00:00:04 → 00:00:05[ปรบมือ]
00:00:05 → 00:00:06[เพลง]
00:00:06 → 00:00:08[ปรบมือ]
00:00:08 → 00:00:11[เพลง]
00:00:11 → 00:00:14[ปรบมือ]
00:00:14 → 00:00:16[เพลง]
00:00:16 → 00:00:19อ
00:00:19 → 00:00:19[เพลง]
00:00:19 → 00:00:20[ปรบมือ]
00:00:20 → 00:00:23[เพลง]
00:00:23 → 00:00:24[ปรบมือ]
00:00:24 → 00:00:30[เพลง]
00:00:30 → 00:00:31[ปรบมือ]
00:00:31 → 00:00:32[เพลง]
00:00:32 → 00:00:35[ปรบมือ]
00:00:35 → 00:00:41[เพลง]
00:00:41 → 00:00:44วันนี้รายการศิริราช the Life จะชวนคุณ
00:00:44 → 00:00:46มารู้จักกับ
00:00:46 → 00:00:49เสียงใช่แล้วครับเสียงที่เราใช้ๆกันอยู่
00:00:49 → 00:00:52นี่แหละครับวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ
00:00:52 → 00:00:55เสียงของตัวเองให้มากขึ้นรับรองว่าดูราย
00:00:55 → 00:00:58การวันนี้เราจะรักเสียงของเรามากขึ้นแน่
00:00:58 → 00:01:00นอนครับ
00:01:00 → 00:01:03[เพลง]
00:01:04 → 00:01:06สวัสดีครับอาจารย์ครับคุณผู้ชมครับตอนนี้
00:01:06 → 00:01:09ผมอยู่กับหัวหน้าภาควิชาโสดนาสิกลลิง
00:01:09 → 00:01:11วิทยาคณะแพทยยาศาสตร์ศิราชพยาบาล
00:01:12 → 00:01:14มหาวิทยาลัยมหิดลครับรองศาสตราจารย์แพทย์
00:01:14 → 00:01:18หญิงจีระสุขจงคลวัฒนาครับที่มาพบอาจารย์
00:01:18 → 00:01:20ในวันนี้เนี่ยเพราะว่ามีความสงสัยเรื่อง
00:01:20 → 00:01:22เสียงเหลือเกินคือเสียงปกติคนที่ออกเสียง
00:01:23 → 00:01:25ได้พูดได้ก็ใช้เสียงอยู่ทุกวันแต่อาจจะ
00:01:25 → 00:01:28ไม่รู้เลยว่าเสียงเนี้ยต้นตอมมาจากไหน
00:01:28 → 00:01:30อย่างไรกระบวนการของเสียงกว่าจะผ่านออกมา
00:01:30 → 00:01:32เป็นยังไงอยากให้อาจารย์เล่าให้ฟังหน่อย
00:01:32 → 00:01:35ครับเสียงประมาที่ยังไงฮะค่ะคือเสียง
00:01:35 → 00:01:37เนี่ยออกมาจากอวัยวะที่เราเรียกว่ากล่อง
00:01:37 → 00:01:40เสียงนะคะกล่องเสียงก่อนนะฮะกล่องเสียง
00:01:40 → 00:01:42เนี่ยก็คืออยู่ตรงนี้อยู่ประมาณตรงนี้ค่ะ
00:01:42 → 00:01:44กล่องเสียงอยู่แถวนี้ขออนุญาตนะคะก็คือ
00:01:44 → 00:01:46ตรงนี้นะคะตรงที่เราเรียกลูกกระเดือก
00:01:46 → 00:01:47เนี่ยค่ะลูกกระเดือกอ๋อก็คือตรงนี้เป็น
00:01:47 → 00:01:49กล่องเสียงแล้วแล้วไอ้ลูกกระเดือกโนโปนมา
00:01:49 → 00:01:51ก็คือส่วนของกล่องเสียงมั้ยฮะใช่ค่ะเป็น
00:01:51 → 00:01:53กระดูกอ่อนอันเนี้ยค่ะแหลมนี้แหละค่ะแล้ว
00:01:53 → 00:01:57ก็อันนี้พอนึกออกนะคะคือหลอดลมหลอดลมไล่
00:01:57 → 00:02:00ลงมาหลอดลมแล้วก็แยกเป็นซ้ายขวาก็ไปต่อ
00:02:00 → 00:02:02กับเนื้อปอดซ้ายเนื้อปอดขวาออ 2 ข้างนี้
00:02:02 → 00:02:05ก็ปอดใช่ค่ะหัวใจตับไตไส้พรุงเลยว่าก็
00:02:05 → 00:02:08อยู่แถวนี้คในปอดเนี่ยเราหายใจเข้าหายใจ
00:02:08 → 00:02:12ออกครับั้นก็จะมีลมอยู่ในปอดครับในจังหวะ
00:02:12 → 00:02:15หายใจออกฮะนะคะเอ่อลมก็จะผ่านเข้าออกนี่
00:02:15 → 00:02:18ก็คือหายใจจากจมูกผ่านช่องคอผ่านกล่อง
00:02:18 → 00:02:21เสียงลงมาหลอดลมไปที่ปอดมีทั้งขาเข้าแล้ว
00:02:21 → 00:02:25ก็ขาออกนะคะทีนี้ในช่วงขาออกเนี่ย
00:02:25 → 00:02:28เอ่อร่างกายสำหรับการเปล่งเสียงเนี่ยร่าง
00:02:28 → 00:02:31กายจะมีการปิดนี้นะฮะิ้นข้างในหรือที่เรา
00:02:31 → 00:02:34เรียกว่าสายเสียงนะคะคุณชวัฒน์ดูตรงนี้นะ
00:02:34 → 00:02:36คะมองเห็นเส้นเล็กๆ 2 เส้นสายเสียงเป็น
00:02:36 → 00:02:39ขาวๆใช่ค่ะใช่ค่ะเอ้หน้าตาเหมือนเป็นเป็น
00:02:39 → 00:02:42แผ่นเป็นแผ่น 2 แผ่นแผ่น 2 แผ่นนั้นใช่
00:02:42 → 00:02:44มั้ยบางคนเรียกเส้นเสียงบางคนเรียกสาย
00:02:44 → 00:02:46เสียงนะก็คืออันนี้เหรอฮะใช่ไอ้แผ่น 2
00:02:46 → 00:02:49แผ่นเนี่ยอ่าในคนที่มีชีวิตจริงเนี่ยมัน
00:02:49 → 00:02:51จะเมื่อกี้เห็นเป็น2สเส้นอย่างนี้ใช่มั้ย
00:02:51 → 00:02:54คะอ่ามันจะปิดได้เปิดได้ใช่ลักษณะแบบนี้
00:02:54 → 00:02:56เลยมั้ยฮะคือใชปิดปิดลักษณะปิดลักษณะแบบ
00:02:56 → 00:03:00เยค่ะยึดบนแล้วก็ข้างล่างไม่อยากได้อกระ
00:03:00 → 00:03:03เิดครับผมเปิดปิดเมื่อไหรยังไงฮะอาจารย์
00:03:03 → 00:03:07ตอนเราออกเสียงเนี่ยเราจะปิดออกเสียงปิด
00:03:07 → 00:03:10ใช่ค่ะพอปิดแล้วเนี่ยขอบสายเสียงซึ่งมี
00:03:10 → 00:03:13ลักษณะพิเศษเนี่ยพอลมผ่านมันจะปล่อยให้ลม
00:03:13 → 00:03:15ผ่านออกมามันจะตัดคลื่นเสียงออกเป็นอย่าง
00:03:15 → 00:03:17เงี้ยฮฮะนะคะตัดคลื้นเสียงออกเป็นจังหวะ
