00:00:00 → 00:00:031-8 อาการน่าสงสัยที่พบได้ในเด็กทารก
00:00:03 → 00:00:091 อาการสำรอกอาเจียนแหวะนมพบได้ในทารก
00:00:09 → 00:00:12อายุ 2-3 เดือนแรกเนื่องจากของรูปกระเพาะ
00:00:12 → 00:00:16อาหารของทารกยังเจริญไม่เต็มที่ทำให้เกิด
00:00:16 → 00:00:19การไหลย้อนกลับของน้ำนมจึงมีอาการอาเจียน
00:00:19 → 00:00:23หรือว่านมปริมาณเล็กน้อยออกทางมุมปากและ
00:00:23 → 00:00:27จมูกได้ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆลดลงและหายไป
00:00:27 → 00:00:32เมื่อโตขึ้นวิธีการแก้ไขคือจับลูกเรอหลัง
00:00:32 → 00:00:35ให้นมโดยอุ้มนั่งหรืออุ้มพาดบ่าหลังการ
00:00:35 → 00:00:39ให้นมเพื่อไล่ลมที่มากเกินไปออกและจัด
00:00:39 → 00:00:42ท่านอนให้ลำตัวยกสูงประมาณ 45 องศาหลัง
00:00:42 → 00:00:45กินนมอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงแต่ถ้าลูก
00:00:45 → 00:00:48อาเจียนบ่อยร่วมกับให้ผายลมหรือท้องอืด
00:00:48 → 00:00:51อาดเป็นอาการของลําไส้อุดตันคนเรียกเข้า
00:00:51 → 00:00:53มาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา
00:00:53 → 00:00:55ต่อไป
00:00:55 → 00:01:002 อาการสะอึกพบบ่อยในทารกอายุแต่ถ้า
00:01:00 → 00:01:04เดือนแรกมักมีอาการหลังกินนมเกิดจากการทำ
00:01:04 → 00:01:06งานของกระบังลมที่ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่
00:01:06 → 00:01:09แก้ไขเบื้องต้นโดยการอุ้มนั่งหรืออุ้มพาด
00:01:09 → 00:01:13บ่าเพื่อทำการไล่ลมคุณแม่ไม่จำเป็นต้องมา
00:01:13 → 00:01:16พบแพทย์เพื่อให้การรักษาใดๆและไม่มีความ
00:01:16 → 00:01:19จำเป็นต้องให้ลูกดูดน้ำเพื่อแก้ไขการ
00:01:19 → 00:01:21สะอึกเพราะการสะอึกจะน้อยลงตามลำดับและ
00:01:21 → 00:01:24หายได้เอง
00:01:24 → 00:01:293 ทารกถ่ายอุจจาระบ่อยในช่วงอายุ 1
00:01:29 → 00:01:32เดือนแรกทารกจะถ่ายอุจจาระกะปิดกะปอย
00:01:32 → 00:01:36อย่างน้อยวันละ 3-4 ครั้งและอาจมากถึง 10
00:01:36 → 00:01:40ถึง 20 ครั้งต่อวันเวลาบิดตัวหรือผายลม
00:01:40 → 00:01:43อาจจะมีอุจจาระเล็กอุจจาระของทารกจะมี
00:01:43 → 00:01:46ลักษณะสีเหลืองเข้มอาจจะเป็นน้ำมีกลิ่น
00:01:46 → 00:01:50เหม็นเปรี้ยวมีมูกปนเล็กน้อยได้ซึ่งเป็น
00:01:50 → 00:01:53อาการปกติของทารกทั่วไปแต่หากเป็นอุจจาระ
00:01:53 → 00:01:56มีมูกปนเลือดจึงจะถือเป็นความผิดปกติควร
00:01:56 → 00:02:01รีบเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป
00:02:01 → 00:02:05444 ทารกไม่ถ่ายอุจจาระทุกวันหลังอายุ
00:02:05 → 00:02:093-4 สัปดาห์เป็นต้นไประบบลำไส้ของทารกจะ
00:02:09 → 00:02:12ดูดซึมอาหารได้ดีขึ้นโดยเฉพาะทารกให้กิน
00:02:12 → 00:02:16นมแม่ลำไส้จะดูดซึมได้ดีทำให้เหลือกากที่
00:02:16 → 00:02:19จะการเป็นอุจจาระน้อยทารกอาจไม่ถ่ายทุก
00:02:19 → 00:02:23วันจนกว่าจะเริ่มอาหารเสริมตามวัยซึ่งการ
00:02:23 → 00:02:26ดูว่าทารกคนนั้นมีอาการท้องผูกหรือไม่จะ
00:02:26 → 00:02:29ไม่รู้จากการนับจำนวนครั้งของการถ่ายแต่
00:02:29 → 00:02:32จะดูจากลักษณะความแข็งอุตรหากทารกท้องผูก
00:02:32 → 00:02:37อุจจาระมักเป็นก้อนแข็งทั้งก้อน
00:02:37 → 00:02:405555 อาการตัวเหลืองเป็นภาวะที่พบได้
00:02:40 → 00:02:43บ่อยในทารกแรกเกิดพบมากถึง 70
00:02:43 → 00:02:46เปอร์เซ็นต์ซึ่งอาการตัวเหลืองมักจะเป็น
00:02:46 → 00:02:50ในวันที่ 2-3 แต่ส่วนใหญ่จะหายได้เองไม่
