00:00:00 → 00:00:02เรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกายเราก็เป็น
00:00:02 → 00:00:05เรื่องที่จำเป็นนะหนึ่งในนั้นก็คือเรื่อง
00:00:05 → 00:00:07ของที่เราจะหยิบยกมาคุยกันก็คือเรื่องของ
00:00:08 → 00:00:12ขนแต่ว่าพิเศษนิดนึงเป็นขนในที่ลับหรือขน
00:00:12 → 00:00:15ที่บริเวณจุดซ่อนเล้นเออมันก็มีข้อสงสัย
00:00:16 → 00:00:19เหมือนกันหลายๆคนเอ๊ทำไมขนบริเวณนี้มัน
00:00:19 → 00:00:22ถึงไม่ยาวเหมือนกับผมที่เราอาจจะต้องตัด
00:00:22 → 00:00:24ถ้าเป็นคุณผู้ชายอาจจะต้องตัดทุกเดือน
00:00:24 → 00:00:26เนาะหรือคุณผู้หญิงก็ 2-3 เดือนก็ต้องตัด
00:00:26 → 00:00:29ทีนึงอะไรอย่างเงี้ยแล้วแถมนอกจากมันไม่
00:00:29 → 00:00:31ยาวแล้วเนี่ยมันบางทีมันก็อาจจะมีอาการ
00:00:31 → 00:00:34แบบเอ่อเค้าเรียกลักษณะของหยิกแล้วก็โค้
00:00:34 → 00:00:37งอด้วยมันมีความพิเศษยังไงมันต่างจากขน
00:00:37 → 00:00:40บริเวณอื่นยังไงนะแล้วก็รวมไปถึงอีก
00:00:40 → 00:00:42เรื่องนึงที่เราจะมาชวนกันคุยก็คือเรื่อง
00:00:42 → 00:00:45ของประโยชน์ของเจ้าขนที่จุดซ่อนเล้นแล้ว
00:00:45 → 00:00:47ก็วิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้องด้วยเดี๋ยว
00:00:47 → 00:00:50วันนี้เราไปคุยในประเด็นเหล่านี้กันนะคะ
00:00:50 → 00:00:54กับคุณหมอต้นค่ะคุณหมอพูนศักดิ์สุชนวัน
00:00:54 → 00:00:56นี้สูตินารีแพทย์ประจำรายการของเราค่ะ
00:00:56 → 00:01:00สวัสดีค่ะคุณหมอคะสวัสดีครับค่ะสวัสดี
00:01:00 → 00:01:02ทั้งคุณพักคุณเจี๊ยบแล้วก็คุณผู้ฟังทาง
00:01:02 → 00:01:07บ้านทุกๆท่านนะครับค่ะค่ะครับก็เรื่องขน
00:01:07 → 00:01:10นะครับจริงๆแล้วเนี่ยเส้นขนเนี่ยนะครับ
00:01:10 → 00:01:14มันจะว่าไปมันก็ปกคลุมอยู่เรียกว่าแทบจะ
00:01:14 → 00:01:18ทั่วทุกบริเวณของผิวหนังของเราค่ะสังเกต
00:01:18 → 00:01:20ได้นะครับแแม้แม้แต่บางทีที่เรามองเหมือน
00:01:20 → 00:01:22ไม่เห็นนะแต่ว่าสมมุติเรายกแขนแล้วขึ้นมา
00:01:22 → 00:01:25ดูมันก็จะมีขนอ่อนๆน่ะกระจายอยู่ทั่วไป
00:01:25 → 00:01:27ใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้นเรื่องของการมีขน
00:01:27 → 00:01:30เนี่ยแน่นอนก็คงเป็นสาระที่ที่น่ารู้เลย
00:01:30 → 00:01:32ว่าเอ๊ะงั้นเรามีไปทำไมแล้วมันทำไมในแต่
00:01:32 → 00:01:35ละบริเวณมันถึงมีลักษณะที่ต่างกันนะครับ
00:01:35 → 00:01:38แล้วทำไมอย่างมนุษย์เรามีขนแบบนี้ทำไม
00:01:38 → 00:01:41สัตว์เนี่ยสัตว์บางอย่างก็มีขนเยอะๆนะ
00:01:41 → 00:01:43ครับสุนัขแมวอะไรต่างๆเนี้ยมันก็จะเป็น
00:01:43 → 00:01:46ลักษณะที่แตกต่างกันตามการควบคุมของ
00:01:46 → 00:01:49พันธุกรรมนะครับหรือยีนที่ควบคุมของของ
00:01:49 → 00:01:52สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดอค่ะาวนี้ถ้าเราพูด
00:01:52 → 00:01:55ถึงส่วนของคนเราเนี่ยนะครับเส้นผมเนี่ยนะ
00:01:55 → 00:01:58ครับหรือเส้นขนทั่วๆไปเนี่ยมันก็มีกระจาย
00:01:58 → 00:02:00อยู่ทั่วนะครับทั้งทั้งในส่วนที่เรา
00:02:00 → 00:02:02สังเกตได้ง่ายๆอย่างเช่นเราก็เห็นอะไตั้ง
00:02:02 → 00:02:05แต่ไล่ตั้งแต่หัวจลดเท้าอ่ะเห็นเส้นผมนะ
00:02:05 → 00:02:10ครับเห็นคิ้วขนตานะครับขนบริเวณหนวดเคลา
00:02:10 → 00:02:14ใช่มั้ยครับแล้วก็เ่ามาจนถึงบริเวณอ่า
00:02:14 → 00:02:16รักแร้อย่างเงี้ยนะครับหรือตามแขนตามขา
00:02:16 → 00:02:19เี่เราก็เห็นนะครับแต่ก็ยังรวมไปถึง
00:02:19 → 00:02:22บริเวณที่อยู่ในร่มผ้านะครับที่ที่เราก็
00:02:22 → 00:02:24อาจจะไม่ได้สามารถสังเกตได้ทั่วไปก็เราก็
00:02:24 → 00:02:27จะปกปิดกันอยู่ไม่ว่าจะเป็นขนบริเวณหน้า
00:02:27 → 00:02:30อกนะครับขนบริเวณหน้าท้องแล้วก็รวมไปถึง
00:02:30 → 00:02:34หัวข้อที่เราคุยกันวันนี้ก็คือผลในบริเวณ
00:02:34 → 00:02:36จุดซ่อนเร้นหรือบริเวณอวัยเพศนะครับซึ่ง
00:02:36 → 00:02:38อันนี้เราก็จะคุยกันทั้งแค่ในแง่ของคุณ
00:02:38 → 00:02:41ผู้หญิงและผู้ชายก็ต่างคนก็ต่างมีเหมือน
00:02:41 → 00:02:45กันนะครับคราวนี้เอ่อเมื่อเราพูดถึง
00:02:45 → 00:02:49เรื่องของขนเนี่ยนะครับก็ถ้าเป็นขนอื่นๆน
00:02:49 → 00:02:51อย่างเสนผมคิ้วเค้าอะไรเงี้ยนะครับเราเรา
00:02:51 → 00:02:54คุยกันได้เปิดเผยแหละแต่พอขนอยู่ในส่วน
00:02:54 → 00:02:57ของอเเพศหรือส่วนที่ปกกิเนี่ยนะครับเราก็
00:02:57 → 00:02:59เรียกเป็นที่รับหรือจุดซ่อนเร้นเนี่ยก็จะ
00:02:59 → 00:03:02ทำให้เรามักจะไม่ค่อยพูดถึงเรื่องนี้กัน
00:03:02 → 00:03:05นะครับก็เลยทำให้ก็หมอว่าก็มีคุณผู้ฟัง
00:03:05 → 00:03:07หลายๆท่านนะครับก็จะสงสัยมีข้อสงสัยเกี่ย
00:03:07 → 00:03:09กับเรื่องของขนตรงเไม่มากก็น้อยนะครับ
00:03:09 → 00:03:11เพียงแต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไป
00:03:11 → 00:03:13ถามเพื่อนฝูงหรือถามใครๆได้นะครับเพราะ
00:03:13 → 00:03:16ฉะนั้นก็มาฟังรายการสุขภาพดี 22 นในวันเย
00:03:16 → 00:03:20ก็คงจะมีสาระให้ให้ทุกๆท่านที่เคยสงสัย
00:03:20 → 00:03:23ว่าเอ๊ทำไมเราถึงต้องมีขนบริเวณจุดซ่อน
00:03:23 → 00:03:25เล้นของเรานะครับมีเอาไว้ทำไมแล้วทำไม
00:03:25 → 00:03:28ลักษณะมันถึงต่างจากขนบริเวณอื่นนะครับ
00:03:28 → 00:03:31แล้วก็เอ่ออย่าที่คุณตั้คุณจีฟเอ่ยไปะ
00:03:31 → 00:03:34ประโยชน์ของมันมีเรามีทำไมแล้วก็เอ่อ
00:03:34 → 00:03:37เมื่อมีแล้วเนี่ยเราจะดูแลรักษามันยังไง
00:03:37 → 00:03:42นะครับเอ่อมาคุยกันเรื่องแรกก่อนนะครับนะ
00:03:42 → 00:03:45เรื่องของขนเนี่ยนะครับเราอาจจะสังเกตได้
00:03:45 → 00:03:47เลยว่าทำไมขนเนี่ยในบริเวณจุดซ่อนเล้น
00:03:47 → 00:03:50หรืออวเพศนะครับทั้งผู้หญิงผู้ชายเนี่ย
00:03:50 → 00:03:55อันที่ 1 ความยาวของมันเนี่ยมันมันทำไม
00:03:55 → 00:03:58ไม่ได้ยาวมากเหมือนกับเส้นผมอค่ะถูกมั้ย
00:03:58 → 00:04:00อันเนี้ยเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับ
00:04:01 → 00:04:04กระบวนการเอ่อเหมือนกับกระบวนการของการโต
00:04:04 → 00:04:08ของขนก่อนนะครับเราเรียกว่าวงจรของการการ
00:04:08 → 00:04:11ขยายขนาดหรือการเติบโตของขนนะครับภาษา
00:04:11 → 00:04:14อังกฤษเราก็เรียกว่า Hair GR Cycle นะ
00:04:14 → 00:04:17ครับอกระบวนการตรงนี้เนี่ยนะครับเอ่อการ
00:04:17 → 00:04:20เจริญของขนเนี่ยมันจะแบ่งเป็น 3 ระยะนะ
00:04:20 → 00:04:22ครับระยะที่ 1 เนี่ยเราเรียกว่าระยะที่ขน
00:04:22 → 00:04:26มีการเอ่อเจริญเติบโตหรือยืดยาวออกนะครับ
00:04:26 → 00:04:28ระยะนี้ถ้าเราเรียกเป็นภาษาเ่อทางการ
00:04:28 → 00:04:32แพทย์เราก็เรียเรียกว่า anagen เฟสนะครับ
00:04:32 → 00:04:34ระยะตรงนี้นะครับเป็นระยะเริ่มต้นที่ขน
00:04:34 → 00:04:37เ่อขนนั่นแหละงอกขึ้นมาแล้วก็ค่อยๆยาว
00:04:37 → 00:04:40ขึ้นมานะครับส่วนระยะถัดไปจะเป็นระยะที่
00:04:40 → 00:04:44เรียกว่า cag เฟสก็จะเป็นระยะที่ขนเนี่ย
00:04:44 → 00:04:47เริ่มชะลอความยาวลงแล้วก็เหมือนกับหยุด
00:04:47 → 00:04:49หยุดการเจริญเติบโตแล้วก็เหมือนกับหลัง
00:04:49 → 00:04:51จากนั้นเนี่ยขนเมันก็จะเหมือนกับพร้อมจะ
00:04:51 → 00:04:53สิ้นอายุไขแล้วก็หลุดร่วงลงไปนะครับค่ะ
00:04:53 → 00:04:56แล้วก็อีกระยะนึงระยะที่ 3 ก็จะเป็นระยะ
00:04:56 → 00:04:59ที่ขนจะหยุดโตอย่างสมบูรณ์แล้วก็อเอ่อ
00:04:59 → 00:05:01เหมือนกับเป็นช่วงที่จะผลัดเปลี่ยนให้มี
00:05:01 → 00:05:03ขนรุ่นใหม่เขึ้นมาแทนอันนี้เราก็จะเรียก
00:05:03 → 00:05:06ว่าเนเฟสนะครับอันนี้ก็ทำความเข้าใจ
00:05:06 → 00:05:08เรื่องเรื่องไอ้ชื่อเสียงก็ไม่ต้องไปจำ
00:05:08 → 00:05:11มันมากอ่ะแต่ให้เข้าใจว่าส่วนที่มีผล
00:05:11 → 00:05:15สำคัญเนี่ยนะครับในเรื่องของเอ่อความยาว
00:05:15 → 00:05:17ของขนในจุดซ่อนเร้นของเราเนี่ยว่าเอ๊ะ
00:05:17 → 00:05:20ทำไมขนอเเพทเไม่ได้ยาวเท่ากับขนบริเวณ
00:05:20 → 00:05:24เส้นผมก็เพราะว่าในการในช่วงช่วงที่ 1
00:05:24 → 00:05:27ของวงจรการโตของผลนี่เองครับช่วงที่มีการ
00:05:27 → 00:05:30เจริญเติบโตที่เรียกว่าแจนเฟสเนี่ยนะครับ
00:05:30 → 00:05:33เอ่อมันมีการแตกต่างกันตามตามลักษณะทาง
00:05:33 → 00:05:35พันธุกรรมหรือยีนที่ควบคุมการโตของของ
00:05:35 → 00:05:39เส้นขนบริเวณต่างๆอย่างยกตัวอย่างถ้าเรา
00:05:39 → 00:05:41เทียบกันง่ายๆก็อย่างบริเวณผมเนี่ยนะครับ
00:05:41 → 00:05:45ที่ผมเนี่ยนะครับวงจรการโตหรือแนเสเนี่ย
00:05:45 → 00:05:49จะกินเวลายาวนาน 2-6 ปีทีเดียวนะครับเรา
00:05:49 → 00:05:52ถึงเห็นได้ว่าบางคนเนี่ยที่เราเห็นไว้ผม
00:05:52 → 00:05:55ยาวๆเนี่ยไม่ตัดเลยเนี่ยนะครับหลายๆปี
00:05:55 → 00:05:58เนี่ยขมยาวลงไปเรื่อยๆเลยยาวลงไปถึงก้น
00:05:58 → 00:06:01บางคนถึงาถึงขาอะไรอย่างที่เราเห็นแบบที่
00:06:01 → 00:06:03รู้จักกันก็อย่างสังเกตเราสังเกตโยคีอะไร
00:06:03 → 00:06:05อย่างเงี้ยนะครับคนทางอินเดียอะไรที่เขา
00:06:05 → 00:06:08ไว้ผมยาวๆตามตามหลักศาสนาเขานะครับหรือ
00:06:08 → 00:06:11ว่าคนที่ไปอยู่ตามป่าตามเขาหรือเรานึกถึง
00:06:11 → 00:06:13ภาพของเอ่อมนุษย์ยุคหินอะไรเงี้ยที่เราจะ
00:06:13 → 00:06:15เห็นเหมือนก็ผมยาวๆนะบางทีก็เป็นการ์ตูน
00:06:15 → 00:06:21ตลกๆว่าเวลาผู้ชายจะพาผู้หญิงไปก็ดึลากผม
00:06:21 → 00:06:23แล้วก็ลากไปตามพื้นเลยอันนั้นคงเป็นการ
00:06:23 → 00:06:26วาดการ์ตูนอ่ะนะฮะแต่ว่าก็เป็นการสื่อให้
00:06:26 → 00:06:29เห็นว่าลักษณะของผมเนี่ยมันยาวได้โถ้าเรา
00:06:29 → 00:06:32ไว้เนี่ยมันยาวด้วยวงวงจรมันระยะการโตมัน
00:06:32 → 00:06:342-6 ปีเพราะฉะนั้นมันก็จะงอกยาวไปเรื่อย
00:06:34 → 00:06:39ๆเรื่อยๆค่ะแต่ลักษณะของขนบริเวณอวยเพศ
00:06:39 → 00:06:41เนี่ยนะครับมันจะมีวงจรในช่วงของการโต
00:06:41 → 00:06:44หรือแจนเฟสเนี่ยอยู่ที่ระยะประมาณ 3-6
00:06:44 → 00:06:47เดือนเท่านั้นอืเพราะฉะนั้นต่อให้ขนเ่อ
