้งครั้งละ 2
00:09:24 → 00:09:27นาทีเป็นอย่างต่ำนะคะต้องแปลงให้ทั่วถึง
00:09:27 → 00:09:30ไม่ให้เหลือเศษอาหารไว้ใช้ไหมขัดฟันใน
00:09:30 → 00:09:33ส่วนที่เราแปลงไม่ถึงต้องหมัมาพบ
00:09:33 → 00:09:36ทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือนเพื่อตรวจสุขภาพ
00:09:36 → 00:09:39ช่องปากให้แข็งแรงตลอดค่ะขอขอบพระคุณ
00:09:39 → 00:09:42อาจารย์ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะคะที่มา
00:09:42 → 00:09:44ให้คำแนะนำในเรื่องของการดูแลเกี่ยวกับ
00:09:44 → 00:09:48ภาวะฟันตายในช่วงหน้านะคะคุณพ่อคุณแม่ที่
00:09:48 → 00:09:50มีลูกเล็กห้ามพลาดเลยค่ะเพราะว่าเราจะพา
00:09:50 → 00:09:53ทุกท่านไปรับมือกับเชื้อ rsv กันติดตาม
00:09:53 → 00:09:57ได้ในรายการ T He ช่วงหน้าค่ะสวัสดีครับ
00:09:57 → 00:09:59กลับเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายรายการ TNN
00:09:59 → 00:10:02Health นะครับช่วงนี้อยู่กับผมนิวพลวัฒ
00:10:02 → 00:10:04ครับปลายฝนต้นหนาวแบบนี้เนี่ยหลายบ้าน
00:10:04 → 00:10:07กังวลใจนะครับโรคที่น้องๆเนี่ยจะติดเชื้อ
00:10:07 → 00:10:09นั่นก็คือ rsv นั่นเองนะครับกังวลเดี๋ย
00:10:09 → 00:10:11ลูกหล้านของเราจะติดจากเพื่อนๆเทำอย่างไร
00:10:11 → 00:10:13แบบนี้จะยุ่งทั้งบ้านเลยดังนั้นวันนี้
00:10:13 → 00:10:15โอกาสดีครับนิวจะพาทุกคนนะครับร่วมพูดคุย
00:10:15 → 00:10:17กับคุณหมอว่าจะมีแนวทางในการป้องกันอย่าง
00:10:17 → 00:10:20ไรได้บ้างและก่อนอื่นเลยนะครับทำความรู้
00:10:20 → 00:10:24จักกับ rsv พร้อมกันก่อนเลยครับ rsv ย่อ
00:10:24 → 00:10:27มาจากคำว่า respiratory snal virus
00:10:27 → 00:10:29ครับซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่แพร่ระบาดใน
00:10:29 → 00:10:32เด็กกว่าร้อยละ 90 นะครับในช่วง 2 กว่าปี
00:10:32 → 00:10:34แรกและเป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อใน
00:10:34 → 00:10:38ระบบทางเดินหายใจส่วนบนและส่วนล่างสามารถ
00:10:38 → 00:10:40แพร่ระบาดและก่อให้เกิดอาการรุนแรงในเด็ก
00:10:40 → 00:10:43เล็กโดยเฉพาะในช่วงวัย 2 ปีแรกมีอัตราการ
00:10:44 → 00:10:47แพร่ระบาดสูงในช่วงฤดูฝนก็คือช่วงปลายฝน
00:10:47 → 00:10:50ต้นหนาวแบบเแหละครับ rsv มีอาการอย่างไร
00:10:50 → 00:10:52หลังสัมผัสกับเชื้อไวรัส rsv นั้นจะมี
00:10:52 → 00:10:56ระยะฟักตัวประมาณ 4-6 วันและเมื่อป่วยก็
00:10:56 → 00:10:59จะสามารถแพร่กระจายเชื้อได้นาน 3-8 8
00:10:59 → 00:11:01วันอาการโดยทั่วไปอาจจะเหมือนไข้หวัด