00:02:50 → 00:02:52เกิน 3 สัปดาห์หลังคลอดแต่ถ้ามีระดับศาล
00:02:52 → 00:02:55เหลืองมากกว่าปกติอาจทำอันตรายต่อสมองของ
00:02:55 → 00:03:00ทารกได้ทำให้มีอาการซึมดูดนมได้น้อยลง
00:03:00 → 00:03:03แต่ถ้ารุนแรงมากอาจมีอาการชักเกร็งและ
00:03:03 → 00:03:06สมองถูกทำลายอย่างถาวรได้คุณพ่อคุณแม่
00:03:06 → 00:03:09สามารถสังเกตภาวะตัวเหลืองของลูกได้ซึ่ง
00:03:09 → 00:03:11จะเริ่มแห่งที่ใบหน้าไก่อนแต่ถ้าเรื่อง
00:03:11 → 00:03:15มากขึ้นจะเหลือมาที่ลำตัวแขนและขาตาม
00:03:15 → 00:03:18ลำดับซึ่งถ้าลูกมีอาการตัวเหลืองผิดปกติ
00:03:18 → 00:03:22ควรพาลูกเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา
00:03:22 → 00:03:27ม 6 ลิ้นเป็นฝ้าสีขาวในกรณีที่ทารกกินนม
00:03:27 → 00:03:31ผสมมักจะเกิดฝ้าขาวบริเวณลิ้นควรใช้ผ้า
00:03:31 → 00:03:34สะอาดชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดลิ้น
00:03:34 → 00:03:38กระพุ้งแก้มและเพดานปากโดยไม่ต้องดูดน้ำ
00:03:38 → 00:03:41ตามแต่หากทารกกินนมแม่อย่างเดียวไม่
00:03:41 → 00:03:44จำเป็นต้องเช็ดทำความสะอาดเนื่องจากในนม
00:03:44 → 00:03:47แม่มีสารที่ช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราใน
00:03:47 → 00:03:50ช่องปากของทารกและพบว่ามีฝ้าขาวลักษณะ
00:03:50 → 00:03:53เป็นแผ่นหนาติดแน่นบริเวณลิ้นกระพุ้งแก้ม
00:03:53 → 00:03:58เหงื่อหรือริมผีปากมีการดูดนมลดลงหรือมี
00:03:58 → 00:04:01อาการท้องเสียร่วมด้วยแสดงว่ามีการติด
00:04:01 → 00:04:04เชื้อราในช่องปากจำเป็นต้องมาพบแพทย์
00:04:04 → 00:04:06เพื่อทำการรักษาต่อไป
00:04:06 → 00:04:127 สะดือมีเลือดออกโดยปกติสะดือของทารกจะ
00:04:12 → 00:04:15ดูดเองได้ภายใน 7-14 วันให้เช็ดทำความ
00:04:15 → 00:04:19สะอาดสะดือด้วยแอลกอฮอล์ 70% ทุกวันเวลา
00:04:19 → 00:04:23เช้าและเย็นเมื่อสะดือใกล้หลุดก็มีเลือด
00:04:23 → 00:04:26ออกเล็กน้อยบริเวณขั้วสะดือได้แต่ถ้ามี
00:04:26 → 00:04:28เลือดออกไม่หยุดเป็นจำนวนมากหรือผิวหนัง
00:04:28 → 00:04:32รอบสะดือมีอาการบวมแดงสะดือ Share และมี
00:04:32 → 00:04:35กลิ่นเหม็นคนรีบมาพบแพทย์
00:04:35 → 00:04:408 มีไข้ตัวร้อนอุณหภูมิร่างกายปกติของ
00:04:40 → 00:04:42ทารกคือ
00:04:42 → 00:04:4736.5 ถึง 37.5 องศาหากวัดอุณหภูมิได้มาก
00:04:47 → 00:04:52กว่า 37.5 องศาแต่ทารกอาการปกติไม่ซึมดูด
00:04:52 → 00:04:56นมได้ดีให้ลองปรับอุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม
00:04:56 → 00:05:00เช่นคล้ายผ้าห่อตัวออกใส่เสื้อผ้าบางๆ
00:05:00 → 00:05:04ปรับแอร์ให้เย็นสบายขึ้นหลังจากนั้น
00:05:04 → 00:05:06เครื่องถึง 1 ชั่วโมงให้วัดอุณหภูมิซ้ำ
00:05:06 → 00:05:10หากอุณหภูมิลดลงอยู่ในเกณฑ์ปกติให้สังเกต
00:05:10 → 00:05:14อาการต่อแต่ถ้ายังมีไข้อยู่ให้คุณแม่ดูแล
00:05:14 → 00:05:17เบื้องต้นดังนี้เช็ดตัวด้วยผ้าชุบน้ำ
00:05:17 → 00:05:21ธรรมดาโดยเน้นเช็ดตามซอกคอข้อพับต่างๆ
00:05:21 → 00:05:25เพื่อให้ร่างกายมีความร้อนหลังเช็ดตัวควร
00:05:25 → 00:05:29สวมเสื้อผ้าบางๆที่ระบายความร้อนได้ดีให้
00:05:29 → 00:05:32ทารกดูดนมแม่ให้เพียงพอแต่ถ้าทำดังที่
00:05:32 → 00:05:36กล่าวมาแล้วใครไม่ลดหรือซึมลงไม่ยอมดูดนม
00:05:36 → 00:05:41ให้รีบพามาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุต่อไป
00:05:41 → 00:05:53[เพลง]