00:06:47 → 00:06:50สมมุติขนที่เส้นผมเนี่ยนะครับกับขนตงอเ
00:06:50 → 00:06:52เพศเนี่ยถ้าเป็นขนเส้นที่งอกในวันเดียว
00:06:52 → 00:06:55กันเกิดมาพร้อมกันเนี่ยนะครับค่ะเจ้าขน
00:06:55 → 00:06:58ที่บริวณอวยเพศเนี่ยพอไปถึง 3-6 เดือน
00:06:58 → 00:07:02เนี่ยเขาก็จะหยุดการโตละอืหยุดการโตก็
00:07:02 → 00:07:04แสดงว่าความยาวเมันก็จะอยู่ประมาณนั้นนะ
00:07:04 → 00:07:06ฮะประมาณของส่วนที่เราเห็นว่าขนอวัยเพศ
00:07:06 → 00:07:09เป็นอย่างนั้นในขณะที่ขนบนเส้นผมเนี่ยที่
00:07:09 → 00:07:11ที่งอกพร้อมกันเนี่ยเยังไม่หยุดยาวไงเยัง
00:07:12 → 00:07:15ยาวต่อไป 2-6 ปีเพราะฉะนั้นเอ่อเราจึง
00:07:15 → 00:07:17เห็นว่าขนอเเพศเนี่ยมันมันดูเหมือนกับ
00:07:17 → 00:07:19สั้นๆอยู่แล้วก็แป๊บนึงเนี่ยมันก็จะหลุด
00:07:19 → 00:07:22แล้วก็จะเป็นขนอ่าเส้นใหม่ที่ขึ้นมาแทน
00:07:22 → 00:07:24แล้วขึ้นมาแทนก็มีระยะการตัวเท่ากันเพราะ
00:07:24 → 00:07:26ฉะนั้นเขาก็จะยาวอยู่ 3-6 เดือนแล้วก็
00:07:26 → 00:07:29หยุดตรงนั้นซึ่งโดยเฉลี่ยเนี่ยเราจึงเห็น
00:07:29 → 00:07:32ว่าขนบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์หรือจุดซ่อง
00:07:32 → 00:07:34เล้นเนี่ยมันจะยาวโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณสัก
00:07:34 → 00:07:39เอ่อครึ่งนิ้วไปจนถึง 1.5 นิ้วนะครับนะ
00:07:39 → 00:07:41มันมันจะไม่ค่อยยาวมากๆนะครับต่อให้เรา
00:07:42 → 00:07:44ไว้ผลไม่ไม่ตัดไม่อะไรเลยมันก็จะยาวอยู่
00:07:44 → 00:07:47แค่นี้นะครับคราวนี้อีกลักษณะนึงที่เรา
00:07:47 → 00:07:49สงสัยโอเคในเรื่องของความยาวเราเข้าใจละ
00:07:50 → 00:07:55แต่ว่าทำไมลักษณะของเอ่อเส้นขนบริเวณเอว
00:07:55 → 00:07:57สึบพันธุ์เนี่ยทั้งผู้ชายผู้หญิงนะฮะเรา
00:07:57 → 00:08:00จะเห็นได้ว่ามันจะมีลักษณะคล้ายๆจะเป็น
00:08:00 → 00:08:03เหมือนกับหงิกงออ่ะเป็นหยิกๆออนะครับค่ะ
00:08:04 → 00:08:06ซึ่งอันเนี้ยมีคนสงสัยเหมือนกันครับเพราะ
00:08:06 → 00:08:08ว่าอย่างที่เราบอกละในเรื่องเรื่องของขน
00:08:08 → 00:08:10บริเวณเนี้ยมันเป็นส่วนที่เราก็ไม่มัน
00:08:10 → 00:08:12เป็นเรื่องจุดซ่อนเร้นกับจุดที่อับอายเรา
00:08:12 → 00:08:15ก็คงไม่ไปพูดคุยกับใครอ่ะนะค่ะก็อาจจะมี
00:08:15 → 00:08:19คนสงสัยเหมือนครับว่าอ่าโอเคบางคนเนี่ยผม
00:08:19 → 00:08:22เขาตรงแต่บางคนเราก็เห็นผมหยิ่งหรือผม
00:08:22 → 00:08:24อยากส่งคใช่มั้ยครับอันนี้พูดถึงที่เป็น
00:08:24 → 00:08:27ธรรมชาติไม่ใช่ไม่ใช่ดัด่ะนะนะฮะคราวนี้
00:08:27 → 00:08:30คนที่ผมหยิกแล้วอยากศกเนี่ยถ้าเกิดขนที่ไ
00:08:30 → 00:08:33เพทจะหยิกจะหงิกงอเนี่ยเราก็คงไม่แปลกใจ
00:08:33 → 00:08:34เพราะว่าอมันก็เอเหมือนกันนัแหละก็แสดง
00:08:34 → 00:08:37ว่าลักษณะคนนั้นเป็นแบบนี้ค่ะแต่ว่าที่
00:08:37 → 00:08:40เราสงสัยเนี่ยบางคนที่เป็นคนผมตรงล่ะนะ
00:08:40 → 00:08:44ครับขนบริเวณผมเตรงแล้วขนตรงอเเพศเจะตรง
00:08:44 → 00:08:47ด้วยมั้ยอันเนี้ยผลบริเวณไเพะก็จะมี
00:08:47 → 00:08:50ลักษณะหยิกงอเหมือนกันนะครับอ๋อมันจะไป
00:08:50 → 00:08:52ด้วยกันใช่มั้ยคะคุณหมอสมมุติถ้าเราเป็น
00:08:52 → 00:08:55คุไม่ขึ้นอยู่กับว่าคนคนๆนั้นจะในส่วนของ
00:08:55 → 00:08:58ผมจะเป็นผมตรงหรือผมหยิกผมจักศกแต่ขนนวเ
00:08:58 → 00:09:01เพทเนี่ยมีลักษณะหงิกงอเหมือนกันนะครับอ
00:09:01 → 00:09:04นะเหตุผลตรงนี้ก็มีเหตุผลหลายๆอย่างนะ
00:09:04 → 00:09:07ครับเหตุผลประการที่ 1 ก็คือเอ่อจริงๆ
00:09:07 → 00:09:10แล้วยีนที่ควบคุมลักษณะการการยืดยาวของ
00:09:10 → 00:09:13เส้นขนในแต่ละตำแหน่งของร่างกายเนี่ยมัน
00:09:13 → 00:09:16จะมีทั้งยีนที่ควบคุมในลักษณะของให้ขน
00:09:16 → 00:09:20เนี่ยมันเหยียดตรงนะครับกับอีกยีนนึงที่
00:09:20 → 00:09:23ควบคุมให้ขนเนี่ยมีลักษณะโค้งงอนะครับอัน
00:09:23 → 00:09:26นี้มันถูกควบคุมโดยลักษณะของยีนค่ะคราวเ
00:09:26 → 00:09:28สิ่งที่เราเห็นก็แล้วเราศึกษากันเนี่ยเรา
00:09:28 → 00:09:32พบว่าถ้าเป็นส่วนสของเอ่อขนบริเวณหัวนั่น
00:09:32 → 00:09:36ก็คือเส้นผมเนี่ยนะฮะเอ่อยีนของที่ทำให้
00:09:36 → 00:09:39ตรงกับยีนที่ทำให้หยิกงอเนี่ยนะครับมันจะ
00:09:39 → 00:09:42มีความแตกต่างกันแปรผันไปในกลุ่มประชากร
00:09:42 → 00:09:46ที่ต่างๆกันนะครับเพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับ
00:09:46 → 00:09:48ว่าถ้าคนนั้นเนี่ยมีลักษณะของยีนที่เป็น
00:09:48 → 00:09:51ยีนที่ผมเหยียดตรงเนี่ยขนเหยียดตรงเด่น
00:09:51 → 00:09:54ค่ะคนนั้นก็จะมีลักษณะของผมที่เป็นผมตรง
00:09:54 → 00:09:57อืค่ะในทางกลับการถ้าคนอีกคนนึงที่มี
00:09:57 → 00:10:00ลักษณะของยีนเด่นนะไปอยู่ที่ในส่วนของผม
00:10:00 → 00:10:03ที่อยากงอนะครับซึ่งเขาก็จะมียีนของผมตรง
00:10:03 → 00:10:05อยู่อ่ะแต่ยีนของผมอยากออยากงอเนี่ยมัน
00:10:05 → 00:10:08มันมันมากกว่ามันแสดงลักษณะทางพันธุกรรม
00:10:08 → 00:10:11ที่เยอะกว่าก็จะทำให้คนนั้นเมีลักษณะของ
00:10:11 → 00:10:14ผมที่เป็นหยักศกหรือว่ามีผมหยิกอืนะครับ
00:10:14 → 00:10:17ซึ่งเราก็จะเห็นครับเรื่องที่เรื่องที่
00:10:17 → 00:10:20แปลกๆตลกๆกันในหมู่ประชาชนเราก็คือคนที่
00:10:20 → 00:10:24ผมตรงอ่ะนะครับก็จะไปดัดผมให้แ็หยิกนะไป
00:10:24 → 00:10:27มองว่าแบบผมหยิกสวยดีถ้าคนที่เป็นผมหยิก
00:10:27 → 00:10:29ยักสกเนี่ยนะฮะก็จะพยายามไปยืด
00:10:29 → 00:10:33ให้มันตรงนะฮะก็เหมือนกับคนเราเนี่ยแบบเเ
00:10:33 → 00:10:35ก็จะแบบเก็อยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองนะก็จะ
00:10:35 → 00:10:37มีอะไรที่มันแบบเอ่อไม่พอใจในสิ่งที่เรา
00:10:37 → 00:10:39มีอยู่เรื่อยๆแต่ว่าจริงๆก็ต้องเข้าใจ
00:10:39 → 00:10:42ด้วยว่าเอ่อจุดควบคุมอันที่ 1 เนี่ยที่ทำ
00:10:42 → 00:10:45ให้เส้นผมมีทั้งทั้งตรงทั้งเ่ออยากสกทั้ง
00:10:45 → 00:10:48หยิกงอได้เนี่ยก็เพราะลักษณะเด่นของยีน
00:10:48 → 00:10:51ที่มีทั้งยีนที่ควบคุมเส้นผมตรงกับหยิกงอ
00:10:51 → 00:10:55เนี่ยมันไม่เท่ากันนะครับแต่พอเรามามอง
00:10:55 → 00:10:58ถึงขนบริเวณจุดซ่อนเล้นหรืออเเพศเนี่ยเรา
00:10:58 → 00:11:01กลับพบว่าในในส่วนของยีนที่ควบคุมขน
00:11:01 → 00:11:04บริเวณเนะครับจะมีลักษณะของยีนที่ทำให้ขน
00:11:04 → 00:11:08หงิกงอเนี่ยเด่นกว่าเพราะฉะนั้นลักษณะของ
00:11:08 → 00:11:10ขนที่โตขึ้นมาเนี่ยนะครับในส่วนของปกคลุม
00:11:10 → 00:11:13อุเเพศเนี่ยจึงมีลักษณะที่เป็นขนแบบขนที่
00:11:13 → 00:11:17หงิกหงิกงอกนะครับไม่เหยียบตรงนะครับแทบ
00:11:17 → 00:11:20จะเหมือนกันหมดนะครับในทุกๆคนนะครับส่วน
00:11:20 → 00:11:23ส่วนในจริงๆแล้วจะมีข้อยกเว้นบ้างมยเช่น
00:11:23 → 00:11:25บางคนก็อาจจะมีลักษณะยินเด่นยินด้อยอะไร
00:11:25 → 00:11:27ที่ผิดปกติใช่มั้ยครับหรือว่าอย่างบางคน
00:11:27 → 00:11:30เนี่ยอย่างอย่างลักษณะที่ควบคุมควบคุม
00:11:30 → 00:11:32เรื่องสีผิวเราเงี้ยเราจะมีบางคนที่แบบ
00:11:32 → 00:11:36ยีนที่ควบคุมเรื่องสีผิวหรือเอ่อหรือไอ้
00:11:36 → 00:11:39เม็ดสีหรือเมลินเมลินพิมเนี่ยมันเปลี่ยน
00:11:39 → 00:11:40แปลงไปเราจะเห็นว่าบางคนเป็นลักษณะคน
00:11:40 → 00:11:43เผือกค่ะคือมีลักษณะแบบเป็นสีขาวหมดเลย
00:11:43 → 00:11:45ไม่ว่าจะเป็นลูกตาอะไรก็ขาวหมดอันเนี้ย
00:11:45 → 00:11:48มันก็มีข้อยกเว้นเหมือนกันเพียงแต่ว่าถ้า
00:11:48 → 00:11:51ในแง่ของขนที่ยเพศเนี่ยมันก็ยากที่จะตาม
00:11:51 → 00:11:54ศึกษาครับเพราะว่าคนที่เขาแบบอาจจะมีขน
00:11:54 → 00:11:58ตรงเพศตรงแล้วเไม่ได้มาแสดงตัวไงอเเก็ตรง
00:11:58 → 00:12:00เงียบๆอะไรเงี้นะไม่ไปบอกใครนะฮะเพราะ
00:12:00 → 00:12:03ฉะนั้นก็เราก็เชื่อว่าในเมื่อธรรมชาติมี
00:12:03 → 00:12:05ความเปลี่ยนแปลงน่ะแต่การศึกษาส่วนใหญ่
00:12:05 → 00:12:08เราพบว่าขนที่อเเพทเจะเป็นลักษณะหงีงอกัน
00:12:08 → 00:12:11หมดนะฮะไม่มีไม่มีตรงแต่ว่าก็มันก็อาจจะ
00:12:11 → 00:12:13เป็นไปได้ที่อาจจะมีบางคนที่มียีนที่แปลก
00:12:14 → 00:12:16ปลอมอันนี้ก็เกิดขึ้นได้เพราะฉะนั้นเหตุ
00:12:16 → 00:12:19ผลที่ทำให้ขนบริเวณจุดซ่อนแว้งหรือโเเพศ
00:12:19 → 00:12:21ของเราเนี่ยนะครับเอ่อมีักไอไอเรื่องที่
00:12:21 → 00:12:24ความยาวเราพูดไปแล้วแต่เรื่องลักษณะที่
00:12:24 → 00:12:26อีกงอเนี่ยสิ่งที่ควบคุมอันที่ 1 ก็คือ
00:12:26 → 00:12:28เรื่องของยีนนะครับที่ควบคุมลักษณะของ
00:12:28 → 00:12:32เส้นขค่ะอันที่ 2 เนี่ยนะครับจุดที่แตก
00:12:32 → 00:12:36ต่างก็คือเอ่อลักษณะของรูขุมขนนะครับรู
00:12:36 → 00:12:39ขุมขนเนี่ยที่บริเวณของเส้นผมเนี่ยจะเป็น
00:12:39 → 00:12:42รูขุมขนที่ลักษณะเป็นลักษณะกลมๆฐานมันจะ
00:12:42 → 00:12:45กลมๆเพราะฉะนั้นลักษณะเส้นเส้นขนของผมที่
00:12:45 → 00:12:47งอกขึ้นมาเนี่ยมันจะเป็นลักษณะที่เป็นผม
00:12:48 → 00:12:50ที่กลมๆค่ะผมที่กลมๆเนี่ยนะครับโดยทาง
00:12:50 → 00:12:54ลักษณะการเรียงตัวของเส้นใยคือคือในบนบน
00:12:54 → 00:12:56เนื้อของเส้นผมเนี่ยมันจะมีเส้นใยที่เรา
00:12:56 → 00:12:59เรียกว่าเตินนะครับเอ่อไอ้ถ้าเป็นลักษณะ
00:12:59 → 00:13:02ของฐานของเ่อรูขุมขนที่เป็นลักษณะกลม
00:13:02 → 00:13:05เนี่ยไอ้ตัวเครตินมันก็จะเรียงตัวเป็น
00:13:05 → 00:13:08ลักษณะกลมมันก็จะทำให้ลักษณะของเส้นผม
00:13:08 → 00:13:11เวลามันโตยืดยาวขึ้นมาเนี่ยมันสมมากกันนะ
00:13:11 → 00:13:13ครับพอมันสมมากกันในการโตทุกด้านเนี่ย
00:13:13 → 00:13:16ลักษณะที่มันพุ่งขึ้นไปเนี่ยมันจะจึงมี
00:13:16 → 00:13:18ลักษณะที่มีลักษณะเหยียดตรงเป็นผมเหมือน
00:13:18 → 00:13:21กับที่ผมเป็นเหยียดตรงยาวๆเนี่ยได้ง่ายนะ
00:13:21 → 00:13:25ครับในขณะที่ลักษณะของรูขุมขนเอ่อบริเวณ
00:13:26 → 00:13:29จุดช่อนเล้นเนี่ยนะครับจะมีลักษณะที่เป็น
