00:00:00 → 00:00:03สวัสดีค่ะใหม่สุคลธวานะคะวันนี้ใหม่มีคำ
00:00:03 → 00:00:06ถามมาถามคุณหมอค่ะว่าถ้าหากว่าเด็กเล็กๆ
00:00:06 → 00:00:09นะคะหรือว่าลูกของเราเนี่ยค่ะอยู่ดีๆมี
00:00:09 → 00:00:12อาการไข้ขึ้นสูงทั้งๆที่ทั้งวันเมาเนี่ย
00:00:12 → 00:00:15ปกติมากเลยอยู่ดีๆก็ไข้ขึ้นสูงฟีดแบบนี้
00:00:15 → 00:00:19เนี่ยเมีโรคอะไรแทรบซ้อนั้คะแล้วเราผู้
00:00:19 → 00:00:21เป็นแม่แบบเค่ะจะสังเกตอาการของลูกได้ยัง
00:00:21 → 00:00:25ไงได้บ้างและจำเป็นมยคะว่าจะต้องพาลูกไป
00:00:25 → 00:00:29หาหมอเลยที่โรงพยาบาลหรือว่ามีวิธีอื่น
00:00:29 → 00:00:32ถ้าหากว่าเราให้ลูกเนี่ยกินยารถไข้แบบนี้
00:00:32 → 00:00:37จะได้มยหรือว่าไม่จำเป็นต้องกินยาคะคุณ
00:00:37 → 00:00:49[เพลง]
00:00:49 → 00:00:53หมอค่ะก็ขอบคุณคำถามจากแม่ใหม่นะคะก็ก่อน
00:00:53 → 00:00:56อื่นที่จะพูดถึงสาเหตุของไข้อ่ะค่ะเราก็
00:00:56 → 00:00:59ควรจะมาพูดถึงคำจำกัดความของไข้กันก่อนนะ
00:00:59 → 00:01:03คะไข้คือการที่อุณหภูมิร่างกายค่ะสูงมาก
00:01:03 → 00:01:06กว่าเท่ากับ 37.5 องศเซซค่ะหรือถ้าเป็น
00:01:06 → 00:01:09ลักษณะของไข้สูงเนี่ยคืออุณหภูมิร่างกาย
00:01:09 → 00:01:12มากกว่าเท่ากับ 38.5 องศเซซค่ะส่วนใหญ่
00:01:12 → 00:01:14เรื่องของไข้เนี่ยจะมาลักษณะเหมือนเฉียบ
00:01:14 → 00:01:17พันค่ะคือมีอุณหภูมิร่างกายสูงร่วมกับ
00:01:17 → 00:01:21ระยะเวลาของไข้น้อยกว่าเท่ากับ 7 วันนะคะ
00:01:21 → 00:01:23ทำให้สาเหตุส่วนใหญ่เนี่ยของอาการไข้ใน
00:01:23 → 00:01:26ระยะเฉียบพันธุ์เนี่ย 95% แล้วนะเกิดจาก
00:01:26 → 00:01:29การติดเชื้อทางทางเดือนหายใจค่ะอาจจะเป็น
00:01:29 → 00:01:32จากเชื้อไวรัสแบคทีเรียก็ได้นะคะส่วน
00:01:32 → 00:01:35สาเหตุอื่นๆที่เป็นสาเหตุของไข้ก็จะเกิด
00:01:35 → 00:01:38จากภาวะการอักเสบของร่างกายอย่างเช่นอ่า
00:01:38 → 00:01:40โรคคาวาซากิหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:01:40 → 00:01:43โคโรนารี่ที่ไปเลี้ยงหัวใจเนี่ยอักเสบ
00:01:43 → 00:01:46หรือโรค MC ที่เจอได้ในเด็กค่ะค่ะอย่าง
00:01:46 → 00:01:49ที่บอกไปนะคะว่าสาเหตุของไข้ในระยะเฉียบ
00:01:49 → 00:01:51พันธุ์ของเด็กอ่ะค่ะก็คือเกิดจากการติด
