00:00:00 → 00:00:03ขอแนะสถานการณ์ที่เชื้อไวรัสโควิชนายทีน
00:00:03 → 00:00:05กำลังแพร่ระบาดนั้นทุกคนในสังคมต่างวิตก
00:00:05 → 00:00:08กังวลและป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสโควิช
00:00:08 → 00:00:11ในทีมเป็นอย่างมากและหาใครที่มีโรคประจำ
00:00:11 → 00:00:13ตัวอยู่แล้วนั้นยิ่งทำให้เพิ่มความรุนแรง
00:00:13 → 00:00:16ต่อร่างกายเป็นอย่างมากรวมถึงคุณแม่ที่
00:00:16 → 00:00:18ตั้งครรภ์ก็ต้องยิ่งดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
00:00:18 → 00:00:22มากเช่นกันซึ่งวันนี้แพ้ผู้เชี่ยวชาญก็จะ
00:00:22 → 00:00:24มาให้ความรู้และคำแนะนำกับคุณแม่ที่ตั้ง
00:00:24 → 00:00:26ครรภ์ว่าควรจะดูแลตัวเองอย่างไรกันบ้าง
00:00:26 → 00:00:30ครับหญิงตั้งครรภ์กับกิ่งทั่วไปเนี่ยจริง
00:00:30 → 00:00:33ๆโอกาสติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรค
00:00:33 → 00:00:35โควิชใหญ่จริงๆไม่ได้แตกต่างกันค่ะแต่เรา
00:00:35 → 00:00:38มีการศึกษาศาสตร์ประเทศสหรัฐอเมริกาเพราะ
00:00:38 → 00:00:41ว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิชเนี่ยมี
00:00:41 → 00:00:43โอกาสที่จะนอนโรงพยาบาลใส่เครื่องช่วย
00:00:43 → 00:00:46เหตุใจหรือว่าโอกาสเสียชีวิตเนี่ยสูงกว่า
00:00:46 → 00:00:49หญิงที่ไม่ตั้งครรภ์แต่ยังไงก็ตามเรา
00:00:49 → 00:00:51เพราะว่าอัตราการติดเชื้อของโควิชและ
00:00:51 → 00:00:54อัตราการเสียชีวิตเนี่ยพบว่ามีโอกาสน้อย
00:00:54 → 00:00:57กว่าโรคไข้หวัดใหญ่นะคะข้อมูลในอดีตเรา
00:00:57 → 00:01:00เพราะว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโรคไข้
00:01:00 → 00:01:02นี้เนี่ยมีอัตราการเสียชีวิตนะสูงมากและ
00:01:02 → 00:01:05พอมาดูอัตราการเสียชีวิตของหญิงตั้งครรภ์
00:01:05 → 00:01:07และเป็นโรคครูวิทย์เนี่ยเพราะว่าต่ำกว่า
00:01:07 → 00:01:10มากค่ะงั้นถามว่าโรคที่อันตรายในหญิงตั้ง
00:01:10 → 00:01:12ครรภ์เนี่ยอาจจะกลายเป็นไข้หวัดใหญ่มาก
00:01:12 → 00:01:17ว่าโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ค่ะ
00:01:17 → 00:01:21หญิงตั้งครรภ์เวลาติดเชื้อทางเดินหายใจมี
00:01:21 → 00:01:23โอกาสที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงกว่าหญิง
00:01:23 → 00:01:25ทั่วไปเพราะอะไรนะคะเพราะว่าได้หญิงตั้ง
00:01:25 → 00:01:28ครรภ์เนี่ยเวลาท้องที่โตขึ้นเนี่ยจะดัน
00:01:28 → 00:01:31ส่วนอกเพิ่มมากขึ้นรวมทั้งทำให้มีระบบ
00:01:31 → 00:01:34ภูมิคุ้มกันเนี่ยที่แตกต่างไปจากปกติและ