00:03:17 → 00:03:19จังวะแสดงว่าตัวมันก็ขยับด้วยถึงปิดแต่
00:03:19 → 00:03:23มันก็ขยับใช่ค่ะผิวมันจะขยับด้วยความถี่
00:03:23 → 00:03:27เป็น 100 ครั้งต่อวินาทีโหแต่ทีนี้ถ้าเรา
00:03:27 → 00:03:31พูดเสียงเสียงหนักเสียงเสายเสียงมันเปิด
00:03:31 → 00:03:33เท่ากันมั้ยฮะหรือมันจะเป็นยังไงฮะเอ่อ
00:03:33 → 00:03:36สายเสียงเนี่ยมันมีความสามารถในการปรับ
00:03:36 → 00:03:39ปรับหลายอย่างนะคะอันที่ 1 ก็คือปรับเปิด
00:03:39 → 00:03:42มากเปิดน้อยครับยกตัวอย่างว่าเราจะพูดเบา
00:03:42 → 00:03:46ๆพูดเบาๆ 1 2 3 4 5 ครับเราก็ปล่อยลม
00:03:46 → 00:03:49ออกจากปอดให้น้อยหน่อยคะสายเสียงไม่ต้อง
00:03:49 → 00:03:51ปิดแน่นมากปล่อยมันรั่วหน่อยหรือเราตั้ง
00:03:51 → 00:03:55ใจพูดให้อเอ่อเสียงลมรั่วนะคะเสียงลมรั่ว
00:03:55 → 00:03:59อย่างเช 1 2 3 4 5 เราอาไว้นิดนึงนิด
00:04:00 → 00:04:03นึงนิดเนิดนึงนิดนึงแต่ถ้าเสียงหนักแน่น
00:04:03 → 00:04:05หนักแน่นเราปิดเต็มที่เลยค่ะปิดเต็มที่
00:04:05 → 00:04:08เลยค่ะ 1 2 3 4 อันนี้คือปิดแน่นเลย
00:04:08 → 00:04:11เหรอฮะปิดแน่นเลยแล้วก็ปล่อยลมออกจากปอด
00:04:11 → 00:04:13เต็มที่เลยค่ะให้ลมผ่านเร็วอแต่มันตรงกัน
00:04:13 → 00:04:16ข้ามกับความเข้าใจทีแรกนะครับคิดว่าถ้า
00:04:16 → 00:04:18เสียงหนักนี่แปลว่าลมต้องออกมาเยอะด้วย
00:04:18 → 00:04:21กันก็น่าจะเปิดด้วยกันแต่จริงๆกปิดแน่น
00:04:21 → 00:04:24ปิดแน่นแล้วก็ปล่อยลมเยอะงั้นสายเสียงก็
00:04:24 → 00:04:26จะในจังหวะที่เปิดก็จะมีการกระแทกมากขึ้น
00:04:27 → 00:04:29ด้วยกระแทกมากขึ้นค่ะไอ้การกระแทกนี่
00:04:29 → 00:04:31กระแทกอย่างงี้มั้ยฮะเราเห็นกระแทกอย่าง
00:04:31 → 00:04:33งี้อย่างงี้เมองอย่างงั้นก็ได้ค่ะแต่ว่า
00:04:33 → 00:04:36ก็คือตัวขอบมันจะกระแทกมากขึ้นใส่เสียง 2
00:04:36 → 00:04:39เส้นเนี่ยมันเหมือนหนังสติ๊กนะคะคุณขึง
00:04:39 → 00:04:42เอาาไว้แล้วคุณดีดจุดตรงกลางมันน่ะก็จะ
00:04:43 → 00:04:45สะบัดมากที่สุดเพราะงั้นถ้าเรากระแทกแรง
00:04:45 → 00:04:48เนี่ย 2 ข้างกระแทกปึ้งๆๆๆอ่ะอ่าในที่สุด
00:04:48 → 00:04:52มันเกิดตุ่มเกิดห้อเลือดเกิดปัญหาระยะยาว
00:04:52 → 00:04:55ได้เหมือนกันอ๋อแล้วเนื่องจากว่าตัวขอบ
00:04:55 → 00:04:58สายเสียงเนี่ยมันจะต้องพริ้วเพื่อตัด
00:04:58 → 00:05:00เสียงให้มีคุณภาพดีครับเมื่อไหร่มันไม่
00:05:00 → 00:05:04เรียบเมื่อนั้นเสียงแหบอ๋อก็เป็นที่มาของ
00:05:04 → 00:05:06เสียงแหบบ้างหรือว่าบางทีใช้เสียงเยอะๆ
00:05:06 → 00:05:11พูดดังๆนานๆก็จะก็จะมีปัญหาเจ็บคอเจ็บ
00:05:11 → 00:05:13อะไรรู้สึกอะไรแบบนี้ใชเอ่อที่จริงๆเวลา
00:05:14 → 00:05:16เราคิดว่าเราเจ็บคอมันก็เป็นบริเวณคอหอย
00:05:16 → 00:05:18นะคะเหรอฮะตัวใายเสียงแท้ๆไม่มีความรู้
00:05:18 → 00:05:20สึกเจ็บอ้าวเหรอครับเพราะฉะนั้นเราไป
00:05:20 → 00:05:22ตะโกนเชียร์กีฬาจนห้อเลือดมันก็ไม่ได้
00:05:22 → 00:05:25เจ็บแต่เราเสียงแหบอ๋อเหรอฮะที่เจ็บคือ
00:05:25 → 00:05:27กล้ามเนื้อรอบๆไม่ได้ไม่ได้เป็นตัวเส้น
00:05:27 → 00:05:29เสียงตัวเส้นเสียงไม่ไม่รู้สึกเจ็บนะจริง
00:05:29 → 00:05:31ๆเสียงเรามีหน้าที่เท่านี้มั้ยฮะคือสื่อ
00:05:31 → 00:05:33สารพูดคุยร้องเพลงอะไรอย่างงี้เท่านั้น
00:05:33 → 00:05:36มั้ยฮะเอ่อจริงๆก็ใช่นะคะคือเสียงเนี่ย
00:05:36 → 00:05:39มันเป็นเรื่องของสื่ออารมณ์สื่อความรู้
00:05:39 → 00:05:42สึกแต่จริงๆที่สำคัญที่สุดก็คือเสียงมัน
00:05:42 → 00:05:46เป็นการสื่อสารนะคะครับอันนี้การสื่อสาร
00:05:46 → 00:05:50เนี่ยคำต่างๆเนี่ยมันถ้าสื่อได้แค่เสียง
00:05:50 → 00:05:53สูงเสียงต่ำครับเสียงร้องเสียงแหลมเราคง
00:05:53 → 00:05:56บอกไม่ได้ว่าอุ๊ยมนุษย์สมัยก่อนเค้าจุดไฟ
00:05:56 → 00:06:00กันยังไงนะเค้าอยู่ในถ้ำเคใช้ชีวิตยังไง
00:06:00 → 00:06:03เย็บเสื้อผ้าล่าสัตว์ยังไงครับมันต้องมี
00:06:03 → 00:06:06การลงรายละเอียดของเนื้อหาคำอืซึ่งราย
00:06:06 → 00:06:09ละเอียดของเนื้อหาคำเนี่ยอันที่ 1 ก็คือ
00:06:09 → 00:06:12สายเสียงเนี่ยจะเปล่งเสียงแค่สูงต่ำครับม
00:06:12 → 00:06:15คะงั้นยกตัวอย่างง่ายๆจะพูดว่าคุณ
00:06:15 → 00:06:16ชัยวัฒน์แต่ดิฉันอ้าปากเอาไว้นะคะ
00:06:16 → 00:06:19ชัยวัฒน์อ้าปากไว้ก็ได้เป็น
00:06:19 → 00:06:21ออ
00:06:21 → 00:06:26อออไม่ขับหน้าปากโดยไม่ขยับลิ้นอ๋อฮะ