00:01:51 → 00:01:53เชื้อทางเดือนหายใจโดยเป็นเชื้อไวรัสเป็น
00:01:53 → 00:01:56หลักนะคะก็ตัวอย่างเชื้อไวรัสที่มักพบ
00:01:56 → 00:01:59บ่อยอคะก็คือ 1 โควิดถูกมั้ยคะ 2 เรื่อง
00:01:59 → 00:02:02ของไหวัดใหญ่หรือว่า influenza 3 rsv
00:02:02 → 00:02:06ไวรัสที่เจอบ่อยเลยนะคะ 4 เรื่องของอิโน
00:02:06 → 00:02:09ไวรัส 5 ตัว hmpv หรือตัว Human Meta ne
00:02:09 → 00:02:13ไวรัสค่ะนอกจากนี้ค่ะก็มีไวรัสชนิดอื่นๆ
00:02:13 → 00:02:16นะคะที่ระบาดตามฤดูกาลอย่างเช่นตัววรัสนะ
00:02:16 → 00:02:19คะที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากหรือโรคปาก
00:02:19 → 00:02:22เปื่อยที่เรียกว่า herpangina ค่ะหรือทำ
00:02:22 → 00:02:24ให้เกิดเรื่องของลำไส้อักเสบเฉียบพันธ
00:02:24 → 00:02:26กระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพันจากเชื้อไวรัส
00:02:26 → 00:02:30โรต้าหรือว่าเนโรนะคะนอกจากนี้ก็จะมีมี
00:02:30 → 00:02:32เ่อเรื่องของไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อ
00:02:32 → 00:02:35ไวรัสเด็งกี่ได้ค่ะนอกจากเชื้อไวรัสแล้ว
00:02:35 → 00:02:37นะคะก็ยังมีสาเหตุอื่นๆอย่างเช่นที่พูดไป
00:02:37 → 00:02:39ก็คือแบคทีเรียนะคะก็ทำให้เกิดเรื่องของ
00:02:39 → 00:02:43คออักเสบหูชั้นกลางอักเสบไซนัสอักเสบปอด
00:02:43 → 00:02:46อักเสบรุนแรงหรือมีการติดเชื้ออื่นๆอย่าง
00:02:46 → 00:02:50เช่นไมโครพลาสมาเป็นต้นค่ะค่ะส่วนภาวะ
00:02:50 → 00:02:52อื่นๆนะค่ะที่ไม่ใช่การติดเชื้อไวรัสหรือ
00:02:52 → 00:02:54ว่าเชื้อแบคทีเรียค่ะก็จะเป็นการอักเสบ
00:02:55 → 00:02:57อื่นๆของร่างกายอ่ะค่ะอย่างเช่นที่พูดไป
00:02:57 → 00:03:01นะคะโรคคาวาซากิค่ะหรือโรคหลอดเลือดหัวใจ
00:03:01 → 00:03:03อักเสบเฉียบพลันค่ะซึ่งอาจจะทำให้เด็กมา
00:03:03 → 00:03:06ด้วยอาการไข้เฉียบพลันทำให้แยกจากการติด
00:03:06 → 00:03:09เชื้อได้ยากค่ะแต่อาจจะพบว่ามีอาการตาแดง
00:03:09 → 00:03:12ต่อมน้ำเหลืองโตหรือมีไข้ออกผืนได้ค่ะ
00:03:12 → 00:03:14ซึ่งโรคนี้ก็มีความรุนแรงที่ทำให้เกิด
00:03:14 → 00:03:17หลอดเลือดหัวใจโ่งผองได้ค่ะนอกจากนี้ค่ะ
00:03:17 → 00:03:20ก็จะมีอีก 1 ภาวะค่ะที่เกิดตามหลังการติด