00:13:29 → 00:13:31เป็นเป็นฐานที่เป็นลักษณะโค้งๆนะครับหรือ
00:13:31 → 00:13:34เป็นรูปที่เหมือนวงรีเหมือนรูปไข่นะครับ
00:13:34 → 00:13:37เพราะฉะนั้นเวลาที่เอ่อเส้นขนตรงบริเวณ
00:13:37 → 00:13:39จุดซ่อนเเรางอกขึ้นมาเนี่ยนะครับการเรียง
00:13:39 → 00:13:41ตัวของคอลลาเจนเนี่ยมันจึงมันไม่ได้เท่า
00:13:41 → 00:13:43กันทุกด้านไงมันไม่ได้สมมาตรเหมือนกับ
00:13:43 → 00:13:46เป็นกลมๆเพราะฉะนั้นมันจะมีด้านนึงที่ยืด
00:13:46 → 00:13:49ยาวตัวกว่าด้านนึงที่ยืดยาวสั้นกว่า
00:13:49 → 00:13:52ลักษณะแบบเยครับทำให้มันเหมือนกับลักษณะ
00:13:52 → 00:13:54ของขนที่ขึ้นมาเนี่ยมันจะมีลักษณะโค้ง
00:13:54 → 00:13:58เป็นเกลียวแล้วก็มีการหงิกงอเกิดขึ้นอ่า
00:13:58 → 00:14:00อันนี้ก็เป็นเ่อสาเหตุอันที่ 2 นะครับที่
00:14:00 → 00:14:02เป็นส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องของทำไมขน
00:14:02 → 00:14:05บริเวณจุดซ่อนเล้นเราถึงมีลักษณะหยิกหรือ
00:14:05 → 00:14:10งอนะครับส่วนเอ่อมีข้อสงสัยกันอีกเรื่อง
00:14:10 → 00:14:15นึงก็คือีของขนนะครับคนที่คนที่มีผมเป็น
00:14:15 → 00:14:18สีดำเนี่ยนะครับกับคนที่ผมสีทองผมออกสี
00:14:18 → 00:14:21น้ำตาลอะไรต่างๆเหล่าเนี้ยเขาจะมีคนที่
00:14:21 → 00:14:24ประเภทสีเป็นยังไงนะครับอันเนี้ยเราพบว่า
00:14:24 → 00:14:28ลักษณะของการควบคุมเรื่องเม็ดสีที่ที่เ่อ
00:14:28 → 00:14:30แสดงออกในทาของเส้นขนเนี่ยนะครับเราจะ
00:14:30 → 00:14:34เห็นเลยว่าเอ่อลักษณะของสีของผมเนี่ยกับ
00:14:34 → 00:14:38อ่าดูดูที่ใกล้ๆเขาก็ได้เช่นขนคิ้วขอนตา
00:14:38 → 00:14:41หรือว่าในส่วนของหนวดเข่าที่มันอยู่ใกล้ๆ
00:14:41 → 00:14:44ผมเนี่ยลักษณะโทนสีมันจะไปด้วยกันใช่ม
00:14:44 → 00:14:47ครับถ้าเราเห็นเขาเป็นผมทองเนี่ยเอ่อขนตา
00:14:47 → 00:14:50เขนคิ้วเขาก็จะทองไปด้วยใช่มครับอะไร
00:14:50 → 00:14:52อย่างเงี้ยหนวดเหนิดเขาจะทองไปด้วยอะไร
00:14:52 → 00:14:54อย่างเงี้ยเพราะฉะนั้นเราถึงเห็นได้ว่า
00:14:54 → 00:14:56บางทีคนบ้านเราที่เป็นคนเอเชียแล้วลักษณะ
00:14:56 → 00:14:58ผมดำเนี่ยบางทีมันอยากให้เป็นแฟชั่นก็
00:14:58 → 00:15:02ย้อมสีย้อมสีผมเป็นสีทองอะไรเงี้ยแต่เรา
00:15:02 → 00:15:04จะเห็นได้ว่าถ้าลืมย้อมคิ้วเนี่ยเวลามอง
00:15:04 → 00:15:07หน้าเ้ามันจะแปลกๆมันเหมือนจะไม่ไปด้วย
00:15:07 → 00:15:09กันเพราะฉนั้นจริงๆแล้วใช่หน้ามันจะหลอกๆ
00:15:10 → 00:15:12ว่าเอ๊ะคนนี้ขวมทองแต่ทำไมทำไมคิ้วเป็นสี
00:15:12 → 00:15:15ดำอะไรเงี้ยนะเพราะะนั้นก็ย้อมถ้าจะย้อม
00:15:15 → 00:15:17จริงงก็ต้องไปกันหมดไปไปกันด้วยกันสี
00:15:17 → 00:15:19เหมือนกันเพราะฉะนั้นในส่วนของยีนที่ควบ
00:15:19 → 00:15:22คุมเรลักษณะของเม็ดสีเนี่ยถ้าเป็นส่วนของ
00:15:22 → 00:15:25บริเวณเส้นผมนะครับหรือว่าบริเวณใบส่วน
00:15:25 → 00:15:28แถวๆใบหน้าเนี่ยสีมันจะสอดคล้องกันไปตาม
00:15:28 → 00:15:31แต่พันธุกรรมของคนนั้นเช่นคนทางตะวันตกก็
00:15:31 → 00:15:34จะมีทั้งผมทองผมผมสีน้ำตาลผมแดงอะไรอย่า
00:15:34 → 00:15:36เงี้ยนะครับแต่คนทางฝั่งเอเชียของเรา
00:15:36 → 00:15:39เนี่ยลักษณะก็มักจะเห็นเป็นผมดำเป็นส่วน
00:15:39 → 00:15:43ใหญ่นะครับคราวนี้านี้เราพูดถึงผมที่หรือ
00:15:43 → 00:15:47ก็ขนคิ้วหนวดอะไรต่างๆเาที่อยู่บริเวณ
00:15:47 → 00:15:50ใกล้ๆใบหน้าครับแต่เวลาเรามาสังเกตลักษณะ
00:15:50 → 00:15:54ของเม็ดสีเนี่ยที่บริเวณขนที่อวัยวเพศนะ
00:15:54 → 00:15:57ครับในแต่ละคนเนี่ยเขาก็จะมีสีไปในโทน
00:15:57 → 00:16:00เดียวกันครับคนที่ผมทองเนี่ยขนที่เพชรก็
00:16:00 → 00:16:02จะออกไปในทางทองเหมือนกันนะครับไม่ใช่ว่า
00:16:02 → 00:16:04เขาจะมาเป็นสีดำอะไรเงี้ไม่ใช่นะฮะนะ
00:16:04 → 00:16:07เพียงแต่ว่าเอ่อเราจะสังเกตได้ว่าลักษณะ
00:16:07 → 00:16:10ของขนบริเวณอิเเพศเนี่ยจะมีสีที่ออกในแนว
00:16:10 → 00:16:14ที่คล้ำกว่าอย่างเช่นถ้าเป็นคนผมสีทอง
00:16:14 → 00:16:16เนี่ยคนที่ยเพศก็จะเป็นออกทองแต่มันจะ
00:16:16 → 00:16:19เป็นทองที่เข้มกว่าค่ะนะครับหรือว่าเ่อผม
00:16:19 → 00:16:22เป็นสีน้ำตาลเนี่ยเอ่อบริเวณยเพศก็จะน้ำ
00:16:22 → 00:16:26ตาลเข้มกว่านะครับบางคนผมที่บริเวณเส้นผม
00:16:26 → 00:16:28เนี่ยเป็นเป็นดำแต่ว่าไม่ได้ดำสนิทมากแต่
00:16:28 → 00:16:31บริวบริเวณขนเ่อตรงประเภทนี้ก็จะดำสะดด
00:16:31 → 00:16:33กว่าค่ะอันนี้ก็เป็นลักษณะของความแตกต่าง
00:16:33 → 00:16:36กันของลักษณะของเ่อยีนที่ควบคุมเรื่อง
00:16:36 → 00:16:41เม็ดสีนะครับของของบริเวณขนตำแหน่งต่างๆ
00:16:41 → 00:16:44นะครับและอีกอันนึงที่เราให้ความสนใจก็
00:16:44 → 00:16:48คือบางคนก็มีขนที่อรยเพศเนี่ยน้อยนะครับ
00:16:48 → 00:16:53นะบางคนก็รู้สึกว่าขนมันดกเกินนะครับซึ่ง
00:16:53 → 00:16:55ซึไอ้ตรงนี้จริงๆถ้าจะว่าไปมันก็เทียบกัน
00:16:55 → 00:16:57ยากนะเพราะว่าเราเราแต่ละคนก็เห็นของเรา
00:16:57 → 00:16:59ใช่มยฮะค่ะ
00:16:59 → 00:17:01ยกเว้นว่าขอประทานโทษอาจจะมาทำงานเหมือน
00:17:02 → 00:17:04ลักษณะของหมอเนี่ยหมอก็จะสังเกตได้แล้ว
00:17:04 → 00:17:06เราก็จะตรวจได้ว่าคนนี้เป็นลักษณะที่มีขน
00:17:06 → 00:17:08มากเกินไปไตามตัวนะครับซึ่งอันนี้เราเป็น
00:17:08 → 00:17:11โรคที่เรียกว่า hertis นะครับกับคนที่มี
00:17:11 → 00:17:14ขนน้อยเกินไปอะไรอย่างเงี้ยกับค่าเฉลี่ย
00:17:14 → 00:17:17นะครับส่วนใหญ่มีขนปกติหรือว่าน้อยเกินไป
00:17:17 → 00:17:19เนี่ยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรนะครับเพราะมันก็
00:17:19 → 00:17:22ไม่ไม่ได้รุงรังหรือสร้างความรำคาญให้เรา
00:17:22 → 00:17:25แต่ว่าคนที่มีปัญหาขนดกเกินไปเนี่ยนะครับ
00:17:25 → 00:17:27ยิ่งขนบรเพศเนี่ยอันนี้จะสร้างความเหมือน
00:17:27 → 00:17:30กับมันบางทีมันเหมนอับชื้นมันมีเหมือนไม่
00:17:30 → 00:17:33สะอาดมันมีถึงแบบรำคาญเวลามันไปสัมผัส
00:17:33 → 00:17:36เสียดสีกับบริเวณต้นขาหรือบริเวณมันกับ
00:17:36 → 00:17:38ขอบกางเกงในอะไรที่เราใส่อยู่เนี่ยนะฮะ
00:17:38 → 00:17:41ค่ะเพราะฉะนั้นถ้าเราเห็นสังเกตลักษณะของ
00:17:41 → 00:17:44ขนที่มันดกเกินเนี่ยนะครับนะไอ้ความ
00:17:45 → 00:17:47ปริมาณของขนที่จะมากหรือน้อยเนี่ยนะครับ
00:17:47 → 00:17:51นะอันเนี้ยจะเป็นเรื่องของสิ่งที่อ่าโอเค
00:17:51 → 00:17:53จะมีลักษณะของยีนส่วนนึงที่ควบคุมอยู่
00:17:53 → 00:17:56เหมือนกันนะครับอย่างเราจะเห็นได้ว่ายี่
00:17:56 → 00:17:59คนเชื้อชาติที่เป็นลักษณะของคนที่เป็นทาง
00:17:59 → 00:18:05ทางเอ่ออาหรับทางอินเดียทางทางตะวันทาง
00:18:05 → 00:18:07ตะวันออกตรงส่วนกลางเนี่ยนะฮะเราจะเห็น
00:18:07 → 00:18:11ได้ว่าเอ๊ะเาจะมีขนเยอะกว่าค่อนข้างจะ
00:18:11 → 00:18:12เป็นอย่างนั้นนะครับแต่คนทางเอเชียหรือ
00:18:13 → 00:18:15ว่าของเราอาจลักษณะเหมือนคนจีนอะไรเงี้ย
00:18:15 → 00:18:17เราจะเห็นขนเน้อยๆเพราะฉะนั้นลักษณะความ
00:18:17 → 00:18:19แตกต่างทางเชื้อชาติเนี่ยก็จะมีผลต่อ
00:18:19 → 00:18:24เรื่องจำนวนของขนค่ะนะครับและเอ่อถ้า
00:18:24 → 00:18:27ลักษณะของขนที่ดกเกินไปนะครับจริงๆมันจะ
00:18:27 → 00:18:29เป็นส่วนที่บอกถึงความผิดปกติบางอย่างได้
00:18:29 → 00:18:32ด้วยนะครับเพราะว่าเอ่อการควบคุมเรื่องขน
00:18:32 → 00:18:34เนี่ยนะครับจำนวนของเส้นขนเนี่ยนะครับว่า
00:18:34 → 00:18:37มากหรือน้อยเนี่ยมันจะอยู่กับเอ่อปริมาณ
00:18:37 → 00:18:39ของฮอร์โมนเพศชายที่เราเรียกว่าฮอร์โมน
00:18:39 → 00:18:43แอนโดรเจนค่ะนะครับซึ่งต้องต้องเรียนย้ำ
00:18:43 → 00:18:44ไว้ก่อนว่าทั้งคุณผู้ชายและผู้หญิงเนี่ย
00:18:44 → 00:18:46เรามีทั้งฮอร์โมนเพศชายและผู้หญิงอยู่ใน
00:18:46 → 00:18:49ตัวนะครับเพียว่าลักษณะของยีนที่เป็นเพศ
00:18:49 → 00:18:51ของเราถ้าเป็นผู้หญิงเป็น xx เนี่ยก็จะมี
00:18:51 → 00:18:54ลักษณะของฮอร์โมนเพศหญิงที่เด่นจึงมี
00:18:54 → 00:18:56ลักษณะของเพศหญิงมีเต้านมมีสะโพกผายมี
00:18:56 → 00:18:58อะไรต่างๆให้เห็นในขณะที่ผู้ชายที่
00:18:58 → 00:19:01โครโมโซมเป็น XY เนี่ยก็จะมีลักษณะของ
00:19:01 → 00:19:03ฮอร์โมนเพศชายที่เด่นกว่าฮอร์โมนเพศหญิง
00:19:03 → 00:19:05เพราะฉะนั้นคุณผู้ชายก็จะมีลักษณะแบบ
00:19:05 → 00:19:08เหมือนกับมีกล้ามเนื้อกำยำมีลักษณะอววเพศ
00:19:08 → 00:19:10เหมือนเป็นของผู้ชายอะไรอย่างเงี้ยอันนี้
00:19:10 → 00:19:12เป็นความแตกต่างที่เรื่องโครโมโซมเพศนะ
00:19:12 → 00:19:14ครับซึ่งโครโมโซมเพศที่แตกต่างกันเนี่ยทำ
00:19:14 → 00:19:18ให้เอ่อปริมาณความเข้มของฮอร์โมนเพศชายใน
00:19:18 → 00:19:22แต่ละคนจะไม่เท่ากันนะครับเราพบว่าคนไหน
00:19:22 → 00:19:24ที่มีรักเ่อปริมาณฮอร์โมนเพศชายเยอะเนี่ย
00:19:24 → 00:19:27มีแนวโน้มจะมีขนที่บริเวณเพศเนี่ยเยอะไป
00:19:27 → 00:19:30ด้วยอืนะครับค่ะเพ
00:19:30 → 00:19:34ยัญหาเพ
00:19:34 → 00:19:37ว่าก็อยู่แล้วแต่ถ้าเกิดในคุณผู้หญิง
00:19:37 → 00:19:39เนี่ยบางทีมีปัญหาเหมือนกันนะครับเพราะ
00:19:39 → 00:19:42ฉะนั้นถ้ามีขนดกมากเกินเนี่ยเราอาจจะนึก
00:19:42 → 00:19:45ถึงภาวะอันที่ 1 ก็คือภาวะที่เอคุณผู้
00:19:45 → 00:19:47หญิงท่านนั้นเมีภาวะของฮอร์โมนเพศชายเกิน
00:19:47 → 00:19:50ในตัวค่ะนะครับหรือภาวะอันนึงที่เราเรียก
00:19:50 → 00:19:55ว่า PC ก็คือลักษณะของปริมาณของรังไข่นะ
00:19:56 → 00:19:58ครับเกิดมีถุงน้ำจำนวนมากอย่าังไขทั้ง 2
00:19:58 → 00:20:01ข้ามาซึ่งเมื่อถุงน้ำจำนวนมากเกิดขึ้น
00:20:01 → 00:20:03เนี่ยมันไปรบกวนการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจน
00:20:03 → 00:20:05ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพียหญิงก็จะทำให้คุณพ
00:20:05 → 00:20:07หญิงคนนั้นเนี่ยมีเอสโตรเจนน้อยลงแล้วก็
00:20:07 → 00:20:09มีลักษณะของฮอร์โมนเพศชัยที่เด็ดกว่าค่ะ