00:11:01 → 00:11:04ธรรมดานะครับแต่อาการจำเพาะของเชื้อนี้
00:11:04 → 00:11:07มักพบในเด็กเล็กก็คือหลอดลมฝอยอักเสบโดย
00:11:07 → 00:11:10เริ่มแรกจะมีอาการเคียงเล็กน้อยอย่างเช่น
00:11:10 → 00:11:14มีไข้ไอมีน้ำมูกเจ็บคอจนถึงอาการรุนแรง
00:11:14 → 00:11:17ครับอย่างเช่นหายใจหอบเหนื่อยหกบุ๋มได้
00:11:17 → 00:11:20ยินเสียงปอดผิดปกติเสียงหายใจมีเสียงวีด
00:11:20 → 00:11:24รับประทานอาหารได้น้อยและซึมลงครับนั่นก็
00:11:24 → 00:11:26เป็นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ rsv นะครับ
00:11:26 → 00:11:29ในช่วงนี้จะพาทุกคนมารู้จัก rsv ให้เจาะ
00:11:29 → 00:11:31ลึกไปอีกนะครับแล้วก็รู้วิธีในการป้องกัน
00:11:31 → 00:11:34ตนเองด้วยดังนั้นโอกาสนี้นะครับร่วมพูด
00:11:34 → 00:11:37คุยกันครับกับรองศาสตราจารย์แพทย์หญิงวนั
00:11:37 → 00:11:40ปริยาพงษ์สามารถท่านเป็นหัวหน้าสาขาโรค
00:11:40 → 00:11:42ติดเชื้อภาควิชากุมารเวชศาสตร์คณะ
00:11:42 → 00:11:46แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล
00:11:46 → 00:11:54ครับคุณหมออยู่กับผมแล้วครับสวัสดี
00:11:54 → 00:11:57[เพลง]
00:11:57 → 00:11:59ครับ
00:11:59 → 00:12:01ก็ก่อนอื่นเลยนะครับอยากให้คุณหมอเล่าให้
00:12:01 → 00:12:04ฟังหน่อยนะครับภาพรวมของโรคติดเชื้อ rsv
00:12:04 → 00:12:06นี้เป็นอย่างไรครับสำหรับไวรัส rsv นะคะ
00:12:07 → 00:12:09ก็เป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุที่
00:12:09 → 00:12:12สำคัญเลยของการติดเชื้อในระบบทางเดินหาย
00:12:12 → 00:12:15ใจจริงๆแล้วเราจะพูดกันว่าเป็นโรคของเด็ก
00:12:15 → 00:12:18ๆแต่จริงๆ rsv เนี่ยสามารถติดได้ในทุก
00:12:18 → 00:12:21กลุ่มอายุเลยค่ะตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจน
00:12:21 → 00:12:24กระทั่งถึงผู้สูงอายุนะคะแต่ว่าส่วนใหญ่
00:12:24 → 00:12:27อ่ะค่ะจะติดตั้งแต่เด็กๆในอายุ 1 ขวบ
00:12:27 → 00:12:30เนี่ย 70% เด็กๆจะติดตเชื้อไปะแล้วก็ภาย
00:12:30 → 00:12:33ในอายุ 2 ขวบเนี่ย 90% ก็จะติดเชื้อไป
00:12:33 → 00:12:35แล้วนะเรียกว่าติดกันเกือบทุกคนเลยใช่
00:12:35 → 00:12:38แล้วแต่ว่าสามารถเป็นซ้ำได้ค่ะแต่ว่าส่วน
00:12:38 → 00:12:40ใหญ่เนี่ยความรุนแรงจะเกิดเวลาที่ติดเป็น
00:12:40 → 00:12:43ครั้งแรกนะคะเราบอกว่าน่ากลัวแต่จริงๆ
00:12:43 → 00:12:46แล้วเวลาที่คนที่ติด RV อ่ะส่วนใหญ่จะมี
00:12:46 → 00:12:49อาการเหมือนเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดานะคะมี
00:12:49 → 00:12:53ไข้เจ็บคอไอมีน้ำมูกนะคะแต่ว่าประมาณ 20
00:12:53 → 00:12:57-30% ของเด็กๆที่ติด rsv เป็นครั้งแรก
00:12:57 → 00:13:00อันนี้แหละเชื้ออาจจะมีความรุนแรงขึ้นลง
00:13:00 → 00:13:03ไปยังทางเดินหายใจส่วนล่างแล้วก็ทำให้
00:13:03 → 00:13:06เด็กๆเกิดหลอดลมฝอยอักเสบแล้วก็เป็นปอด
00:13:06 → 00:13:10อักเสบนะคะทำเหายใจหอบเหนื่อยหายใจมี
00:13:10 → 00:13:14เสียงวีซนะคะแล้วก็บางรายก็มีความรุนแรง
00:13:14 → 00:13:18ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเข้า ICU หรือแม้แต่
00:13:18 → 00:13:21เป็นอันตรายถึงกับชีวิตได้นะคะแล้วก็ใน
00:13:21 → 00:13:23เด็กเล็กๆอันนี้คืออาการเราก็รู้สึกว่า
00:13:23 → 00:13:26เออเหมือนการติดเชื้อในทางเดินหายใจทั่ว
00:13:26 → 00:13:29ไปแต่ถ้าเป็นเด็กเล็กๆเด็กคลอดก่อนกำหนด
00:13:29 → 00:13:32นะค่ะบางทีอาการจะไม่จำเพาะจะกลายเป็นว่า
00:13:32 → 00:13:36เหมือนเด็กดูซึมไม่ยอมทานอาหารหรือแม้แต่
00:13:36 → 00:13:38หยุดหายใจไปเลยอุ๊ยขนาดนั้นหนยเหรอใช่ค่ะ
00:13:38 → 00:13:41เป็นอันตรายได้ส่วนน้องๆที่ติดเชื้อ rsv
00:13:41 → 00:13:43แล้วครับผมมันจะมีผลกระทบต่อร่างกายของ
00:13:43 → 00:13:46เขาในระยะยาวอย่างไรบ้างครับค่ะโดยทั่วไป
00:13:46 → 00:13:49แล้วเด็กๆที่เป็น rsv นะคะก็ก็จะหายขาด
00:13:50 → 00:13:53ได้แล้วก็กลับมาแข็งแรงเป็นปกติแต่พบว่า
00:13:53 → 00:13:56ถ้าเกิดว่ามีการติดเชื้อ rsv โดยเฉพาะ
00:13:56 → 00:13:59อย่างยิ่งในเด็กตัวเล็กๆแล้วก็มีมีอาการ
00:13:59 → 00:14:02ที่ค่อนข้างรุนแรงคือมีการติดเชื้อลงไปใน
00:14:02 → 00:14:05หลอดลมฝอยหรือว่ามีปอดอักเสบอ่ะค่ะเขาจะ
00:14:05 → 00:14:08มีความเมื่อหายแล้วเนี่ยเขาจะมีความ
00:14:08 → 00:14:11เสี่ยงในการกลายเป็นโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นใน
00:14:11 → 00:14:14อนาคตนะคะดังนั้นจะเห็นได้ว่า rsv ตอน
00:14:14 → 00:14:18เฉียบพลันก็ว่าเ่อมีผลกระทบแล้วเด็กๆต้อง
00:14:18 → 00:14:21หยุดเรียนคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ไปทำงานมี
00:14:21 → 00:14:23เรื่องของค่าใช้จ่ายแล้วยังอาจจะมีผล
00:14:23 → 00:14:26กระทบในระยะยาวได้ด้วยค่ะอก่อนหน้านี้ก็
00:14:26 → 00:14:29มีข่าวดีนะครับคุณหมอครับว่าทางสหรัฐอร
00:14:29 → 00:14:32เนี่ยได้อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกัน rsb
00:14:32 → 00:14:34แล้วเชื่อว่าน่าจะเป็นข่าวใหญ่ข่าวดังมาก
00:14:34 → 00:14:36ในวงการแพทย์คุณหมอเล่าให้ฟังถึงเรื่อง
