00:00:18 → 00:00:22โรครองช้ำนะคะ หรือศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า plantar fasciitis
00:00:25 → 00:00:29เป็นโรคที่เกิดจากพังผืดใต้ฝ่าเท้านะคะ
00:00:29 → 00:00:31โดยมากมักเป็นพังผืดที่ยึดส้นเท้า
00:00:31 → 00:00:34มีการอักเสบ อาการมักจะเป็นตอนเช้าๆ
00:00:34 → 00:00:37หรือตอนที่นั่งนานๆแล้วก็เริ่มเดิน
00:00:37 → 00:00:41มักจะปวดใต้ฝ่าเท้า บริเวณส้นเท้า ไปจนถึงกลางฝ่าเท้า
00:00:41 → 00:00:45โดยอาการมักจะดีขึ้นเมื่อเดินไปเรื่อยๆหรือใช้ชีวิตทำกิจวัตรประจำวันไปเรื่อยๆ
00:00:45 → 00:00:48แต่ถ้าเป็นมากเนี่ยก็ปวดตลอดเวลาได้เหมือนกันค่ะ
00:00:48 → 00:00:51โรครองช้ำนะคะเป็นได้จากหลายสาเหตุ
00:00:54 → 00:00:56ประเด็นแรกก็คือการใช้งานที่มากเกินไป
00:00:56 → 00:01:00ยกตัวอย่างก็คือ นักกีฬาที่อาจจะออกกำลังกายหรือว่าฝึกหักโหม
00:01:00 → 00:01:04หรือในคนที่ต้องยืนนานๆในตอนกลางวัน
00:01:04 → 00:01:09อีกประเด็นนึงที่มักเกิดก็คือการที่เราซ้อมวิ่งในพื้นที่เปลี่ยนไป
00:01:09 → 00:01:11หรือว่าอยู่ดีๆซ้อมหนักขึ้น
00:01:11 → 00:01:16การที่พื้นเปลี่ยนไปเนี่ยอาจจะพื้นแข็งขึ้นแล้วใส่รองเท้าที่มีพื้นบาง
00:01:16 → 00:01:18ก็ส่งผลทำให้กระตุ้นอาการได้เช่นเดียวกัน
00:01:18 → 00:01:22อีกประเด็นก็คือในคนอ้วน ในคนที่น้ำหนักตัวมากเกินไปเนี่ย
00:01:22 → 00:01:27ฝ่าเท้าต้องรับน้ำหนักมากก็ทำให้เป็นโรครองช้ำได้ง่ายกว่าคนอื่น
00:01:27 → 00:01:31นอกจากนี้สรีระของแต่ละคนก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดโรครองช้ำได้
00:01:31 → 00:01:36ยกตัวอย่างเช่น ในคนที่ฝ่าเท้าแบนเกินไป หรือฝ่าเท้าโก่ง
00:01:36 → 00:01:41หรือว่าสูงเกินไป รวมถึงคนที่เวลาเดินเนี่ยส้นเท้ามักบิดออกข้างนอก
00:01:41 → 00:01:45ก็อาจจะกระตุ้นทำให้เกิดอาการรองช้ำได้ง่าย
00:01:45 → 00:01:49สำหรับวิธีการรักษา เบื้องต้นคุณหมอก็มักจะจำเป็นต้องให้ยาลดปวด
00:01:49 → 00:01:53แก้อักเสบ รวมไปจนถึงการทำกายภาพบำบัด
00:01:53 → 00:01:57แล้วก็การฝึกยืดกล้ามเนื้อเอ็นร้อยหวายเอง
00:01:57 → 00:02:03แต่ถ้าเป็นมากนะคะคุณหมอเฉพาะทางเนี่ยก็อาจจะพิจารณาต้องฉีดยาสเตียรอยด์ หรือว่ายาลดอักเสบ
00:02:03 → 00:02:08นอกจากนี้มีการนำเอา PRP หรือว่า Platelet-rich plasma
00:02:08 → 00:02:14ก็คือการนำเลือดเนี่ยไปปั่นแยกเอา Growth Factor มาฉีดเพื่อจะใช้ในการรักษาด้วย
00:02:14 → 00:02:18ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีการรักษาในรูปแบบที่อาจจะซับซ้อนขึ้นไปเนี่ย
00:02:18 → 00:02:21จำเป็นที่จะต้องปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ
00:02:21 → 00:02:24เพื่อที่จะวินิจฉัยแล้วก็รักษาอย่างถูกต้องที่สุดค่ะ