00:00:00 → 00:00:04รู้หรือไม่ ยาลดความดันไม่ควรกินกับยาอะไร
00:00:04 → 00:00:08ถ้าไม่รู้ คลิปนี้มีคำตอบ
00:00:09 → 00:00:11เปิดตู้ยา
00:00:15 → 00:00:21ตอน 3 กลุ่มยาห้ามกินร่วมกับยาลดความดัน
00:00:21 → 00:00:26[เสียงดนตรี]
00:00:26 → 00:00:32นี่ ๆ ช่วงนี้รู้สึกไหม ว่าเดินทางไปทำงานลำบากมากเลย
00:00:32 → 00:00:36ไม่รู้เลยนะ ว่าวันนี้จะเดินทางราบรื่นหรือเปล่า
00:00:36 → 00:00:40ใช่ ๆ บางวันทางเดินก็กว้าง
00:00:40 → 00:00:42บางวันทางเดินก็แคบ
00:00:42 → 00:00:45กะเวลาไปทำงานไม่ถูกเลย
00:00:46 → 00:00:49[เสียงดนตรี]
00:00:49 → 00:00:49เอ่อ...
00:00:50 → 00:00:52อุ๊ย ๆ อะไรนี่ อะไรนี่
00:00:52 → 00:00:57โอ๊ย ทางเดินมันแคบลงอีกแล้ว วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นนี่
00:00:57 → 00:01:01เฮ่ย แต่ละมื้อ แต่ละ Day ฉันล่ะปวด Head กลุ้ม Heart
00:01:02 → 00:01:04เรามาเริ่มทำความเข้าใจ
00:01:04 → 00:01:07และรู้จักกับยาลดความดันโลหิต กันก่อนนะครับว่า
00:01:07 → 00:01:11ในปัจจุบัน เรามียาลดความดันโลหิตอยู่กี่กลุ่มนะครับ
00:01:12 → 00:01:14จริง ๆ แล้วนี่ ตามหลากหลายสำนัก
00:01:14 → 00:01:19ก็จะมีการแบ่งประเภทของยาลดความดันโลหิต หลากหลายกันไปค่ะ
00:01:19 → 00:01:23แต่วันนี้เราจะมาพูดเพื่อที่จะทำให้เกิด ความเข้าใจง่ายและเข้าใจตรงกัน
00:01:23 → 00:01:25ขออนุญาตแบ่งเป็น 3 กลุ่มค่ะ
00:01:25 → 00:01:28ตามลักษณะของการออกฤทธิ์ และผลของการออกฤทธิ์
00:01:28 → 00:01:32กลุ่มแรก เราจะถือว่าเป็น ลักษณะของการลดความดันโลหิต
00:01:32 → 00:01:35จากฤทธิ์การขับปัสสาวะค่ะ
00:01:35 → 00:01:40ถ้าปัสสาวะออกเยอะ ก็จะทำให้ ความดันโลหิตลดลงตามปัสสาวะที่ออกไป
00:01:40 → 00:01:45อันที่ 2 จะเป็นฤทธิ์ในเรื่องของ การลดอัตราการเต้นของหัวใจ
00:01:45 → 00:01:50พอเวลาที่การลดอัตราการเต้นของหัวใจ ก็จะทำให้ความดันโลหิตลดลงค่ะ
00:01:50 → 00:01:55สุดท้าย เป็นลักษณะของการไปยุ่งเกี่ยวกับหลอดเลือดค่ะ
00:01:55 → 00:01:57ถ้ามีการขยายตัวของหลอดเลือดนะคะ
00:01:57 → 00:02:01เลือดมีการไหลเร็วขึ้น ดีขึ้น ง่ายขึ้น
00:02:01 → 00:02:04ก็จะทำให้ลดความดันโลหิตได้ค่ะ
00:02:04 → 00:02:06อันนี้คือจะเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ค่ะ
00:02:06 → 00:02:09ทีนี้ พอเรารู้จักยาลดความดันแล้วนะครับ
00:02:09 → 00:02:11เวลาเราใช้ยาลดความดันครับ
00:02:11 → 00:02:15ยากลุ่มนี้นี่ เป็นยากลุ่มที่มีข้อควรระวังเต็มไปหมดเลยครับ