00:20:09 → 00:20:12นะครับหรือลักษณะของการมีฮอร์โมนอีกอัน
00:20:12 → 00:20:14นึงที่เรียกว่าฮอร์โมนคอร์ติซอลนะครับ
00:20:14 → 00:20:16ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างจากพวกตอไปพวก
00:20:16 → 00:20:18เนี้ยมันจะมีลักษณะที่เราเรียกว่า cing
00:20:18 → 00:20:20Syndrome โรคชนิดหนึ่งซึ่งพวกเก็จะมี
00:20:20 → 00:20:23ลักษณะของขนที่ดกไม่ใช่ดกที่เอวเพศแต่ว่า
00:20:23 → 00:20:27ดกทั่วไปเลยตามตามเ่อแผงหน้าอกตามคุณผู้
00:20:27 → 00:20:29หญิงบางคนมีหนวดมีอะไรขึ้นมาได้
00:20:29 → 00:20:33การภาวะขดเกินจริงๆเป็นเรื่องที่ทางแพ
00:20:33 → 00:20:36ต้องตามด้วว่ามันมีพวโรคอะไต่างๆที่ซ่อน
00:20:36 → 00:20:39อยู่หือเปล่าอครับเพราะั้นอันนี้ก็เป็น
00:20:39 → 00:20:42ส่วนที่อธิบายว่าทำไมขนเนี่ยมันถึงมี
00:20:42 → 00:20:45ลักษณะของขนที่อวยเพศเนี่ยมันไม่ยาวเท่า
00:20:45 → 00:20:49ผมนะครับมีลักษณะหยีกงอมีสีเข้มกว่ามี
00:20:49 → 00:20:53ความเข้มปริมาณของขนที่แตกต่างกันก็ด้วย
00:20:53 → 00:20:57เหตุผลสาเหตุหลายๆอย่างนี้นะครับคราวนี้
00:20:57 → 00:21:00อีกหหัวข้อนึงที่เมื่อสักครู่เราเกริ่นไป
00:21:00 → 00:21:03ก็คือเอ๊ะเจ้าขนเนี่ยโอเคเรารู้ะในขนใน
00:21:03 → 00:21:06ที่รับเนี่ยมันหยิกงอไม่ยาวแต่ว่า
00:21:06 → 00:21:09ประโยชน์ของมันคืออะไรนะครับเราเรารู้
00:21:09 → 00:21:11อยู่แล้วว่าผมเนี่ยข้างบนเนี่ยมันก็ปก
00:21:11 → 00:21:14ป้องปกป้องอะไรที่มากระทบหนังศีรษะของเรา
00:21:14 → 00:21:16อ่ะค่ะใช่มั้ยครับคนมันก็เหมือนแบบอถ้า
00:21:16 → 00:21:18เราคิดง่ายๆเหมือนธรรมชาติก็เป็นแบบมี
00:21:18 → 00:21:21หญ้าปกคลุมพื้นดินน่ะพื้นดินที่ใต้นั้นก็
00:21:21 → 00:21:24จะถูกเอ่อเหมือนกับปกป้องอ่ะนะครับทำให้
00:21:24 → 00:21:26ไม่เกิดอันตรายกับเขาง่ายๆเพราะฉะนั้น
00:21:26 → 00:21:29เอ่อประโยชน์ของการมีขนในจุดซ่อนเล้น
00:21:29 → 00:21:31เนี่ยนะครับมันไม่ได้มีแล้วทำให้มันยาว
00:21:31 → 00:21:33แล้วมันรำคาญอะไรอย่างนะครับแต่ว่า
00:21:33 → 00:21:35ประโยชน์ของมันที่มีอันที่ 1 ก็คือมันจะ
00:21:35 → 00:21:38ช่วยลดการเสียบสีนะครับเนื่องจากผิวหนัง
00:21:38 → 00:21:40ในบริเวณอวเพศเนี่ยมันเป็นจุดที่บาบบาง
00:21:41 → 00:21:43ครับนะเป็นบาบบางกว่าบริเวณอื่นๆนะครับ
00:21:43 → 00:21:46เพราะฉะนั้นมันมันต้องได้รับการทะนุถนอม
00:21:46 → 00:21:49อ่ะธรรมชาติเขาก็จะเหมือนสร้างขนอวเพศลง
00:21:49 → 00:21:51มาเนี่ยที่มันหนาแน่นกว่าบริเวณขนรอบๆ
00:21:51 → 00:21:54นั้นหน่อยนะทำไมมันหนาแน่นตรงอเเพศแล้ว
00:21:54 → 00:21:56ทำไมตรงแถวๆเลยมาทางท้องทำไมทางตรงขา
00:21:56 → 00:21:59เนี่ยทำไมมันไม่ต้องมีเยอะก็เพราะว่าตรง
00:21:59 → 00:22:01เนี้ยเอ่อขนตรงเนี้ยมันช่วยปกป้องส่วนของ
00:22:01 → 00:22:05บริเนื้อเอ่อผิวหนังบริเวณวเพศซึ่งมันบ่อ
00:22:05 → 00:22:07บางนะครับแลในระหว่างที่เราต้องมีกิจกรรม
00:22:07 → 00:22:10ต่างๆในระหว่างวันเราต้องเดินเหินยกขา
00:22:10 → 00:22:13วิ่งเวิ่งอะไรนะครับมันจะมีการเสียบสี
00:22:13 → 00:22:15สัมผัสอะไรต่างๆซึ่งตรงเนี้ยมันก็ช่วยให้
00:22:15 → 00:22:19ลดลดการบอบช้ำของผิวหนังบริเวณเอ่อจุด
00:22:19 → 00:22:21ซ่อนเ้นของเรานะครับในระหว่างที่เราทำ
00:22:21 → 00:22:24กิจกรรมผะซึ่งรวมไปถึงกิจกรรมทางเพศด้วย
00:22:24 → 00:22:27เวลาเรามีสืบพันธุ์มีเพศสัมพันธ์อันนี้ก็
00:22:27 → 00:22:29เป็นจุดสำคัญเลยเป็นประโยชน์อันที่ 1 เลย
00:22:30 → 00:22:33นะครับประโยชน์อันที่ 2 เนี่ยนะครับ
00:22:33 → 00:22:35อันตรายอย่างนึงที่ผิวหนังของเราจะได้รับ
00:22:35 → 00:22:38ก็คือการที่ผิวหนังเนี่ยมันมีการแบบชอก
00:22:38 → 00:22:40ช้ำเสียดสีแล้วเกิดเป็นแผลคือผิวหนังของ
00:22:40 → 00:22:42เราเนี่ยหน้าที่ที่สำคัญอันนึงก็คือเวลา
00:22:43 → 00:22:45เขาปกคลุมร่างกายเราอยู่เนี่ยเาก็จะป้อง
00:22:45 → 00:22:48กันภัยอันตรายซึ่งซึถ้าเราพูดอย่างง่ายๆ
00:22:48 → 00:22:50ก็คือพวกพวกเชื้อโรคต่างๆในสิ่งแวดล้อม
00:22:50 → 00:22:53เนี่ยนะครับมันจะมาทำเข้าสู่ร่างกายเรา
00:22:53 → 00:22:55ได้เนี่ยผิวหนังจะเป็นตัวป้องกันไว้อยู่
00:22:55 → 00:22:59นะครับเพราะฉะนั้นเอ่อเมื่อดหนังบริเวณ
00:22:59 → 00:23:01จุดซ่อนเล้นบริเวณเพศเนี่ยมันมีความเบาะ
00:23:01 → 00:23:04บางนะครับนะมันก็มีโอกาสที่จะเกิดการ
00:23:04 → 00:23:07เสียดสีฉีกขาดแล้วก็ทำให้เป็นที่ที่จะพวก
00:23:07 → 00:23:10แบคทีเรียต่างๆเชื้อโรคต่างๆเชื้อราอะไร
00:23:10 → 00:23:14ต่างๆมันจะเข้าสู่ร่างกายเราได้ดังนั้น
00:23:14 → 00:23:16หน้าที่อันที่ 2 ของขนบริเวณเอ่อจุดซ่อน
00:23:16 → 00:23:18เล้นเนี่ยก็คือจะช่วยป้องกันการติดเชื้อ
00:23:18 → 00:23:21โรคต่างๆนะครับพูดง่ายๆมันก็ปกปองเหมือน
00:23:21 → 00:23:25กับเราคิดถึงขนตาเงี้ยก็ปกป้องอะไรที่ที่
00:23:25 → 00:23:27เวลามันสมมุติเราฝนตกมันจะไหลเข้าสู่นตา
00:23:27 → 00:23:31ในขนตาก็ปกป้องไว้หรือขนจมูกเราเนี่ยก็ปก
00:23:31 → 00:23:33ป้องพวกสิ่งแปลกปอมที่จะเข้าสู่ทางเดิน
00:23:33 → 00:23:35หายใจใช่มั้ยฮะค่ะเพราะฉะนั้นเจ้าขน
00:23:35 → 00:23:37บริเวณเนี้ยมันก็จะช่วยเนี่ยแหละครับปก
00:23:37 → 00:23:40ป้องนะครับนอกจากปกป้องโดยลักษณะที่มัน
00:23:41 → 00:23:43ขึ้นมาคลุมบริเวณอวยเพศของเราแล้วเนี่ยนะ
00:23:43 → 00:23:46ครับเอ่อรูขุมขนเนี่ยนะครับจะมีการผลิต
00:23:46 → 00:23:48พวกสารเมือกอันนึงที่เราเรียกว่าซีบัมนะ
00:23:48 → 00:23:51ครับซึ่งเป็นลักษณะเหมือนน้ำมันเนี่ยซึ่ง
00:23:51 → 00:23:53มันจะช่วยให้ความชุ่มชื้นในบริเวณผิวหนัง
00:23:53 → 00:23:56ที่บอกบางงประเภทของเรานะครับเมื่อมันให้
00:23:56 → 00:23:58ความชุ่มชื้นเนี่ยมันก็จะมันมันมันก็จะ
00:23:58 → 00:24:01ไม่แห้งแลแลแตกและฉีกขาดได้ง่ายนะครับ
00:24:01 → 00:24:04ยิ่งไปกว่านั้นเนี่ยนะครับเจ้าตัวซีบัม
00:24:04 → 00:24:07ที่ผลิตขึ้นมาเนี่ยนะครับมันเหมือนเป็น
00:24:07 → 00:24:09ไม่เหมือนเป็นเจลเป็นปราการที่เหมือนกับ
00:24:10 → 00:24:13คลุมบริเวณเ่อผิวหนังตรงอรยเพศทำให้พวก
00:24:13 → 00:24:16เชื้อโรคต่างๆหรือแบคทีเรียเนี่ยมัน
00:24:16 → 00:24:18เหมือนกับมันมันไม่สามารถก่อตัวขึ้นแบ่ง
00:24:18 → 00:24:21ตัวแบ่งเซลล์เพิ่มจำนวนได้ง่ายนะครับ
00:24:21 → 00:24:24เพราะฉะนั้นมันก็เหมือนกับเป็นด่านที่คอย
00:24:24 → 00:24:26ป้องกันไม่ให้เกิดการอักเสบของผิวหนัง
00:24:26 → 00:24:29เช่นพวกอ่าเอ่อมีการอักเสบของอ่าเป็น
00:24:30 → 00:24:32เนื้อเยื่ออักเสบเช่นเราเป็นเหมือนกับเ
00:24:32 → 00:24:35อักเสบบวมแดงเราเรียกว่าเซลลูไลติสนะครับ
00:24:35 → 00:24:37หรือว่าพวกโรคติดเชื้อต่างๆโดยเฉพาะอย่าง
00:24:37 → 00:24:40ยิ่งบริเวณอ่าอวยสืบพันธุ์เนี่ยมันก็จะมี
00:24:40 → 00:24:42พวกทางเดินปัท่อปัสสาวะอยู่ทั้งคุณผู้ชาย
00:24:42 → 00:24:44ผู้หญิงเนี่ยก็ตรงนี้มันก็จะช่วยป้องกัน
00:24:44 → 00:24:46ไม่ให้แบคทีเรียก่อตัวและทำให้เราเป็นโรค
00:24:46 → 00:24:49ติดเชื้อทางเดินปัสวะและแน่นอนครับมันก็
00:24:49 → 00:24:52จะช่วยลดโอกาสในการเกิดการเเป็นโรคติดต่อ
00:24:52 → 00:24:54ทางเพศสัมพันธ์นะหรือว่าการอักเสบจากช่อง
00:24:55 → 00:24:57คลอดไม่ว่าจะเป็นจากจากเชื้อราหรือว่า
00:24:57 → 00:25:00แบคทีเรียหรือเชื้อโรคต่างๆนะครับ
00:25:00 → 00:25:03ประโยชน์อันที่ 3 ของขนเนี่ยนะครับก็คือ
00:25:03 → 00:25:07เอ่อช่วยมีส่วนช่วยกระตุ้นเรื่องอารม์เพศ
00:25:07 → 00:25:10นะครับรูขุมขนของบริเวณขนที่อวเพศเนี่ยนะ
00:25:10 → 00:25:13ครับอ่าตรงบริเวณรูขุมขนตรงฐานของมัน
00:25:13 → 00:25:15เนี่ยมันจะมีปลายเส้นประสาทที่เกี่ยวข้อง
00:25:15 → 00:25:18กับความรู้สึกนะครับซึ่งอันนี้แหละครับ
00:25:18 → 00:25:22เ่าการการที่มีความเอ่อปลายปลายขนเมันมี
00:25:22 → 00:25:24ลักษณะของเ่อเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องความ
00:25:24 → 00:25:27รู้สึกทางเพศเนี่ยเมื่อเรามีขนปกคลุมอยู่
00:25:27 → 00:25:29แล้วเรามีกิจกรรกรรมทางเพศนะครับเวลาไป
00:25:29 → 00:25:32สัมผัสนะครับหรือว่ามีเพศสัมพันธ์กัน
00:25:32 → 00:25:34เนี่ยนะครับมันมีการสัมผัสเสียดสีของ
00:25:34 → 00:25:37บริเวณขนของอเเพศทั้งคุณผู้ชายผู้หญิง
00:25:37 → 00:25:40เนี่ยพอมันมีการสำผัสเศษสีเนี่ยขนมันเกิด
00:25:40 → 00:25:43การโบกพอมันโบกเนี่ยไอ้ตรงรากขนเนี่ยมัน
00:25:43 → 00:25:46ก็มีการขยับมีกันพอมันขยับเนี่ยมันก็จะไป
00:25:46 → 00:25:48เกิดการกระตุ้นไอ้ปลายเส้นประสาทที่อยู่
00:25:48 → 00:25:50ข้างล่างมันก็เหมือนกับเป็นสิ่งที่เหมือน
00:25:50 → 00:25:52กับไปกระตุ้นเรื่องอารมณ์ทางเพศให้ให้ไว
00:25:52 → 00:25:55ขึ้นอืนะครับอีกอย่างนึงนะครับถ้าพูดถึง
00:25:55 → 00:25:57เรื่องของการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศเนี่นะ
00:25:57 → 00:26:00ครับผู้เชวชาญบางส่วนยังเชื่อว่า
00:26:00 → 00:26:03วิวัฒนาการของคนเราเนี่ยนะครับนะคือเรา
00:26:04 → 00:26:06อาจจะมองไปถึงเหมือนแบบเหมือนเรามองไปถึง
00:26:06 → 00:26:08สัตว์อื่นๆเช่นเอ๊ะทำไมสัตว์บางอย่าง
00:26:08 → 00:26:11เนี่ยมันมีลักษณะที่แบบในบางช่วงมีฤดูผสม
00:26:11 → 00:26:14พันธุ์แล้วก็มีเหมือนกับมันมีเหมือนกับ
00:26:14 → 00:26:16การปล่อยสารบางอย่างที่ทำให้แบบเพศบางที
00:26:16 → 00:26:19ก็ฝ่ายเพศชายดึงดูดเพศหญิงหรือว่าเพศหญิง
00:26:19 → 00:26:22ดึงดูดเพศชายนะครับอันนี้เป็นลักษณะของ
00:26:22 → 00:26:26เอ่อสารอันที่เรื่องฟีฮอร์โมนนะครับซึ่ง
00:26:26 → 00:26:28สารพวกเนี้ยมันจะไปกระตุ้นเรื่องอารมณ์แล
00:26:28 → 00:26:30พฤติกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพฤติกรรม
00:26:30 → 00:26:31ทางเพศทำให้สัตว์เหล่านั้นเนี่ยมันมีการ