00:03:20 → 00:03:23เชื้อโควิด- 199 ได้ค่ะที่เกิดขึ้นในเด็ก
00:03:23 → 00:03:25เป็นการอักเสบชั่วร่างกายเหมือนกันโดยอาจ
00:03:25 → 00:03:28จะมีอาการคล้ายกับโรคคาวาซากิได้นะคะโดย
00:03:28 → 00:03:32ภาวะนี้นะคะเราเรียกว่า misc ค่ะหรือมี
00:03:32 → 00:03:34ชื่อเต็มๆว่า multisystem inflammatory
00:03:35 → 00:03:38Syndrome in Children นะคะค่ะโดยใน
00:03:38 → 00:03:41ภาวะ misc หรือซนี้นะคะนอกจากทำให้ผู้
00:03:41 → 00:03:44ป่วยมีอาการคล้ายกับคาวาซากิค่ะในผู้ป่วย
00:03:44 → 00:03:47บางรายอาจจะมีอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
00:03:47 → 00:03:50กล้ามเนื้อหัวใจอักสีบจนต้อง admit เข้า
00:03:50 → 00:03:53โรงพยาบาลนอนใน ICU หรือในผู้ป่วยบางราย
00:03:53 → 00:03:56อาจเสียชีวิตได้ค่ะค่ะก็จากที่คุณแม่ใหม่
00:03:56 → 00:03:59ถามมานะคะว่าถ้าเกิดลูกมีอาการไข้สูงหรือ
00:03:59 → 00:04:02ว่ามีค่ายทั่วไปเนี่ยเราสังเกตอาการที่
00:04:02 → 00:04:04บ้านได้มั้ยมีอาการอะไรต้องเฝ้าระวังหรือ
00:04:04 → 00:04:07เปล่านะคะก็อย่างที่บอกเลยว่าส่วนใหญ่ถ้า
00:04:07 → 00:04:10เกิดเด็กมีไข้ใน 24 ชั่วโมงแรกค่ะมักจะ
00:04:10 → 00:04:12ไม่ได้มีอาการอื่นๆถ้าเกิดว่าเด็กไม่ได้
00:04:12 → 00:04:15มีสัญญาณอันตรายที่ต้องเฝ้าระวังอ่ะค่ะก็
00:04:15 → 00:04:18อาจจะสังเกตอาการอยู่ที่บ้านได้พอภายหลัง
00:04:18 → 00:04:2024 ชมมไปแล้วอาจจะมีอาการอื่นๆเพิ่มเติม
00:04:21 → 00:04:24ค่ะอย่างเช่นไอน้ำหมูกเจ็บคอหรือมีอาเจีย
00:04:24 → 00:04:26หรือมีถ่ายเหลวซึ่งอาการเหล่าเนี้ยก็จะ
00:04:26 → 00:04:29ช่วยให้แพทย์เนี่ยค่ะวินิจฉัยได้ง่ายมาก
00:04:29 → 00:04:32มาคึ้นค่ะสำหรับอาการที่ต้องเฝ้าระวังค่ะ
00:04:32 → 00:04:35มีทั้งหมด 5 อย่างนะคะก็คืออย่างแรกนะคะ
00:04:35 → 00:04:39เรื่องของอาการไข้ถ้าเกิดว่ามีไข้สูงค่ะ
00:04:39 → 00:04:42มากกว่าเท่ากับ 38.5 โดยที่เช็ดตัวแล้ว
00:04:42 → 00:04:45กินยาพาราแล้วทุก 4-6 ชั่วโมงแล้วเนี่ย
00:04:45 → 00:04:48ไข้ก็ยังไม่ลดอันเนี้ยก็อาจจะต้องพิจารณา
00:04:48 → 00:04:51ว่าต้องพามาโรงพยาบาลไมเนื่องจากว่าต้อง
00:04:51 → 00:04:53ป้องกันเรื่องของภาวะไข้ชักในเด็กค่ะ