00:02:15 → 00:02:18เวลาที่เราได้รับยามาจากโรงพยาบาลนะครับ
00:02:18 → 00:02:21เภสัชกรก็มักจะบอกโน่นบอกนี่
00:02:21 → 00:02:22จำไม่เคยได้
00:02:22 → 00:02:25หรือบางทีมันเยอะเกินไป จำไม่หมดนะครับ
00:02:25 → 00:02:32วันนี้เราก็เลยจะหยิบยกประเด็นที่ พวกเราน่าจะต้องให้ความสนใจกันมาก ๆ
00:02:32 → 00:02:35เพราะอันตรายที่เกิดขึ้นนี่ อาจจะรุนแรงได้นะครับ
00:02:35 → 00:02:37เราก็จะขอสรุปเป็น 3 ประเด็นหลัก ๆ
00:02:38 → 00:02:42ของกลุ่มยาที่ไม่ควรจะใช้ร่วมกันกับ ยาลดความดันโลหิต
00:02:42 → 00:02:46เพราะจะทำให้เกิดผลต่าง ๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดค่ะ
00:02:48 → 00:02:55กลุ่มแรกก็คือ เป็นการใช้ยาลดความดันโลหิต กับยาที่ชื่อว่ายากลุ่ม NSAIDs ค่ะ
00:02:56 → 00:02:57ที่เราไม่อยากให้ใช้ร่วมกันค่ะ
00:02:58 → 00:03:01เพราะจริง ๆ แล้วนี่ เราต้องการใช้ยาลดความดันโลหิต
00:03:01 → 00:03:04เพื่อให้ความดันโลหิตเราลดลงถูกไหมคะ
00:03:04 → 00:03:08แต่ถ้าเราใช้ยาลดความดันโลหิต ร่วมกับยากลุ่ม NSAIDs ค่ะ
00:03:08 → 00:03:13มันอาจจะทำให้ลักษณะของความดันโลหิต ไม่ลดลงตามที่เราต้องการ
00:03:13 → 00:03:18หรือพูดง่าย ๆ คือ อาจจะเกิดการทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นค่ะ
00:03:18 → 00:03:19อย่างนี้ไม่ดีแน่ ๆ ค่ะ
00:03:19 → 00:03:24ยาตัวนี้มันไปทำให้เกิด การบีบตัวของหลอดเลือดค่ะอาจารย์บอล
00:03:24 → 00:03:26เวลาบีบตัวของหลอดเลือดนี่
00:03:26 → 00:03:28ร่างกายจะตอบสนอง
00:03:28 → 00:03:30โดยการทำให้ความดันโลหิตรวม
00:03:30 → 00:03:34มันเพิ่มขึ้นจากการที่หลอดเลือดทั้งร่างกาย มันโดนบีบตัวค่ะ
00:03:34 → 00:03:37หรืออาจจะมีการบีบตัวของหลอดเลือดเฉพาะที่ค่ะ
00:03:37 → 00:03:40แต่สุดท้ายแล้วค่ะ มันทำให้ความดันโลหิตสูง
00:03:40 → 00:03:43เพราะฉะนั้น เวลาที่เรากินยาลดความดันโลหิตตัวนึง
00:03:44 → 00:03:45ทำให้ความดันโลหิตลด
00:03:45 → 00:03:48แต่ตัวนึงทำให้ความดันโลหิตเพิ่ม
00:03:48 → 00:03:49พอเวลาที่ใช้ร่วมกันค่ะ
00:03:49 → 00:03:54มันอาจจะทำให้ความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลง หรืออาจจะเพิ่มขึ้น
00:03:55 → 00:03:58สุดท้ายแล้ว ไม่ได้ฤทธิ์อย่างที่เราต้องการค่ะ
00:03:58 → 00:04:01อืม อันนี้เป็นสิ่งที่บางครั้งนี่
00:04:01 → 00:04:04กว่าเราจะตรวจเจอก็คือ ตอนหมอนัดพอดีเนอะ
00:04:04 → 00:04:07เพราะว่าไปวัดความดันที่โรงพยาบาลนะครับ
00:04:07 → 00:04:10เพราะฉะนั้น ผู้ป่วยกลุ่มที่รับประทานยาพวกนี้นะครับ
