00:00:00 → 00:00:03This Is Thai PBS podcast View the
00:00:03 → 00:00:05world vi The
00:00:05 → 00:00:09Voice ความจำเพาะของไวรัสเนี่ยไวรัสใน
00:00:09 → 00:00:13สัตว์สปีชีสนึงอือมันไม่ได้ทำให้เกิดโรค
00:00:13 → 00:00:17ในสัตว์อีกสปีชีสนึงคือเชื้อไวรัสในแมว
00:00:17 → 00:00:18ไม่ได้ทำให้เกิดโรคในคนไม่ได้ทำให้เกิด
00:00:18 → 00:00:21โรคในสุนัขแต่ว่าบางกลุ่มอาจจะมีความใกล้
00:00:21 → 00:00:23เคียงกันแล้วอาจจะทำให้เกิดอาการอะไรต่าง
00:00:23 → 00:00:26ๆได้แต่ความรุนแรงแล้วก็อาการต่างๆจะมี
00:00:26 → 00:00:29ความแตกต่างกันที่ที่พยายามบอกแบบนี้ก็
00:00:29 → 00:00:31คือว่าเดี๋ยวบางครั้งจะกลัวว่าเอ๊ะพอแมว
00:00:31 → 00:00:33หรือสัตวเลี้ยงของเราป่วยเป็นโรคอะไรต่าง
00:00:33 → 00:00:36ๆเหล่านี้แล้วเอ๊ะเดี๋ยวบางคนก็ตัดปัญหา
00:00:36 → 00:00:38โดยการที่ไม่เลี้ยงดีกว่าเอาไปปล่อยดี
00:00:38 → 00:00:42กว่าซึ่งมันกลายเป็นปัญหาอื่นๆยาว
00:00:42 → 00:00:46เลยฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคไทยฟัง
00:00:46 → 00:00:50รายการโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงสถิตพรค่ะ
00:00:50 → 00:00:53This Is to PBS podcast คุณผู้ฟังคะ
00:00:53 → 00:00:56วันนี้รายการโรงหมอของเราค่ะก็มีเรื่อง
00:00:56 → 00:01:00ไข้หัดแมวนั่นเองเป็นยังไงไข้หัดแมวต้อง
00:01:00 → 00:01:03คุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์นายสัตวแพทย์ดร
00:01:03 → 00:01:06รดิ์รุ่งเดืกิจไกฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่ง
00:01:06 → 00:01:09เสริมภาพลักองค์กรคณะสัตวแพทยศาสตร์
00:01:09 → 00:01:11จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะสวัสดีค่ะ
00:01:11 → 00:01:14อาจารย์โอมคาสวัสดีครับคุณสุรีพรครับและ
00:01:14 → 00:01:16สวัสดีครับคุณผู้ฟังด้วยครับแวันนี้ก็
00:01:16 → 00:01:20เป็นอีกเรื่องนึงที่คนเลี้ยงแมวต้องฟังนะ
00:01:20 → 00:01:24คะไข้หัดแมวเออฟังดูแล้วก็ธรรมดาเหมือน
00:01:24 → 00:01:28กับคนที่เป็นหัดเนอะฟังไข้หัดไขหัดก็คง
00:01:28 → 00:01:30เป็นกันทุกคนง่ายๆแล้วก็เป็นแล้วก็หาย
00:01:30 → 00:01:33แล้วก็จบอือแต่ในแมวคนละเรื่องกันเลยอ้า
00:01:33 → 00:01:35ไม่เหมือนกันหรคเพราะว่าความรแรงแตกต่าง
00:01:35 → 00:01:37กันเยอะเลยครับอย่างที่คุยกับอาจารย์โอม
00:01:37 → 00:01:40ไปหลายๆโรคเนี่ยครับโรคต่างๆไม่ว่าจะเป็น
00:01:40 → 00:01:43ของน้องหมาน้องแมวเนี่ยจะคล้ายๆกับคนนะ
00:01:43 → 00:01:46แต่ไข้หัดแมวนี่ไม่ไม่ใช่อย่างไงความรุน
00:01:46 → 00:01:48แรงจะแตกต่างกันคือถ้าถ้าอย่างในคนใช้คำ
00:01:48 → 00:01:53ว่าไข้หัดอเด็กๆเป็นหัดออกหัดก็โอเคก็ค
00:01:53 → 00:01:57ง่ายๆโบราณโบราณก็กินยาเขียวเพื่อให้ออก
00:01:57 → 00:01:59เอ่อออกมาหมดเสร็จแล้วก็ร่างกายก็จะดี
00:01:59 → 00:02:04ขึ้นแล้วก็ปแมวกเชไัตัวตัวที่ค่อนข้างรุ
00:02:04 → 00:02:07แรงแล้วก็ความมีอันตรายค่อนข้างเยอะการ
00:02:07 → 00:02:10รักษาก็ยังไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จเท่า
00:02:10 → 00:02:13ไหร่ครับชื่ออาจจะดูเหมือนไข้หัดไข้หวัด
00:02:13 → 00:02:16ดูพร้อกับไข้หวัดก็ดูแบบว่าก็เป็นหวัดอ่ะ
00:02:16 → 00:02:18ไม่เห็นมีอะไรเลยแต่อย่างที่เรียนนะครับ
00:02:18 → 00:02:20ว่าจริงๆแล้วความรุนแรงมันแตกต่างกันค่อน
00:02:20 → 00:02:24ข้างเยอะมากค่ะทีนี้ว่าแต่การในการที่จะ
00:02:24 → 00:02:27เ่าไม่ได้บอกว่าแมวทุกตัวจะต้องเป็นไข้
00:02:27 → 00:02:30หัดทุกตัวครับไม่จำเป็นครับแสดงว่ามัน
00:02:30 → 00:02:33ต้องมีสาเหตุมีสิ่งที่ทำให้เกิดโรคนี้
00:02:33 → 00:02:35ขึ้นมาได้เหมือนกันใช่ครับเพราะเพราะ
00:02:35 → 00:02:38สาเหตุหลักๆเลยคือเกิดจากเชื้อไวรัสชนิด
00:02:38 → 00:02:40หนึ่งนะครับไวรัสตัวกลุ่มนี้ก็ชื่อชื่อ
00:02:40 → 00:02:45ว่าฟแิ copia ไวรัสเป็นฟีนหมายถึงแมวค่ะ
00:02:45 → 00:02:49นะครับเอ่อเป็นตัวไวรัสที่ก่อโรคโรคนี้ใน
00:02:49 → 00:02:52แมวซึ่งตัวไวรัสกลุ่มนี้นะครับมันเป็นตัว
00:02:52 → 00:02:56ไวรัสที่มีความเอ่ออยู่ในตระกูลเดียวกัน
00:02:56 → 00:02:59กับของ canine power virus แนหมายถึง
00:02:59 → 00:03:03สุนัขอืพาวไวรัสเป็นเป็นเชื้อไวรัสที่ทำ
00:03:03 → 00:03:06ให้เกิดโรคลำไส้อักเสบในสุนัขอันนี้อาจจะ
00:03:06 → 00:03:09คุ้นเคยกันเคยได้ยินกันสุนัขมีอาการถ่าย
00:03:09 → 00:03:11เหลวถ่ายพุ่งแล้วก็ถ่ายเป็นเลือดอะไร
00:03:11 → 00:03:14ประมาณลักษณะแบบนั้นต้องบอกว่าเอ่อไวรัส
00:03:14 → 00:03:17ของแมวที่ทำให้เกิดไข้หัดแมวเนี่ยมันอยู่
00:03:17 → 00:03:19ในตระกูลเดียวกันกับของไวรัสของสุนัขตัว
00:03:19 → 00:03:23นี้นะครับแต่ว่าต้องต้องบอกว่าเชื้อในแมว
00:03:23 → 00:03:26เนี่ยเอ่อไม่ได้ก่อโรคลำไส้อักเสบอาจจะ
00:03:26 → 00:03:28เป็นคนละกลุ่มอาการคนละคนละอย่างกันแต่
00:03:28 → 00:03:32แค่จะสืบให้ฟังว่ามันมีความใกล้เคียงกัน
00:03:32 → 00:03:35ในในตัวตัวของไวรัสที่อยู่ในตระกูลเดียว
00:03:35 → 00:03:38กันตระกูลใกล้ๆกันครับค่ะอือฮึคือมาจาก
00:03:38 → 00:03:41ไวรัสซึ่งมันก็อยู่ได้โดยทั่วไปใช่ครับ