00:14:36 → 00:14:38นี้หน่อยครับใช่เราถือเป็น Ground Baking
00:14:38 → 00:14:41มากเลยต้องบอกว่าเป็นเก changer เลยเพราะ
00:14:41 → 00:14:44ว่าเป็นโรคที่ rsv เนี่ยถึงแม้ส่วนใหญ่จะ
00:14:44 → 00:14:46ไม่รุนแรงแต่มองแล้วจริงๆแล้วเป็นสาเหตุ
00:14:46 → 00:14:50ของอันดับ1ึของปอดอักเสบในเด็กทั่วโลกไม่
00:14:50 → 00:14:53ว่าจะอยู่ในประเทศยากจนประเทศร่ำรวยเพราะ
00:14:53 → 00:14:55ฉะนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยเรื่อง
00:14:55 → 00:15:00ของการป้องกันนะคะดังนั้นเนี่ยเ่าวัคซีน
00:15:00 → 00:15:03ได้ออกมาเรียบร้อยะแต่ว่าการป้องกันจะมี 2
00:15:03 → 00:15:07แบบการฉีดวัคซีนก็คือเราฉีดวัคซีนเข้าไป
00:15:07 → 00:15:09เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายอ่ะสร้างภูมิคุ้ม
00:15:09 → 00:15:14กันต่อโรค rsv ครับปรากฏว่าเด็กๆตัวเล็กๆ
00:15:14 → 00:15:16ที่น้อยกว่า 6 เดือนที่เราบอกว่าเสี่ยง
00:15:16 → 00:15:20ที่สุดน่ะค่ะฉีดวัคซีนไปแล้วเขาไม่สามารถ
00:15:20 → 00:15:22สร้างภูมิคุ้มกันต่อ rsv เพื่อมาปกป้อง
00:15:22 → 00:15:26ตัวเขาเองได้ดังนั้นวัคซีนที่ได้รับการ
00:15:26 → 00:15:30ขึ้นทะเบียนนี้จึงไปฉีดในคุณแม่อคุณแม่
00:15:30 → 00:15:33ที่ตั้งครรภ์นะคะในช่วงไตรมาสที่ 3 อายุ
00:15:33 → 00:15:37ครรภ์ประมาณ 32-36 สัปดาห์เราฉีดวัคซีน
00:15:37 → 00:15:40rsv ให้คุณแม่แล้วคุณแม่ก็จะสร้างภูมิ
00:15:40 → 00:15:42คุ้มกันขึ้นมาแล้วภูมิคุ้มกันเนี้ยก็จะ
00:15:42 → 00:15:46ผ่านรกไปปกป้องเด็กในช่วง 6 เดือนแรกของ
00:15:46 → 00:15:49ชีวิตแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพสูงมากเลยนะ
00:15:49 → 00:15:52คะมีความปลอดภัยด้วยแล้วก็ปกป้องเด็กๆได้
00:15:52 → 00:15:55ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิตป้องกัน rsv
00:15:55 → 00:15:59ชนิดรุนแรงได้แบบว่า 70-80 เลยค่ะถือว่า
00:15:59 → 00:16:01เป็นข่าวดีมากเลยนะครับแล้วจะมาถึงเมือง
00:16:01 → 00:16:04ไทยมั้ยครับคุณหมอครับตัวนี้น่าจะต้องรอ
00:16:04 → 00:16:07สักพก่อนนะคะแต่ว่าก็ยังมีในผู้สูงอายุ
00:16:07 → 00:16:10ด้วยนะคะจริงๆแล้วก่อนที่จะขึ้นทะเบียน
00:16:10 → 00:16:12ในายหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันเด็กๆอ่ะ
00:16:12 → 00:16:14ค่ะวัคซีนตัวนี้ได้ขึ้นทะเบียนในผู้สูง
00:16:14 → 00:16:16อายุเมื่อสักครู่ที่เราคุยกันว่าผู้สูง
00:16:16 → 00:16:19อายุเป็นกลุ่มเสี่ยงอีกกลุ่มนึงก็คือฉีด