00:04:10 → 00:04:13และเกิดต้องกินยาลดอาการอักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ร่วมด้วย
00:04:14 → 00:04:17การติดตามความดันโลหิตเป็นระยะ ๆ
00:04:17 → 00:04:18ด้วยการวัดความดันที่บ้าน
00:04:18 → 00:04:22ว่าความดันที่ได้รับอยู่ จากการออกฤทธิ์ของยาความดันนี่
00:04:22 → 00:04:24มันเหมาะสมหรือเปล่านะครับ
00:04:24 → 00:04:28นอกจากนี้ ยาในกลุ่มของการลดการอักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียรอยด์นี่
00:04:28 → 00:04:33เวลาใช้คู่กับยาลดความดันบางกลุ่ม อันนี้ต้องย้ำว่าเป็นบางกลุ่มเท่านั้น
00:04:34 → 00:04:38อาจจะเพิ่มความเสี่ยงในการทำให้เกิด ไตวายเฉียบพลัน
00:04:38 → 00:04:41ฟังแล้วอาจจะกังวลใช่ไหม ว่าเรากินยาลดความดันโลหิตอยู่
00:04:41 → 00:04:44แบบนี้ถ้าปวด ไม่ควรจะกินเหล่านี้เลยสิ
00:04:44 → 00:04:45ก็ไม่ใช่ขนาดนั้นนะคะ
00:04:45 → 00:04:49เพราะจริง ๆ แล้ว ยากลุ่มยาแก้ปวด ลดอักเสบที่เมื่อกี้พูดถึงค่ะ
00:04:49 → 00:04:52มีให้เลือกหลายตัวเต็มไปหมดค่ะอาจารย์บอล
00:04:52 → 00:04:54ไม่ได้แปลว่าห้ามกินเลย
00:04:54 → 00:04:58เราสามารถเลือกยากลุ่มนี้ ที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า NSAIDs ค่ะ
00:04:58 → 00:05:00ให้เฉพาะเจาะจงและเหมาะสมค่ะ
00:05:00 → 00:05:01เพราะจริง ๆ แล้วนี่
00:05:01 → 00:05:04การที่ NSAIDs ไปทำให้ความดันโลหิตสูงนี่
00:05:04 → 00:05:06มันขึ้นอยู่กับขนาดยาค่ะ
00:05:06 → 00:05:09ขึ้นอยู่กับชนิดของ NSAIDs ที่เลือกใช้ด้วยนะคะ
00:05:09 → 00:05:13เพราะฉะนั้นนี่ เราสามารถปรับให้เหมาะสม กับคนไข้รายนั้น ๆ ได้ค่ะ
00:05:15 → 00:05:19กลุ่มยากลุ่มที่ 2 นะคะ ที่ไม่ควรจะใช้ร่วมกับยาลดความดัน
00:05:19 → 00:05:22หรือจริง ๆ ใช้ได้ แต่จำเป็นจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
00:05:22 → 00:05:24ก็คือกลุ่มยาแก้คัดจมูกค่ะ
00:05:25 → 00:05:26กลุ่มยาแก้คัดจมูกนี่
00:05:26 → 00:05:29เราสามารถได้รับจากโรงพยาบาล ซึ่งเป็นยาเดี่ยวนะคะ
00:05:29 → 00:05:32ชื่อยาคือ ซูโดเอฟีดรีน นะคะ
00:05:32 → 00:05:37พูดง่าย ๆ ค่ะ เวลาที่เราไปซื้อยาแก้หวัด แล้วเจอยาหลาย ๆ ตัวผสมอยู่ตรงนั้น
00:05:37 → 00:05:40มันจะมีตัวหนึ่งที่มีฤทธิ์แก้คัดจมูก
00:05:40 → 00:05:45ซึ่งยาแก้คัดจมูกจะส่งผลทำให้ เกิดการบีบหลอดเลือดที่จมูก
00:05:46 → 00:05:48เลยทำให้แก้อาการคัดจมูกได้ใช่ไหมคะ
00:05:48 → 00:05:51แต่มันก็บีบหลอดเลือดที่อื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน
00:05:51 → 00:05:56บีบหลอดเลือดปุ๊บ จะทำให้ความดันโลหิตในหลอดเลือดสูงขึ้นได้ค่ะ
00:05:56 → 00:05:57เพราะฉะนั้น เหมือนเดิมค่ะ
00:05:57 → 00:05:58ยาลดความดันโลหิต
00:05:58 → 00:06:02ให้ไปปุ๊บ อยากให้ความดันโลหิตลดใช่ไหมคะ
00:06:02 → 00:06:06แต่ยาแก้คัดจมูกไปบีบหลอดเลือด ทำให้ความดันโลหิตสูง
00:06:06 → 00:06:08พอเวลาใช้ด้วยกัน เป็นยังไงคะ
00:06:09 → 00:06:11อาจจะไม่สามารถช่วยลดความดันโลหิตได้
00:06:11 → 00:06:15หรืออาจจะทำให้เพิ่มอีกต่างหากค่ะ
00:06:16 → 00:06:21มาดูยากลุ่มที่ 3 ครับที่มักจะมีปัญหา เวลาเราใช้ร่วมกับยาลดความดันโลหิต
00:06:21 → 00:06:24ก็คือสารสกัดกัญชาครับ
00:06:24 → 00:06:26ซึ่งปัจจุบันสารสกัดจากกัญชานี่
00:06:26 → 00:06:29มีประโยชน์ทางการแพทย์ในระดับหนึ่งนะครับ
00:06:29 → 00:06:34แต่ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดอาการข้างเคียง ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ด้วย
00:06:34 → 00:06:36เพราะว่าสารสกัดจากกัญชานี่
00:06:36 → 00:06:40มีฤทธิ์กับหลอดเลือดกับหัวใจ ที่เกินคาดกันสุด ๆ
00:06:40 → 00:06:42คือแปลว่า ถ้าไปที่หลอดเลือด
00:06:43 → 00:06:46มันจะทำให้เกิดการขยายตัว ของหลอดเลือดในบางส่วน
00:06:46 → 00:06:50และบางที มันทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดร่วมด้วย
00:06:50 → 00:06:52ผลที่เกิดขึ้นนี่
00:06:52 → 00:06:55อย่างที่พวกเราเล่าให้ฟัง มันเกิดขึ้นได้ 2 ทาง
00:06:55 → 00:06:58ทางที่ 1 คือ ความดันโลหิตมันจะต่ำเกินไป
00:06:59 → 00:07:01หรืออันที่ 2 คือ สูงจนเกินไป
00:07:01 → 00:07:03ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ
00:07:03 → 00:07:06ผู้ป่วยที่รับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่
00:07:06 → 00:07:08ถ้าต้องการรับประทานยาอื่น ๆ ร่วมด้วย
00:07:08 → 00:07:11หรือมีโรคอะไรเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นนะคะ
00:07:11 → 00:07:16อยากให้ปรึกษาแพทย์และเภสัชกรทุกครั้ง ก่อนเริ่มยาตัวอื่นค่ะ
00:07:16 → 00:07:23[เสียงดนตรี]
00:07:23 → 00:07:24ดังนั้น อย่าลืม
00:07:24 → 00:07:27เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาแบบผิด ๆ
00:07:27 → 00:07:29ก่อนเปิดตู้ยา
00:07:31 → 00:07:32เปิดตู้ยา
00:07:32 → 00:07:34ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:07:35 → 00:07:36มหาวิทยาลัยมหิดล
00:07:36 → 00:07:37ปัญญาของแผ่นดิน