00:03:41 → 00:03:43แต่ว่าบังเอิญว่าอันเนี้ยมันไปเข้าในส่วน
00:03:43 → 00:03:48ของแมวใช่ครับถ้าถ้าจากไวรัสตัวนี้มาถูก
00:03:48 → 00:03:52สุนัขไม่เป็นไรครับคือต้องบอกว่าความ
00:03:52 → 00:03:56จำเพาะของไวรัสเนี่ยไวรัสในสัตว์สปีชีส
00:03:56 → 00:04:00นึงอือมันไม่ได้ทำให้เกิดโรคในสัตว์อีก
00:04:00 → 00:04:03สปีชีสนึงคือเชื้อไวรัสในแมวไม่ได้ทำให้
00:04:03 → 00:04:06เกิดโรคในคนไม่ได้ทำให้เกิดโรคในสุนัขแต่
00:04:06 → 00:04:08ว่าบางกลุ่มอาจจะมีความใกล้เคียงกันแล้ว
00:04:08 → 00:04:10อาจจะทำให้เกิดอาการอะไรต่างๆได้แต่ความ
00:04:10 → 00:04:13รุนแรงแล้วก็อาการต่างๆจะจะมีความแตกต่าง
00:04:13 → 00:04:16กันอือูอย่างนี้แสดงว่าไวรัสมันก็แบบว่า
00:04:16 → 00:04:19หลากหลายมากที่แบบใช่ครับลอยฟุ้งอยู่หรือ
00:04:19 → 00:04:21ในสิ่งที่เรามองไม่เห็นนี่แหละใช่ที่ที่
00:04:21 → 00:04:23พยายามบอกแบบนี้ก็คือว่าเดี๋ยวบางครั้งจะ
00:04:23 → 00:04:26กลัวว่าเอ๊ะพอแมวหรือสัตว์เลี้ยงของเรา
00:04:26 → 00:04:27ป่วยเป็นโรคอะไรต่างๆเหล่านี้แล้วเอ๊ะ
00:04:28 → 00:04:30เดี๋ยวเราเป็นคนดูแลจะมีปัญหาหรือเปล่า
00:04:30 → 00:04:32อุ๊ยถ้าเกิดว่าพอบอกว่าโรคนี้เป็นโรค
00:04:32 → 00:04:34อันตรายอ้าวเดี๋ยวเราจะอันตรายไปด้วย
00:04:34 → 00:04:37เพราะฉะนั้นบางคนก็ตัดปัญหาโดยการที่ไม่
00:04:37 → 00:04:40เลี้ยงดีกว่าเอาไปปล่อยดีกว่าซึ่งมันกลาย
00:04:40 → 00:04:42เป็นปัญหาอื่นๆยาวยาวเลยเพราะฉะนั้นก็เลย
00:04:42 → 00:04:46บอกว่าเอ่อโรคเอ่อที่เกิดจากการติดเชื้อ
00:04:46 → 00:04:49ในสัตว์แต่ละชนิดอาจจะมีความแตกต่างกัน
00:04:49 → 00:04:51อาจจะมีความเกี่ยวข้องกันบ้างแต่ไม่ได้
00:04:51 → 00:04:53หมายความว่าทั้งหมดจะต้องเกี่ยวข้องกันอื
00:04:53 → 00:04:56นะครับแต่ว่าก่อนที่เราจะรู้ว่าโรคเนี้ย
00:04:56 → 00:05:00มันไม่ได้ไปติดต่อสู่ตัวเราสู่คนหรือ
00:05:00 → 00:05:02สัตว์อื่นๆที่เราชนิดอื่นๆสปีชีอื่นๆที่
00:05:02 → 00:05:05เราเลี้ยงเนี่ยมันก็ต้องระวังไว้ก่อน
00:05:05 → 00:05:08เพราะเราไม่รู้ว่าตอนนั้นน่ะเขาเป็นอะไร
00:05:08 → 00:05:10ถูกต้องเพราะว่าพวกเชื้อจูนเอ่อเชื้อโรค
00:05:10 → 00:05:13ไวรัสแบคทีเรียมันเป็นมันคือเชื้อโรคดัง
00:05:13 → 00:05:15นั้นเนี่ยความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญความ
00:05:15 → 00:05:17สะอาดไม่ได้หมายความว่าสัมผัสไม่ได้
00:05:17 → 00:05:19สัมผัสอ่ะสัมผัสได้แต่หลังจากนั้นเราก็
00:05:19 → 00:05:22ต้องทำความสะอาดมือก็เหมือนกับเอ่อผมผม
00:05:22 → 00:05:25มองว่ามันคล้ายๆกันกับการที่เราป้องกัน
00:05:25 → 00:05:27โรคไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดิน
00:05:27 → 00:05:30อาหารระบบทางเดินหายใจทางเดนใเราก็ใส่แสก
00:05:30 → 00:05:32อย่างโควิดที่เราวิตกกันเนี่ยเราก็ใช้
00:05:32 → 00:05:34วิธีการใส่แสกเพื่อป้องกันการรับเชื้อ
00:05:34 → 00:05:38เข้าไปเราหมั่นล้างมือทำความสะอาดเพื่อ
00:05:38 → 00:05:41กรณีที่มันมีเชื้อโรคเหล่านั้นติดอยู่ตาม
00:05:41 → 00:05:44มือตามร่างกายเราก็ใช้น้ำใช้สบู่เพื่อทำ
00:05:44 → 00:05:46ความสะอาดสิ่งสกปรกเหล่านั้นไปมันก็จะ
00:05:46 → 00:05:48เป็นการป้องกันได้ระดับนึ่งอยู่แล้วค่ะ
00:05:48 → 00:05:51เพราะฉะนั้นตรรงนี้ก็อ่าเบื้องต้นคือ
00:05:51 → 00:05:54สุขนาที่เราเวลาในการที่จะแบบเเจ็บป่วยทำ
00:05:54 → 00:05:56ความสงสะอาดอะไรพวกนี้นะคะแต่ว่าในขณะ
00:05:56 → 00:05:59เดียวกันก็ต้องพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อที่ไป
00:05:59 → 00:06:03ตรวจวินิจฉัยว่าเอ๊ะอาการแบบเนี้ยเป็นโรค
00:06:03 → 00:06:05อะไรใช่ที่สำคัญก็คือว่าเราอาจจะต้องรู้
00:06:05 → 00:06:09ว่าเอ่อเชื้อกลุ่มนั้นมันก่อให้เกิดโรค
00:06:09 → 00:06:11ที่ระบบใดอย่างเช่นถ้าเกิดก่อให้เกิดโรค
00:06:11 → 00:06:13ที่ระบบทางเดินหายใจแล้วก็ระบบทางเดิน
00:06:13 → 00:06:15อาหารอ้าโอเคเราต้องปิดกั้นโดยการใส่แมส
00:06:15 → 00:06:18เพื่อเพื่อไม่หายใจเอาไอเอาละอองของเชื้อ
00:06:18 → 00:06:23เข้าไปหรือโรคบางโรคเกิดติดต่อโดยการกิน
00:06:23 → 00:06:26เพราะฉะนั้นก่อนจะกินเราก็ล้างมือทำความ
00:06:26 → 00:06:29สะอาดหรือว่าเราอาหารต่างๆเราก็ทำให้ปรุง
00:06:29 → 00:06:31ให้สุขเพื่อให้ใช้ความร้อนเป็นตัวทำตัว
00:06:31 → 00:06:34ทำลายประมาณนี้ก็จะจะช่วยได้ถ้างั้นตเรา
00:06:34 → 00:06:36ต้องทำแบบสุขอนามัยเต็มขั้นถูกต้องเลย
00:06:36 → 00:06:39ครับทุกรูปแบบนะคะแต่อาจารย์คะถ้าเกิด
00:06:39 → 00:06:43อย่างเงี้ยอ่ะสบายใจและว่าไวรัสหัดแมวนี้
00:06:43 → 00:06:46คือเอ่อไขหัดแมวเนี้ยไม่ได้ติดต่อสู่คน
00:06:46 → 00:06:49หรือว่าสุนัขที่เลี้ยงอยู่รรวกันว่าบาง
00:06:49 → 00:06:52บ้านนี่เขาก็มีทั้งสุนัขกับแมวเนาะทนี้ก็
00:06:52 → 00:06:55สบายใจและแต่ทีนี้แบบมันก็น่าสงสัยค่ะ
00:06:55 → 00:06:59อาจารย์คือไปเอามายังไงคือการติดต่ออ่ะ
00:06:59 → 00:07:03คืออย่างอย่างที่เรียนว่าเอ่อโรคโรคไข้
00:07:03 → 00:07:05หัดแมวเนี่ยมันเป็นโรคติดต่อที่เกิดจาก
00:07:05 → 00:07:08เชื้อไวรัสการติดต่อเนี่ยแมวด้วยกันจะติด
