00:00:00 → 00:00:02ลิเธียมนะครับถูกนำมาใช้รักษาไบโพลารได้
00:00:02 → 00:00:05ยังไงเนี่ยคลิปนี้มีคำตอบนะครับก็ลิเธียม
00:00:05 → 00:00:07เนี่ยเป็นธาตุในตารางธาตุตัวที่ 3 นะครับ
00:00:07 → 00:00:09อยู่ในหมู่ที่ 1 เนาะเราจะเคยท่องตอนปลาย
00:00:09 → 00:00:11ลิเธียมโซเดียมโพแทสเซียมรูบิเดียม
00:00:11 → 00:00:14ซีเซียมฟันเซียมนะครับลิเธียมเถูกค้นพบ
00:00:14 → 00:00:17ตั้งแต่ปี 1817 แล้วนะครับนานะนะครับ
00:00:17 → 00:00:19เพียงแต่ว่าเ่อมันก็เริ่มมาใช้รักษาทาง
00:00:19 → 00:00:21การแพทย์นะครับตอนแรกไม่ได้ใช้รักษา
00:00:21 → 00:00:25ไบโพล่านะครับใช้รักษาอาการเก๊านะครับคือ
00:00:25 → 00:00:28มาใช้ขับกดยูริกนะครับตั้งแต่ปี 1850 และ
00:00:28 → 00:00:30นะครับมีคนมีเปเปอร์อยู่นะครับผมว่าแบบ
00:00:30 → 00:00:34ใช้เที่ยมในการขับเอ่อยูริคในเลือดนะครับ
00:00:34 → 00:00:37แล้วก็รักษาเก๊าทนะครับแล้วก็ปี 1930
00:00:37 → 00:00:40เนี่ยก็ถูกใช้ในลักษณะของการขับกดยูริก
00:00:40 → 00:00:44การลดโอกาสการเกิดนิ่วนะครับลดกดยูริกนะ
00:00:44 → 00:00:46ครับในแบบเยอรมันก็มีคนเอาบรรจุเข้าไป
00:00:46 → 00:00:50ตำรับยาเลยนะครับส่วนที่ใช้ในทางจิตเวทนะ
00:00:50 → 00:00:53ครับก็เริ่มมีคนใช้ตั้งแต่ปี 1870 แล้วนะ
00:00:53 → 00:00:56ครับเอ่อเค้าคนใช้เนี่ยเป็นคนฟิลาฟเฟียนะ
00:00:56 → 00:00:59ครับชื่อมิชลนะฮะเค้าใช้ลิเธียมโรมเนี่ย
00:00:59 → 00:01:01บอกว่าเป็นลักษณะของยากันชักแล้วก็ยาลด
00:01:01 → 00:01:04ความกังวลเค้าใช้ใน conditionition เลย
00:01:04 → 00:01:05เรียกว่า general nervousness ก็คือแบบ
00:01:05 → 00:01:08มีความกังวลเยอะๆนะครับเค้าค่อยให้นะครับ
00:01:08 → 00:01:11แล้วก็ปี 1871 ปีต่อมานะครับจะมีคุณiม
00:01:11 → 00:01:14แฮมอนเนี่ยคนเนี้ยเป็นคนแรกเลยนะครับที่
00:01:14 → 00:01:18นำมาใช้ลิเธียมมาใช้รักษาอาการmanนiaนะ
00:01:18 → 00:01:21ครับเขาบอกว่าเอ่อใช้ลิเธียมโรไมนะครับ
00:01:21 → 00:01:24แล้วก็ดูลดอาการของคนไข้ได้แล้วก็คามเ่อ
00:01:24 → 00:01:28ลดความกังวลได้ลดความตื่นเต้นของระบบ
00:01:28 → 00:01:31ประสาทได้นะครับแล้วก็หลังจากนั้นนะครับ
00:01:31 → 00:01:34ก็หายหายไปพักใหญ่เลยนะครับปี 1894 เนี่ย
00:01:34 → 00:01:38ก็จะมีคนคนเดนมาร์กนะครับเค้าชื่อคุณ
00:01:38 → 00:01:40frederริ
00:01:40 → 00:01:44นะฮะเค้าใช้ลิเธียมในการรักษาอาการเรียก
00:01:44 → 00:01:46ว่า melanchoric depression นะครับคือ
00:01:46 → 00:01:48อาการซึมเช่ารูปแบบนึงที่มันไม่อยากทำ
00:01:48 → 00:01:51อะไรไม่มีเรี่ยวแรงเลยนะครับเ้ามีเปเปอร์
00:01:51 → 00:01:55อยู่ว่ามีประมาณ 35 คนที่ใช้รักษาตัวด้วย
00:01:55 → 00:01:58ลิเธียมนะครับหลังจากนั้นมันก็ถูกลืมไป
00:01:58 → 00:02:00พักนึงนึงเลยนะครับจนปี 1929 เนี่ยนะฮะมี
00:02:01 → 00:02:03คนเอาลิเธียมนะครับไปอยู่ในเครื่องดื่มนะ
00:02:03 → 00:02:06ครับเอ่อเครื่องดื่มของ Up นะครับใน
00:02:06 → 00:02:08ปัจจุบันแต่เป็นก่อนจะเป็นบริษัทอื่นเนาะ
00:02:08 → 00:02:10ก็เอาลิเธียมใส่เข้าไปบอกว่ามีบอกว่าช่วย
00:02:10 → 00:02:13เรื่องของอารมณ์ให้มันดีขึ้นนะครับโดยการ