00:01:34 → 00:01:36มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆเช่น
00:01:36 → 00:01:39ลิ่มเลือดอุดตันได้มากกว่าดังนั้นถ้าจะ
00:01:39 → 00:01:41พูดว่าเวลาหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อเวลา
00:01:41 → 00:01:43โซนาร์เนี่ยต้องพูดว่ามีโอกาสที่จะเสี่ยง
00:01:43 → 00:01:45มากกว่าคนทั่วไปแน่นอนค่ะในหญิงตั้งครรภ์
00:01:45 → 00:01:48ที่ติดคอหวิดถามว่าลูกมีโอกาสติดเชื้อ
00:01:48 → 00:01:50หรือเปล่าเนี่ยอาจจะต้องแบ่งเป็นหลายๆ
00:01:50 → 00:01:54กรณีปัจจุบันนี้เราเพราะว่าหญิงตั้งครรภ์
00:01:54 → 00:01:57ในช่วงไปมากแรกๆแล้วตั้งครรภ์ลูกยังอยู่
00:01:57 → 00:02:00ในท้องเนี่ยโอกาสติดเชื้อหรือว่าเอ่อโอ๊ย
00:02:00 → 00:02:02ลูกสัตว์พิการเนี่ยเพราะว่าข้อมูลน้อยมาก
00:02:02 → 00:02:04แต่แนวโน้มคิดว่าน่าจะไม่มีผลนะคะไม่
00:02:04 → 00:02:07เหมือนโรคซิกาที่เราพบว่าหญิงตั้งครรภ์
00:02:07 → 00:02:09ที่ปิดสิก้าเนี่ยลูกจะออกมา 6 เล็กส่วน
00:02:09 → 00:02:12หญิงตั้งครรภ์ที่มาติดไวรัสโคโรน่าใน
00:02:12 → 00:02:15ไตรมาสสุดท้ายนะคะหรือว่าช่วงใกล้คลอด
00:02:15 → 00:02:17เนี่ยเราจะถือว่ามีโอกาสที่จะติดเชื้อจาก
00:02:17 → 00:02:20แม่สู่ลูกได้แต่ว่าโอกาสน้อยมากๆเลยทั่ว
00:02:20 → 00:02:23กติแล้วเวลาหมอจะยืนยันว่าโรคนี้เป็นโรค
00:02:23 → 00:02:26ติดเชื้อจากแม่สู่รูปเนี่ยเราจะต้องพบ
00:02:26 → 00:02:30เชื้อในน้ำคร่ำนะคะในช่องคลอดของมารดาจาก
00:02:30 → 00:02:33การศึกษาที่ผ่านมาพบว่าเป็น rare Case
00:02:33 → 00:02:35หรือว่าเคสส่วนน้อยมากๆที่ตรวจเจอส่วน
00:02:35 → 00:02:38ใหญ่เนี่ยตรวจไม่พบเชื้อดังนั้นจะบอกว่า
00:02:38 → 00:02:41จากแม่สู่ลูกผ่านทางช่องคลอดเนี่ยโอกาส
00:02:41 → 00:02:44น้อยมากๆเลยแต่จะมาติดตอนไหนก็คือติดหลัง
00:02:44 → 00:02:46คลอดนั่นเองนะคะเพราะว่าเราก็รู้ว่าแม่
00:02:46 → 00:02:50มักจะอยู่กับลูกนั่นเองถ้าแม่มีอาการไอ
00:02:50 → 00:02:52จามเสมหะแล้วลูกเราไม่ได้ป้องกันก็จะมี
00:02:52 → 00:02:55โอกาสติดเชื้อได้ง่ายนั้นการป้องกันที่
00:02:55 → 00:02:57สำคัญคือการป้องกันการติดเชื้อหลังจากที่
00:02:57 → 00:03:00ลูกคลอดออกมาแล้วมากกว่านะคะดังนั้นคะอัน
00:03:00 → 00:03:02นี้เราก็ต้องมาคุยกันค่ะเรื่องการจะแม่
00:03:02 → 00:03:05กับลูกจะอยู่ด้วยกันหรือว่าจะแยกกันอัน
00:03:05 → 00:03:07นี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยคงต้องขึ้นอยู่
00:03:07 → 00:03:09กับว่าคุณแม่มีอาการมากน้อยขนาดไหนคุณแม่