00:07:08 → 00:07:12ต่อกันได้เอ่อผมผมอาจจะย้อนกลับไปหลายๆปี
00:07:12 → 00:07:15เลยเพราะก่อนหน้านั้นเคยมีข่าวว่าแมวใน
00:07:15 → 00:07:18หมู่บ้านหมู่บ้านนึงตามที่ต่างจังหวัดตาย
00:07:18 → 00:07:21กันไปแบบเป็น 40-50 ตัวพร้อมๆกันเลยหลายๆ
00:07:21 → 00:07:23คนก็เอ๊ะวิตกว่าเกิดจากอะไรแต่สุดท้าย
00:07:23 → 00:07:27แล้วพอสัตวแพทย์เข้าไปทำการตรวจวินิจฉัย
00:07:27 → 00:07:30ดูเอาเชื้อจากอุจจาระจากน้ำมุอะไรต่างๆมา
00:07:30 → 00:07:32ตรวจดูก็ยืนยันได้ว่าเป็นเกิดจากไข้หัด
00:07:33 → 00:07:35แมวก็เลยบอกว่าโอ้โหนั่นแหละมันเป็นมัน
00:07:35 → 00:07:37เป็นการติดต่อที่ค่อนข้างอันตรายอันแล้ว
00:07:37 → 00:07:39ก็แล้วก็รวดเร็วเพราะว่าถ้าเกิดว่าเป็น
00:07:40 → 00:07:42แมวที่เลี้ยงปล่อยแล้วก็อยู่ด้วยกันขลุก
00:07:42 → 00:07:45คลุกคลีกันเจอตัวนึงเลียหน้าเลียตากันกิน
00:07:45 → 00:07:48อาหารใช้ของร่วมกันมันก็มีโอกาสที่ที่จะ
00:07:48 → 00:07:50ทำให้เกิดโรคต่างๆเหล่านี้ได้ซึ่งก็เลย
00:07:50 → 00:07:53บอกว่าเอ่อการติดต่อของโรคๆเนี้ยมันจะติด
00:07:53 → 00:07:57ต่อได้ทั้งทางตรงแลก็ทางอ้อมนะครับการติด
00:07:57 → 00:07:59ต่อเชื้อทางตรงเลยเนี่ยก็คือโดยการ
00:08:00 → 00:08:04รับเอาไวรัสจากจากตัวที่ป่วยแล้วกินเข้า
00:08:04 → 00:08:07ไปอือเพราะฉะนั้นเนี่ยอาจจะไปเลียไปกิน
00:08:07 → 00:08:10อะไรสารคัดหลังที่ออกมาจากสัตว์ที่ป่วย
00:08:10 → 00:08:13เหล่านั้นไปเลียหน้าเลียตามีน้ำมูกมีน้ำ
00:08:13 → 00:08:16ลายอุจจาระก็มีโอกาสที่จะเป็นตัวเป็นเป็น
00:08:16 → 00:08:17ตัวที่แพร่เชื้อไวรัสออกมาด้วยเพราะ
00:08:18 → 00:08:20ฉะนั้นเนี่ยนี่อันแรกคือการรับเชื้อโดย
00:08:20 → 00:08:23ตรงจากการกินค่ะนะครับอีกกรณีนึงคือรับ
00:08:23 → 00:08:26เชื้อโดยอ้อมโดยอ้อมก็คือว่าอ่าวแมวตัว
00:08:26 → 00:08:31นี้เคยไปตัวที่ป่วยไปนอนหรือว่าใช้ใช้
00:08:31 → 00:08:35ภาชนะใช้อุปกรณ์ใช้ที่นอนอะไรต่างๆที่ที่
00:08:35 → 00:08:38ที่ตัวที่ป่วยใช้อยู่แล้วก็เชื้อก็ติด
00:08:38 → 00:08:41อยู่ตามที่เหล่านั้นแล้วพอแมวตัวอื่นเข้า
00:08:41 → 00:08:43ไปไม่ได้สัมผัสกับแมวตัวนั้นเลยไม่เกี่ยว
00:08:43 → 00:08:46ข้องกันเลยไปเลียไปดมไปอะไรต่างๆไปไปสุด
00:08:47 → 00:08:50ท้ายก็รับเชื้อโดยอ้อมเข้ามาในร่างกายค่ะ
00:08:50 → 00:08:52นอกจากนั้นนอกจากภาชนะนอกจากสิ่งของอะไร
00:08:52 → 00:08:56ต่างๆแล้วคนเลี้ยงตัวคนเราเนี่ยก็เป็น
00:08:56 → 00:09:00เป็นตัวนำโรคทางอ้อมได้ในกรณีที่เราไป
00:09:00 → 00:09:04สัมผัสกับแมวตัวที่ป่วยแล้วก็มีเชื้อ
00:09:04 → 00:09:07ไวรัสติดตัวติดร่างกายติดมือติดเสื้อผ้า
00:09:07 → 00:09:10เรามาแล้วเสร็จแล้วกลับมาบ้านเจอแมวที่
00:09:10 → 00:09:14น่ารักของเราโอ้โหจับเกาะกอดรูปไรฟเต็ม
00:09:14 → 00:09:16ที่แมวก็เลียมือเลียหน้าเลียตาแล้วสุด
00:09:16 → 00:09:20ท้ายกลายเป็นว่าเชื้อที่ติดมากับตัวเรา
00:09:20 → 00:09:23เนี่ยก็นำสู่แมวของเราที่บ้านได้อะไร
00:09:23 → 00:09:25ลักษณะแบบเเพราะฉะนั้นการติดต่อเนี่ยถาม
00:09:25 → 00:09:28ว่าติดต่อได้ง่ายมั้ยติดต่อติดต่อได้ง่าย
00:09:28 → 00:09:32แต่ก็สามาถป้องกันได้ค่ะนะครับที่บอกว่า
00:09:32 → 00:09:36ติดต่อได้ง่ายมยติดต่อโดยการกินตกินจาก
00:09:36 → 00:09:41โดยตรงจากเลียการเลียการเอ่อไปคลุกคลีกับ
00:09:41 → 00:09:44ตัวที่ป่วยเราก็สามารถป้องกันได้โดยการ
00:09:44 → 00:09:47ที่ก็แยกอย่าให้ไปเล่นกับแมวตัวที่ป่วย
00:09:47 → 00:09:51หรือติดต่อจากโดยอ้อมตัวเราก็เป็นตัวที่
00:09:51 → 00:09:54ป้องกันได้ถ้าเกิดกรณีที่เราไปไปจุ๊กจิ๊ก
00:09:54 → 00:09:57กับแมวข้างนอกมาไปเล่นไปกอดอะไรมาก่อนที่
00:09:57 → 00:09:59จะมาดูแมวของที่บ้านเราเราอาจจะต้องป้อง
00:09:59 → 00:10:02กันในการทำความสะอาดร่างกายมาล้างมืออะไร
00:10:02 → 00:10:04ให้สะอาดก่อนอก็เป็นอีกช่องทางนึ่งที่
00:10:04 → 00:10:08สามารถกันได้โอ้โหแต่ว่าการแค่แบบโดย
00:10:08 → 00:10:10สัมผัสเนาะมันก็มันก็จริงๆมันก็ง่ายอ่ะ
00:10:11 → 00:10:14ด้วยความเป็นไวรัสแหละแต่ว่าในการติดต่อ
00:10:14 → 00:10:17ซึ่งกันและกันเนี่ยไปเลียไปสัมผัสโดยตรง
00:10:17 → 00:10:20หรือหรือโดยอ้อมเนี่ยในการไปสัมผัสโดนพวก
00:10:20 → 00:10:23สารคั้นหลังหรือพวกเนี้ยในปริมาณมันอาจจะ
00:10:23 → 00:10:26ไม่ได้เท่ากันใช่มั้ยคะอาจารย์มันจะมีตัว
00:10:26 → 00:10:29บ่งบอกได้มว่าแบบเอ้ยไปคลุกคลีเยอะๆเอ้ย
00:10:29 → 00:10:32เป็นแน่นอนเงี้ยเออต้องต้องเรียนเลยว่า
00:10:32 → 00:10:35เชื้อโรคเนี่ยเวลามันเข้ามาในร่างกายเรา
00:10:35 → 00:10:37เราแล้วเนี่ยเราเข้าร่างกายแมวของเราแล้ว
00:10:37 → 00:10:40เนี่ยจริงๆไม่ได้รับมาเป็นปริมาณโอ้โหไป
00:10:40 → 00:10:44ไปไปเลียน้ำมูกเป็นครึ่งกิโลเป็นช้อนอะไร
00:10:44 → 00:10:47ว่าเยอะๆอาจจะไม่จริงๆแล้วเนี่ยปริมาณ
00:10:47 → 00:10:51เพียงเล็กน้อยก็ตามแต่ว่าเอ่อการเอาตัว
00:10:51 → 00:10:54รอดของเชื้อโรคก็คือเมื่อเวลาที่มันเข้า
00:10:54 → 00:10:58ไปในร่างกายของของโฮสของสัตว์ที่เขจอาศัย
00:10:58 → 00:11:01แล้วแหละเขาจะมีการเพิ่มจำนวนถึงได้ถึง