00:06:26 → 00:06:28เพราะฉะนั้นเราได้เสียงสูงต่ำละได้ความ
00:06:28 → 00:06:30ดังอาจจะที่เราต้องการอันนี้มาจากสาย
00:06:30 → 00:06:32เสียงใช่ค่ะแต่ถ้าเราต้องการคำโดยละเอียด
00:06:32 → 00:06:37เนี่ยชัวัดต้องเอาลิ้มแตะไปดันปากอพอจะ
00:06:37 → 00:06:41วัดต้องห่อป่านิดนึงวัดวัดออใช่วัดลิ้น
00:06:41 → 00:06:44ต้องช่วยมั้ยคะใช่ใช่ฮะทั้งๆงจริงๆไม่ใช่
00:06:44 → 00:06:48แค่ลิ้นด้วยนะทั้งโพรงในปากอะไรทุกอย่าง
00:06:48 → 00:06:50จะต้องเปลี่ยนรูปไปใช่ค่ะเพราะฉะนั้น
00:06:50 → 00:06:53เสียงที่กล่องเสียงสร้างออกมาเนี่ยจะต้อง
00:06:53 → 00:06:56ออกมาทางปากครับแล้วเราก็มีอวัยวะในช่อง
00:06:56 → 00:07:01ปากจำนวนมากมายอืที่สร้างพยัญชนะต่างๆนะ
00:07:01 → 00:07:04คะแต่คนที่มีปัญหาลครับอย่างเช่นคนที่พูด
00:07:04 → 00:07:08ไม่ได้คนที่พูดไม่ได้หรือคนที่เป็นใบ้
00:07:08 → 00:07:10เนี่ยครับผมมีหลายสาเหตุก็จริงนะคะแต่
00:07:10 → 00:07:13สาเหตุจริงๆแล้วที่เราเจอบ่อยอ่ะคือคนไข้
00:07:13 → 00:07:16ที่หูหนวกจะยกตัวอย่างนะคะอย่างเช่นอ่า
00:07:16 → 00:07:19เด็กคนนึงตอนเด็กอาจจะยังพอได้ยินบ้างเคย
00:07:19 → 00:07:22ได้ยินพอพูดได้อือพออายุมากขึ้นเกิดหู
00:07:22 → 00:07:24หนวกมากขึ้นแล้วก็จนจนไม่ได้ยินอะไรเลย
00:07:24 → 00:07:27เนี่ยเขาอาจจะพูดเสียงอย่างที่เราเรียก
00:07:27 → 00:07:30โหวกเหวกอืเ้ยนมามาเหรอหรืออะไรอย่าง
00:07:30 → 00:07:33เงี้ยนะคะก็คือพยายามพูดอย่างที่เขาเคย
00:07:33 → 00:07:37พูดแต่เนื่องจากหูไม่สามารถรับเสียงที่
00:07:37 → 00:07:39ต้องการได้ก็ไม่รู้ว่าควรจะสูงต่ำอย่างไร
00:07:39 → 00:07:42หรือควรจะออกเสียงอย่างไรโรคอื่นๆที่ทำ
00:07:42 → 00:07:44ให้พูดไม่ได้ก็อาจจะเป็นปัญหาทางด้านสมอง
00:07:44 → 00:07:48ได้ครับผมอ่าถ้าทางด้านสมองเนี่ยอาจจะมี
00:07:48 → 00:07:51พื้นที่บางพื้นที่ในสมองซึ่งควบคุมการพูด
00:07:51 → 00:07:53แทบส่วนนั้นเสียก็อาจจะพูดไม่ได้ทั้งๆที่
00:07:53 → 00:07:57เขยังคงได้ยินอยู่ก็มีนะคะหรือว่าอวัยวะ
00:07:57 → 00:07:59เสียยกตัวอย่างอย่างเช่นกล่องเสียงมันมี
00:08:00 → 00:08:03ปัญหาครับอ่าสายเสียงมีปัญหาหรือไม่มี
00:08:03 → 00:08:06กล่องเสียงเลยถูกตัดออกไปหรืออะไรก็ตาม
00:08:06 → 00:08:09อันเนี้ยก็จะมาถึงจุดที่ว่าไม่มีเสียง
00:08:09 → 00:08:12ครับค่ะอาจารย์ครับกล่องเสียงกับสายเสียง
00:08:12 → 00:08:14เนี่ยอยู่ข้างในคอฮะแล้วเราเราจะรู้ได้
00:08:14 → 00:08:18ยังไงว่าเกำลังจะมีปัญหานะร่างกายจะเตือน
00:08:18 → 00:08:21เรามั้ยฮะค่ะก็คือกลัวกล่องเสียงอยู่ตรง
00:08:21 → 00:08:23นี้นะคะครับผมอ่าตรงนี้เป็นฝาปิดกล่อง
00:08:23 → 00:08:25เสียงมีเส้นเสียงที่คุณชัยวัฒน์เห็นแล้ว
00:08:25 → 00:08:28อยู่ด้านในใช่ค่ะนี่อาหารก็ผ่านมาทางนี้
00:08:28 → 00:08:30อาหารก็ผ่านมารอบๆแล้วลงไปข้างหลังแต่จะ
00:08:30 → 00:08:33ไม่ลงนี่นะฮะใช่ค่ะเราต้องปิดไว้ค่ะตอน
00:08:33 → 00:08:35จังหวะจังหวะกลืนเราปิดไว้ค่ะเ่อร่างกาย
00:08:35 → 00:08:38ก็มีวิธีการมีทั้งปิดและยกตัวขึ้นเพื่อจะ
00:08:38 → 00:08:41ปิดตรงนี้ไว้ค่ะออาหารผ่านไปไม่เกี่ยว
00:08:41 → 00:08:44ฉะนั้นถ้าเป็นโรคโดยรอบๆแถวๆขอบๆเนี่ยก็
00:08:44 → 00:08:47อาจจะมีการเจ็บได้อย่างเช่นฝาปิดกรอง
00:08:47 → 00:08:50เสียงอักเสบอาจจะเคยได้ยินบ้างนะคะออัน
00:08:50 → 00:08:53นี้ถ้าเป็นโรคที่ตัวใายเสียงโดยตรงหนึ
00:08:53 → 00:08:54ซึ่งเข้าไปตรงด้านในเนี่ยตรงสายเสียง
00:08:55 → 00:08:56เนี่ยเไม่ได้เจ็บและอาหารก็ไม่ได้ผ่านเขา
00:08:57 → 00:09:01โดยตรงอเพราะฉะนั้นมันก็จะมีเสียงแหบได้
00:09:01 → 00:09:04ครับนะคะอ่าก็จะออกมาในรูปเสียงแหบอ่ะค่ะ
00:09:04 → 00:09:07เสียงแหบนี่ก็อาจจะบอกะใช่มฮะว่าจะมี
00:09:07 → 00:09:11ปัญหาที่ใสเสียงครับแต่ปัญหาอื่นๆก็คือ
00:09:11 → 00:09:13อย่างเช่นเรื่องสำลักเนี่ยก็มีปัญหาที่
00:09:13 → 00:09:15กล่องเสียงหรือบางครั้งใส่เสียงเป็น
00:09:15 → 00:09:17อัมพาทข้างนึงอาจจะมีสำลักได้เหมือนกันจะ
00:09:17 → 00:09:19รู้ได้ไงว่ากล่องเสียงเราหรือสายเสียงเรา
00:09:19 → 00:09:23อยู่ในสภาพปกติมโลดูยังไงฮะเอ่อเรามีวิธี
00:09:23 → 00:09:26การตรวจนะคะจริงๆถ้ามองงี้รู้สึกเออจริงๆ
00:09:27 → 00:09:29ถ้าอ้าอันนี้คือเล้นนะคะถ้าอ้าป่าจรงก็คง
00:09:29 → 00:09:32ไม่เห็นครับออใช่เพราะว่าอยู่ข้างในใช่