00:16:19 → 00:16:22ในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเนา
00:16:22 → 00:16:25ซึ่งนอกจากวัคซีนแล้วนะคะในปัจจุบันนี้
00:16:25 → 00:16:28ยังมีเราเรียกว่าแอนติบอดี้
00:16:28 → 00:16:31หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเมื่อสักครู่ที่
00:16:31 → 00:16:33หมอบอกคุณนิวแล้วว่าถ้าเราฉีดวัคซีนให้
00:16:33 → 00:16:36เด็กสร้างภูมิเขาสร้างได้ไม่ดีงั้นเราก็
00:16:36 → 00:16:39ฉีดภูมิให้เขาเลยสินะคะซึ่งจริงๆแล้ว
00:16:39 → 00:16:41แอนติบอดี้หรือว่าภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป
00:16:42 → 00:16:46สำหรับ rsv เนี่ยค่ะถือเป็นมาตรการแรกที่
00:16:46 → 00:16:50เรามีใช้มาแล้วกว่า 25 ปีนะคะหมอเองอ่ะ
00:16:50 → 00:16:52เฝ้ารอมาตั้งนานแล้วเลยเราเห็นเขาใช้ใน
00:16:52 → 00:16:55ต่างประเทศนะคะซึ่งมีใช้มาอย่างที่บอก
00:16:55 → 00:16:58สามารถปกป้องและช่วยชีวิตเด็กๆได้เยอะเลย
00:16:58 → 00:17:01นะคะเป็นภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่ว่าเมื่อ
00:17:01 → 00:17:05เข้าฤดูใกล้ๆจะเข้าสู่ฤดู rsv แต่ละ
00:17:05 → 00:17:07ประเทศก็จะรู้เลยว่าเราจะเข้าฤดูกาลของ
00:17:07 → 00:17:09rsv เมื่อไหร่อย่างประเทศไทยเงี้ยก่อน
00:17:09 → 00:17:13เข้าหน้าฝนเขาจะเรียกเด็กๆกลุ่มเสี่ยงนะ
00:17:13 → 00:17:16คะซึ่งตัวแอนติบอดี้หรือภูมิสำเร็จรูป
00:17:16 → 00:17:19เนี่ยค่ะเราจะแนะนำให้เฉพาะในเด็กกลุ่ม
00:17:19 → 00:17:22เสี่ยงหลักๆเลย 3 กลุ่มก็คือเด็กที่คลอด
00:17:22 → 00:17:26ก่อนกำหนดเมื่อคลอดมาในฤดูกาลแรกของชีวิต
00:17:26 → 00:17:28เขาจะเสี่ยงมากเลยเราเอามาฉีดคุมคุการ
00:17:28 → 00:17:31สำเร็จรูปแล้วก็กลุ่มที่ 2 ก็คือเด็กที่
00:17:31 → 00:17:34มีโรคปอดเรื้อรังและเด็กที่เป็นโรคหัวใจ
00:17:34 → 00:17:37นะคะอันนี้ก็เรามีใช้มาตลอดแต่ว่าใน
00:17:37 → 00:17:41ฤดูกาลนึงเราก็จะต้องฉีดทุกเดือนเลยนะคะ
00:17:41 → 00:17:44ก็หลายเข็มอยู่พอสมควรนะคะตัวนี้แหละเป็น
00:17:44 → 00:17:48ความหวังที่น่าจะได้ขึ้นทะเบียนในประเทศ
00:17:48 → 00:17:52ไทยเร็วๆนี้และในปีหน้าเราน่าจะมีตัวภูมิ
00:17:52 → 00:17:55คุ้มกันสำเร็จรูปตัวเนี้ยค่ะใช้เพื่อช่วย
00:17:55 → 00:17:58ปกป้อง rsv ในเด็กๆกลุ่มเสี่ยงนะเป็นความ
00:17:58 → 00:18:00ของหลายบ้านเป็นความหวังมากแต่ว่าเรายัง
00:18:00 → 00:18:04ไม่พอใจเท่านั้นค่ะไม่พอใจเท่านั้นเพราะ
00:18:04 → 00:18:06ว่าอย่างที่หมอได้บอกไปแล้วว่าเราไปให้
00:18:06 → 00:18:10ความสำคัญกับเด็กกลุ่มเสี่ยงแต่ข้อมูลออก