00:11:01 → 00:11:04ได้เรียกว่าเพิ่มจำนวนจนกระทั่งมีปริมาณ
00:11:04 → 00:11:07สูงเพียงพอจนกระทั่งสัตว์เนี่ยแสดงอาการ
00:11:07 → 00:11:09ไอ้ตรงนี้เราเรียกเราจะเรียกว่าระยะฟัก
00:11:09 → 00:11:13ตัวฟักตัวคือบ่มฟักตัวของเชื้อในร่างกาย
00:11:13 → 00:11:15แล้วก็เพิ่มจำนวนให้มีปริมาณมากขึ้นเพราะ
00:11:15 → 00:11:18ฉะนั้นถึงบอกว่าบางครั้งเนี่ยมีปริมาณที่
00:11:18 → 00:11:21เขารับไปแค่เล็กน้อยแต่ถ้าร่างกายไม่มี
00:11:21 → 00:11:24ภูมิคุ้มกันเลยเชื้อก็จะเข้าไปเจริญเติบ
00:11:24 → 00:11:27โตแล้วก็เพิ่มจำนวนแล้วก็ทำให้ก่อโรคอื
00:11:27 → 00:11:29แต่ถ้ามีภูมิคุ้มกันเชื้อที่เมาในร่างกาย
00:11:30 → 00:11:32เหมือนครับมีศัตรูเข้ามานิดนึงแต่มีทหาร
00:11:32 → 00:11:34กองทหารที่เป็นตัวป้องกันในร่างกายถ้าเรา
00:11:35 → 00:11:38กำเอ่อมีปริมาณของตัวทหารที่เป็นภูมิกัน
00:11:38 → 00:11:41กำจัดได้เพียงพอมีปเพียงพอแล้วกำจัดได้
00:11:41 → 00:11:44เชื้อเหล่านั้นก็ทำอะไรเราไม่ได้ค่ะก็
00:11:44 → 00:11:46เป็นหลักการเดียวกับเวลาเชื้อโรคเข้าสู่
00:11:46 → 00:11:48ร่างกายนั่นแหละเนาะแต่ว่ามันมีระยะเวลา
00:11:48 → 00:11:51ฟักตัวกี่วันคะอาจารย์โดยโดยปกติแล้ว
00:11:51 → 00:11:55ประมาณ 2-10 วันในการในการที่ร่างกายเอ่อ
00:11:55 → 00:11:57ในการที่เชื้อไวรัสที่เข้ามาในร่างกาย
00:11:57 → 00:12:00แล้วจะเพิ่มจำนวนขึ้นจจนกระทั่งแสดงอาการ
00:12:00 → 00:12:02มีปริมาณมากจนถึงทำให้สัตว์เนี่ยแสดง
00:12:02 → 00:12:06อาการป่วยค่ะถึงจะบอกว่า 2-10 วันเนี่มัน
00:12:06 → 00:12:08ค่อนข้างกว้างบางครั้งเนี่ยรับเชื้อเข้า
00:12:08 → 00:12:10มาได้แค่ไม่กี่วันก็แสดงอาการให้เห็นแล้ว
00:12:11 → 00:12:13แต่บางครั้งเนี่ยโอเลยไปจนถึงอาทิตย์นึง
00:12:13 → 00:12:16ซึ่งเราลืมไปแล้วว่าเคยไปสัมผัสเคยพาแมว
00:12:16 → 00:12:19อะไรไปต่างๆแล้วก็เพิ่งจะแสดงอาการก็มี
00:12:19 → 00:12:21ค่ะออันนี้ก็น่ากังวลอยู่เหมือนกันนะคะ
00:12:21 → 00:12:24กว่าจะแบบแสดงอาการทีนี้มันก็เพิ่มจำนวน
00:12:25 → 00:12:27เริ่มมีอาการแล้วใช่มั้ยแล้วแล้วไวรัสตัว
00:12:27 → 00:12:30เนี้ยมันจะไปเพิ่มเพิ่มจำนวนแล้วก็เข้าไป
00:12:30 → 00:12:32ทำอันตรายกับพวกเนื้อเยื่อน้ำเหลืองเนื้อ
00:12:32 → 00:12:35เยื่อที่มีการแบ่งตัวบริเวณไม่ว่าจะเป็น
00:12:35 → 00:12:38เข้าสู่กระแสเลือดแล้วก็ไปตามเซลล์ต่างๆ
00:12:38 → 00:12:41ของร่างกายไปที่ลำไส้ไปที่ต่อมน้ำเหลือง
00:12:41 → 00:12:44ไปที่ไขกระดูกซึ่งอวัยวะเหล่าเมันเป็น
00:12:44 → 00:12:47อวัยวะที่มีความสำคัญในการดำรงชีวิตมากๆ
00:12:47 → 00:12:50ลำไส้ที่พูดถึงสัตว์ตัวที่ป่วยก็จะมี
00:12:50 → 00:12:54อาการเอ่อพัเชื้อเข้าไปทำลายระบบลำไส้ลำ
00:12:54 → 00:12:57ไส้ต้องดูดซึมสารอาหารลำไส้ต้องมีการการ
00:12:57 → 00:13:01เอ่อขับถ่ายอะไรต่างๆซึ่งพอเวลาเยื่อบุก
00:13:01 → 00:13:04ที่ลำไส้มันเกิดปัญหาขึ้นมาปุ๊บมันก็จะมี
00:13:04 → 00:13:08การเ่อลอกหลุดของของเยื่อบุพนังลำไส้ทำ
00:13:08 → 00:13:11ให้เกิดอาการท้องเสียถ่ายมีมูกเลือดปน
00:13:11 → 00:13:13อะไรต่างๆแล้วที่สำคัญอย่างที่บอกว่ามัน
00:13:13 → 00:13:16มันไปทำลายที่ระบบของเกี่ยวกับเรื่องต่อม
00:13:16 → 00:13:19น้ำเหลืองเกี่ยวกับไขกระดูกตรงนี้แหละตรง
00:13:19 → 00:13:21ที่เป็นจุดสำคัญเพราะว่าต่อมน้ำเหลืองกับ
00:13:21 → 00:13:24ไขกระดูกเนี่ยมันเป็นอวัยวะที่ควบคุมแล้ว
00:13:24 → 00:13:28ก็ต่อต้านกับเชื้อโรคที่เข้ามาในร่างกาย
00:13:28 → 00:13:31สร้างเซลล์ที่มาต่อต้านกับเชื้อโรคพอเวลา
00:13:31 → 00:13:35ที่เซลล์อวัยวะเหล่านั้นมันเกิดปัญหาภูมิ
00:13:35 → 00:13:37คุ้มกันที่ร่างกายจะสร้างขึ้นเพื่อจะต่อ
00:13:37 → 00:13:39ต้านกับไอ้ตัวเชื้อโลกเนี่ยมันก็ต่ำลงต่ำ
00:13:39 → 00:13:42ลงแล้วก็สู้ไม่ได้จนทำให้บอกอย่างอย่าง
00:13:42 → 00:13:44ที่เรียนว่ามันเกิดปัญหาที่ทำให้โอกาสตาย
00:13:44 → 00:13:47ค่อนข้างสูงในโรคๆนี้โอ้โหตายได้เลยเนาะ
00:13:47 → 00:13:50แสดงว่าถ้าเราเห็นละสังเกตรู้มีอาการเี่
00:13:50 → 00:13:53ก็ต้องรีบเอาไปพบสบอแพทยต้องต้องต้อง
00:13:53 → 00:13:56เรียนด้วยนะครับว่าในการรักษาเนี่ยโรคๆ
00:13:56 → 00:13:59นี้เนี่ยนะครับการรักษาที่จะจี้ไปที่จุด
00:13:59 → 00:14:03ตรงนั้นเลยเนี่ยแล้วให้หายเลยเนี่ยยังไม่
00:14:03 → 00:14:06เป็นที่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ณปัจจุบัน
00:14:06 → 00:14:08บางครั้งเราเราเราเคยเราเราเคยมองว่า
00:14:08 → 00:14:11ทฤษฎีของการการรักษาเรื่องกรณีโรคจาก
00:14:11 → 00:14:13เชื้อไวรัสเนี่ยเราก็ให้ตัวที่ต้านไวรัส
00:14:14 → 00:14:16เข้าไปให้ตัว
00:14:16 → 00:14:18อินเตอร์เฟซบางโรคใช้ได้ผลแต่อย่างของไ
00:14:18 → 00:14:21หัดแมวเนี่ยมันก็ยังมีการศึกษาว่ายังได้
00:14:21 → 00:14:24ผลไม่ดีเพราะฉะนั้นเนี่ยการรักษาเนี่ย
00:14:24 → 00:14:27ขึ้นอยู่กับกำลังภายในของเจ้าแมวของเรา
00:14:27 → 00:14:30เลยเพด้วยหรือเปล่าใช่ครับตรงที่สำคัญเลย
00:14:30 → 00:14:33ถ้าแมวเราแข็งแรงแล้วแมวแข็งแรงเกิดจาก
00:14:33 → 00:14:36อะไรเกิดจากอาหารการกินที่ได้เต็มที่เกิด
00:14:36 → 00:14:39จากภูมิคุ้มกันที่เราใส่เข้าไปภูมิคุ้ม