00:09:32 → 00:09:34ค่ะเพราะใส่สีแต่ว่าเรามีเครื่องมือ
00:09:34 → 00:09:36เครื่องมือตรวจง่ายๆเนี่ยซึ่งได้รับการ
00:09:36 → 00:09:39คิ้คดกันมาตั้งนานแล้วเนี่ยก็คือจะเห็น
00:09:39 → 00:09:42ว่าหมอหูเขาจมูกบางทมีไฟหรือกระจกที่ศีษะ
00:09:42 → 00:09:44สะท้อนไปสะท้อนมาเรามีกระจกอันเล็กๆเข้า
00:09:44 → 00:09:46มาตรงเยค่ะแต่ว่าอันนี้เครื่องมือพื้นฐาน
00:09:46 → 00:09:49อันนึงนะคะอ่าแสดงให้ดูแล้วกันว่าเรา
00:09:49 → 00:09:52สามารถเอากระจกส่องอย่างเงี้ยค่ะนะคะแล้ว
00:09:52 → 00:09:54ก็เรามองเห็นสายเสียงได้โดยไฟตรงนี้ก็
00:09:54 → 00:09:57สะท้อนองให้มองเห็นข้างในใช่ค่ะลองดูมั้ย
00:09:57 → 00:10:00คะอ่าคุณลองโมอ่าแล้วเราเอกระจกนะคะแล้ว
00:10:00 → 00:10:03พอมองมองไปมองมาในที่สุดคุณจะเห็นอ๋อใช่
00:10:03 → 00:10:06เห็นแล้วอ้อใช่เห็นชัดเลยครับเห็นคใช่ค่ะ
00:10:06 → 00:10:09นี่เพราะสะท้อนจากกระจกที่ 2 ลงไปใช่ค่ะ
00:10:09 → 00:10:11แต่ว่าปัจจุบันเนี่ยเราก็จะมีกล้องนานา
00:10:11 → 00:10:14ชนิดนะคะอาจจะเป็นแท่งแล้วมีมุม 90 องศ
00:10:15 → 00:10:17เข้าไปสอกดูสายเสียงออกมาหรือมีกล้องสาย
00:10:17 → 00:10:20อ่อนเข้าทางจมูกแล้วก็มีเครื่องบางอย่าง
00:10:20 → 00:10:22ซึ่งจะทำให้การเคลื่อนไหวของสายเสียง
00:10:23 → 00:10:26เนี่ยดูเสมือนเป็นสโลว์โมชั่นอ๋อเป็นภาพ
00:10:26 → 00:10:28ช้าทำให้เห็นการหของขอบอันเนี้ยปัจจุบัน
00:10:28 → 00:10:30ก็จะทำได้หมดขอตรวจบ้างได้มั้ยครับ
00:10:30 → 00:10:32อาจารย์ค่ะว่ากล่องเสียงสายเสียงผมเป็น
00:10:32 → 00:10:36ยังไงบ้างได้ค่ะเอาเลยนะฮะได้ค่ะช่วงหน้า
00:10:36 → 00:10:39เราจะมาดูกันสิครับว่าเวลาคุณหมอตรวจ
00:10:39 → 00:10:44กล่องเสียงของเราเ้ามีวิธีการอย่าง
00:10:44 → 00:10:47ไรเครื่องไม้เครื่องมือเยอะเหมือนกันนะฮะ
00:10:47 → 00:10:50ตรงนี้ค่ะอันนี้ห้องตรวจหูคอจมูกค่ะแต่
00:10:50 → 00:10:52ว่าวันนี้เราจะตรวจเฉพาะกล่องเสียงอันนี้
00:10:52 → 00:10:56ก็คือที่กล่าวถึงไว้เมื่อกี้นะคะก็คือมี
00:10:56 → 00:10:59ไฟที่สุยสะนะคะแล้วก็อันนี้เนี่ยเราจะ
00:10:59 → 00:11:02ส่องเข้าไปในคอเพื่อที่จะดูภาพสายเสียง
00:11:02 → 00:11:05นี้วิธีวิธีเดิมใช่ค่ะซึ่งก็ยังคงใช้กัน
00:11:05 → 00:11:07อยู่แต่เนื่องจากว่าวันนี้เราอยากจะออก
00:11:07 → 00:11:10ทีวีกันด้วยเพราะฉะนั้นก็จะมีกล้อง
00:11:10 → 00:11:13เทเลสโคปนะสเลยนี่ถ่ายทอดสดกล่องเสียงผม
00:11:13 → 00:11:16ออกอากาศไปเลยใช่มั้ยฮะถึงไส้ถึงพุงเลย
00:11:16 → 00:11:18ถึงไส้ถึงพุงเลยนะฮะต้องทำอะไรครับ
00:11:18 → 00:11:20อาจารย์ค่ะเดี๋ยวขอตรวจกล่องเสียงนะคะ
00:11:20 → 00:11:22ด้วยวิธีการผมต้องทำอะไรบ้างฮะแลบลิ้นค่ะ
00:11:22 → 00:11:26แลบลิ้ฮะค่ะอ้าปากแลมลิ้นค่ะเดี๋ยวๆบอก
00:11:26 → 00:11:30ไม่เจ็บเลยค่ะ
00:11:30 → 00:11:33ร้องแอร์นะ
00:11:33 → 00:11:37คะหายใจค่ะอ่ะ
00:11:37 → 00:11:42เออใค่ะโอเคค่ะเรียบร้อยเฮ้ยนี่อะไรฮะ
00:11:42 → 00:11:44อาจารย์โคนลิ้นโคนลิ้นของผมตรงนี้เหรอฮะ
00:11:44 → 00:11:46ถูกค่ะอย่างงี้เป็นปกติค่ะอุ้ยนี่อะไรน้ำ
00:11:46 → 00:11:49ลายเหรอครับใช่ค่ะเกันน้ำท่วมอันนี้อะไร
00:11:49 → 00:11:52ครับอาจารย์ฟ้าปิดกล่องเสียงค่ะอ๋อที่เรา
00:11:52 → 00:11:56เห็นในใช่เหในโมเดลเแล้วสายเสียงสายเสียง
00:11:56 → 00:11:58คือเส้นขาวๆข้างล่างแต่ว่ามันเห็นเฉพาะ
00:11:58 → 00:12:00ครึ่งหลังนิดเดียวอันนี้ใช่มั้ยฮะ 2 อัน
00:12:00 → 00:12:03นี้ใช่ค่ะเป็นไงบ้างครับสภาพเป็นไงฮะก็
00:12:03 → 00:12:06สวยค่ะสวยอยู่หล่อเหมือนตัวฮะทนี้ถ้าเกิด
00:12:06 → 00:12:09มีปัญหาเนี่ยภาพนี้จะเห็นเป็นยังไงบ้างฮะ
00:12:09 → 00:12:12เราก็อาจจะเห็นมีตุ่มที่เส้นเสียงมีห้อ
00:12:12 → 00:12:15เลือดอาจจะเห็นขยับข้างเดียวอ๋อคือนี้
00:12:15 → 00:12:18อาจารย์หยุดภาพไว้ฟรีซเอาไว้ใช่ค่ะแต่
00:12:18 → 00:12:21เวลาชีวิตจริงเ่อปกติเราจะถ่ายเป็นวิดีโอ
00:12:21 → 00:12:25เก็บไว้ได้อ๋อฮะก็คือจะบันทึกไว้ได้หมด
00:12:25 → 00:12:27ว่าเวลาส่องเข้าไปเห็นตรงไหนไอ้ตุ่มอะไร
00:12:27 → 00:12:30จะเห็นชัดมั้ยฮะชัดค่ะชัดเลยใช่มั้ฮะอื
00:12:30 → 00:12:33การการตรวจแบบนี้เป็นการตรวจเบื้องต้น
00:12:33 → 00:12:35เท่านั้นมั้ยฮะหรือว่าจะสามารถวินิจฉัย
00:12:35 → 00:12:38ต่อไปได้อาจารยอปกติเนี่ยจริงๆถ้าใช้เวลา