00:26:32 → 00:26:34สืบพันมันก็จะไม่ไม่สูญพันไปตามธรรมชาติ
00:26:35 → 00:26:38นะครับเราพบว่าส่วนนึงของขนบริเพศเนี่ยนะ
00:26:38 → 00:26:40ครับมันเป็นเครื่องมือที่กระจายไอ้ส่วน
00:26:40 → 00:26:42ของไอ้ฟีออร์โมนหรือสารเคมีเหล่าเยออกมา
00:26:42 → 00:26:45จากต่อมเหงื่อต่อมเหงื่อที่เราเรียกว่า
00:26:45 → 00:26:47ต่อมเหื่อแบบอับผูกคลายนะครับซึ่งเป็น
00:26:47 → 00:26:50ลักษณะแบบเนี้ยมันเป็นต่อมที่พบได้ในเ่อ
00:26:50 → 00:26:53บริเวณบางตำแหน่งก็คือขนที่บริวณไวเพศขน
00:26:53 → 00:26:56รอบทวารหนักหรือว่าขนบริเวณรักแร้นะครับ
00:26:56 → 00:27:00ซึ่งเอ่อเราก็เชื่อว่าไอ้ฟีฮอร์โมนที่มัน
00:27:00 → 00:27:02กระจายออกมาเนี่ยมันก็จะช่วยดึงดูดอ่าเพศ
00:27:02 → 00:27:05ตรงข้ามแล้วก็ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของ
00:27:05 → 00:27:08คู่รักเราได้ด้วยค่ะนะครับเพราะนี้อันนี้
00:27:08 → 00:27:10ก็จะเป็นประโยชน์อันที่ 3 นะครับประโยชน์
00:27:10 → 00:27:13อันที่ 4 ของการมีขนบริมเพศเนี่ยนะครับก็
00:27:13 → 00:27:15คือมันจะช่วยควบคุมและรักษาอุณหภูมิของ
00:27:16 → 00:27:19ผิวหนังหรือบริเวณอวัยวะตรงนั้นนะครับ
00:27:19 → 00:27:21อย่างอย่าเอ่อเราทราบอยู่ดีว่าเวลามีขน
00:27:21 → 00:27:24อยู่เยอะๆเนี่ยนะครับตรงรูขุมขนเนี่ยมัน
00:27:24 → 00:27:27จะช่วยระบายเหงื่อและความร้อนนะครับเพราะ
00:27:27 → 00:27:30ฉะนั้นเอ่อเอ่อพอมันช่วยเหมือนกับตรงุมขน
00:27:30 → 00:27:32มันเป็นส่วนที่ช่วยระบายเหงือและความร้อน
00:27:32 → 00:27:34ออกมาเนี่ยมันก็จะช่วยเหมือนกับรักษา
00:27:34 → 00:27:36เหมือนกับควบคุมอุณหภูมิเนี่ยนะครับให้
00:27:36 → 00:27:39มันอยู่ในสภาวะอุณหภูมิที่คงที่นะครับเรา
00:27:39 → 00:27:42จะไม่มีการสูญเสียความร้อนจากบรรยากาศภาย
00:27:42 → 00:27:44นอกเช่นอุยห้องมันเย็นเกินไปแล้วต้องทำ
00:27:44 → 00:27:48ให้ตรงนี้ผิังตรงนี้มันแบบเ่อเสียความอบ
00:27:48 → 00:27:50อุ่นไปมันจะไม่เกิดขึ้นเพราะว่าลักษณะของ
00:27:50 → 00:27:53ขนอประเภทมันจะช่วยซึ่งถามว่ามันสำคัญยัง
00:27:53 → 00:27:55ไงเราทราบอยู่ดีครับว่าในเรื่องของการสืบ
00:27:55 → 00:27:59พันธุ์เนี่ยเอ่ออคุณผู้ชายเนี่ยมีความ
00:27:59 → 00:28:01จำเป็นที่จะต้องมีอุณหภูมิที่เหมาะสมนะ
00:28:01 → 00:28:04ครับอสุจิเนี่ยมันถึงจะเจริญเติบโตได้ดี
00:28:04 → 00:28:06นะเพราะฉะนั้นการมีขนนวประเภทปกคลุมไว้
00:28:06 → 00:28:08เนี่ยเนื่องจากมันช่วยรควบคุมอุณหภูมิก็
00:28:08 → 00:28:12จะทำให้เอ่อมันช่วยทำให้เอ่อการทำงานของ
00:28:12 → 00:28:14อสุจิหรือการสืบพันธ์ของมนุษย์เราเนี่ย
00:28:14 → 00:28:17เอ่อมีเอ่อความสามารถในการมีบุตรก็จะดี
00:28:17 → 00:28:20ขึ้นด้วยนะครับนะอันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่
00:28:20 → 00:28:23มีนะครับซึ่งซึ่งเราก็จะพบว่าเนี่ย 3-4
00:28:23 → 00:28:26ข้อเนี่ยก็เป็นส่วนที่เอ่อมันก็น่าจะช่วย
00:28:26 → 00:28:29ให้เราเข้าใจกันได้ว่าในส่วนของเอ่อจุด
00:28:29 → 00:28:32ของเอ่อความสัคัญของขนเนี่ยบริเวณวเพศ
00:28:32 → 00:28:35เนี่ยมันมีความสำคัญนะครับแล้วก็จริงๆ
00:28:35 → 00:28:38แล้วเนี่ยนะครับเราก็ถ้าจะให้หมอแนะนำ
00:28:38 → 00:28:41เนี่ยเราก็ควรจะมีลักษณะของขนตัวเให้มัน
00:28:41 → 00:28:43ให้มันอยู่ไปตามธรรมชาตินั่นแหละค่ะนะ
00:28:43 → 00:28:46ครับแต่ว่าเอ่อแล้วอีกอันนึงนะครับงาน
00:28:46 → 00:28:48ศึกษานึงที่เขาบอกว่ามันเกี่ยวข้องกับ
00:28:48 → 00:28:51เรื่องของการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศก็อันนี้
00:28:51 → 00:28:53เป็นลักษณะของเมื่อกี้เราบอกว่าตัวขนเอง
00:28:53 → 00:28:57เนี่ยบริเวณเ่อปลายของปลายของรูหุมขน
00:28:57 → 00:29:00เนี่ยมันไปต่อกับเส้นประสาทจำนวนมากนะ
00:29:00 → 00:29:03ครับที่ตัวเจ้าของเจ้าของคนที่มีขนเนี่ย
00:29:03 → 00:29:06นะครับเมื่อมาถูกสัมผัสเนี่ยไอ้ตัวขนมัน
00:29:06 → 00:29:08มีการเคลื่อนไหวเพราะฉะนั้นการสัมผัสไม่
00:29:08 → 00:29:10ว่าจะเป็นมือมาสัมผัสหรือโยเพศมาสัมผัส
00:29:10 → 00:29:13กันเนี่ยมันย่อมกระตุ้นปลุกอรณเพศของคน
00:29:13 → 00:29:16ที่ถูกสัมผัสได้นะครับแต่ในทางกลับการ
00:29:16 → 00:29:19เอ่อบางทีเอ่อลักษณะของการศึกษาในเรื่อง
00:29:19 → 00:29:22ของเอ่อเอ่ออารมณ์หรือว่าความต้องการทาง
00:29:22 → 00:29:24เพศเนี่ยเพบว่าบางทีมันมีขนเนี่ยนะครับ
00:29:24 → 00:29:26แล้วพอเราไปสัมผัสกันเหมือนบางคนบอกว่า
00:29:26 → 00:29:29เอ๊ะมีหนวดคุณผู้ชายมาสัมผัสโดนผิวหนัง
00:29:29 → 00:29:31คุณผู้หญิงเนี่ยแล้วก็จะเกิดกระจั๊ก
00:29:31 → 00:29:34กระจี้เหมือนกับมันมีความแบบปลุกอารมณ์
00:29:34 → 00:29:37ทางเพศได้ด้วยนะครับก็แปลว่าไอ้ลักษณะของ
00:29:37 → 00:29:40ที่ขนอวัยเพศเนี่ยมันช่วยเพิ่มเหมือนกับ
00:29:40 → 00:29:43เ่ออารมณ์ทางเพศได้เนี่ยก็มาจากมันไม่ได้
00:29:43 → 00:29:45เพิ่มที่ตัวตัวคนที่มีขนนั่นเองด้วยแต่
00:29:45 → 00:29:49มันไปกระตุ้นฝั่งตรงข้ามได้ด้วยนะครับอัน
00:29:49 → 00:29:51นี้ก็เป็นประโยชน์หลายๆอย่างของตัวคน
00:29:51 → 00:29:53เพราะฉะนั้นในแง่คำแนะนำของทางการแพทย์
00:29:54 → 00:29:56เนี่ยเราก็คิดว่าเมื่อขนนเพศมันมีอยู่ตาม
00:29:56 → 00:30:00ธรรมชาติเนี่ยเราก็ก็ไม่ควรจะไปทำอะไรกับ
00:30:00 → 00:30:03มันมากนะคือในแง่ของการดูแลรักษาในเรื่อง
00:30:03 → 00:30:06ของเอ่อขนเนี่ยนะครับจริงๆแล้วเนี่ยการดู
00:30:06 → 00:30:08แลรักษาเนี่ยเราดูแลในเรื่องของเอ่อ
00:30:08 → 00:30:12สุขภาพก็น่าจะเพียงพอแล้วนะครับสุขภาพก็
00:30:12 → 00:30:15คือ 1 ก็ควรจะดูแลรักษาความสะอาดค่ะอ่า
00:30:16 → 00:30:19ให้ดีนะครับก็รักษาความสะอาดยังไงก็มีการ
00:30:19 → 00:30:21ล้างทำความสะอาดที่เหมาะสมนะครับเราก็อาบ
00:30:21 → 00:30:24น้ำทำความสะอาดใช้สบู่ที่มีเอ่อสบู่ที่
00:30:24 → 00:30:26เราทำความสะอาดผิวหนังเรานี่แหละนะครับ
00:30:26 → 00:30:28ที่เป็นสบู่ที่อ่อนแล้วมุนเพราะว่าผิว
00:30:28 → 00:30:31หนังบริเวณของพยเพศหรือจุดซ่อนเล้นเนี่ย
00:30:31 → 00:30:34เป็นผิวหนังบริเวณที่มีความบอบบางนะครับ
00:30:34 → 00:30:37เอ่อการดูแลรักษาความสะอาดของบริเวณขนใน
00:30:37 → 00:30:41เอ่อจุดซ่อนเล้นเนี่ยก็คือควรจะเ่อมีดูแล
00:30:41 → 00:30:44ทำความสะอาดนะครับล้างอาบน้ำเนี่ยเช้า
00:30:44 → 00:30:48เย็นเนี่ยนะครับเอ่อมีการเช็ดทำความสะอาด
00:30:48 → 00:30:50หรือเ่อใบสัมผัสไปถูทำความสะอาดด้วยนะ
00:30:50 → 00:30:53ครับไม่ใช่ปล่อยแค่ให้น้ำมันไหลลงไปอย่าง
00:30:53 → 00:30:55เดียวเพราะว่าบางทีเราอาบน้ำแล้วมีทั้ง
00:30:55 → 00:30:58แชมพูสระผมมีสบู่อะไรต่างๆตามตัวเนี่ยมัน
00:30:58 → 00:31:02จะไหลไปกองอยู่ที่เส้นขนตรงรยเพศพอดีนะ
00:31:02 → 00:31:04ครับซึ่งตรงเนี้ยมันอาจทำให้เกิดการหมัก
00:31:04 → 00:31:07หมมได้เพราะฉะนั้นเวลาล้างทำความสะอาด
00:31:07 → 00:31:10เนี่ยก็ควรจะใช้มือหรือใช้เ่อฟองน้ำหรือ
00:31:10 → 00:31:13ต่างๆที่สัมผัสเนี่ยเพื่อเช็ดให้มันแบบ
00:31:13 → 00:31:15เหมือนกับเราได้กำจัดพวกคราบเหงื่อแล้วก็
00:31:15 → 00:31:18ล้างให้ไอ้คราบสบู่หรืออะไรต่างๆเี่มัน
00:31:18 → 00:31:21ออกจนหมดนะครับอาจจะใช้ลักษณะของน้ำที่
00:31:21 → 00:31:24อุ่นหน่อยนะครับเพราะน้ำอุ่นเนี่ยจะช่วย
00:31:24 → 00:31:26ทำให้ผิวหนังเนี่ยมันมีลักษณะของการนุ่ม
00:31:26 → 00:31:29ตัวลงนะครับตรงนี้นะครับแล้วก็นอกจากที่
00:31:29 → 00:31:31เราดูแลรักษาความสะอาดแล้วเนี่ยนะครับ
00:31:31 → 00:31:33เมื่อเสร็จจากการอาบน้ำทำความสะอาดอะไร
00:31:33 → 00:31:36ต่างๆนะครับหรือรวมไปถึงทุกครั้งที่เรา
00:31:36 → 00:31:38เข้าห้องน้ำปัสสาวะหรือถ่ายอุจาระอะไร
00:31:38 → 00:31:40ต่างๆเนี่ยล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย
00:31:41 → 00:31:43เนี่ยนะครับเอ่อในหลักของการล้างอันนึงก็
00:31:43 → 00:31:47คือเอ่อควรจะล้างแล้วก็มีการเช็ดให้แห้ง
00:31:47 → 00:31:49โดยเวลาทั้งล้างทั้งเช็ดเนี่ยควรจะล้าง
00:31:49 → 00:31:52จากด้านหน้าไปด้านหลังนะครับเราเทียบง่าย
00:31:52 → 00:31:55ๆของคุณผู้หญิงเนี่ยเอ่อลักษณะของออยเพศ
00:31:55 → 00:31:58ของเราเนี่ยนะครับเ่อมันจะถ้ามันเรียงตัว
00:31:58 → 00:32:00เนี่ยก็คือท่อปัสสาวะที่อยู่ด้านหน้าสุด
00:32:00 → 00:32:02แล้วก็ถ้าต่อไปทางด้านหลังหนก็จะเป็นช่อง
00:32:02 → 00:32:04คลอดแล้วหลังจากช่องคลอดลงไปถึงจะเป็น
00:32:04 → 00:32:07ทวารหนักนะครับเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น
00:32:07 → 00:32:09การลักษณะของล้างหรือในขั้นตอนการเช็ด
00:32:09 → 00:32:12เนี่ยนะครับนะเราควรจะล้างและเช็ดเนี่ย
00:32:12 → 00:32:14จากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อที่เราจะได้
00:32:14 → 00:32:17ไม่เพราะถ้าเราทำย้อนเนี่ยมันจะไปดึงเอา
00:32:17 → 00:32:19เชื้อโรคจากทางทวารหนักเนี่ยให้มันย้อน
00:32:19 → 00:32:21กลับมาที่ทางช่องคลอดหรือมาที่ท่อปัสสาวะ
00:32:21 → 00:32:25ซึ่งทำให้เกิดการติดเชื้อได้นะครับเพราะ
00:32:25 → 00:32:27ฉะนั้นนอกเหนือจากการล้าทำความสะอาดนะ
00:32:27 → 00:32:29ครับด้วยน้ำอุ่นนะครับเช็ดให้แห้งแล้ว
00:32:29 → 00:32:33เนี่ยนะครับเอ่อกางเกงชั้นในนะครับก็ควร
00:32:33 → 00:32:36จะเป็นกางเกงที่หลวมๆสบายๆไม่คับแน่นเกิน
00:32:36 → 00:32:39ไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ่อบริเวณของของพวก
00:32:39 → 00:32:43เอ่อข้อพับต่างๆข้อพับตรงขาหนีบอะไรอย่าง
00:32:43 → 00:32:44เงี้ยนะครับต้องระมัดระวังว่าขอบของ
00:32:44 → 00:32:47กางเกงชั้นในเนี่ยมันจะไปกดทับซึ่งอยู่
00:32:47 → 00:32:49หนังที่บาบางตรงเมันก็จะเกิดการอักเสบ
00:32:49 → 00:32:52ขึ้นมาได้นะครับอืแล้วก็นอกเหนือจาก