00:18:10 → 00:18:13มาพบว่าเด็กๆที่นอนโรงพยาบาลจากการติด
00:18:13 → 00:18:18เชื้อ R 75% คือเด็กที่แข็งแรงดีแล้ว
00:18:18 → 00:18:22เป็นเด็กที่คลอดครบกำหนดดังนั้นเด็กทุกคน
00:18:22 → 00:18:26ควรได้รับการปกป้องนะคะเพราะฉะนั้นในขณะ
00:18:26 → 00:18:29นี้ได้มีการคิดค้นพัฒนาตัวภูมิคุ้มกัน
00:18:29 → 00:18:32สำเร็จรูปหรือว่าแอนติบอดี้รุุ่นที่ 2 นะ
00:18:32 → 00:18:35คะซึ่งขณะนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนแล้วใน
00:18:35 → 00:18:39สหรัฐอเมริกาและในหลายๆประเทศตัวเนี้ยจะ
00:18:39 → 00:18:43ฉีดให้กับทุกคนเด็กทุกคนที่มีอายุต่ำกว่า
00:18:43 → 00:18:468 เดือนนะคะรวมทั้งในกลุ่มเสี่ยงด้วย
00:18:46 → 00:18:49ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นความหวังในอนาคตต่อๆไป
00:18:49 → 00:18:52ที่เราก็อยากจะให้เด็กๆอ่าได้รับการป้อง
00:18:52 → 00:18:55กันทุกคนเช่นกันนะคะครับด้วยวงการไพยก็
00:18:55 → 00:18:57ศึกษาพัฒนาอย่างต่อเนื่องความหวังมันก็
00:18:57 → 00:18:59แบบเรืองรองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆครับคุณ
00:18:59 → 00:19:01หมอครับผมสุดท้ายนี้อยากให้คุณหมอช่วยแนะ
00:19:01 → 00:19:04นำหน่อยครับว่าเราจะป้องกันน้องๆให้ปลอด
00:19:04 → 00:19:07ภัยจาก rsv ได้อย่างไรบ้างครับมีความ
00:19:07 → 00:19:10สำคัญจริงๆนะคะปอดอักเสบเนาะเป็นสาเหตุ
00:19:10 → 00:19:13การเสียชีวิตที่สำคัญของเด็กๆเลยดังนั้น
00:19:13 → 00:19:16การป้องกันก็จะดีที่สุดนะคะการป้องกัน
00:19:16 → 00:19:19ง่ายๆอันแรกเลยแล้วเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ
00:19:19 → 00:19:23และมีข้อมูลสนับสนุนกันให้นมแม่ค่ะพบว่า
00:19:23 → 00:19:27การให้นมแม่นั้นสามารถช่วยลดความรุนแรง
00:19:27 → 00:19:32ของการติดเชื้อไวรัส rsv ได้นะภูมิจากคุณ
00:19:32 → 00:19:34แม่เนาะก็จะมอบให้ลูกนะคะดังนั้นอยากอยาก
00:19:34 → 00:19:38สนับสนุนให้คุณพ่อคุณแม่ให้นมบุตรอันที่ 2
00:19:38 → 00:19:42ปกติอ่ะค่ะโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
00:19:42 → 00:19:45เราจะเน้นเรื่องการใส่หน้ากานะคะแต่จริงๆ
00:19:45 → 00:19:48แล้ว isv มีความแปลกกว่าเชื้ออื่นถึงแม้
00:19:48 → 00:19:52จะติดได้จากการไอจามแต่ช่องทางหลักของการ
00:19:52 → 00:19:56แพร่ระบาดของไวรัส rsv เลยคือการสัมผัส
00:19:56 → 00:19:59ค่ะไวรัส rsv เนี่ยนอกจากไอจามใส่กันนั่น
00:19:59 → 00:20:02ก็ส่วนนึงแต่หลักๆแล้วคือการสัมผัสไม่ว่า