00:14:39 → 00:14:41กันที่เราใส่เข้าไปที่พูดถึงเนี่ยหมายถึง
00:14:41 → 00:14:46ตัววัคซีนนะครับบางครั้งในกรณีที่ที่เอ่อ
00:14:46 → 00:14:49แมวเด็กเราเริ่มทำวัคซีนตั้งแต่เด็กๆแล้ว
00:14:49 → 00:14:55ก็ทำเป็นประจำเอ่อแมวที่แมวสาวที่เตรียม
00:14:55 → 00:14:58ตัวจะมีลูกเราก็ต้องทำวัคซีนเพื่อให้ให้
00:14:58 → 00:15:00ตัวแม่เค้าน่ะมีมีภูมิคุ้มกันเต็มที่
00:15:00 → 00:15:03เพื่อที่จะได้ถ่ายทอดไปยังลูกลูกถึงจะมี
00:15:03 → 00:15:06ภูมิคุ้มกันเพราะต้องบอกว่าเอ่อลูกแมว
00:15:06 → 00:15:09เนี่ยก็จะมีได้รับภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอด
00:15:09 → 00:15:12มาจากแม่ซึ่งจะอยู่ในร่างกายของตัวตัวตัว
00:15:12 → 00:15:16ลูกสัตว์เนี่ยประมาณอีกสัก 2 เดือนที่จะ
00:15:16 → 00:15:18มีระดับภูมิคุ้มกันที่สูงระดับนึงถ้าเกิด
00:15:18 → 00:15:21ตัวแม่เขามีภูมิคุ้มกันสูงแล้วถ่ายทอดมา
00:15:21 → 00:15:24ให้ลูกลูกก็จะมีระดับนึงอยู่ประมาณ 2 2
00:15:24 → 00:15:28เดือนประมาณนี้อดังนั้นถ้าถ้าเกิดว่าการ
00:15:28 → 00:15:32ฉีดวัคซีนโรคโรคเนี้ยการการฉีดวัคซีนป้อง
00:15:32 → 00:15:34กันโรคๆเนี้ยเราก็จะพยายามเราจะตั้งกัน
00:15:34 → 00:15:37ไว้ว่าโอเคเรามีการศึกษาแล้วว่าระยะเวลา
00:15:37 → 00:15:41ที่ 6-8 สัปดาห์เป็นต้นไปเราควรจะต้อง
00:15:41 → 00:15:43เริ่มทำแล้วเพราะระยะเวลาก่อนหน้านั้นยัง
00:15:43 → 00:15:45มีภูมิคุ้มกันที่ยังตกค้างมาจากแม่ที่
00:15:46 → 00:15:48ถ่ายทอดมาให้อยู่การฉีดวัคซีนเร็วไปก็ไม่
00:15:48 → 00:15:51ดีการฉีดวัคซีนช้าเกินไปก็อาจจะไม่ทัน
00:15:51 → 00:15:54ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับภูมิคุ้ม
00:15:54 → 00:15:56กันของตัวแม่เด้วยอุ๊ยอาจารย์แล้วถ้าเกิด
00:15:56 → 00:15:59แบบแม่แมวมีลูกออกมาคอกนึงก็แบบสมมุติ 4-5
00:15:59 → 00:16:02ตัวเงี้ยเค้าสามารถที่จะให้ภูมิคุ้มกัน
00:16:03 → 00:16:04ได้เสมอทุกตัวมั้ยหรือว่าบางตัวอาจจะเยอะ
00:16:04 → 00:16:08หน่อยบางตัวน้อยหน่อยเอ่อความแข็งแรงของ
00:16:08 → 00:16:10แต่ละตัวด้วยครับแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าง
00:16:10 → 00:16:14ที่บอกว่าถ้าตัวแม่ไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน
00:16:14 → 00:16:17ไม่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคๆนี้มาก่อน
00:16:17 → 00:16:21เลยเขาก็จะไม่มีภูมิคุ้งกันสำหรับโรคๆนี้
00:16:21 → 00:16:24ที่ถ่ายทอดไปให้ลูกหรือถ้าเคยฉีดมาแล้ว
00:16:24 → 00:16:26แต่ไม่ได้ฉีดต่อเนื่องโดยที่ก่อนหน้านั้น
00:16:26 → 00:16:29คือปกติแล้วการฉีดวัคซีนเนี่ยมันมันก็จะ
00:16:29 → 00:16:31สร้างภูมิร่าคุ้มกันในร่างกายให้สูงได้
00:16:31 → 00:16:33ระดับนึงแล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มลดลงลด
00:16:33 → 00:16:35ลงทีนี้ในช่วงที่มันลดลงไปแล้วเนี่ยแล้ว
00:16:35 → 00:16:37เราไม่ได้ฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นซ้ำร่าง
00:16:37 → 00:16:40กายของเขาก็ไม่ค่อยมีไม่มีไม่มีผลไม่มี
00:16:40 → 00:16:43ภูมิเท่าไหร่ใช่มั้ยครับเพราะฉะนั้นพอ
00:16:43 → 00:16:45ร่างกายไม่มีภูมิก็ไม่มีโอกาสที่จะถ่าย
00:16:45 → 00:16:47ทอดให้ลูกลูกก็ไม่ได้รับอือนี่แหละตรงนี้
00:16:48 → 00:16:50ต้องบอกว่ามันมันขึ้นอยู่องค์ประกอบหลายๆ
00:16:50 → 00:16:52อย่างเลยโอ้โหนี่คือคือถ้าเกิดเขาไม่ได้
00:16:53 → 00:16:56เป็นตัวแม่ที่ต้องตั้งครรภ์หรือมีมีลูก
00:16:56 → 00:16:59ลูกอยู่เนี่ยก็ไม่ค่อยน่าห่วง่ะแต่ว่าพอ
00:16:59 → 00:17:02มีลูกปุ๊บเนี่ยมันถ่ายมันมันลูกก็สามารถ
00:17:02 → 00:17:05ติดได้อ่ะใช่ครับเออแล้วก็แบบแล้วอาการ
00:17:05 → 00:17:08คือที่น่ากังวลและน่าเป็นห่วงคืออาการเขา
00:17:08 → 00:17:11จะแสดงออกยังไงคะคือต้องต้องอย่างที่
00:17:11 → 00:17:13อย่างที่แจ้งให้ทราบนะครับว่าเรื่อง
00:17:13 → 00:17:15เรื่องของเชื้อไวรัสเนี่ยมันเข้าไปทำลาย
00:17:15 → 00:17:19ที่ระบบภูมิคุ้มกันแล้วก็เซลล์ที่แบ่งตัว
00:17:19 → 00:17:22มากๆบริเวณลำไส้บริเวณต่อมน้ำเหลืองอะไร
00:17:22 → 00:17:24ต่างๆเพราะฉะนั้นเนี่ยอาการที่เห็นชัดๆ
00:17:24 → 00:17:27เลยถ้าไปที่ลำไส้อ่าโอเคที่ลำไส้ก็จะมี
00:17:27 → 00:17:31การทำลายของเยื่อบุลำไส้มีการลอกหลุดมี
00:17:31 → 00:17:34อาการถ่ายเหลวมีอาการอาเจียนมีบางลายก็จะ
00:17:34 → 00:17:39ถ่ายไปเลือดกรณีที่ไปทำลายที่ระบบภูมิ
00:17:39 → 00:17:42คุ้มกันร่างกายภูมิคุ้มกันก็จะต่ำพอภูมิ
00:17:42 → 00:17:44คุ้มกันต่ำก็จะติดโรคอื่นๆแทรกมามีอาการ
00:17:44 → 00:17:46เหมือนเป็นหวัดมีน้ำมูกมีขี้ตาอะไรต่างๆ
00:17:47 → 00:17:49ร่วมมาด้วยเต็มไปหมดเลยอาการทางปอดไอหอบ
00:17:49 → 00:17:51หายใจไม่สะดวกอะไรต่างๆมีไปหมดเพราะ
00:17:51 → 00:17:54ฉะนั้นเนี่ยส่วนใหญ่แล้วอ่ะเท่าที่เห็นพอ
00:17:54 → 00:17:59พอพูดถึงไข้หัดของคนเราจะนึกถึงือื่นจุดๆ
00:17:59 → 00:18:03แดงๆตามตัวค่ะออกไขหัดของสุนัขก็จะเห็น
00:18:03 → 00:18:05อาการเป็นตุ่มๆหนองๆที่ผิวหนังคล้ายๆกับ
00:18:05 → 00:18:08อีสุกอีสัยซึ่งก็จะไม่เหมือนกับของคนส่วน