00:32:52 → 00:32:54กางเกงชั้นในแล้วเนี่ยนะครับกางเกงที่ใส่
00:32:54 → 00:32:56ภายนอกหรือกระโปรงหรือชุดที่เราสวมเนี่ย
00:32:56 → 00:33:00นะครับก็ควรจะไม่รัดแน่นเกินไปนะครับรัด
00:33:00 → 00:33:02แน่นเกินไปมันก็ทำให้ระบายอากาศไม่ดีแล้ว
00:33:02 → 00:33:04ก็ทำให้มันเป็นแหล่งของสะสมความอาบชื้น
00:33:04 → 00:33:07ได้เหมือนกันค่ะนะครับโดยเพะอย่างยิ่ง
00:33:07 → 00:33:09อันเนี้ยถ้าเราพูดถึงเอ่อการดูแลเรื่อง
00:33:09 → 00:33:12รักษาความสะอาดชำระล้างทำให้แห้งการดูแล
00:33:12 → 00:33:15เรื่องกางเกงในกางเกงภายนอกเนี่ยอันนี้
00:33:15 → 00:33:17เราพูดถึงทั้งผู้ชายผู้หญิงค่ะแต่ถ้าเป็น
00:33:17 → 00:33:19ลักษณะคุณผู้หญิงเนี่ยจะมีช่วงพิเศษอย่าง
00:33:19 → 00:33:21นึงก็คือช่วงที่มีประจำเดือนด้วยนะครับ
00:33:21 → 00:33:23ช่วงมีประจำเดือนเนี่ยจะต้องหมั่นดูแล
00:33:23 → 00:33:26รักษาความสะอาดเป็นพิเศษขึ้นนะครับเพราะ
00:33:26 → 00:33:28ว่าช่วงที่มีประจำเดือนเลือดประจำเดือน
00:33:28 → 00:33:31เนี่ยไหลลจากโพงมดลูกออกมาภายนอกได้เนี่ย
00:33:31 → 00:33:33ก็แปลว่าช่วงนั้นเนี่ยมันจะเป็นช่วงที่
00:33:33 → 00:33:35ปากมดลูกเนี่ยมันเปิดเพื่อระบายระบาย
00:33:35 → 00:33:38เลือดข้างในออกมาค่ะตานี้ปากมดลูกเนี่ย
00:33:38 → 00:33:40ปกติเนี่ยนะครับอ่าถ้าเรามองจากอวเพศภาย
00:33:40 → 00:33:43นอกนะครับเข้าไปเนี่ยเ่าก็จะเป็นช่องคลอด
00:33:43 → 00:33:46แล้วพอสุดช่องคลอดเข้าไปเนี่ยเมื่อจะถึง
00:33:46 → 00:33:48ตัวมดลูกเนี่ยก็จะเป็นเบริเวณที่เราเรียก
00:33:48 → 00:33:51ปากมดลูกนะครับก็เป็นทางเข้าของมดลูกซึ่ง
00:33:51 → 00:33:53ปากมดลูกนี่แหละที่เป็นส่วนที่ว่าเราแนะ
00:33:53 → 00:33:55นำให้คุณผู้หญิงเนี่ยไปตรวจไปเก็บเซลตนี้
00:33:55 → 00:33:57ตรวจมะเร็งป่ามลูกทุกปีอะไรอย่างเงี้ยนะ
00:33:57 → 00:34:00ครับไอ้ตัวป่ามะลูเนี่ยปกติมันจะปิดอยู่
00:34:00 → 00:34:03นะครับเอ่อจะยกเว้นในช่วงที่เรามีเอ่อ
00:34:03 → 00:34:06ประจำเดือนเนี่ยตัวป่ามะลูมันจะเปิดขึ้น
00:34:06 → 00:34:08เพื่อระบายเลือดประจำเดือนออกมานะครับใน
00:34:08 → 00:34:10ช่วงที่เขาปิดอยู่ทั่วๆไปเนี่ยนะครับช่วง
00:34:10 → 00:34:12ไม่มีประจำเดือนเนี่ยพอเขาปิดมันก็ป้อง
00:34:12 → 00:34:14กันเชื้อโรคภายนอกให้ให้เข้าไปทั้งข้างใน
00:34:14 → 00:34:17พงมัดลุ่งได้ยากขึ้นแต่ว่าพอช่วงที่มี
00:34:17 → 00:34:19ประจำเดือนแล้วฝั่งมัดลุ่งมันเปิดเพื่อ
00:34:19 → 00:34:20ระบายประจำเดือนเนี่ยช่วงนั้นก็จะเป็น
00:34:20 → 00:34:24ช่วงที่เอ่อมีโอกาสที่เชื้อโรคหรือเอ่อ
00:34:24 → 00:34:26แบคทีเรียมันจะเข้าไปข้างในได้ด้วยเราถึง
00:34:26 → 00:34:29มักจะเคยได้ยินว่าเอ๊มีเพศสัมพันธ์เนี่ย
00:34:29 → 00:34:32อย่าฝาไฟแดงนะอย่าไปมีเพศสำพันธตอนมี
00:34:32 → 00:34:34ประจำเดือนอยู่เพราะว่าอันตรายจะเกิดตรง
00:34:34 → 00:34:37นี้แหละครับนอกจากความเหมือนกับเฉะแฉะมี
00:34:37 → 00:34:40เลือดมีความสกปรกมีอาจจะมีโรคที่มันติด
00:34:40 → 00:34:43ต่อทางเลือดเช่นตับอักเสบ B HIV มันติด
00:34:43 → 00:34:44ต่อได้ง่ายแล้วเนี่ยนะครับมันยังเป็น
00:34:44 → 00:34:47เรื่องของการที่มันจะนำเชื้อโรคนะเข้าไป
00:34:47 → 00:34:49สู่ในพรงมรูปแลเกิดการอักเสบติดเชื้อใน
00:34:49 → 00:34:52อุ้งเชินกาตามมาได้ดังนั้นช่วงมีประจำ
00:34:52 → 00:34:54เดือนเนี่ยต้องดูแลรักษาให้ดีนะครับอ่า
00:34:54 → 00:34:57เลือกใสผ้าอนามัยให้ให้เหมาะสมที่มันซึม
00:34:57 → 00:35:01ซับได้เพียงพอแล้วก็ถ้าเกิดเป็นคนที่ช่วง
00:35:01 → 00:35:04ที่มีมากมาวันที่ประจำเดือนมามากเนี่ยอาจ
00:35:04 → 00:35:07จะต้องมีการใช้แผ่นพระอนามัยแบบแคร์ฟรี
00:35:07 → 00:35:09หรืออะไรที่ใช้ระหว่างวันแล้วทิ้งไปด้วย
00:35:09 → 00:35:12ค่ะอะไรอย่างนี้นะครับอแล้วก็ที่สำคัญ
00:35:12 → 00:35:15เนี่ยนะครับก็คือก็ในส่วนของเอ่อเรื่อง
00:35:15 → 00:35:18ของความสะอาดต่างๆเนี่ยจุดนึงที่เราต้อง
00:35:18 → 00:35:21ช่วยกันเ่อในตัวเราเองก็คือจะต้องมีการ
00:35:21 → 00:35:24สังเกตหมั่นสังเกตเรื่องความผิดปกติผิด
00:35:24 → 00:35:28ปกติในแง่ไหนเช่นเอ่อมันมีพวกสารคัดหลัง
00:35:28 → 00:35:30ที่ออกมาผิดปกติหรือเปล่านะครับอย่างคุณ
00:35:30 → 00:35:32ผู้หญิงปกติเราก็จะมีตกขาวที่มันเป็น
00:35:32 → 00:35:35ลักษณะเหมือนกับน้ำหล่อลื่นใสๆอ่ะนะไม่มี
00:35:35 → 00:35:37กลิมไม่มีอาการคันอันนี้เราโอเคถือเป็น
00:35:37 → 00:35:40เรื่องปกติเกิดากการเปลี่ยนแปลงของรอบ
00:35:40 → 00:35:43ฮอร์โมนเราจะเห็นได้ว่าตกขาวเนี่ยมักจะมี
00:35:43 → 00:35:46ในช่วงก่อนหรือหลังประจำเดือนนิดหน่อยนะ
00:35:46 → 00:35:47มันแล้วมันก็จะหายไปเองโดยที่เราไม่ต้อง
00:35:47 → 00:35:49รักษาอันนี้มันเป็นเรื่องของตกขาวที่เกิด
00:35:49 → 00:35:52จากการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามฮอร์โมน
00:35:52 → 00:35:55นะครับแต่ว่าถ้าเราสังเกตแล้วตกขามันผิด
00:35:55 → 00:35:58ปกติเช่นมันมีลักษณะเป็นข้นขข้นเหลืองๆ
00:35:58 → 00:36:00เขียวๆมีลักษณะเหมือนหนองอย่างเงี้ยมี
00:36:00 → 00:36:03กลิ่นเหม็นที่รุนแรงหรือว่าบางทีมันเป็น
00:36:03 → 00:36:06แบบแผ่นขาวๆเป็นก้อนๆแล้วก็มีอาการคัน
00:36:06 → 00:36:08เหมือนแป้งเปียกอะไรพวกเนี้ยนะครับหรือ
00:36:08 → 00:36:11ถ้าในผู้ชายเนี่ยสังเกตได้ว่าเอ๊ะเอ่อ
00:36:11 → 00:36:13ปัสสาวะที่ออกมาทำไมมันเหมือนมีแบบลักษณะ
00:36:13 → 00:36:16เป็นหนองเหลืองๆอะไรต่างๆออกมาด้วยทางทาง
00:36:16 → 00:36:19รูท่อปัสสาวะเนี่ยอันนี้ก็ต้องสงสัยแล้ว
00:36:19 → 00:36:21ว่ามันมีความผิดปกติเกิดขึ้นต่อเอ่อการ
00:36:21 → 00:36:24ติดเชื้อบริเวณอวยเพศของเราค่ะนะครับ
00:36:24 → 00:36:25เพราะฉะนั้นส่วนนึงก็คือเราต้องหมั่น
00:36:25 → 00:36:28สังเกตด้วยนะครับนั้นเมื่อเราเข้าใจ
00:36:28 → 00:36:31กระบวนการของไอ้หน้าที่สำคัญของขนเนี่ยนะ
00:36:31 → 00:36:33ครับแล้วก็การดูแลรักษาขนแล้วเนี่ยเอ่อ
00:36:33 → 00:36:38สิ่งนึงที่น่าสนใจก็คือเราพบว่าก็มีบางคน
00:36:38 → 00:36:41นะครับที่เขาเหมือนกับพยายามจะกำจัดขนน่ะ
00:36:41 → 00:36:46บริวณเพศค่ะนะครับซึ่งจริงๆถ้าถ้าเราพูด
00:36:46 → 00:36:48ถึงในแง่การแพทย์เที่หมอกอุตส่าห์พยายาม
00:36:48 → 00:36:50อธิบายมาถึงประโยชน์ของมันเนี่ยนะฮะเราจะ
00:36:50 → 00:36:52พบว่าจริงๆเนี่ยปล่อยเวธรรมชาติเนี่ยน่า
00:36:52 → 00:36:55จะดีที่สุดนะครับแต่ก็เอาสิครับทางการ
00:36:55 → 00:36:58แพทย์แล้วก็มีการตามศึกษาดูเหมือนกันว่า
00:36:58 → 00:37:01เอ๊แล้วทำไมถึงมีคนกลุ่มนึงที่เขาเอ่อ
00:37:01 → 00:37:05เอ่อเ่อเลือกที่จะกำจัดขนบริเวณเพศนะครับ
00:37:05 → 00:37:08ถามว่ามีเหตุผลอะไรบ้างนะครับเราพบว่าใน
00:37:08 → 00:37:11งานวิจัยเราพบว่าเหตุผลอันนึงที่เราแบบ
00:37:11 → 00:37:13สอบถามกลุ่มตัวอย่างเนะครับก็คืออันที่ 1
00:37:13 → 00:37:16เรื่องการจัดขนกันบริเวณจุดซ่อนเ้นเนี่ย
00:37:16 → 00:37:20ก็เพราะว่าความชอบส่วนบุคคลค่ะรู้สึกว่า
00:37:20 → 00:37:22เอมันมีแล้วมันแบบโอเคอาจจะเข้าใจหรือไม่
00:37:22 → 00:37:24เข้าใจประโยชน์ของมันแหละแต่รู้สึกว่ามัน
00:37:24 → 00:37:27เป็นอะไรที่มันแบบเอ่อเฉอะแฉะรุงรังอะไร
00:37:27 → 00:37:30เงี้ยนะเราถ้ามันทำให้เกลี้ยเกเนี่ยมัน
00:37:30 → 00:37:33ก็ารู้สึกสบายขึ้นแล้วก็บางคนก็รู้สึกว่า
00:37:33 → 00:37:36พอมันมีขนดกๆเยอะๆมันดูแบบเหมนสกปรกไม่
00:37:36 → 00:37:38สะอาดเมันคนจะรู้สึกว่าไม่มั่นใจเวลาแบบ
00:37:38 → 00:37:42ไปมีกิจกรรมทางเพศเงี้ยก็รู้สึกว่าเอไม่
00:37:42 → 00:37:44อยากให้ฝ่ายฝตรงข้ามหรือคู่รักเห็นลักษณะ
00:37:44 → 00:37:47แบบนั้นก็เลยมักจะเลือกที่จะกำจัดขนออก
00:37:47 → 00:37:50มากกว่านะครับอันนี้ก็เป็นเป็นสาเหตุที่
00:37:50 → 00:37:52เจอบ่อยที่สุดก็คือไม่มีเหตุผลอะไรหรอก
00:37:52 → 00:37:55แต่ว่าชอบอย่างงั้นนะครับสบายใจกว่าส่วน
00:37:55 → 00:37:58สาเหตุประการที่ 2 เนะครับก็คือทำตามความ
00:37:58 → 00:38:02ต้องการของคู่รักก็คือมีอันนี้มีผลสำรวจ
00:38:02 → 00:38:06จากในสหรัฐอเมริกานะครับเขาพบว่าเอ่อ 21.1
00:38:06 → 00:38:08per ของผู้หญิงเนี่ยนะครับที่ตอบแบบสอบ
00:38:08 → 00:38:11ถามเนี่ยว่าเอ๊ะทำไมถึงกำจัดขนตรงบริเวณ
00:38:11 → 00:38:14นี้นะครับเมองว่าเพื่อไปเอาใจคู่รักของตน
00:38:14 → 00:38:18เองนะครับซึ่งเอ่อเอ่อเรื่องที่น่าสนใจ
00:38:18 → 00:38:20คือข้อมูลที่ได้จากเ่อการสำรวจอันเนี้ย
00:38:20 → 00:38:22ไม่ใช่แค่ผู้หญิงเท่านั้นที่คิดแบบนี้นะ
00:38:22 → 00:38:25ฮะก็มีผู้ชายที่เลือกกำจัดขนตรงเนี้เพื่อ
00:38:25 → 00:38:29คนรักก็มีอืเพราะฉะนั้นสาเหตอันที่ 2 ที่
00:38:29 → 00:38:31เขาทำไมเถึงำจัดขนกันก็เพราะว่าไม่ไม่ได้
00:38:31 → 00:38:34คิดถึงตัวเองแต่ว่าทำให้คู่รักพึงพอใจค่ะ
00:38:34 → 00:38:38อ่านะครับสาตอันที่ 3 เนี่ยนะครับเบางคน
00:38:38 → 00:38:40ก็จะเชื่อว่าเ่อการกำจัดขนบริเณจุดส้น
00:38:40 → 00:38:43เล็มเนี่ยมันช่วยเพิ่มอารมณ์ทางเพศเหมือน
00:38:43 → 00:38:46กับว่าเอ๊มันแบบขนมันปกคลุมอยู่มันก็ทำ
00:38:46 → 00:38:49ให้มันแบบเหมือนกับการสัมผัสเสียดสีมัน
00:38:49 → 00:38:52ไม่ไม่ไม่ไม่ถนัดแต่ว่าถ้าเกิดมันไม่มีขน
00:38:52 → 00:38:55แล้วเนี่ยเวลามีการสัมผัสของยเพศอะไร
00:38:55 → 00:38:57อย่างเงี้ยมันเหมือนสัมผัสกันโดยตรงไงไม่
00:38:57 → 00:39:00มีอะไรมาขวางก็ก็น่าจะช่วยให้เพิ่มอารม
00:39:00 → 00:39:02ทางเพศและทำให้สุขสมขึ้นเวลามีเพศ
00:39:03 → 00:39:05สัมพันธ์กันอะไรอย่าเงี้ยนะครับซึ่งอัน
00:39:05 → 00:39:07นี้ก็เป็นสาเหตุอันประการอึงที่คนคิดว่า
00:39:07 → 00:39:10อยากจะกำจัดขนออกซึ่งจริงๆแล้วถ้าถ้าฟัง
00:39:10 → 00:39:13ที่เราแก้แจ้งไปตอนต้นจริงๆเนี่ยเ่อปลาย