00:03:09 → 00:03:11สามารถดูแลป้องกันตัวเองได้มากน้อยขนาด
00:03:11 → 00:03:14ไหนถ้าคุณแม่ดูอาการน้อยแข็งแรงดีเพียง
00:03:14 → 00:03:18แค่ก่อนสัมผัสลูกอ่ะเราก็ต้องล้างมือใส่
00:03:18 → 00:03:21หน้ากากอนามัยอุ้มลูกให้นมแบบนี้ได้แต่
00:03:21 → 00:03:23ว่าถ้าแม่การุนแรงมากอย่างนี้เขาคงจำเป็น
00:03:23 → 00:03:26ต้องแยกระหว่างแม่กับลูกอย่างนั้นคิดว่า
00:03:26 → 00:03:29เรื่องเนี้ยต้องขึ้นอยู่กับบริบทอาการของ
00:03:29 → 00:03:32มารดาและอาการของลูกด้วยนะคะว่าจะมีอาการ
00:03:32 → 00:03:34อย่างไรสามารถอยู่ร่วมกันหรือว่าอยู่แยก
00:03:34 → 00:03:37กันและเหมาะสมมากกว่ากันเรื่องการให้นม
00:03:37 → 00:03:40ของแม่ที่ติดโควิชเนี่ยเราเพราะว่าจริงๆ
00:03:40 → 00:03:42น้ำนมแม่เนี่ยเหมือนกันเลยค่ะมีการศึกษา
00:03:42 → 00:03:45เพราะว่าส่วนน้อยมากๆที่จะเจอเชื้อในน้ำ
00:03:45 → 00:03:49นมนะคะแล้วเราก็พบว่าเชื้อในมุมที่เจออาจ
00:03:49 → 00:03:51จะเป็นฝากด้วย 3 นะคะไม่ได้เป็นไวรัสที่
00:03:51 → 00:03:54สามารถแบ่งตัวได้นั้นถ้าพูดถึงแค่น้ำนม
00:03:54 → 00:03:56เนี่ยไม่อันตรายกับลูกแล้วก็มีประโยชน์
00:03:56 → 00:03:58เสียมากกว่านะคะเพราะว่ามีภูมิต้านทานจาก
00:03:58 → 00:04:01แม่ไปสู่ลูกด้วยและที่สำคัญคือวิธีการให้
00:04:01 → 00:04:04นมมากกว่าดังนั้นตอนก่อนที่คุณแม่จะให้นม
00:04:04 → 00:04:06อาจจะต้องอาบน้ำนะครับล้างร่างกายให้
00:04:06 → 00:04:09สะอาดแล้วล้างมือใส่หน้ากากอนามัยเช็ด
00:04:09 → 00:04:12บริเวณเต้านมก่อนที่จะให้นมลูกค่ะเพื่อ
00:04:12 → 00:04:13เป็นการป้องกันการติดเชื้อ
00:04:13 → 00:04:17ลูกที่เกิดจากมารดาที่ปิดโควิชเนี่ยเรา
00:04:17 → 00:04:19เพราะว่าจริงๆแล้วส่วนใหญ่ปกติดีนะคะแต่
00:04:19 → 00:04:21ว่าส่วนน้อยเนี่ยขึ้นอยู่กับปัจจัยของ
00:04:21 → 00:04:24บรรดาด้วยเช่นมันดำบางคนมีอาการรุนแรงทำ
00:04:25 → 00:04:28ให้ส่งผลต้องคลอดลูกก่อนกำหนดก็นั้นลูก
00:04:28 → 00:04:30ที่เกิดออกมาทารกจะเป็นทารกแรกเกิดที่
00:04:30 → 00:04:33คลอดก่อนกำหนดอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนตามอายุ
00:04:33 → 00:04:36ของเขาเช่นพอแต่จะทำงานไม่ค่อยดีอาจจะมี
00:04:36 → 00:04:39ภาวะไข้ว่ามีภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อใน
00:04:39 → 00:04:41กระแสเลือดได้ดังนั้นอันนี้จะขึ้นอยู่กับ
00:04:41 → 00:04:45ปัจจัยการคลอดของมารดาด้วยและเราก็พบว่า
00:04:45 → 00:04:48ส่งผลทำให้มารดาเนี่ยจะต้องผ่าคลอดมาก