00:18:08 → 00:18:11ไข้หัดของแมวไม่ได้ออกเป็นจุดๆที่ผิวหนัง
00:18:11 → 00:18:13เหมือนในคนแต่จะมีอาการทางระบบทางเดือน
00:18:13 → 00:18:16หายใจแล้วระระบบทางเดินอาหารโอ้โหเพราะ
00:18:17 → 00:18:19ฉะนั้นคือต้องสังเกตแหละแล้วก็มันน่าจะ
00:18:19 → 00:18:22เห็นชัดเจนนะสำหรับถ้าเกิดแมวตัวไหนมี
00:18:22 → 00:18:25เชื้อไข้หัดแมวเข้าไปไวรัสพวกนี้เข้าไป
00:18:25 → 00:18:27บอกบอกได้ระดับนึงแต่ว่าประเด็นคือถ้า
00:18:27 → 00:18:30เป็นเลกๆระยะน้อยๆบางทีอาจจะอาจจะดูว่า
00:18:30 → 00:18:33เอ๊ะเป็นอาการแค่ท้องเสียปกติมหรือว่าอาจ
00:18:33 → 00:18:35จะเหมือนกับอาการกับคล้ายๆอาการเป็นหวัด
00:18:35 → 00:18:37หรือเปล่าแต่ถ้าปล่อยทิ้งเอาไว้แล้วเนี่ย
00:18:37 → 00:18:40อาจจะเสียชีวิตได้จากการติดเชื้อรุนแรง
00:18:40 → 00:18:42แล้วก็มีการช็อกมีการติดเชื้อในกระแส
00:18:42 → 00:18:45เลือดแล้วก็การอักเสบรุนแรงจนกระทั่งบาง
00:18:45 → 00:18:49ครั้งอาจจะพบลิ่มเลือดในในกระแสเลือดแล้ว
00:18:49 → 00:18:50กระจายไปทั่วร่างกายแล้วทำให้เกิดอาการ
00:18:50 → 00:18:53ช็ออะไรต่างๆได้ซึ่งซึต้องเรียนว่าโรคนี้
00:18:53 → 00:18:56เป็นจะบอกว่าโรคนี้เป็นโรคที่อันตราย
00:18:56 → 00:19:00อันดับต้นๆอันดับ 1 2 3 ของของแมวเลยก็
00:19:00 → 00:19:03ว่าได้ครับโหโอยอย่างงี้คือถ้าเกิดว่ามี
00:19:03 → 00:19:06อาการเบื้องต้นอันนี้อุ้มไปก่อนเลยอุ้มไป
00:19:06 → 00:19:08หาหมอก่อนการแต่ว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่
00:19:08 → 00:19:12เหมาะสมที่สุดก็คือว่าเราสร้างกำลังภายใน
00:19:12 → 00:19:14ให้เขาสร้างภูมิคุ้มกันพอกำลังภายในเรา
00:19:15 → 00:19:17นึกถึงเป็นหนังจีนเลยจะได้ต่อต่อสู้ได้จะ
00:19:17 → 00:19:20ต้องรำไทยเก๊กหรือเปล่าไม่ถึงขนาดนั้น
00:19:20 → 00:19:23ครับถึงต้องทำวัคซีนให้กับแมวเอออย่างที่
00:19:23 → 00:19:25อาจารย์บอกเมื่อกี้ใช่เพราะว่าอย่างที่
00:19:25 → 00:19:27บอกว่าการรักษามันมันอาจจะไม่ได้ผลเพราะ
00:19:27 → 00:19:30อาจต้องใช้วิธีการประคับประคองการรักษามี
00:19:30 → 00:19:33มีมีหลายแบบนะครับมีรักษาแบบให้ยาเพื่อ
00:19:33 → 00:19:37ฆ่ากับตัวเชื้อไปเลยกับอีกส่วนนึงก็คือ
00:19:37 → 00:19:39บำรุงให้ร่างกายเขาแข็งแรงขึ้นเพื่อจะต่อ
00:19:39 → 00:19:42สู้ได้แล้วก็อาจจะประคับประคองตามอาการ
00:19:42 → 00:19:44บางครั้งอาจต้องใช้ทั้ง 3 อย่างร่วมกัน
00:19:44 → 00:19:46แต่ว่าในกรณีเนี้ยแบบแรกอาจจะได้ผลไม่ดี
00:19:46 → 00:19:48เท่าที่ควรถึงต้องมีวิธีอื่นเช่นประคับ
00:19:48 → 00:19:50ประคองให้ยาตามอาการแล้วก็บำรุงให้ร่าง
00:19:50 → 00:19:53กายให้ดีขึ้นเพื่อให้ร่างกายเขาต่อสู้กับ
00:19:53 → 00:19:55โรคได้อ๋อแต่ว่าถ้าเกิดได้รับการดูแล
00:19:56 → 00:19:58อย่างดีรักษาอย่างดีอย่างเหมาะสมก็หายได้
00:19:58 → 00:20:01ใช่มคะะเออมีโอกาสหายได้แต่ก็ต้องบอกว่า
00:20:01 → 00:20:04มีโอกาสมีอัตราการตายค่อนข้างสูงเฮ้ยนะ
00:20:04 → 00:20:07ครับดังนั้นถึงได้บอกว่าเออย่ารอให้ป่วย
00:20:07 → 00:20:09ก่อนอย่ารอให้ป่วยด้วยโรคนี้ก่อนเพราะว่า
00:20:09 → 00:20:12มันไม่ได้เบาๆเหมือนกับไข้หวัดหรือว่า
00:20:12 → 00:20:15ท้องเสียจากการกินอาหารไม่สะอาดถ้าอย่าง
00:20:15 → 00:20:19งั้นน่ะไม่ได้ห่วงเลยให้ยาตรงจุดตามตาม
00:20:19 → 00:20:21โรคที่เป็นตามจุดที่เป็นแล้วก็บำรุงตาม
00:20:21 → 00:20:24อาการก็จะดีขึ้นได้แต่ลักษณะแบบนี้อาจจะ
00:20:24 → 00:20:26มีความเสี่ยงถึงต้องควรต้องระมัดระวัง
00:20:26 → 00:20:28แล้วก็ป้องกันอั้นต้องฉีดวัคซีนเลยใช่
00:20:29 → 00:20:31สำคัญตั้งแต่เขายังเล็กๆใช่มคะใช่ครับ
00:20:31 → 00:20:33สำคัญที่สุดเลยควรต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้อง
00:20:33 → 00:20:37กันจะบอกว่าโรคนี้ก็กันได้โดยที่ก็ไม่ให้
00:20:37 → 00:20:39ได้ไม่ให้แมวเราได้รับเชื้อสิบางคนอาจจะ
00:20:39 → 00:20:42มองว่าก็สมัยก่อนเนี่ยแมวเราก็เลี้ยงแบบ
00:20:42 → 00:20:44ปล่อยวิ่งออกไปข้างนอกก็มีโอกาสที่จะรับ
00:20:44 → 00:20:47เชื้อกลับเข้ามาค่ะแต่ตอนนี้เดี๋ยวนี้เรา
00:20:47 → 00:20:49เลี้ยงในคอนโดเราเลี้ยงในบ้านในห้องอย่าง
00:20:49 → 00:20:51เดียวไม่ออกไปไหนเลยความเสี่ยงก็ต่ำไม่
00:20:51 → 00:20:55ต้องทำอะไรได้มเอ่อถ้าถามแบบนี้อาจจะตอบ
00:20:55 → 00:20:59ว่าถ้ามั่นใจว่าแมวเราไม่ได้สำสมผัสกลับ
00:20:59 → 00:21:02ข้างนอกจริงๆแล้วเราไม่ได้มีความเสี่ยงใน
00:21:02 → 00:21:05การที่จะไปสัมผัสแล้วก็นำโรคกลับเข้ามา
00:21:05 → 00:21:07ไม่ทำวัคซีนผมไม่รู้สึกไม่รู้สึกว่าเออ
00:21:07 → 00:21:11เป็นปัญหาอะไรแต่ในกรณีที่มันมีความ
00:21:11 → 00:21:15เสี่ยงของการออกไปข้างนอกแล้วก็มีโอกาส
00:21:15 → 00:21:18ที่จะนำโรคกลับเข้ามาได้ลักษณะแบบนั้นถึง
00:21:18 → 00:21:20แม้ว่ามีความเสี่ยงน้อยแต่ก็มีโอกาสเกิด
00:21:20 → 00:21:23ได้สิ่งที่สำคัญก็จะแนะนำให้ทำวัคซีนให้
00:21:23 → 00:21:26การมีการฉีดวัคซีนเป็นประจำอืคือถ้าเกิด
00:21:26 → 00:21:29ว่าตามกำหนดให้ฉีดอะไรฉีดไปเถอะใช่ครับ
00:21:29 → 00:21:32คือเราจะเริ่มฉีดเข็มแรกเนี่ยอายุประมาณ