00:04:54 → 00:04:57อย่างที่ 2 นะคะก็เป็นเรื่องของการกินค่ะ
00:04:57 → 00:05:00ไม่ว่าเด็กจะกินไม่ได้หรือหรืออาเจียน
00:05:00 → 00:05:02หรือว่าถ่ายเหลวถ้าเกิดว่ามีอาการเหล่า
00:05:02 → 00:05:05นี้มากๆเนี่ยค่ะจะให้เด็กมีเรื่องของภาวะ
00:05:05 → 00:05:08ขาดน้ำได้ซึ่งอาจจะต้องได้รับสารน้ำเข้า
00:05:08 → 00:05:10ทางหลอดเลือดอันนี้ก็ต้องพามาโรงพยาบาล
00:05:10 → 00:05:14เช่นกันค่ะอย่างที่ 3 คือเรื่องของอาการ
00:05:14 → 00:05:16หายใจเหนื่อยในเด็กบางคนน่ะค่ะก็คือมี
00:05:16 → 00:05:18อาการเรื่องของหวัดไอน้ำมู่แต่เด็กไม่ได้
00:05:18 → 00:05:21มีอาการหายใจลำบากหายใจเหนื่อยถ้าเกิดผู้
00:05:21 → 00:05:24ปกครองเห็นว่าเด็กมีอาการหายใจที่ผิดปกติ
00:05:24 → 00:05:27ไปดูหายใจลำบากมากขึ้นอันนี้น่าจะเป็น
00:05:27 → 00:05:29สัญญาณเรื่องของปอดบวมได้อ่ะค่ะดังนั้น
00:05:30 → 00:05:32เนี่ยอาจจะต้องพามาโรงพยาบาลค่ะต่อไป
00:05:32 → 00:05:35อย่างที่ 4 นะคะเป็นการสังเกตเรื่องของ
00:05:35 → 00:05:38อ่าภาวะเรื่องของซึมเรียกไม่ตอบสนองอย่าง
00:05:38 → 00:05:41เงี้ยค่ะถ้าเกิดดูเด็กดูซึมเรียกไม่ตอบ
00:05:41 → 00:05:44สนองหรือไม่เล่นหรือไม่ร่าเรืองอย่างที่
00:05:44 → 00:05:46เคยอันเนี้ยอาจจะโบ่งถึงการติดเชื้อที่
00:05:46 → 00:05:49อันตรายรุนแรงหรือมีการอักเสบมากเนี่ยค่ะ
00:05:49 → 00:05:52อาจจะต้องพามาโรงพยาบาลค่ะสำหรับข้อ 5 นะ
00:05:52 → 00:05:55คะคือเรื่องของปัสสาวะค่ะคือการที่เด็ก
00:05:55 → 00:05:58ปัสสาวะเนี่ยมันก็จะสะท้อนถึงภาวะอ่าการ
00:05:58 → 00:06:01ที่มีน้ำเพียงพอพอในร่างกายค่ะการที่เด็ก
00:06:01 → 00:06:04คนนึงปัสสาวะลดลงฉี่เข้มขึ้นหรือว่า
00:06:04 → 00:06:08ปัสสาวะน้อยลงโดยที่ไม่ฉี่เลยใน 6-8 ชม
00:06:08 → 00:06:10อันเนี้ยสะท้อนถึงภาวะขาดน้ำที่มีความ
00:06:10 → 00:06:13สำคัญค่ะที่ต้องได้สารน้ำหรือรับไว้ดูแล
00:06:13 → 00:06:21ในโรงพยาบาล
00:06:21 → 00:06:24ค่ะค่ะก็อย่างที่บอกไปค่ะถ้าเด็กไม่ได้มี
00:06:24 → 00:06:275 สัญญาณอันตรายค่ะที่ต้องพามาโรงพยาบาล
00:06:27 → 00:06:30ดังนั้นในช่วง 24 ชั่วโมงแรกอ่ะค่ะก็
00:06:30 → 00:06:33สามารถสังเกตอาการอยู่ที่บ้านได้ค่ะโดย 1