00:12:38 → 00:12:40นานหน่อยเนี่ยแม้แต่การตรวจด้วยกระจก
00:12:40 → 00:12:43ธรรมดาเราก็เห็นรายละเอียดของโรคที่ใส
00:12:43 → 00:12:45เสี่ยงนะคะแต่เราบันทึกไม่ได้อส่วนกล้อง
00:12:45 → 00:12:48อันนี้เนี่ยอ่าความคมชัดจะไม่มากแล้วก็
00:12:48 → 00:12:51เอ่ออันนี้บันทึกภาพเคลื่อนไหวไม่ได้งั้น
00:12:51 → 00:12:53เราก็จะใช้ดูคร่าวๆก่อนอ๋อถ้าเผื่อว่า
00:12:53 → 00:12:56สงสัยว่ามีพญาที่สภาพอยากจะดูรายละเอียด
00:12:56 → 00:12:59เพิ่มเติมก็จะมีกล้องที่อยู่ในอีกห้องอ๋อ
00:12:59 → 00:13:02ฮะค่ะแล้วก็คนไข้เองจะเข้าใจมากขึ้นอื
00:13:02 → 00:13:05เพราะบางทีบอกตุ่มสายเสียงคนไข้ก็แบบตุ่ม
00:13:05 → 00:13:08อะไรยังไงใช่ค่ะมันงั้นถ้าเผื่อเห็นปุ๊บ
00:13:08 → 00:13:11เนี่ยคนไข้จะเข้าใจทันทีอ๋อตุ่มอยู่ตรง
00:13:11 → 00:13:13นี้เองหมอจะตัดตรงนี้หรือว่าใายเสียงเป็น
00:13:13 → 00:13:16อัมพาตหมอจะแก้ไขตรงนี้ให้ปิดได้อะไร
00:13:16 → 00:13:18อย่างเงี้ยคนไข้จะมีความเข้าใจมากขึ้น
00:13:18 → 00:13:20ครับค่ะงั้นเดี๋ยวเราขอไปดูที่ห้องนั้น
00:13:20 → 00:13:21กันได้แ
00:13:21 → 00:13:28[เพลง]
00:13:28 → 00:13:30ค่ะเครื่องมือนี้เรียกว่าอะไรครับอาจารย์
00:13:30 → 00:13:36เ่าวิโอสโคปค่ะครับก็คือจะมีกล้องซึ่งดู
00:13:36 → 00:13:38กล่องเสียงอนะคะอาจจะตัวใหญ่กว่าไม่ชี้
00:13:38 → 00:13:40นิดนึงเมื่อกี้เยอะเหมือนกันนะภาพจะคมชัด
00:13:40 → 00:13:44ขึ้นค่ะแล้วก็เป็นระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งจะ
00:13:44 → 00:13:47ทำให้เราเก็บภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้วก็
00:13:47 → 00:13:50ไปวิเคราะห์ได้อครับอันนี้เป็นตัวอย่าง
00:13:50 → 00:13:53ของสายเสียงซึ่งค่อนข้างปกตินะคะมีการ
00:13:53 → 00:13:55เคลื่อนไหวปกติอตอนนี้กำลังออกเสียงอยู่
00:13:55 → 00:13:58นะคะแล้วก็ในช่วงจังหวะที่เขาหายใจเี่ก็
00:13:58 → 00:14:02จะเห็นอ้าออกนิดนึงนะคะได้แล้วก็อ่าตรง
00:14:02 → 00:14:05นี้หายใจนะคะออออย่างงี้ถือว่าปกติก็ค่อน
00:14:05 → 00:14:07ข้างปกติอ่ะค่ะแต่ว่าอาจจะกดไลย้อนิด
00:14:07 → 00:14:11หน่อยอะไรเงี้ยค่ะออเหรออย่างดได้อาจจะค
00:14:11 → 00:14:14อันนี้มีสายเสียงด้านซ้ายขยับไม่ค่อยดีนะ
00:14:14 → 00:14:18คะฝั่งฝั่งนี้ค่ะฝั่งซ้ายค่ะแล้วก็ฝั่ง
00:14:18 → 00:14:19นี้จะ
00:14:19 → 00:14:22เป็นจะเห็นบางจังหวะเราจะเห็นสายเสียง
00:14:22 → 00:14:25ขยับตัวเป็นคลื่นอย่างรายนี้ผิดปกติอะไร
00:14:25 → 00:14:28บ้างครับก็มีสายเสียงข้างซ้ายเป็นอัมพาต
00:14:28 → 00:14:33อ๋อค่ะแล้วก็มีอ่าลักษณะเหมือนกันกระแทก
00:14:33 → 00:14:36ของบริเวณด้านหลังของกล่องเสียงนิดนึงทำ
00:14:36 → 00:14:38ให้มีเนื้ออักเสบขึ้นตรงเนี้ยนี่เหรอฮะ
00:14:38 → 00:14:41ค่าจุดเล็กๆเนี่ยค่ะอู้หูแทบจะเล็กมากเลย
00:14:41 → 00:14:43นะครับแต่จากเครื่องมือนี้ถ้าคิดว่ากล่อง
00:14:43 → 00:14:45เสียงสายเสียงอเล็กนิดเดียวอันนี้ก็ถือ
00:14:45 → 00:14:47ว่าเล็กค่ะเป็นอัมพาตแบบนี้เนี่ยมันจะมี
00:14:47 → 00:14:50ผลยังไงบ้างฮกับการพูดการใช้ชีวิตของคน
00:14:50 → 00:14:53ไข้เอ่อจริงๆเวลาคนไข้มาหาเรื่องสายเซียง
00:14:53 → 00:14:55เป็นอัมพาตอ่ะที่สำคัญที่สุดก็คือเราต้อง
00:14:55 → 00:14:59รู้สาเหตุก่อนครับค่ะคนไข้จำนวนนึงอ่าอาจ
00:14:59 → 00:15:02จะมีเนื้องอกบางอย่างมากดเส้นประสาทอืตัว
00:15:02 → 00:15:04อย่างเช่นมีเนื้องอกที่ต่อมไทรอยด์มี
00:15:05 → 00:15:07เนื้องอกในปอดบางคนเป็นมะเร็งปอดด้วยซ้ำ
00:15:07 → 00:15:09งั้นต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อนอันที่ 1 ก็
00:15:09 → 00:15:13คือเสียงแหบครับแล้วจะมีบาลายที่สบางราย
00:15:13 → 00:15:16สำลักน้ำได้อืสำลักอาหารหรือสำลักน้ำได้
00:15:17 → 00:15:19การเปิดปิดไม่ไม่เอจังหวะปิดไม่สมบูรณ์
00:15:19 → 00:15:22เพราะว่าอาหารเจะต้องผ่านอ้อมกรองเสียง
00:15:22 → 00:15:24แล้วคยลงหลอดอาหารอซึ่งในจังหวะที่ผ่าน
00:15:24 → 00:15:27อ้อมเนี่ยมันมันอ้อมออกไปด้านเยค่ะ 2
00:15:27 → 00:15:29ข้างค่ะเพรางั้นถ้าข้างเยปิดไม่สนิทบางที
00:15:29 → 00:15:32มันเสียจังหวะเทเข้าไปได้นิดหน่อยอ๋อย้อน
00:15:32 → 00:15:35เพราะฉะนั้นการรักษาเองของเราเนี่ยถ้าตัว
00:15:35 → 00:15:39เส้นประสาทเสียเราทำให้เขากลับคืนไม่ได้
00:15:39 → 00:15:42อืแต่เรารักษาให้มันปิดสนิทได้ด้วยวิธี