00:20:02 → 00:20:05จะไปสัมผัสโดนเชื้อไวรัส rsv ที่อยู่ใน
00:20:05 → 00:20:09น้ำมุกน้ำลายของคนที่มีเชื้อโดยตรงหรือ
00:20:09 → 00:20:12โดยทางอ้อมค่ะไวรัส rsv นี้สามารถสมมุติ
00:20:12 → 00:20:17ว่าเราไอแล้วเชื้อตกอยู่บนพื้นบนของเล่นอ
00:20:17 → 00:20:20ปุ่มลูกบิดลิฟตนะคะสามารถจะอยู่ได้หลาย
00:20:20 → 00:20:24ชั่วโมงและอยู่บนมือสมมุติเราเด็กไอแคก
00:20:24 → 00:20:27แล้วไม่ล้างมือเชื้อจะติดอยู่ที่มือได้
00:20:27 → 00:20:29อย่างน้อย 30 นาทแล้วก็แพ่ไปสู่คนอื่นใน
00:20:29 → 00:20:31ชนได้เลยใช่พอเพื่อนมาจับของเล่นนั้น
00:20:32 → 00:20:34เสร็จแล้วก็เอามือขยี้ตาจะติดได้ดังนั้น
00:20:35 → 00:20:38อีกมาตรการที่สำคัญมากๆเลยสำหรับไวรัสชวี
00:20:38 → 00:20:41คือการล้างมือถูกต้องแล้วค่ะแล้วเชื้อนี้
00:20:41 → 00:20:44สามารถฆ่าได้ทั้งแอลกอฮอลเจลหรือว่าการ
00:20:44 → 00:20:47ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ดังนั้นการล้างมือ
00:20:47 → 00:20:50บ่อยๆมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ
00:20:50 → 00:20:53แล้วก็เรื่องของสุขอนามัยส่วนบุคคลนะคะ
00:20:53 → 00:20:57การแยกใช้ไม่ใช้ข้าวของร่วมกันเพราะไม่
00:20:57 → 00:21:00งั้นอาจจะติดทางน้ำมุกน้ำลายได้หลีก
00:21:00 → 00:21:03เลี่ยงคนที่มีอาการเจ็บป่วยไม่สบายนอกจาก
00:21:03 → 00:21:06นี้ที่สำคัญเด็กๆที่ป่วยต้องไม่ไปโรง
00:21:06 → 00:21:09เรียนด้วยนะคะเพราะว่าไม่เช่นนั้นคนที่
00:21:09 → 00:21:11ป่วยอาจจะคิดว่าเป็นหวัดทำราจริงๆแล้ว
00:21:11 → 00:21:14เป็น rsv เพื่อนในห้องเรียนจะติดได้เลยนะ
00:21:14 → 00:21:17คะใช่เพราะว่าไวเนี่ยสามารถจะแพร่เด็กที่
00:21:17 → 00:21:20ป่วยนะคะยังแพร่เชื้อได้เป็นอาทิตย์
00:21:20 → 00:21:23สำหรับเด็กๆที่เจ็บป่วยไม่สบายนะคะไม่ว่า
00:21:23 → 00:21:26จะเกิดจากเชื้ออะไรนะคะขอให้หยุดอยู่กับ
00:21:26 → 00:21:29บ้านไม่ไปโรงเรียนนะคะเพราะว่าไม่งั้นจะ
00:21:29 → 00:21:31ไปแพร่เชื้อให้กับเพื่อนๆเพราะไวรัส rsv
00:21:31 → 00:21:34เนี่ยเป็นเชื้อที่ติดต่อได้ง่ายมากนะคะจน
00:21:34 → 00:21:37กว่าจะหายป่วยไม่สบายดีเราถึงค่อยกลับไป
00:21:37 → 00:21:40โรงเรียนซึ่งโดยทั่วไปอาจจะใช้เวลาประมาณ
00:21:40 → 00:21:431 สัปดาห์นะคะไม่เช่นนั้นจะเกิดการระบาด
00:21:43 → 00:21:45อย่างมากเลยค่ะในศูนย์เด็กเล็กในหลายๆโรง
00:21:45 → 00:21:47เรียนที่ต้องปิดไปเพราะว่า rsv มีการ
00:21:47 → 00:21:50ระบาดเยอะค่ะเพราะฉะนั้นนะคะมาตรการเล็กๆ
00:21:50 → 00:21:54น้อยๆที่ปฏิบัติได้ไม่ยากอยากจะขอให้คุณ
