00:00:10 → 00:00:14อันดับที่ 5 ผิวหนังที่เปลี่ยน
00:00:14 → 00:00:18ไปเมื่อเรานักบินอวกาศได้กลับมายังโลก
00:00:18 → 00:00:21แล้วมักจะมีการพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับ
00:00:21 → 00:00:24ผิวหนังของพวกเขาแต่ก็ยังไม่มีใครที่หา
00:00:24 → 00:00:26ที่มาของสาเหตุ
00:00:27 → 00:00:30ได้จนกระทั่งในปัจจุบันนักวิจัยจึงได้ใช้
00:00:30 → 00:00:35เม Cycle Laser ในการทดสอบว่าแท้จริง
00:00:35 → 00:00:37แล้วเกิดอะไรขึ้นกับผิวหนังของนักบิน
00:00:37 → 00:00:39อวกาศกัน
00:00:39 → 00:00:42แน่จากการศึกษาพบว่าที่บริเวณผิวหนังชั้น
00:00:43 → 00:00:46นอกมีการผลิตคอลลาเจนที่ลดลงมากถึง
00:00:46 → 00:00:5020% และมีการค้นพบถึงความเสี่ยงที่มีผล
00:00:50 → 00:00:54ต่อโครงสร้าง DNA ของนักบินอวกาศซึ่งเป็น
00:00:54 → 00:00:58ผลมาจากรังสีคอสมิกในอวกาศนั่น
00:00:58 → 00:01:00เองในปัจจุบัน
00:01:00 → 00:01:03ยังไม่มีเครื่องมือใดๆที่สามารถปกป้องนัก
00:01:03 → 00:01:06บินอวกาศจากปัญหานี้ได้อีกทั้งในระหว่าง
00:01:06 → 00:01:09การปฏิบัติการบนดาวอังคารอายุขขของพวกเขา
00:01:09 → 00:01:12นั้นก็อาจจะสั้นลงอีก
00:01:12 → 00:01:17ด้วยอันดับที่ 4 ผลที่ตาม
00:01:17 → 00:01:22มาจากการที่นักบินอวกาศอพอลโลทำการศึกษา
00:01:22 → 00:01:25เกี่ยวกับอวกาศมาเป็นเวลานานจึงพบกับบาง
00:01:25 → 00:01:28สิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อมนุษย์เมื่อต้อง
00:01:28 → 00:01:30ออกจากวงโคจรโลกไป
00:01:30 → 00:01:32[เพลง]
00:01:32 → 00:01:35และเมื่อเทียบกับนักบินอวกาศที่บินอยู่ใน
00:01:35 → 00:01:38วงโคจรระดับต่ำนักบินอวกาศของโครงการที่
00:01:38 → 00:01:41ไปศึกษาดวงจันทร์มีโอกาสเสี่ยงที่จะเสีย
00:01:41 → 00:01:44ชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าปกติ
00:01:44 → 00:01:46ถึง 5
00:01:46 → 00:01:50เท่าโดยในสภาวะที่ไร้แรงโน้มถ่วงอาจเป็น
00:01:50 → 00:01:53สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหากับหัวใจในระยะ
00:01:53 → 00:01:57สั้นๆแต่ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใด
00:01:57 → 00:02:00นักบินอวกาศที่อยู่ในอวกาศหเลึกจึงมี
00:02:00 → 00:02:02โอกาสเสี่ยงสูง
00:02:02 → 00:02:06กว่าจากการทดสอบโดยใช้หนูทดลองให้อยู่ใน
00:02:06 → 00:02:09สภาวะเดียวกับในอวกาศห้วงลึกพบว่ามีการ
00:02:09 → 00:02:13แผ่รังสีที่สูงกว่าที่คาดไว้อย่างมากซึ่ง
00:02:13 → 00:02:16สามารถทำให้เซลล์ในหลอดเลือดถูกทำลายและ
00:02:16 → 00:02:19จะมีผลมากขึ้นเมื่ออยู่นอกบริเวณสนามแม่
00:02:19 → 00:02:22เหล็กของ
00:02:22 → 00:02:26โลกอันดับที่ 3 ลูกตาที่ผิด
00:02:26 → 00:02:31ปกตินักบิ่นอวกาศ NASA เริ่มสังเกตถึงการ
00:02:31 → 00:02:35มองเห็นที่ผิดปกติในขณะที่พวกเขาอยู่ใน
00:02:35 → 00:02:38อวกาศโดยจะเริ่มมีอาการเมื่อออกสู่นอก
00:02:38 → 00:02:41ชั้นบรรยากาศในช่วงระยะเวลา 6 เดือนจาก
00:02:41 → 00:02:45นั้นก็จะทำให้สายตาสั้นถาวรคือจากค่าสาย
00:02:45 → 00:02:52ตาปกติที่ 20/20 จะกลายเป็น 20/100 โดย
00:02:52 → 00:02:55ปริยายซึ่งในขณะที่ยังอยู่บนสถานีอวกาศ
00:02:55 → 00:02:58นานาชาตินักบินอวกาศหลายคนจะมองโลกเป็น