00:15:42 → 00:15:46อะไรฮะอ่าอาจจะมีการฉีดสารบางอย่างที่ใส่
00:15:46 → 00:15:49เสี่ยงนะคะยกตัวอย่างอาจจะเป็นเช่นเ่อมี
00:15:49 → 00:15:52ไขมันของตัวเราเองหรือเป็นสารสังเคราะห์
00:15:52 → 00:15:55บางอย่างออค่ะหรือเป็นเนื้อเยื่อของตัว
00:15:55 → 00:15:57เองมาฉีดก็ได้แล้วถ้าเผื่อบางคนเป็นมาก
00:15:57 → 00:16:00สำลักเยอะบางทีเราผ่าตัดจากด้านนอกแล้วก็
00:16:00 → 00:16:06มีการหนุนด้วยอ่าเป็นวัสดุเป็นซิลิโคนค่ะ
00:16:06 → 00:16:08ครับโอซับซ้อนมากนะฮะซับซ้อนมากค่ะก็
00:16:08 → 00:16:12สามารถแก้ปัญหานี้ได้แต่ยังไงก็ตามสมมุติ
00:16:12 → 00:16:16ว่าเคยเต็มร้อยร้องเพลงเราทำแล้วคงไม่ได้
00:16:16 → 00:16:19ถึงขนาดนั้นเหรอฮะแต่ก็สามารถสื่อสารได้
00:16:19 → 00:16:22คุยมือถือได้อะไรได้ค่ะครับอืสำหรับอัน
00:16:22 → 00:16:24นี้เนี่ยเกิดจากการที่เค้าช่วงที่เ้าเป็น
00:16:24 → 00:16:27หวัดแล้วเาใช้เสียงเยอะครับมันเกิดการห้อ
00:16:27 → 00:16:30เลือดที่สายเสียงออ๋อแล้วก็ยังคงเป็นถุ
00:16:30 → 00:16:32ห้อเลือดเล็กๆอยู่ที่สายเสียงเหรอฮหน้าตา
00:16:32 → 00:16:34เป็นไงฮะติ่งเนื้อหรือห้อเลือดที่สาย
00:16:34 → 00:16:37เสียงค่ะอ่าอันนี้เห็นมั้ยคะเมดเบอเรอเลย
00:16:37 → 00:16:43นะฮะค่ะค่ะอ๋อเป็นตรงขอบเลยค่ะแต่เป็น
00:16:43 → 00:16:46ข้างเดียวค่ะอย่างงี้ถือว่าขนาดใหญ่มั้ย
00:16:46 → 00:16:49ฮะแบบนี้ไม่ใหญ่ค่ะอ๋อเหรอครับมีใหญ่กว่า
00:16:49 → 00:16:52นี้อีกเหรอฮะมีค่ะอู้แต่แค่เนี้ยก็จะเห็น
00:16:52 → 00:16:54ว่าเมื่อกี้ได้ยินเสียงมั้ยคะเสียงคนไข้
00:16:54 → 00:16:57ไม่ใสเพราะว่าตุ่มเนี้ยมันจะรบกวนการ
00:16:57 → 00:17:00เคลื่อนไหวที่ปกติของสายครับทำให้ตัด
00:17:00 → 00:17:02คลื่นเสียงออกมาไม่ดีก็ออกมาเป็นในรูป
00:17:02 → 00:17:04เสียงแบอ๋อจะเป็นอ๋อเสียงแหบออกมาใช่ค่ะ
00:17:04 → 00:17:07ถ้าเสียงหายหมดเลยเนี่ยมันมันเทำไมถึงคน
00:17:07 → 00:17:11เราจะเสียงหายไปหมดนะอาจารย์บางคนเนี่ย
00:17:11 → 00:17:14สายเสียงปิดไม่ได้นะคะคืออ้าอยู่อาจจะ
00:17:14 → 00:17:16เป็นเพราะเป็นอัมภาต 2 ข้างหรือเป็น
00:17:17 → 00:17:20อัมพาตข้างเดียวก็ได้แต่ว่าเส้นประสาทมัน
00:17:20 → 00:17:22เสียหายหนักอืหรือเสียหายตั้งแต่บริเวณ
00:17:22 → 00:17:25กั้นสมองลงมาทำให้มันช่องมันกว้างมากพูด
00:17:25 → 00:17:29แล้วมีแต่ลมครับจะพูด 1 2 3 ก็มี 2 3
00:17:29 → 00:17:32มันออกมาแค่นี้มีนะคะครับวิธีรักษาปล่อย
00:17:32 → 00:17:35ให้บางทีหายไปเองได้เหรอครับบางครั้งหาย
00:17:35 → 00:17:38เองได้แต่ว่าต้องไม่ไปทำอันตรายต่อมันซ้ำ
00:17:38 → 00:17:41ซ้อนก็คือก็คือพักเสียงใช้เสียงที่เ
00:17:41 → 00:17:45จำเป็นแล้วก็มีเหมือนกันบางรายเนี่ยพอใช้
00:17:45 → 00:17:47เสียงถูกต้องแล้วมันยุบหายไปเกือบหมดได้
00:17:47 → 00:17:50แต่ถ้ามันยุบหายไม่หมดเนี่ยเราก็ไปตัดออก
00:17:50 → 00:17:53อโตัดยังไงฮอาจารย์เปิดตรงไหนฮะไม่ค่ะ
00:17:53 → 00:17:55เข้าเข้าจากทางด้านปากค่ะต้องลมยสลบอ๋อ
00:17:55 → 00:17:57ไม่ต้องเปิดอะไรตรงแถวนี้ใช่แต่คงนึกออก
00:17:57 → 00:17:59ว่าใายเสียงมันเล็กนิดเดียวเพราะฉะนั้น
00:17:59 → 00:18:02ตุ่มเยมันสักมิลลิเมตรอือเพราะฉะนั้น
00:18:02 → 00:18:04เครื่องมือก็จะเล็กมากกรรไกรเล็กมาก
00:18:04 → 00:18:07เครื่องมือเล็กมากก็จำเป็นต้องใช้กล้อง
00:18:07 → 00:18:10ขยายเพื่อทำการผัดตัดเพื่อจะให้คุณภาพที่
00:18:10 → 00:18:15ดีนะคะเพราะฉะนั้นอย่าไปใช้จนมันมีอาการ
00:18:15 → 00:18:17แบบนี้ใช่มั้ใช่
00:18:17 → 00:18:22[เพลง]
00:18:22 → 00:18:26คโอ้โหนี่เป็นครั้งแรกนะครับที่ได้รู้จัก
00:18:26 → 00:18:29กล่องเสียงตัวเองแล้วก็เส้นเสียงว่าเป็น
00:18:29 → 00:18:33ยังไงทำหน้าที่ยังไงมีอีกกลุ่มนึงที่เค้า
00:18:33 → 00:18:36ไม่มีกล่องเสียงถูกตัดกล่องเสียงออกไปค่ะ
00:18:36 → 00:18:39ทำไมถึงเกิดยงงั้นได้ครับอาจารย์เอ่อคือ
00:18:39 → 00:18:41กลุ่มใหญ่ของคนไข้ที่ต้องตัดกล่องเสียง
00:18:41 → 00:18:43ออกไปเนี่ยจะเป็นคนไข้ที่เป็นมะเร็งกล่อง
00:18:43 → 00:18:46เสียงนะคะครับแล้วก็มะเร็งกล่องเสียง
00:18:46 → 00:18:50เนี่ยส่วนใหญ่เรียกว่า 99% เนี่ยอืเกิด
00:18:50 → 00:18:54จากการที่สูบบุหรี่จัดอ๋อแล้วถ้าทานเหล้า
00:18:54 → 00:18:57ด้วยก็ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นไปอีกเพราะ