00:21:54 → 00:21:57พ่อคุณแม่ให้ความสำคัญนะคะเพื่อที่จะช่วย
00:21:57 → 00:21:59ให้เด็กๆทุกคนปลอดภัยจากไวรัส rsv ค่ะ
00:21:59 → 00:22:02จริงๆเป็นมาตรการที่ไม่ได้ยากแค่ต้อง
00:22:02 → 00:22:04อาศัยการใส่ใจแล้วก็ปฏิบัติทั้งในโรง
00:22:04 → 00:22:06เรียนในครอบครัวนะครับเพื่อให้น้องๆเนี่ย
00:22:06 → 00:22:08ปลอดภัยนั่นเองวันนี้ขอบคุณคุณหมอมากเลย
00:22:08 → 00:22:11ครับยความยินดีค่ะเชื่อว่าเราเต็มอิ่มนะ
00:22:11 → 00:22:13ครับกับการที่ฟังคุณหมอแนะนำถึงวิธีในการ
00:22:14 → 00:22:16ป้องกัน rsb นะครับก็ขอให้ทุกคนเนี่ยมี
00:22:16 → 00:22:18สุขภาพดีเพียงแค่พวกเราใส่ใจนะครับล้าง
00:22:18 → 00:22:20มือกันบ่อยๆนะครับทั้งตัวเราแล้วก็ลูก
00:22:20 → 00:22:22น้อยในครอบครัวนะครับก็ทำให้พวกเรานั้น
00:22:22 → 00:22:25ห่างไกลจากไวรัส rsv ได้มากขึ้นนั่นเองนะ
00:22:25 → 00:22:27ครับนี่ก็คือทั้งหมดของ TE and Health
00:22:27 → 00:22:29ที่จลึกเรื่องของ rsv ในวันนี้ช่วงนี้
00:22:29 → 00:22:32กลับไปทางคุณหมอดาวครับเป็นอย่างไรกัน
00:22:32 → 00:22:36บ้างคะคุณผู้ชมกับสาระดีๆที่ TNN H นำมา
00:22:36 → 00:22:38ฝากคุณผู้ชมในวันนี้หวังใจเป็นอย่างยิ่ง
00:22:38 → 00:22:41นะคะว่าคุณผู้ชมจะนำาระดีๆที่ได้ไปดูแล
00:22:41 → 00:22:44สุขภาพช่องปากและฟันกันและขอบคุณนะคะคุณ
00:22:45 → 00:22:47ผู้ชมที่รับชมรายการมาโดยตลอดค่ะอย่าลืม
00:22:47 → 00:22:50ติดตามรับชมรายการ TNN Health เป็นประจำ
00:22:50 → 00:22:53ทุกวันเสาร์ค่ะเวลาดี 15 น-
00:22:53 → 00:22:5815:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16 ค่ะและอย่าลื
00:22:58 → 00:23:00ลืมนะคะต้องกดไลคกดแชร์กด Subscribe กด
00:23:00 → 00:23:03กระดิ่งค่ะเพื่อเป็นกำลังใจให้หมอดาวและ
00:23:03 → 00:23:05ทีมงาน TNN Health ในช่องทางโซเชียล
00:23:05 → 00:23:08Network ต่างๆไม่ว่าจะเป็น YouTube
00:23:08 → 00:23:10Facebook tiktok นะคะ LINE official
00:23:10 → 00:23:13Instagram อีกด้วยค่ะเพื่อที่จะเข้าถึง
00:23:13 → 00:23:16ทุกสาระสุขภาพดีๆกันและที่สำคัญนะคะต้อง
00:23:17 → 00:23:20ขอขอบคุณค่ะเจ้าภาพใจดีขอบคุณสถานที่ใน
00:23:20 → 00:23:22การถ่ายทำรายการนั่นเองค่ะนั่นก็คือ True
00:23:22 → 00:23:25Digital Park ค่ะและสำหรับวันนี้หมอดาว
00:23:25 → 00:23:28และทีมงาน T and Health ต้องขอตัวตัวลา
00:23:28 → 00:23:32คุณผู้ชมไปก่อนสวัสดี
00:23:32 → 00:23:56[เพลง]
00:23:56 → 00:24:08ค่ะ
00:24:09 → 00:24:12อ