00:06:33 → 00:06:38เช็ดตัวลดไข้ 2 กินยาพาราค่ะทุก 4-6 ชม
00:06:38 → 00:06:41แล้วก็วัดไข้ทุก 4-6 ชมค่ะเพื่อป้องกัน
00:06:41 → 00:06:45ไม่ให้ไข้สูงลอยมากกว่า 38.5 องศเซค่ะที่
00:06:45 → 00:06:49ทำให้เกิดภาวะไข้ชักได้ค่ะซึ่งภาวะไข้ชัก
00:06:49 → 00:06:52เนี่ยก็คือเจอบ่อยในเด็ก 6 เดือนถึง 6 ปี
00:06:52 → 00:06:54ค่ะค่ะก็อย่างที่กล่าวไปแล้วนะคะว่าการ
00:06:54 → 00:06:57ติดเชื้อเฉียบฟันในเด็กส่วนใหญ่เกือบทั้ง
00:06:57 → 00:07:00หมดเนี่ยเป็นการติดเชื้อไวรัสทางทนนหายใจ
00:07:00 → 00:07:03ค่ะดังนั้นหลังจาก 24 ชมงแรกถูกมั้ยคะใน 4
00:07:03 → 00:07:0724-48 ชมงถัดไปเนี่ยก็ถ้าเด็กบางคนอาการ
00:07:07 → 00:07:10ก็จะดีขึ้นเองไคร่ลดลงหายไปได้เองโดยไม่
00:07:10 → 00:07:13ต้องมีการรักษาเพิ่มเติมไม่จำเป็นต้องได้
00:07:13 → 00:07:15ยาปฏิชีวนะค่ะค่ะแต่หากสังเกตอาการที่
00:07:16 → 00:07:19บ้านแล้วอาการไข้ไม่ดีขึ้นภายใน 48 -72
00:07:19 → 00:07:22ชมงค่ะแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่พาน้องๆมาตรวจ
00:07:23 → 00:07:25กับคุณหมอเพิ่มเติมนะคะโดยที่คุณหมอเจะมี
00:07:26 → 00:07:28การซักประวัติตรวจร่างกายอย่างละเอียดนะ
00:07:28 → 00:07:31ค่ะเพื่อเพื่อพิจารณาว่าจะส่งตรวจความ
00:07:31 → 00:07:33ข้องปฏิบัติการอะไรเพิ่มเติมเพื่อหา
00:07:33 → 00:07:36สาเหตุของโรคค่ะโดยหมอจะอาจพิจารณาส่ง
00:07:36 → 00:07:39เป็นการตรวจน้ำมูกการเจาะเลือดค่ะหรือว่า
00:07:39 → 00:07:41ส่งตรวจปัสสาวะเพิ่มเติมขึ้นกับอาการของ
00:07:41 → 00:07:44น้องๆค่ะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหนักนะคะ
00:07:44 → 00:07:47แพทย์ก็อาจจะพิจารณารับไว้แอดมิในโรง
00:07:47 → 00:07:50พยาบาลค่ะทั้งนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับดุริของ
00:07:50 → 00:07:54แพทย์นะคะค่ะหมอก็ตอบคำถามของแม่ใหม่ไป
00:07:54 → 00:07:56ทั้งหมดเรียบร้อยแล้วนะคะก็สุดท้ายนี้นะ
00:07:56 → 00:07:58คะถ้าเกิดใครมีอะไรสงสัยหรืออยากมาเจอหมอ
00:07:58 → 00:08:01เนี่ยก็มาเจอหมอได้ที่โรงพยาบาลจุฬาพรณ์
00:08:01 → 00:08:04นะคะค่ะสุดท้ายนี้หมอขอฝากรายการเราด้วย
00:08:04 → 00:08:10นะคะรายการพบหมอเด็กจุฬาพรณ์ซีซั่น 4 ค่ะ