00:02:13 → 00:02:16ใส่ลิเธียม Citrate นะครับปี 1929 นะครับ
00:02:16 → 00:02:20และหลังจากนั้นนะครับปี 1949 นะครับมีคน
00:02:20 → 00:02:22นึงเนี่ยนะครับซึ่งน่าสนใจนะเป็นคน
00:02:22 → 00:02:25ออสเตรเลียเป็นจิตแพทย์เนี่ยนะครับชื่อ
00:02:25 → 00:02:30John Kทสเค้าเรู้สึกว่าไฮโปesคือตั้ง
00:02:30 → 00:02:34สมมุติฐานว่าเอ้ยไบโพลารเนี่ยมันมีระดับ
00:02:34 → 00:02:37กดยูริกที่สูงหรือเปล่านะฮะเพราะฉะนั้น
00:02:37 → 00:02:40การกินลิเธียมลดระดับกดยูริกได้มันก็ช่วย
00:02:40 → 00:02:44รักษาไบโพลารได้สินะครับแล้วปรากฏว่าผล
00:02:44 → 00:02:46ที่ออกมาเนี่ยดีเลยนะครับมันก็จะมี
00:02:46 → 00:02:48finding ใน paper นึงเราเรียกว่า lithium
00:02:49 → 00:02:50sal in the treatment of psychotic
00:02:50 → 00:02:53excitement ก็คืออาการ mania นั่นแหละนะ
00:02:53 → 00:02:55ครับสมัยก่อนมันเป็นคำนี้นะครับและหลัง
00:02:55 → 00:02:57จากนั้นมันก็เป็นแบบมีวิจัยเรื่องของ
00:02:57 → 00:03:00ลิเธียมในไบโพลารมาเรื่อยๆเลยนะครับแล้ว
00:03:00 → 00:03:02ก็เริ่มได้รับการรับในฝรั่งเศสอังกฤษแล้ว
00:03:02 → 00:03:06ก็อเมริกาได้รับที่อเมริกาเนี่ยปี 1970
00:03:06 → 00:03:08นะครับแล้วก็ปัจจุบันเนี่ยนะครับมันก็มี
00:03:08 → 00:03:11ข้อบ่วงชี้ในการใช้ของอ่าของลิเธียมอยู่
00:03:11 → 00:03:14ก็คือ 1 คือป้องกันในโรคไบโพลารแล้วก็ใช้
00:03:14 → 00:03:17รักษาเสริมในโรคซึมเศร้าได้นะครับอันเนี้
00:03:17 → 00:03:20เป็นข้อบ่งชี้ของลิเธียมนะครับทีเนี้ยตัว
00:03:20 → 00:03:22ลิเธียมเนี่ยก็มีข้อควรระหว่างหลายๆอย่าง
00:03:22 → 00:03:25เนาะเอ่อเราต้องเจาะเจาะตามดูระดับย้าย
00:03:25 → 00:03:27เรื่อยๆนะครับเพราะว่าระดับยาที่เหมาะสม
00:03:27 → 00:03:30มันอยู่ประมาณ 0.6- 0.8-1 8-1 อะไร
00:03:30 → 00:03:33เงี้ยนะครับแล้วก็ลิเธียมมีผลกับไตได้มี
00:03:33 → 00:03:35ผลกับไทรรอยด์ได้ต้องเจาะระดับแคลเซียมนะ
00:03:35 → 00:03:37ครับเจาะระดับเกลือแร่นะครับแล้วก็ต้อง
00:03:38 → 00:03:40ตรวจปัสสาวะบ่อยๆแล้วก็ห้ามใช้ในขนท้องนะ
00:03:40 → 00:03:43ครับอันนี้เป็นตัวลิเธียมนะครับก็น่าจะ
00:03:43 → 00:03:46ประมาณนี้ครับจะเห็นว่าแบบการค้นพบยาบาง
00:03:46 → 00:03:48ตัวเนี่ยนะฮะบางทีมันมาจากความบังเอิญนะ
00:03:48 → 00:03:52ครับตอนแรกเราเข้าใจผิดว่าเ่อไบโพล่าขั้ว
00:03:52 → 00:03:55แมเนียมีระดับกดยูริกที่สูงเราก็เลยให้
00:03:55 → 00:03:58ลิเธียมไปลดระดับกดยูริกก็น่าจะช่วยใบได้
00:03:58 → 00:04:00สิปรากฏว่าจริงๆตัวลิเธียมเองมันก็ลด
00:04:00 → 00:04:03อาการของขั้วpoลารmanนiaได้อยู่แล้วนะ
00:04:03 → 00:04:05ครับแล้วก็เท่าที่ผมเข้าใจปัจจุบัน
00:04:05 → 00:04:07ลิเธียมก็ไม่ได้ถูกใช้ในการลดระดับกด
00:04:07 → 00:04:10ยูริกแล้วนะครับก็น่าจะประมาณนี้ครับ
00:04:10 → 00:04:12สำหรับประวัติศาสตร์ยาลิเธียมนะครับใคร
00:04:12 → 00:04:14อยากรู้ประวัติศาสตร์ยาอื่นสามารถ
00:04:14 → 00:04:18คอมเมนต์ถามมาได้นะครับถ้ามันน่าสนใจคน
00:04:18 → 00:04:21ชอบเยอะๆผมจะทำมาหลายๆตอนนะครับก็อันนี้
00:04:21 → 00:04:26เป็นประวัติศาสตร์ของยาลิเธียมนะครับ