00:21:32 → 00:21:34ประมาณ 2 เดือนอ่ะเอาคำง่ายๆคือประมาณ 2
00:21:34 → 00:21:36เดือนเพราะว่าหลังจาก 6-8 สัปดาห์ไปแล้ว
00:21:36 → 00:21:39เนี่ยนะครับก็คือพอแลกเกิดมาอายุ 2 เดือน
00:21:39 → 00:21:43ปุ๊บฉีดวัคซีนเข็มรกเลยวัคซีนป้องกันไข้
00:21:43 → 00:21:45หาดแมวจริงๆมันจะมีตัวอื่นร่วมด้วยแต่ว่า
00:21:45 → 00:21:47เราพอเราพูดถึงวันนี้เราพูดถึงเรื่องไข้
00:21:47 → 00:21:50หัดแมวก็จะพูดถึงวัคซีนตัวนี้ก่อนวัคซีน
00:21:50 → 00:21:53ตัวนี้มันจะมีตัวรวมอันอื่นๆด้วยแหละนะพอ
00:21:53 → 00:21:55เราฉีดวัคซีนเข็มนี้ไปแล้วปุ๊บหลังจาก
00:21:55 → 00:21:57นั้นอีกประมาณ 4 สัปดาห์อีกประมาณเดือน
00:21:58 → 00:22:02นึงเว่าฉีด 2 เดือนพอ 3 เดือนกระตุ้นซ้ำ
00:22:02 → 00:22:05อีกครั้งนึงแล้วหลังจากนั้นฉีดปีละครั้ง
00:22:05 → 00:22:08ถ้าทำได้แค่นี้เนี่ยโอกาสความเสี่ยงในการ
00:22:08 → 00:22:10เกิดโรคเนี่ยจะค่อนข้างต่ำแต่ไม่ได้หมาย
00:22:10 → 00:22:13ความว่าฉีดวัคซีนแล้วจะไม่เป็นโรคมีฉีด
00:22:13 → 00:22:15วัคซีนแล้วคือฉีดเข้าไปเพื่อให้ร่างกาย
00:22:15 → 00:22:17มันมีภูมิคุ้มกันแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ย
00:22:17 → 00:22:19ถ้าจะเป็นขึ้นมาอีกเนี่ยก็ต้องขึ้นอยู่
00:22:19 → 00:22:23กับความรุนแรงของเชื้อกับอกำลังภายในที่
00:22:23 → 00:22:25ได้รับเข้าไปเนี่ยร่างกายเราสร้างภูมิคุม
00:22:25 → 00:22:28กันได้สูงขึ้นขนาดไหนณเวลาที่เวลามีเชื้อ
00:22:28 → 00:22:31เข้ามาโอ้โหถ้าอย่างงี้สงสัยเราต้องพา
00:22:31 → 00:22:33เค้าออกกำลังกายแล้วค่ะอ่าตรงนี้สำคัญ
00:22:33 → 00:22:35เรื่องอาหารเรื่องการออกกำลังกายสำคัญนะ
00:22:35 → 00:22:39ครับไม่ได้แบบว่านอนเฉยๆอันนี้หมายถึงเรา
00:22:39 → 00:22:42ก็ไม่ได้นะคะเพราะฉะนั้นคือเดี๋ยวเนี้ย
00:22:42 → 00:22:44ด้วยความที่คนนิยมเลี้ยงแมวเยอะขึ้นไปหา
00:22:44 → 00:22:47ซื้อหรืออะไรก็แล้วแต่ต้องดูด้วยสมุด
00:22:47 → 00:22:50วัคซีนเ้ามีอยู่ครับฉีดหรือยังใช่ครับเออ
00:22:50 → 00:22:552 เดือนแรกเกิดมาแล้วก็มากระตุ้นอีก 1
00:22:55 → 00:22:57เดือนที่ 3 เดือนที่ 3 ใช่จากนั้นก็ปีต่อ
00:22:57 → 00:22:59ปีแล้วะทีนี้ส่วนใหญ่คนจะซื้อกันตั้งแต่
00:22:59 → 00:23:03เล็กๆแต่จะบอกว่าบางคนบางคนพะพ่อค้าอาจจะ
00:23:03 → 00:23:07มองาค้าที่ไม่มีความรู้อาจจะมองว่าเนี่ย
00:23:07 → 00:23:09ซื้อมาตอนอายุ 2 เดือนแต่ฉีดวัคซีนมาแล้ว
00:23:09 → 00:23:11เมื่อเดือนที่แล้วซึ่งอย่างเงี้เป็น
00:23:11 → 00:23:13ลักษณะที่ผิดเลยแสดงว่าฉีดวัคซีนเร็วเกิน
00:23:13 → 00:23:16ไปซึ่งการฉีวัคซีนเร็วเกินไปมันจะไปหัก
00:23:16 → 00:23:19ล้างภูมิคุ้มกันที่เขาได้รับจากแม่ใช่ใช่
00:23:19 → 00:23:22ยิ่งกลายเป็นว่าติดลบเลยอืซึ่งไม่ควรมัน
00:23:22 → 00:23:25มันแทนที่มันจะได้แบบว่าเค้าเรียกอะไรอ่ะ
00:23:25 → 00:23:28เหมือนเป็นภูมคุ้มกันแบบทวีคูณมันไม่ใช่
00:23:28 → 00:23:30ใช่ครับมันกลายเป็นกลายเป็นเป็นโทษไป
00:23:30 → 00:23:32เพราะว่าบางทีอาจจะให้ให้ความรู้สึกว่า
00:23:32 → 00:23:34เนี่ยเราฉีดวัคซีนแล้วแต่ว่าเอ๊ะอายุ
00:23:34 → 00:23:36เพิ่งจะเต็ม 2 เดือนเพิ่งจะ 45 วันฉีด
00:23:36 → 00:23:39วัคซีนแล้วได้ยังไงอันนั้นแหละบางคนก็ไม่
00:23:39 → 00:23:42ไม่ได้รู้สึกว่าเ้าพอพอจะซื้อทีแค่ความ
00:23:42 → 00:23:44รู้สึกว่าฉีดวัคซีนแล้วเราก็จะได้อุ่นใจ
00:23:44 → 00:23:47แต่ว่าการฉีดวัคซีนเร็วเกินไปกลับกลาย
00:23:47 → 00:23:50เป็นผลเสียในการหักล้างภูมิคุ้มกันเดิม
00:23:50 → 00:23:53ที่เขาได้รับจากแม่อืแต่ว่าโดยปกติแล้ว
00:23:53 → 00:23:55คือถ้า 2 เดือนเยเขาก็จะมีวัคซีนคือ
00:23:55 → 00:23:59วัคซีนรวมอยู่แล้วใช่มั้ยคะก็คือเข็มไปพบ
00:23:59 → 00:24:02คุณหมอเลยสำคัญที่สุดไม่ต้องแบบฉีดโอ๊ย
00:24:02 → 00:24:05วันนี้ฟังไข้หัดแมวขึ้นมาปึ๊บอุ้ยเอาไป
00:24:05 → 00:24:08ฉีดเฉพาะเลยอ๋อคือถ้าใครที่ไม่เคยฉีดมา
00:24:08 → 00:24:11ก่อนแนะนำว่าทำได้ป้องกันไว้ได้เลยเพราะ
00:24:11 → 00:24:14บางครั้งเนี่ยเลี้ยงมาจนกระทั่งอายุ 3-4
00:24:14 → 00:24:17ปีแล้วแต่ไม่เคยฉีดมาก่อนเลยก็จะแนะนำว่า
00:24:17 → 00:24:19แสดงว่าเขาไม่เคยเไม่มีภูมิคุ้มการต่อโรค
00:24:19 → 00:24:22ๆนี้ดังนั้นฉีดวัคซีนรวมวัคซีนไข้หาดแมว
00:24:22 → 00:24:24เพื่อป้องกันไว้เพื่อเป็นการสร้างภูมิให้
00:24:24 → 00:24:26เาดีกว่าใชอ่าเพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือถึง
00:24:26 → 00:24:29แม้ว่าจะเอ่อเค้าเรียกอะไรเราพยายามป้อง
00:24:29 → 00:24:31กันอย่างอื่นน่ะแต่สำคัญมันคือเรื่องของ
00:24:31 → 00:24:33วัคซีนที่เขาต้องฉีดตั้งแต่เด็กเหมือนเรา
00:24:33 → 00:24:36อ่ะค่ะเราก็โดนฉีดวัคซีนตั้งแต่เด็กภูม
00:24:36 → 00:24:38คุ้มกันขึ้นมาครับเหมือนกับโควิดเราเนี่ย
00:24:38 → 00:24:40โควิดเนี่ยเราไม่ได้ฉีดตอนเด็กเพราะว่า
00:24:40 → 00:24:42โรคเราเพิ่งจะเพิ่งจะเห็นเราก็ต้องมีการ
00:24:42 → 00:24:44ฉีดแล้วก็ต้องมีการกระตุ้นซ้ำการหลักการ
00:24:44 → 00:24:46ของการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน
00:24:46 → 00:24:49คล้ายๆกันในแต่ละโลกในทุกโลกครับอหรือว่า