00:18:57 → 00:19:00ฉะนั้นพูดได้เลยว่าถ้าเราลดบุหรี่ลดเหล้า
00:19:00 → 00:19:02อืมะเร็งอันนึงที่เราจะป้องกันได้ก็คือ
00:19:02 → 00:19:05อันนี้แหละค่ะมะเร็งกล่องเสียงจากการสูบ
00:19:05 → 00:19:07บุหรี่จัดเป็นหลักก่อนเลยนะฮใช่ค่ะคราว
00:19:07 → 00:19:10นี้มะเร็งกล่องเสียงเนี่ยถ้าคนไข้มาระยะ
00:19:10 → 00:19:13ต้นครับเราสามารถรักษาให้หายขาดโดยไม่
00:19:13 → 00:19:17ต้องตัดกล่องเสียงออกทั้งอันได้นะคะตัว
00:19:17 → 00:19:20อย่างเช่นการตัดกล่องเสียงแบบครึ่งนึง
00:19:20 → 00:19:24เสี้ยวเดียวนะฮะทำได้สมมุติจากอันนี้
00:19:24 → 00:19:27ว่าว่าอันเนี้ยค่ะเหมือเอาออกไปเสี้ยวนึง
00:19:27 → 00:19:29ค่ะฮุ้ยค่ะาครึ่งเลยนะฮอ่าแล้วเราเอา
00:19:29 → 00:19:32กล้ามเนื้อเข้าไปเข้าไปคลุมแทนคราวนี้ถ้า
00:19:32 → 00:19:34เผื่อมันกินเยอะเป็นมากนะคะตัดเสี้ยว
00:19:34 → 00:19:36เดียวก็ไม่หมดเราก็จะยกอันนี้ออกทั้งอัน
00:19:36 → 00:19:39นะคะทีนี้ยกออกยกออกยังไงครับอาจารย์ถ้า
00:19:39 → 00:19:43ดูตามเยนะคะครับข้างหลังเนี่ยมันจะมีมี
00:19:43 → 00:19:48ผนังคอหอยอยู่อ่าด้านหลังงั้นพอเรายกข้าง
00:19:48 → 00:19:50หน้านี้ออกไปเราก็เย็บผนังคอหอยปิดเข้าก
00:19:50 → 00:19:53หากันลงมาจากช่องปากก็ลงหลอดอาหารเลยตรง
00:19:53 → 00:19:57นี้หายไปเลยค่ะอุ้ยแล้วเราก็จัด
00:19:57 → 00:20:01การเลี้ยวเอาหลอดลมอันเนี้ยมาเปิดรูตรงคอ
00:20:01 → 00:20:04อ๋อยกอันนี้ออกไปเลยทั้งอันนะคะข้างหลัง
00:20:04 → 00:20:08ก็เย็บปิดไปเลยเ้าหายใจทางทางรูที่คอใช่
00:20:08 → 00:20:11จมูกไม่ใช่ะไม่ใช่ค่ะเวลาทางปากก็คือรับ
00:20:11 → 00:20:14ประทานอาหารกืก็ลงหลอดอาหารไปเลยโดยตรง
00:20:14 → 00:20:16เลยไม่อ้อมผ่านกล่องเสียงอีกต่อไปค่ะอ๋อ
00:20:16 → 00:20:19อันนี้ในกรณีที่เป็นมากฮะค่ะพอตัดออกไป
00:20:19 → 00:20:23เนี่ยฮะผลที่เกิดขึ้นคืออะไรฮะก็พูดไม่
00:20:23 → 00:20:25ได้แน่ๆเลยพูดไม่ได้ไม่มีตัวเปล่งเสียงนะ
00:20:25 → 00:20:29คะแล้วก็มีรูอยู่ตรงคอตรงเนี้ยนะคะซึ่งก็
00:20:29 → 00:20:32แน่นอนว่าบางทีมันก็มีน้ำลายมีเสียมผ่า
00:20:32 → 00:20:36ออกมาแล้วก็มันจะแห้งครับเวลาหน้าหนาวก็
00:20:36 → 00:20:39จะแห้งบางทีมีเลือดออกจะไม่ได้กลิ่นอีก
00:20:39 → 00:20:42เลยไม่ได้กลิ่นอีกเลยใช่ค่ะการไม่ได้
00:20:42 → 00:20:46กลิ่นเนี่ยกินอะไรก็ไม่อร่อยนะคะออเพราะ
00:20:46 → 00:20:49ฉะนั้นเอ่อชีวิตเปลี่ยนแปลงเยอะครับผมแต่
00:20:49 → 00:20:51ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือการสื่อสาร
00:20:51 → 00:20:54ซึ่งจริงๆปัจจุบันก็มีหลายเทคนิคนะคะอ
00:20:54 → 00:20:58อย่างเช่นอ่าการพูดด้วยหลอดอาหารครับการ
00:20:58 → 00:21:02ใช้เครื่องมาจอดให้ท้านพอนะคะค่ะเ่อเา้า
00:21:02 → 00:21:05เรียก electrol Link แล้วก็อีกอันนึงก็
00:21:05 → 00:21:09คือทำเว้าคือเจาะช่องอันเล็กๆระหว่างหลอด
00:21:09 → 00:21:12ลมกับหลอดหลอดกับหลอดอาหารที่แยกออกจาก
00:21:12 → 00:21:14กันเนี่ยเจาะช่องเล็กๆเพื่อให้ลมจากปอด
00:21:14 → 00:21:16เนี่ยเลี้ยวเข้าไปทางช่องปากแล้วใช้พูด
00:21:16 → 00:21:19ตามเดิมอันนั้นก็จะเป็นอีกขั้นอีกอีกเป็น
00:21:19 → 00:21:22การผ่าตัดอีกอันนึงซึ่งเราจะเลือกวิธีไหน
00:21:22 → 00:21:24นี่ขึ้นกับอะไรบ้างครับก็คงหลายๆปัจจัย
00:21:24 → 00:21:27อ่ะค่ะแต่ว่าทางของโรงพยาบาลศิริราชเอง
00:21:27 → 00:21:30เนี่ยที่เราฝึกพูดด้วยหลอดอาหารเยอะเพราะ
00:21:30 → 00:21:32ว่าการพูดด้วยหลอดอาหารเนี่ยข้อดีก็คือ
00:21:32 → 00:21:34มันไม่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษไม่ต้องซื้ออะไร
00:21:35 → 00:21:37อีกแล้วไม่ต้องเจาะอะไรอีกแล้วแต่ข้อด้อย
00:21:37 → 00:21:40ก็คือมันฝึกยากค่ะฝึกยากค่ะมันก็จะเหมือน
00:21:40 → 00:21:45คุณชีวิตนี้จะหัดพูดภาษาออใหม่เลยอ่ะ
00:21:45 → 00:21:47เหมือนเริ่มใหม่เลยาร่ใหม่มันยากมั้ยฮะ
00:21:48 → 00:21:49พูดด้วยหลอดอาหารแล้วมันต้องอย่างอย่า
00:21:49 → 00:21:52อย่างเราคนทั่วไปเราฝึกได้มั้ยฮะหรือคุณ
00:21:52 → 00:21:54ต้องบังคับให้ตัวเองเรอได้ทุกครั้งที่
00:21:54 → 00:22:03ต้องการเรอเป็นไงอาจารย์เช่น
00:22:03 → 00:22:04ต้องบังคับให้ตัวเองเรอได้ทุกครั้งที่
00:22:04 → 00:22:07ต้องการก่อนแล้วเสียงเรอเนี่ยค่ะจะใช้แทน
00:22:07 → 00:22:09เสียงเสียงออกเสียง
00:22:09 → 00:22:13[เพลง]