00:39:13 → 00:39:16รูขุมขนเนี่ยนะครับไอ้ตัวเส้นประสาทที่มี
00:39:16 → 00:39:18อยู่จำนวนมากที่ปลายรูขุมขนเนี่ยการมีขน
00:39:18 → 00:39:21อยู่เนี่ยแล้วขนมันมีการโบกมีการเเคลื่อน
00:39:21 → 00:39:23ไหวขณะที่มีพศสัมพันธ์เนี่ยมันมันน่าจะ
00:39:23 → 00:39:25เป็นตัวที่ช่วยกระตุ้นเรื่องเส้นประสาท
00:39:25 → 00:39:28พวกนี้ได้มากกว่าฮะนี้ก็แล้วแต่ว่าบางคนเ
00:39:28 → 00:39:30รู้สึกยังไงว่าถ้าเป็นแบบนี้มันกระตุ้น
00:39:30 → 00:39:35อารมณ์ทางเพศเก็พึงพอใจเก็จะจะกำจัดขนกัน
00:39:35 → 00:39:39ซึ่งกำจัดขนเนี่ยนะครับกำจัดขนบริเวณเส้น
00:39:39 → 00:39:41ผมเราไปร้านบาร์เบอร์ตัดผมอะไรเมันก็ง่าย
00:39:41 → 00:39:44อ่ะนะฮะหรือว่าขนบริเวณรักแร้อะไรเงี้ย
00:39:44 → 00:39:47เราก็ไม่อยากมีอยู่แล้วผู้หญิงก็โคนออกเ
00:39:47 → 00:39:51เรืื่องธรรมดานะฮะแต่เวลาเราจะกำจัดขน
00:39:51 → 00:39:54บริเวณจุดซ่อนเล้นของเราเนี่ยมันมีสิ่ง
00:39:54 → 00:39:57ที่ต้องคำนึงถึงเอ่อความเสี่ยงด้านสุ
00:39:57 → 00:40:00สุภาพของเราด้วยนะครับอืตรงนี้อะไรอัน
00:40:00 → 00:40:03ความน่าสนใจเป็นยังไงนะครับก็คือเมื่อ
00:40:03 → 00:40:06เมื่อคนเอ่อคนนั้นน่ะเขาคิดแล้วว่าเอาล่ะ
00:40:06 → 00:40:10เราอยากจะแบบเหมือนกับตัดแต่งขนบริเวณจุด
00:40:10 → 00:40:12ซ่อนเลนของเราหรือว่ากำจัดมันออกซะหน่อย
00:40:12 → 00:40:15เนี่ยนะครับนะเจะเลือกทำวิธีอะไรบ้างนะ
00:40:15 → 00:40:18ครับอันที่ 1 ก็จะมีการตัดนะครับบางทีก็
00:40:18 → 00:40:20เอากรรไกรมาตัดเอามีดมาตัดอะไรเงี้ยนะ
00:40:20 → 00:40:22ครับหรืออันตัดบางทีมันอาจจะไม่ไม่
00:40:22 → 00:40:25เกลี้ยงบางคนก็ใช้วิธีโกนเลยนะครับโกนมัน
00:40:25 → 00:40:28ก็แบบเกลี้ยงเกากว่ามันก็ใช้โกนานะครับ
00:40:28 → 00:40:32หรือบางคนโหดกว่านั้นก็ใช้วิธีถอนนะครับ
00:40:32 → 00:40:34ซึ่งวิธีถอนเนี่ยถ้าถ้าทำเองก็ถือว่าโอห
00:40:35 → 00:40:38โหดมากเพราะว่าแหมมัน sensitive บริเวณ
00:40:38 → 00:40:41ใช่บริเวณเรานึกถึงเราถอนขนบริเวณอื่นนะ
00:40:41 → 00:40:44ฮะยังเจ็บแทบตายใช่ป่ะไอ้บริเวณแถวจุด
00:40:44 → 00:40:46ซ่อนเล้นของเราที่เป็นยเพศเนี่ยมันมีเส้น
00:40:46 → 00:40:49ประสาทเยอะมากอฮะมันยิ่งถอนยิ่งเจ็บมาก
00:40:49 → 00:40:52อ่ะนะฮะบางทีเเก็นอกจากไม่ไม่ถอนแต่ว่า
00:40:52 → 00:40:55ถอนมันก็ดูเก้งเกากว่าเพราะว่าไอ้แค่โกน
00:40:55 → 00:40:57แค่ตัดเนี่ยเดี๋ยวมันก็งอกขึ้นมาใหม่ถอน
00:40:57 → 00:41:01กำจัดไรากขนนั้นไปได้ด้วยเลยนะครับก็ก็ก็
00:41:01 → 00:41:03แล้วแต่ความพอใจก็แล้วกันนะฮะอีกวิธีนึง
00:41:03 → 00:41:07ที่เใช้กันก็คือใช้เป็นพวกครีมกำจัดขนนะ
00:41:07 → 00:41:09ครับหรือมีลักษณะของเป็นขี้ผึ้งหรือเป็น
00:41:09 → 00:41:12แวกที่เราจะกำจัดขนออกได้นะครับเหมือนกับ
00:41:12 → 00:41:15อันนี้ที่เราคุ้นเคยก็แบบพดีกำจัดขนตาม
00:41:15 → 00:41:17หน้าแข้งตามอะไรเงี้ยลอกแๆอะไรเงี้นะฮะ
00:41:17 → 00:41:20อันนี้ก็ตรงยเพศมันก็จะจะต้องระมัดระวัง
00:41:20 → 00:41:22มากขึ้นเพราะมันเบาะบางแล้วก็เ่อไปถึง
00:41:22 → 00:41:25ท้ายที่สุดก็คือบางทีไปพึ่งเอคุณหมอก็คือ
00:41:25 → 00:41:28เป็นเลเซอร์กำจัดขนอืนะครับก็จะมีกันอยู่
00:41:28 → 00:41:314-5 วิธีนี้ซึ่งเอ่อการกำจัดขนบริเวณจุด
00:41:32 → 00:41:34ซ่อนเล้นเนี่ยนะครับความเสี่ยงทางสุขภาพ
00:41:34 → 00:41:37ที่จะเกิดขึ้นได้ประการแรกก็คือการบาด
00:41:37 → 00:41:40เจ็บนะครับอันที่ 1 ที่เราพบเนี่ยนะครับ
00:41:40 → 00:41:42ก็คือลักษณะของการบาดเจ็บเนี่ยเรามักจะพบ
00:41:42 → 00:41:45ในเรื่องของการบาดเจ็บในระหว่างที่มีการ
00:41:45 → 00:41:49ไปโกนขนนะครับอาจจะไปโกนแล้วมันไปเหมือน
00:41:49 → 00:41:52กับไอ้คมของมีดเมันไปโดนผิวหนังแล้วเกิด
00:41:52 → 00:41:54การถลอกเกิดเป็นแผลขึ้นมาซึ่งพอเป็นแผล
00:41:54 → 00:41:56ป๊บเนี่ยมันก็เกิดการเจ็บปวดแล้วก็มีการ
00:41:56 → 00:41:59อักเสบมันเป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะเข้าไป
00:41:59 → 00:42:02ได้นะครับซึ่งการบาดเจ็บเอาจจะเกิดใน
00:42:02 → 00:42:04ระหว่างที่โกนขนอยู่หรือว่าช่วงหลังโกนขน
00:42:04 → 00:42:07ซึ่งพอหลังกนขนใหม่ๆเนี่ยผิวหนังบาะบาง
00:42:07 → 00:42:09นี้มันถูกเปิดออกเนี่ยมันก็จะมีการอักเสบ
00:42:09 → 00:42:12ได้มากขึ้นก็อาจจะมีการแสบร้อนแลมีผื่น
00:42:12 → 00:42:15คันตามมาได้นะครับเพราะฉะนั้นปัญหาสุขภาพ
00:42:15 → 00:42:17อันที่ 1 ของการกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเล้น
00:42:18 → 00:42:20ก็คือเรื่องของการบาดเจ็บในกระบวนการที่
00:42:20 → 00:42:24เราทำนะฮะเพราะฉะนั้นเอ่อถ้าจะต้องทำจริง
00:42:24 → 00:42:26เนี่ยก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากๆนะครับ
00:42:26 → 00:42:29นะถ้าจริงๆแบบเราโกนขนตัวเราเองบางทีมัน
00:42:29 → 00:42:32ถ้าเป็นตรงอเเพทมันก็อาจจะไม่ค่อยถนัดนะฮ
00:42:32 → 00:42:34บางทีต้องระวังบางทีถ้าจะโกนเก็ต้องแบบมี
00:42:34 → 00:42:36กระจกส่องที่เห็นได้ชัดอยู่ในที่ที่แสง
00:42:36 → 00:42:39สว่างเพียงพออะไรเงี้ยนะหรือว่าบางทีถ้า
00:42:39 → 00:42:42มีคนอื่นบริการทำให้ก็ก็น่าจะดีกว่าเพราะ
00:42:42 → 00:42:45ว่าเขาใช้ 2 มือได้ขนาดกว่าใช่มั้ยฮะไม่
00:42:45 → 00:42:46ใช่ถ้าเราทำเองเนี่ยมันก็เหมือนเราต้อง
00:42:47 → 00:42:49ก้มลไปทำหรือส่องกระจกดูมันก็อาจ
00:42:49 → 00:42:53จะจะพาพล้าได้นะคะอาจารย์ใช่ครับอันต่อมา
00:42:53 → 00:42:56นะครับเอ่อปัญหาทสุขภาพอันที่ 2 ก็คืออาจ
00:42:56 → 00:42:59จะเป็นแหล่งของการติดต่อโรคติดต่อทาง
00:42:59 → 00:43:01เพศสัมพันธ์ได้นะครับมีงานศึกษาวิจัยใน
00:43:01 → 00:43:05สหรัฐอเมริกาเนี่ยนะครับพบว่าเอ่อผู้ที่
00:43:05 → 00:43:08เอ่อมีความนิยมในการกำจัดขนบริเวณจุดซ่อน
00:43:08 → 00:43:10เล้นเนี่ยนะครับเวลาเทียบเทียบอัตราการ
00:43:10 → 00:43:13เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นะเช่นพวก
00:43:13 → 00:43:16หนองในเทียมโรคซิฟิโรคเริมอะไต่างๆนะครับ
00:43:16 → 00:43:19หรือการติดเชื้อ hpv เป็นหูดรวมมาทั้งถึง
00:43:19 → 00:43:22แม้กระทั้งโรคที่รุนแรง HIV เนี่ยพบว่ามี
00:43:22 → 00:43:23ความเสี่ยงในการเกิดที่สูงกว่ากลุ่มที่
00:43:23 → 00:43:27เขาไม่ได้กำจัดคนค่ะแน่นอนมันก็อย่างที่
00:43:27 → 00:43:29เราบอกครับตัวขนเองเนี่ยมันเป็นแหล่งที่
00:43:29 → 00:43:32ปกป้องใช่มมันปกป้องการกระทบกระเทือนแล้ว
00:43:32 → 00:43:34ก็ตัวขนเก็มีการสร้างสารพวกซีบัมซึ่งมัน
00:43:35 → 00:43:38มาเหมือนกับคุมผิวหนังบริเวณอวยเพศเราไว้
00:43:38 → 00:43:39นะครับมันก็จะช่วยเหมือนกับป้องกันไม่ให้
00:43:39 → 00:43:42พวกเชื้อโรคมันเข้าสู่ร่างกายเราแล้วก็
00:43:42 → 00:43:45เจริญเติบโตหรือแบ่งตัวได้ดังนั้นพอเอ่อ
00:43:45 → 00:43:48ขนถูกโกนออกถูกกำจัดออกเนี่ยความเสี่งโลก
00:43:48 → 00:43:51เจตเทศสำพันธมันก็จะเยอะขึ้นค่ะนะครับ
00:43:51 → 00:43:53ประการที่ 3 นะครับอาจจะทำให้เกิดลักษณะ
00:43:53 → 00:43:57ของเวลาขนที่มันอ่าถูกกำจัดไปแล้วเนี่ย
00:43:57 → 00:43:59ตอนขนจะขึ้นใหม่ๆนะครับมันจะเกิดการระคาย
00:43:59 → 00:44:02คือเหมือนที่เราเป็นแบบไอ้ไอไอ้ปลายขนที่
00:44:02 → 00:44:05งอกขึ้นมาที่เรียกว่าขนครุฑน่ะนะครับนะ
00:44:05 → 00:44:07ซึ่งตรงเนี้ยมันจะแบบสร้างบบางทีเราทำให้
00:44:07 → 00:44:09เราคันยิบๆหรือมันไปเสียบสีกับผิวหนังรอบ
00:44:09 → 00:44:12ๆเนี่ยทำให้เกิดการเจ็บได้ก็มีนะครับแล้ว
00:44:12 → 00:44:14ก็บางทีเนี่ยไอ้ขนขุเล็กๆเนี่ยมันทำให้มี
00:44:14 → 00:44:18แบคทีเรียอะไลงไปลงไปที่ไอ้รูขุมขนได้
00:44:18 → 00:44:20ง่ายขึ้นมันก็เกิดการเป็นสีเป็นหนองขึ้น
00:44:20 → 00:44:23มานะครับทำให้เกิดเป็นฝีตรงบริเวณรูคุมขน
00:44:23 → 00:44:27อักเสบได้มากขึ้นนะครับเพราะฉะนั้นก็จะ
00:44:27 → 00:44:30เห็นได้ว่าเอ่อความเสี่ยงต่อสุขภาพใน
00:44:30 → 00:44:32กระบวนการกำจัดขนต่างๆเนี่ยมันก็ต้อง
00:44:32 → 00:44:35ระวังนะครับนี่เรายังไม่นับถึงเรื่องของ
00:44:35 → 00:44:38เอ่ออุปกรณ์ที่เราใช้นะครับว่าบางทีมันเอ
00:44:38 → 00:44:41สะอาดมั้ยมีดโกนนั้นแบบมันทำความสะอาดฆ่า
00:44:41 → 00:44:43เชื้อได้ดีมั้ยหรือว่าเป็นมีดโกนเก่าใช้
00:44:43 → 00:44:47ซ้ำอะไรอย่างเงี้ยนะครับรวมไปถึงความเอ่อ
00:44:47 → 00:44:50ความเหมาะสมของไอ้แวกที่เราใช้อะไรต่างๆ
00:44:50 → 00:44:52หรือครีมที่ใช้กำจัดขดด้วยซึ่งบางทีเรา
00:44:52 → 00:44:55อาจจะแพ้แวกหรือครีมพวกเยทำให้เกิดลักษณะ
00:44:55 → 00:44:57ผืนแพ้หรือบวมหรือเกิดการเจ็บเก็บแสบบาง
00:44:57 → 00:45:00คนแพ้มากๆกลายเป็นรอยไหม้บริเวณอริยเพศ
00:45:00 → 00:45:03ได้ก็มีค่ะนะครับอืยิ่งไปกว่านั้นเนี่ย
00:45:03 → 00:45:06ถ้าไปถึงขั้นทำเลเซอร์เนี่ยครับก็ต้องโห
00:45:06 → 00:45:09ต้องไปทำด้วยเอ่อคุณแพทย์ผู้เชี่ยวชาญน่ะ
00:45:09 → 00:45:12นะครับค่ะเพราะว่าถ้าไปไปเจอแพทย์ที่ไม่
00:45:12 → 00:45:14ใช่แพทย์จริงๆหรือว่าแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์
00:45:14 → 00:45:17ผิวหนังโดยตรงเนี่ยบางทีก็อันตรายเหมือน
00:45:17 → 00:45:19กันนะครับเพราะว่าถ้ากะความเข้มของแสงของ
00:45:19 → 00:45:22เลเซอร์อะไรเงี้ยได้ไม่ถูกต้องเนี่ยอาจจะ
00:45:22 → 00:45:26เกิดการไหม้อืของบริเวณเ่ออวเ่ออวยเพศของ
00:45:26 → 00:45:28เราซึ่งมันเป็นเป็นส่วนที่ผิหนังบอบบาง
00:45:28 → 00:45:32ค่ะนะครับซึ่งถ้าพูดมาทั้งหมดวิธีกำสัดขน
00:45:32 → 00:45:34นะครับในในท่านไหนที่ท้ายที่สุดก็คิดว่า
00:45:34 → 00:45:37อยากจะกำจัดมันเนี่ยนะฮะเยอะมันดกเกินไป
00:45:37 → 00:45:39หรืออะไรก็แล้วแต่เนี่ยนะฮะวิธีที่คงจะทำ
00:45:39 → 00:45:41ได้เองมากที่สุดที่หมออยากจะให้คำแนะนำก็
00:45:41 → 00:45:44คือมันก็คงจะเป็นเรื่องของการโกนขนใช่มฮะ