00:04:48 → 00:04:50ขึ้นนะคะซึ่งอันนี้อาจจะคิดจากหลายปัจจัย
00:04:50 → 00:04:53เช่นมารดามีอาการเหนื่อยหอบอยู่แล้วไม่
00:04:53 → 00:04:56สามารถไปเด้งข้อทางช่องข้อได้ตามปกติก็จะ
00:04:56 → 00:04:58มีอัตราการผ่าคลอดที่สูงกว่าปกตินั่นเอง
00:04:58 → 00:05:00นะคะซึ่งอัตราการผ่าเต็มที่สูงกว่าปกติ
00:05:00 → 00:05:03นี้จริงๆอาจจะส่งผลกับเด็กด้วยค่ะเพราะ
00:05:03 → 00:05:06เราก็รู้ว่าการข้อที่ดีที่สุดก็คือต้อง
00:05:06 → 00:05:08ข้อทางธรรมชาตินั่นเองค่ะส่วนการป้องกัน
00:05:08 → 00:05:11ตัวของหญิงตั้งครรภ์ในช่วงยุคที่มีการ
00:05:11 → 00:05:14ระบาดของโควิชนะคะจริงๆเหมือนกับคนอื่น
00:05:14 → 00:05:16ทั่วๆไปเลยนั่นก็คือ 4 อย่างค่ะเหมือน
00:05:16 → 00:05:20เดิมก็คือ 1 นะคะต้องเว้นระยะห่างเว้นให้
00:05:20 → 00:05:23มากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ถ้าทำไม่ได้ทำ
00:05:23 → 00:05:25อย่างไรทำไม่ได้ 2 ก็ต้องใส่หน้ากาก
00:05:25 → 00:05:28อนามัยนะคะสารก็ต้องล้างมือบ่อยๆนะคะ
00:05:28 → 00:05:31เพื่อเป็นการรถโอกาสที่จะรับเชื้อเข้าไป
00:05:31 → 00:05:34อันที่สี่ลดการสัมผัสสิ่งแวดล้อมให้มาก
00:05:34 → 00:05:36ที่สุดเพื่อไม่ให้เชื้อเนี่ยเข้าไปสู่เรา
00:05:36 → 00:05:39เองนะคะหลายๆครั้งเราอาจจะมีปัญหาเวลา
00:05:39 → 00:05:42เข้าที่ที่มีคนอ่านมากๆค่ะอย่างที่บอกถ้า
00:05:42 → 00:05:45ทำไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยอยู่ตลอดเวลางด
00:05:45 → 00:05:48การพูดคุยในขี้แค่นะคะเพราะเราพบว่าเชื้อ
00:05:48 → 00:05:51จะสามารถคุ้มก็จ่ายแล้วก็หนาแน่นได้มากใน
00:05:51 → 00:05:54ที่แคบและก็อากาศสบายไม่ดีนั่นเองค่ะหญิง
00:05:54 → 00:05:56ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงและมีอาการทาง
00:05:56 → 00:05:59เดินหายใจนะคะสามารถรับการคัดกรองและตรวจ
00:05:59 → 00:06:02โรคเต็มที่อาคารทรงตัวนี้วัฒนวงศ์โรง
00:06:02 → 00:06:06พยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทยค่ะก็ได้ทราบ
00:06:06 → 00:06:08กันไปแล้วนะครับกับวิธีดูแลตัวเองและความ
00:06:08 → 00:06:10รู้จักแพ้ที่คุณแม่ตั้งครรภ์ในหลายท่านนะ
00:06:10 → 00:06:13สงสัยกันอย่างไรก็ตามคุณแม่ที่ตั้งครรภ์
00:06:13 → 00:06:15อยู่นั้นก็คือดูแลตัวเองให้ถูกต้องเพื่อ
00:06:15 → 00:06:18ป้องกันใช้ไวรัส Call it นาทีนะครับ
00:06:18 → 00:06:21หรือความปรารถนาดีจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
00:06:21 → 00:06:23สภากาชาดไทย
00:06:23 → 00:06:36[เพลง]