00:24:49 → 00:24:52เราเอาไปตรวจเพิ่มเติมได้มั้ยคะว่าเอ้ย
00:24:52 → 00:24:56เค้ามีความเสี่ยงมั้ยหรือว่าเอ่อมีความ
00:24:56 → 00:24:59แบบไม่แข็งแรงนะต้องวางเป็นพิเศษอะไร
00:24:59 → 00:25:01เงี้ยได้มั้ยซึ่งหลายๆเจ้าของหลายๆท่าน
00:25:01 → 00:25:04มักจะใช้วิธีการไปตรวจสุขภาพแล้วก็พอตรวจ
00:25:04 → 00:25:06สุขภาพเสร็จแล้วเนี่ยคนที่เข้าใจก็จะอ่า
00:25:06 → 00:25:09พบพบสัตวแพทย์ทุกปีปีละ 1 ครั้งเป็นอย่าง
00:25:09 → 00:25:12น้อยก็คือว่าไปฉีดวัคซีนและตรวจสุขภาพ
00:25:12 → 00:25:15เพราะว่าวัคซีนในสุนัขในแมวมีหลายหลายตัว
00:25:15 → 00:25:17เราพอโตขึ้นมาแล้วเนี่ยเราสามารถฉีดเข้า
00:25:17 → 00:25:19ไปในในรอบเดียวกันได้เพื่ออาจจะไม่ไม่ทำ
00:25:19 → 00:25:21ให้เสียเวลาเพราะหลายๆคนอาจจะมองว่าเอ๊ะ
00:25:21 → 00:25:23จะเสียเวลาหรือเปล่าไปต้องไปหลายๆครั้ง
00:25:23 → 00:25:26แต่เรื่องการฉีดวัคซีนและการถั่วสุขภาพ
00:25:26 → 00:25:29นั้นน่ะเราสามารถไปทำในในครั้งเปีนเราจะ
00:25:29 → 00:25:31เจอคุณหมอครั้งนึงค่ะแค่นั้นเอง7บตัว
00:25:31 → 00:25:34ครั้งนึงทำเสียงเศร้าๆเหมือนแบว่าอยากให้
00:25:34 → 00:25:35มาหาบ่อย
00:25:35 → 00:25:38ๆนะก็อันนี้เป็นแนวทางนะคะแล้วก็ได้รู้
00:25:38 → 00:25:41จักกับเไข้หัดแมวนะคะวันนี้ต้องขอบคุณ
00:25:41 → 00:25:44อาจารย์โอมค่ะมาให้ความรู้กับเรานะคะอ
00:25:44 → 00:25:47ขอบคุณค่ะสวัสดีค่ะเอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังหมด
00:25:47 → 00:25:49เวลาแล้วนะคะเราจะกลับมาพบกันใหม่กับราย
00:25:49 → 00:25:52การโรงหมอทางไย PBS podcast ค่ะวันนี้ลา
00:25:52 → 00:25:54ไปก่อนสวัสดี
00:25:54 → 00:25:57ค่ะ to
00:25:57 → 00:26:00psc ความหมายและลักษณะเป็นอย่างไรคนที่
00:26:00 → 00:26:03ชอบบูลี่คนอื่นมีสาเหตุเบื้องหลังจากอะไร
00:26:03 → 00:26:06ดรสุภัแสงแจ่มใสนักจิตวิทยาเด็ก
00:26:06 → 00:26:10มหาวิทยาลัยมหิดลมาเล่าให้ฟังครับโดยส่วน
00:26:10 → 00:26:12ใหญ่บูสถานการ์ก็จะมีผู้ถูกกระทำแล้วก็
00:26:12 → 00:26:15ตัวศาลแล้วก็ผู้กระทำตัวบูลี่ก็จะมีผู้
00:26:15 → 00:26:18ถูกบูลี่แล้วก็ผู้ผู้ไปบุลลี่คนอื่นนั้น
00:26:18 → 00:26:20มันก็จะมีกิจกรรมที่ทำให้ผู้ถูกกระทำ
00:26:20 → 00:26:23เนี่ยอาจจะเกิดผลกระทบหรือเกิดบาดแผลใน
00:26:23 → 00:26:25เชิงจิตใจแล้วก็บางทีก็ถึงร่างกายด้วยของ
00:26:25 → 00:26:29ไทยเนี่ยที่จะเจอก็คือบูลี่ในเชิงกายภาพ
00:26:29 → 00:26:33ก็คือผิวรูปร่างหน้าตาอะไรเงี้ยอันนี้อัน
00:26:33 → 00:26:34เป็นหลักในในในสังคมไทยนะครับก็จะเจอ
00:26:34 → 00:26:37เรื่องเรืองบุรี่ทางด้านกายภาพแล้วก็
00:26:37 → 00:26:42เสร็จสถานะอบ้านจนพ่อแกขับรถคนพนักงานทำ
00:26:42 → 00:26:45อะไรอย่าเงี้ยครับก็คือรอกันเสร็จสถานะ
00:26:45 → 00:26:47ของครอบครัวท็อปปิกที่ที่พบเจอในในสังคม
00:26:47 → 00:26:50ไทยโดยพื้นฐานบี่คือเห็นคนๆนึงเนี่ยเขามี
00:26:50 → 00:26:53ความแตกต่างไอ้คนๆที่จะไปกระทำเคเนาะคน
00:26:53 → 00:26:55ที่ไปบุลลี่คนอื่นเนี่ยเป็นความแปลกแยก
00:26:55 → 00:26:57เป็นความไม่เข้ากลุ่มค่ะหรือมีความ
00:26:57 → 00:27:00ต้องการให้คนเนี้ยไม่เข้ากลุ่มคือมีเจตนา
00:27:00 → 00:27:01ตั้งแต่แรกว่าไม่อยากให้คนเมาเข้าเป็น
00:27:01 → 00:27:05กลุ่มเป็นแก๊งเราค่ะก็เลยหาจุดที่จะชี้
00:27:05 → 00:27:08ว่าคนเนี้ยแตกต่างจากพวกเราเช่นการเป็น
00:27:08 → 00:27:10ลูกครึ่งถ้าคนสวยๆหน่อยก็จะถูกมองเป็นแบบ
00:27:10 → 00:27:13ตัวป๊อบหรือว่าตัวตัวแม่หรือก็จะมีศัพท์
00:27:13 → 00:27:15ที่ไม่เพราะเนาะที่ที่จะเรียกว่าแบบแยผู้
00:27:16 → 00:27:19ชายก็จะถูกไปทางนั้นเออหือชอบไปเฟิสคน
00:27:19 → 00:27:21อื่นอะไรอย่างเงี้ยถ้าคุณสวยๆปปเนาะเรา
00:27:21 → 00:27:24แบบก็แตกต่างอ่ะเออในงานวิจัยก็คือว่าคน
00:27:24 → 00:27:28ที่ไปบูลลี่คนอื่นมักจะมีปมในใจตัวตัวเอง
00:27:28 → 00:27:31หรือแม้กระทั่งตัวเองเคยถูกเป็นเหยื่อของ
00:27:31 → 00:27:34การถูกกระทำมาก่อนคือที่บ้านของเขาอาจจะ
00:27:34 → 00:27:37ถูกพ่อแม่พ่อหรือแม่ทำร้ายร่างกายหรือทำ
00:27:37 → 00:27:40ร้ายทางวาจาหรืออาจจะถูกทำร้ายทางเพศอะไร
00:27:40 → 00:27:42ก็ตามทีแล้วมันก็เป็นปมในใจเาที่เขาถูก
00:27:42 → 00:27:45กระทำถูกกดขี่จากที่บ้านเขาก็เลยเอาเอา
00:27:45 → 00:27:47สิ่งที่ถูกกระทำเนี่ยมามาระบายหรือว่ามา
00:27:47 → 00:27:50ด้วยกฎแกทางจิตของเขาเนาะกระทำกับผู้อื่น
00:27:50 → 00:27:52ค่ะหรือมันเป็นรูปแบบที่เขาเคยชินในบ้านเ
00:27:52 → 00:27:54ว่าคือการกระทำความรุนแรงหรือว่าการใช้
00:27:54 → 00:27:57วาจาที่ไม่ดีใช้สิ่งเนี้ยกับเพื่อนของเขา
00:27:57 → 00:28:01กับคนรอบข้าง
00:28:01 → 00:28:05This Is Toy PBS
00:28:05 → 00:28:08podcast ติดตามรายการทางเว็บไซต์และ
00:28:08 → 00:28:11Application ของ Thai PBS podcast
00:28:11 → 00:28:14spotify soundcloud Google podcast
00:28:14 → 00:28:16Apple podcast และ YouTube Channel
00:28:16 → 00:28:20Thai PBS podcast Thai PBS podcast
00:28:21 → 00:28:23View the world via The
00:28:23 → 00:28:27[เพลง]
00:28:27 → 00:28:31Voice อ