00:45:44 → 00:45:48ซึ่งถ้าวนขนเนี่ยหลักการก็คือ 1 ล้างมือ
00:45:48 → 00:45:51ให้สะอาดนะครับนะล้างมือเราก่อนจะให้รัก
00:45:51 → 00:45:53มือฟอกเล็บอะไรต่างๆให้สะอาดก่อนจะเริ่ม
00:45:53 → 00:45:57ลงมือนะครับ 2 นะครับนะก็คือไอ้อุปกรณ์
00:45:57 → 00:45:59เครื่องมือที่เราใช้นะครับต้องเป็นใบมีด
00:45:59 → 00:46:01ใหม่เพราะใบมีดใหม่เนี่ยมันมันจะไม่มี
00:46:01 → 00:46:03เชื้อโรคที่เราแกะมาใช่มมครับแล้วก็อาจจะ
00:46:03 → 00:46:05มีการฆ่าเชื้อที่แอลกอฮอล์นะครับแล้วก็
00:46:05 → 00:46:08ให้ใบมีดใหม่เนี่ยมันมีความคมเพราะฉะนั้น
00:46:08 → 00:46:12เวลาเวเหือนครับเราโกนเนี่ยมันจะไอ้เส้น
00:46:12 → 00:46:14ขนมันจะหลุดออกได้ง่ายกว่าถ้าเราใช้อัน
00:46:14 → 00:46:16ที่มีดมีดที่มันใช้ซ้ำมีดโกนใช้ซ้ำเนี่ย
00:46:16 → 00:46:19บางทีความคมมันลดลงเนี่ยพอมันโกนแล้วมัน
00:46:19 → 00:46:22ไม่ออกเราก็จะเพิ่มแรงในการกดมากขึ้นซึ่ง
00:46:22 → 00:46:24ตรงเนี้ยบางทีทำให้ไอ้ปลายมีดเนี่ยมันไป
00:46:24 → 00:46:28บาดเจ็บต่อผิวหนังได้ครับครับแล้วก็เวลา
00:46:28 → 00:46:30เราจะโกนขนเนี่ยนะครับอย่างที่บอบอกะต้อง
00:46:30 → 00:46:33ต้องใช้กระจกที่มันส่องให้เรามองเห็นได้
00:46:33 → 00:46:36ชัดอ่ะนะครับแล้วก็อยู่ในที่ที่แสงสว่าง
00:46:36 → 00:46:38เพียงพอนะครับส่วนใหญ่เราทำในห้องน้ำก็
00:46:38 → 00:46:40ต้องระมัดระวังเรื่องแสงมันสลวๆในห้องน้ำ
00:46:40 → 00:46:44เนี่ยอันตรายนะครับแล้วก็เอ่อก่อนที่จะ
00:46:44 → 00:46:47โกนขนเนี่ยนะครับถ้าเป็นไปได้เนี่ยนะครับ
00:46:47 → 00:46:50เราควรจะเล็มขนออกให้มากที่สุดอืคือโกน
00:46:50 → 00:46:51ทั้งส้นยาวๆเนี่ยมันจะไม่ค่อยดีเพราะ
00:46:51 → 00:46:54ฉะนั้นเราอาจจะใช้กรรไกรนะครับเล็มก่อน
00:46:54 → 00:46:56ค่ะนะครับใช้กรรไกรเล็มก่อนจนมันสั้นๆ
00:46:56 → 00:46:58หน่อยเวลาโกนมันก็จะโกนได้ง่ายขึ้นนะครับ
00:46:58 → 00:47:00เรานึกง่ายๆเหมือนเหมือนเราไปเข้าร้านตัด
00:47:01 → 00:47:03ผมอ่ะถ้าเป็นไตรงส่วนยาวๆเใช้กันไทเล็ม
00:47:03 → 00:47:05ก่อนแล้วก็ไอ้ส่วนเล็กๆเใช้มีดโกนช่วย
00:47:06 → 00:47:08ส่วนสั้นๆใช่มั้ยครับแล้วก็ก่อนเราจะโกน
00:47:08 → 00:47:11ขนด้วยตัวเองเนี่ยนะครับควรจะแช่ในน้ำ
00:47:11 → 00:47:14อุ่นนะอาจจะนั่งแช่ในน้ำหรือนอนแช่ในอ่าง
00:47:14 → 00:47:17น้ำสักประมาณสัก 5 นาทีเพื่อให้ขนบริเวณ
00:47:17 → 00:47:19นั้นมันเปียกชุ่มนะก็เปียกชุ่มแล้วก็เอ่อ
00:47:19 → 00:47:22บริเวณของผิวตรงผิวหนังบริเวณนั้นแล้วก็
00:47:22 → 00:47:25เส้นขนเี่มันจะอ่อนนุ่มเวลาโกนก็จะโกนได้
00:47:25 → 00:47:28ง่ายขึ้นนะครับรวมไปถึงเราอาจจะใช้มีการ
00:47:28 → 00:47:31ทาด้วยเอ่อสารหล่อลื่นต่างๆนะครับเช่นพวก
00:47:31 → 00:47:34เหมือนลักษณะครีมกนหนวดที่มันให้การหล่อ
00:47:34 → 00:47:37ลื่นนะครับหรือว่าพวกไอ้ไอเจลอย่างอ่าเจล
00:47:37 → 00:47:40ว่านหางจระเข้ที่มันช่วยแบบป้องกันการ
00:47:40 → 00:47:42ระคายเคืองหรือการอักเสบอันนี้ก็จะช่วย
00:47:42 → 00:47:45ได้นะครับแล้วก็
00:47:45 → 00:47:49เอ่ออ่าเทคนิคอันนึงเวลาเราจะโกนขนนะครับ
00:47:49 → 00:47:52เอ่อมือนึงเราจับมิตโกนเพื่อโกนขนเนี่ยนะ
00:47:52 → 00:47:54ครับถ้าเป็นไปได้เเราใช้มืออีกข้างนึงอ่ะ
00:47:54 → 00:47:57ดึงผิวหนังบริเวณที่จะโกนขนให้มันตึงขึ้น
00:47:57 → 00:48:00ค่ะนะครับเหมือนกับดึงสวนทางกันเเราโกนลง
00:48:00 → 00:48:02มาทางนึงก็ตัวผิวมืออีกมือนึงก็ดึงผิว
00:48:02 → 00:48:05หนังให้มันยืดขึ้นไปมันก็จะทำให้เอ่อมัน
00:48:05 → 00:48:08ดึงเนี่ยเ่อไอ้ตัวขนเวลาโกนพุมันจะได้ออก
00:48:08 → 00:48:11มาได้หมดจดยิ่งขึ้นนะครับแล้วเวลาการโกน
00:48:11 → 00:48:13เนี่ยควรจะโกนไปตามแนวขนอย่าอย่าอย่าสวน
00:48:13 → 00:48:17แนวมันนะครับอแล้วก็เอ่อเมื่อเราโกนขน
00:48:17 → 00:48:20เสร็จนะครับควรจะล้างทำความสะอาดในบริเวณ
00:48:20 → 00:48:22ที่เราโกนขนให้เกลี้ยงเกลานะครับโดยใช้
00:48:22 → 00:48:25น้ำอุ่นนะครับหรือหรือสบู่อ่อนๆอะไรเงี้ย
00:48:25 → 00:48:28นะครับนะแล้วก็ซับให้แห้งเสมอนะครับ
00:48:28 → 00:48:31ระหว่างที่โกนเนี่ยก็ควรจะโกนอย่างเบามือ
00:48:31 → 00:48:34ที่สุดนะครับแล้วก็หลังจากเสร็จเรียบร้อย
00:48:34 → 00:48:36แล้วเนี่ยเราล้านทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น
00:48:36 → 00:48:38ซับให้แห้งเสร็ป๊เนี่ยเราอาจจะทาพวกเบี้
00:48:38 → 00:48:41ออยหรือว่าพวกเจลว่าทางจระเข้อะไรต่างๆ
00:48:41 → 00:48:43ที่มันมันจะช่วยลดกันระคายเคืองนะครับ
00:48:43 → 00:48:46แล้วก็ถ้าเป็นช่วงที่เราเพิ่งกกนขนใหม่ๆ
00:48:46 → 00:48:48นะครับถึงแม้ว่าเราจะกกนแล้วมันไม่มีบาด
00:48:48 → 00:48:50แผลไม่แบบเอ้ยเราโกนเสร็จถ้ามันมีแผลมี
00:48:50 → 00:48:52เลือดออกเราก็มองเห็นใช่มั้ยแต่บางทีเรา
00:48:52 → 00:48:54ไม่ไม่เห็นเนี่ยนะครับไม่มีแผลไม่มีเลออก
00:48:54 → 00:48:56แต่จริงๆแล้วเนี่ยผิวหนังที่มันถูกถู้ว
00:48:56 → 00:48:59ใบบมี่เนี่ยบางทีมันมีการถลอกปอกเปิดเล็ก
00:48:59 → 00:49:01น้อยเหมือนกันค่ะเพราะฉะนั้นในช่วง 2-3
00:49:01 → 00:49:04วันแรกเนี่ยนะครับก็ควรจะสวนเสื้อผ้าหรือ
00:49:04 → 00:49:07กางเกงชั้นในที่มันแบบหลวมๆสบายๆไม่คับ
00:49:07 → 00:49:09แน่นไม่งั้นมันไปกดเบียดทำให้ผิวหนัง
00:49:09 → 00:49:12บริเวณนั้นละขายเคืองได้นะครับนะอันนี้ก็
00:49:12 → 00:49:16เป็นเอ่อคำแนะนำนะครับที่ว่าเออก็ถ้าถ้า
00:49:16 → 00:49:18มีความต้องการจะกวนขนจริงๆก็ควรจะทำให้
00:49:18 → 00:49:21ครบขั้นตอนตามนี้ก็จะปลอดภัยยิ่งค่ะจริงๆ
00:49:21 → 00:49:23วันนี้คุณผู้ฟังก็มีหลากหลายคำถามเข้ามา
00:49:23 → 00:49:27แต่ว่าคุณหมอก็ได้อธิบายตอบจนชชัดเจนไป
00:49:27 → 00:49:29แล้วนะคะแต่ว่ามีอีกคำถามนึงที่ที่ฝากไว้
00:49:29 → 00:49:32ค่ะคุณหมอคือคุณผู้ฟังถามเข้ามาว่าจริงๆ
00:49:32 → 00:49:34แล้วอย่างเรื่องของการกำจัดขนด้วยกันโกน
00:49:34 → 00:49:37เนี่ยทำไมเวลาที่มันขนมันงอกขึ้นมาใหม่
00:49:37 → 00:49:39มันเส้นใหญ่กว่าเดิมแล้วมันก็แข็งกว่า
00:49:39 → 00:49:43เดิมด้วยอ่ะคะอออย่างงี้ครับเอ่อวงจรของ
00:49:43 → 00:49:45การโตของขนอ่ะถ้าเราพูดง่ายๆก็เทียบกับ
00:49:45 → 00:49:48บริเวณขนตรงอิเเพศเนี่ยนะครับที่หมอบอก
00:49:48 → 00:49:52แล้วว่าวงจรในช่วงที่เป็นแจนเฟสซึ่งมันจะ
00:49:52 → 00:49:55โตเนี่ยมันใช้เวลา 3-6 เดือนครับอืเพราะ
00:49:55 → 00:49:58ฉะนั้นที่เราอยู่มาตลอดอ่ะเพราะเอส่วน
00:49:58 → 00:49:59ใหญ่เราก็จะเริ่มมีขนในเพศตอนที่เราเข้า
00:49:59 → 00:50:02สู่วัยรุ่นใช่มยเป็นช่วงที่เรามีแบบล
00:50:02 → 00:50:04ลักษณะฮอร์โมนทางเพศหลักออกมาแล้วเนี่ยทำ
00:50:04 → 00:50:06ให้เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายมีความต่าง
00:50:06 → 00:50:08กันนะครับโออันนั้นเป็นเวลาตั้งแต่วัย
00:50:08 → 00:50:11รุ่นจนเรามาถึงตรงเนะครับขนเนี่ยมันมีการ
00:50:11 → 00:50:13ขึ้นมาใหม่แล้วก็ผลัดเปลี่ยนไปแล้วก็ขึ้น
00:50:13 → 00:50:16มาใหม่ในวงรอบของ 3-6 เดือนอยู่แล้วนะ
00:50:16 → 00:50:18ครับจนเราไม่รู้สึกอะไรว่ามันเป็นเป็น
00:50:18 → 00:50:21เส้นขนแบบนั้นแต่ว่าพอเราโกนใหม่ๆนะครับ
00:50:21 → 00:50:23อย่าลืมว่าพอโกนใหม่ๆเนี่ยกว่าผลนั้นเขา
00:50:23 → 00:50:27จะขึ้นมาแล้วยาวจนเท่ากับไอ้ความยาวของ
00:50:27 → 00:50:30มันเนี่ย 3-6 เดือนนะครับค่ะดังนั้นเรา
00:50:30 → 00:50:33จึงมีความรู้สึกเหมือนกับมันมีอะไรที่งอก
00:50:33 → 00:50:35มาแล้วมีลักษณะที่เส้นมันใหญ่คือบางคนบอก
00:50:35 → 00:50:37ว่าพอโกนเสร็จปุ๊บมันแข็งขึ้นหรือมันใหญ่
00:50:37 → 00:50:39ขึ้นหรือว่าโกนเสร็จแล้วขนมันเหมือนดก
00:50:39 → 00:50:41ขึ้นอะไรอย่าเงี้ยจริแล้วจนมีความเชื่อ
00:50:42 → 00:50:44บางทีว่าอย่าไปโกนนะโกนแล้วเดี๋ยวขนมันจะ
00:50:44 → 00:50:46เยอะขึ้นกว่าเดิมอ่าจริงๆมันจริงๆมันไม่
00:50:46 → 00:50:48ไม่ใช่อย่างงั้นนะครับจริงๆที่ขึ้นมาถ้า
00:50:48 → 00:50:51เรารอจนถึง 3-6 เดือนตามวงรอบของมันเนี่ย
00:50:51 → 00:50:54เราจะพบว่าเส้นขนที่ขึ้นมาใหม่เนี่ยมันก็
00:50:54 → 00:50:55จะมีลักษณะเหมือนเส้นขนเดินเพราะว่ามัน
00:50:55 → 00:50:58ถูกควบคุมด้วเดิมของเรานั่นเองค่ะนะวัน
00:50:58 → 00:51:01นี้คุณหมอก็อธิบายกันแบบครบถั่วนะคะเวลา
00:51:01 → 00:51:03เดินเร็วค่ะคุณหมอฝากทิ้งท้ายสักนิดนึง
00:51:03 → 00:51:07ค่ะครับขนอย่าคิดว่ามันไม่สำคัญนะครับนะ
00:51:07 → 00:51:09ฮะมันสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาย่อมมี
00:51:09 → 00:51:11ประโยชน์เสมอนะครับเพราะฉะนั้นเอ่อเมื่อ
00:51:11 → 00:51:13เข้าใจที่เราพูดไปวันนี้ว่ามีประโยชน์
00:51:13 → 00:51:15แล้วเนี่ยนะครับหรือว่าบางท่านก็อาจจะมา
00:51:15 → 00:51:18ฟังย้อนหลังก็ได้นะครับหมออยากจะแนะนำว่า
00:51:18 → 00:51:21ก็ก็แค่ดูแลเรักษาคามสะอาดเขาก็พอแล้วนะ
00:51:21 → 00:51:23ครับการไปโกนไปอะไรออกเนี่ยจริงๆต้อง
00:51:24 → 00:51:25ระมัดระวังเรื่องคนเสียงที่จะเกิดต่อ
00:51:25 → 00:51:28สุขภาพด้วยครับเพราะฉะนั้นก็ก็เอาเท่าที่
00:51:28 → 00:51:31เท่าที่จำเป็นนะครับหรือว่าเอ่อบางท่าน
00:51:31 → 00:51:33ถ้ารู้สึกว่าขนมันรำคาญจริงๆแล้วมีแล้ว
00:51:33 → 00:51:36มันเสียสีมากจริงๆนะค่ะวิธีกรกำจัดที่มัน
00:51:36 → 00:51:38ได้ผลแล้วบางทีถาวรเลยเนี่ยก็คือไปทำ
00:51:38 → 00:51:41เลเซอร์ค่ะนะครับอันนี้มันก็อาจจะช่วยให้
00:51:41 → 00:51:43แบบไม่ต้องไปเสี่ยงในเรื่องของการที่เรา
00:51:43 → 00:51:46ไปโดนนิโกนบาหรือติดเชื้อนะครับค่ะอ่ะวัน
00:51:46 → 00:51:48นี้ต้องขอขอบพระคุณคุณหมอมากๆเลยค่ะ
00:51:48 → 00:51:52สวัสดีค่ะครับสวัสดีครับค่ะนายแพทย์
00:51:52 → 00:51:56พูศักดิ์สุชนวันนี้สูตินารีแพทย์ประจาร