00:02:58 → 00:03:02ภาพที่เบลอขึ้นแต่ส่วนใหญ่ก็ลังเลที่จะ
00:03:02 → 00:03:05รายงานเกี่ยวกับปัญหาที่เกิด
00:03:05 → 00:03:09ขึ้นจากการตรวจจอประสาทตาผ่านเครื่อง MRI
00:03:09 → 00:03:13และตรวจขขสันหลังพบว่าลูกตาของนักบิน
00:03:13 → 00:03:16อวกาศมีรูปทรงที่แบนขึ้นและเส้นปราสาทตา
00:03:16 → 00:03:18ขยายมากกว่า
00:03:18 → 00:03:21ปกติจึงมีการตั้งข้อสันนิษฐานว่าด้วย
00:03:21 → 00:03:25สภาวะที่มีแรงดึงดูดต่ำอาจทำให้ของเหลว
00:03:25 → 00:03:28กลับขึ้นไปบนศีรษะมากขึ้นโดยเรียกอาการ
00:03:28 → 00:03:31นี้ว่าความบกพร่องทางสายตาเนื่องจากความ
00:03:31 → 00:03:33ดันในกะโหลกศีรษะ
00:03:33 → 00:03:37สูงซึ่งทางรัสเซียแก้ปัญหานี้ด้วยการให้
00:03:37 → 00:03:40นักบินอวกาศสมกางเกงยางชนิดหนึ่งที่เรียก
00:03:40 → 00:03:44ว่าชิบิที่สามารถดึงให้ของเหลวในร่างกาย
00:03:44 → 00:03:46กลับลงมาที่เท้า
00:03:46 → 00:03:51ได้อันดับที่ 2 แบคทีเรียกลาย
00:03:51 → 00:03:55พันธุ์ในปฏิบัติการของนักบินอวกาศอาจจะมี
00:03:55 → 00:03:58จุลินทรีย์ติดไปกับตัวของพวกเขาด้วยโดย
00:03:58 → 00:04:01เฉพาะในสภาพวที่ไร้แรงงโน้ม
00:04:01 → 00:04:05ถ่วงต่อมาพบตัวอย่างแบคทีเรียร้ายแรงเช่น
00:04:05 → 00:04:10สฟและซมลซึ่งมีอันตรายเพิ่มขึ้น 3-7 เท่า
00:04:10 → 00:04:13จากปกติเมื่ออยู่ใน
00:04:13 → 00:04:17อวกาศและเมื่อนำมาตรวจสอบพบว่าแบคทีเรีย
00:04:17 → 00:04:20เกิดการกลายพันธ์มีการรวมตัวเข้าด้วยกัน
00:04:20 → 00:04:23ก็เป็นโครงสร้างใหม่ที่มีประสิทธิภาพกว่า
00:04:23 → 00:04:27เดิมและเป็นลักษณะที่ไม่เคยพบเห็นมา
00:04:27 → 00:04:31ก่อนโดยนักวิจัยชื่อเชื่อว่าแบคทีเรียดัง
00:04:31 → 00:04:34กล่าวสามารถปรับสภาวะของเซลล์เพื่อเจริญ
00:04:34 → 00:04:37เติบโตและกระตุ้นยีนให้เกิดการวิวัฒนาการ
00:04:37 → 00:04:38อย่างรวด
00:04:38 → 00:04:42เร็วซึ่งเมื่อกลับมายังโลกจึงลองนำมาฉีด
00:04:42 → 00:04:45ให้กับหนูทดลองแบคทีเรียนั้นทำให้หนูทด
00:04:45 → 00:04:49ลองมีอาการป่วยรุนแรงและตายลงอย่างรวด
00:04:49 → 00:04:53เร็วอันดับที่ 1 solipsism
00:04:53 → 00:04:56Syndrome บางทีปัญหาใหญ่ที่นักบินอวกาศ
00:04:56 → 00:05:01ต้องเผชิญอาจคือการเสียสตินั่นเอง
00:05:01 → 00:05:04ซึ่งเชื่อว่า solipsism Syndrome ที่อาจ
00:05:04 → 00:05:07เกิดกับนักบินอวกาศนั้นน่าจะมีสาเหตุมา
00:05:07 → 00:05:10จากการที่พวกเขาต้องปฏิบัติภารกิจอยู่นอก
00:05:10 → 00:05:16โลกเป็นระยะเวลานานโดยโลกดังกล่าวจะทำให้
00:05:16 → 00:05:20เกิดปัญหาทางจิตใจซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกว่า
00:05:20 → 00:05:22โลกภายนอกที่เขาเห็นนั้นมันไม่มีอยู่จริง
00:05:22 → 00:05:23อีกต่อ
00:05:23 → 00:05:27ไปเชื่อว่าการที่ต้องอยู่เพียงลำพังเป็น
00:05:27 → 00:05:30ระยะเวลานานบนอวกาศเช่นนั้น
00:05:30 → 00:05:33น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผิด
00:05:33 → 00:05:36ปกติโดยมีรายงานชิ้นหนึ่งของ NASA ที่
00:05:36 → 00:05:39เตือนเอาไว้ว่าชีวิตของนักบินอวกาศเหล่า
00:05:39 → 00:05:42นั้นอาจสามารถกลายเป็นเหมือนความฝันและ
00:05:42 → 00:05:49ต้องติดอยู่ในฝันร้ายเช่นนั้นตลอด
00:05:49 → 00:05:58[เพลง]
00:05:58 → 00:06:02ไป H