00:22:13 → 00:22:17เสียงงั้นเวลาพูดในหลอดอาหารก็อย่าดันออก
00:22:17 → 00:22:20มาแบบนี้ให้พูด
00:22:20 → 00:22:25ธรรมดาออย่าเงเบาๆเบาๆ
00:22:25 → 00:22:30อ่าอ่ะ
00:22:30 → 00:22:35อ่าจะอ่าเหมือนเจะเลยหุบปากแล้วก็คืนแล้ว
00:22:35 → 00:22:38ค่ะอเราไป
00:22:38 → 00:22:42เก่งไป
00:22:42 → 00:22:45เก่งแต่ว่าจะไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม
00:22:45 → 00:22:48เนี่ยมันก็จะมีข้อดีข้อเสียทั้งนั้นนะคะ
00:22:48 → 00:22:51ทางศิริราชเนี่ยได้มีชมรมผู้ไร้กล่องเสีย
00:22:51 → 00:22:55มาเป็นเวลานานมากมีทั้งนักแก้ไขการพูดของ
00:22:55 → 00:22:58เราแล้วก็มีทั้งคนที่ตัดกองเสียงแล้วพูด
00:22:58 → 00:23:03ได้มาเป็นผู้สอนในลักษณะจิตอาสาไม่ได้ได้
00:23:03 → 00:23:05เงินเดือนเลยนะคะฮะมาทุกสัปดาห์เลยค่ะ
00:23:05 → 00:23:08เป็นการทำให้รู้เลยว่ามนุษย์เราเนี่ยมี
00:23:08 → 00:23:11ความสามารถในการปรับตัวอย่างมากครับสูญ
00:23:11 → 00:23:13เสียของไปอย่างหนึงก็พยายามปรับตัวจะเอา
00:23:14 → 00:23:16อีกอย่างหนึ่งมาชุดแทนซึ่งถือว่าเป็นเป็น
00:23:16 → 00:23:19สิ่งซึ่งเรามาดูเค้าเนี่ยเราสามารถเอา
00:23:19 → 00:23:23กลับไปคิดได้เลยว่าใช่คนเราสามารถปรับตัว
00:23:23 → 00:23:26แก้ไขได้ทุกปัญหาสู้ได้นะฮใช่ค่ะครับการ
00:23:26 → 00:23:29เกิดชมรมนี้เนี่ยจุดประสงค์คือ
00:23:29 → 00:23:32เพื่ออะไรบ้างก็เพื่อช่วยให้คนที่สูญเสีย
00:23:32 → 00:23:35กล่องเสียงได้กลับมาใช้ชีวิตที่ปกตินะคะ
00:23:35 → 00:23:38ครับผมเ่อการสื่อสารเป็นคุณสมบัติที่
00:23:38 → 00:23:40สำคัญที่สุดอย่างนึงของมนุษย์เพื่อให้มี
00:23:40 → 00:23:43ชีวิตที่ดีช่วยเหลือตัวเองได้กลับมาหลาย
00:23:43 → 00:23:46คนกลับมาประกอบอาชีพได้ค่ะแล้วก็ที่สำคัญ
00:23:46 → 00:23:49ที่สุดก็คือจิตใจอ่ะให้เขารู้สึกว่ามี
00:23:49 → 00:23:53ความสุขครับอาจารย์ได้ทำงานแบบนี้กับผู้
00:23:53 → 00:23:57ป่วยค่ะในช่วงเวลาหลายๆ 10 ปีอาจารย์เห็น
00:23:57 → 00:23:59แล้วก็
00:23:59 → 00:24:01คิดยังไงรู้สึกยังไงบ้างกับการทำหน้าที่
00:24:01 → 00:24:03นี้ครับอาจารย์คือหมอมีหน้าที่รักษาคนไข้
00:24:03 → 00:24:06ให้หายขาดนะคะครับเพราะฉะนั้น
00:24:06 → 00:24:09วัตถุประสงค์หลักก็คือหายจากโรคก่อนครับ
00:24:09 → 00:24:11ความพิการหรือสิ่งที่เราต้องสูญเสียไปมัน
00:24:11 → 00:24:14ก็เป็นเรื่องรองที่ตามมาครับงั้นเวลาหมอ
00:24:14 → 00:24:17ทุกคนเนี่ยเริ่มต้นชีวิตการเป็นแพทย์ก็จะ
00:24:17 → 00:24:21มุ่งให้หายก่อนครับแต่พอในที่สุดแล้วคน
00:24:21 → 00:24:26ทั้งทั้งคนเนี่ยจะต้องฟื้นฟูสมรรถภาพความ
00:24:26 → 00:24:29รู้สึกอืแล้วก็ให้เา้ากลับมาใช้ชีวิตคง
00:24:29 → 00:24:31เดิมเพราะฉะนั้นแต่เดิมเราก็คิดแค่รักษา
00:24:31 → 00:24:34ให้หายขาดแต่ตอนเนี้เรามองคนไข้แบบครบวง
00:24:34 → 00:24:39จรอ๋อค่ะต้องรักษาแล้วก็ฟื้นฟูให้เา้า
00:24:39 → 00:24:42กลับมีชีวิตที่ใกล้เคียงปกติมากที่สุดอ
00:24:42 → 00:24:44แล้วเราจะดูแลเสียงของเรายังไงดีครับให้
00:24:44 → 00:24:49ยังใช้ได้ไปตลอดให้อาการเจ็บป่วยหรือ
00:24:49 → 00:24:51อาการอะไรที่จะเกิดขึ้นกับเส้นเสียงกล่อง
00:24:51 → 00:24:53เสียงเราให้น้อยที่สุดนะอาจารย์แนะนำไง
00:24:53 → 00:24:56บ้างครับจริงๆก็ตรงไปตรงมานะคะก็คือใช้พอ
00:24:56 → 00:25:00ดีพอดีนะคะเราจะรู้ได้ไงว่ามันไม่พอดีดี
00:25:00 → 00:25:04นะฮะก็คือเราใช้มันมากเกินไปเค้นเกินไป
00:25:04 → 00:25:07จำนวนพูดชั่วโมงต่อวันเยอะเกินไปเอ่อไป
00:25:07 → 00:25:11ตะโกนมากเกินเสียงแหบแล้วก็การร้องเพลง
00:25:11 → 00:25:16อะไรก็ตามเนี่ยทุกคนก็รู้ว่าเราร้องได้
00:25:16 → 00:25:20ประมาณนี้นะคะการที่จะไปออกนอกคีตัวเองขอ
00:25:20 → 00:25:22ใช้คำนี้แล้วกันเนี่ยบางทีมันทำให้สาย
00:25:22 → 00:25:25เสียงเสียหายเหมือนกันนะเใช่ค่ะหรือบางคน
00:25:25 → 00:25:28อารม์ต่ำค่ะหรือร้องช่วงยาวมากครับเพราะ
00:25:28 → 00:25:31ฉะนั้นทุกอย่างเนี่ยถ้าจะทำให้มันดีที่
00:25:31 → 00:25:35สุดเนี่ยก็ต้องมีการฝึกฝนอแล้วก็เสียงมา
00:25:35 → 00:25:37จากปอดต้องออกกำลังให้แข็งแรงอเอ่อช่วง
00:25:37 → 00:25:41ไม่สบายก็ต้องพักผ่อนครับทันน้ำเยอะๆดูแล
00:25:41 → 00:25:44รักษาใายเสียงยาแก้แพ้แบบที่ทำให้คอแห้ง
00:25:44 → 00:25:46เนี่ยช่วงเป็นหวัดก็ไม่ควรทานนะคะตันน้ำ
00:25:46 → 00:25:49ให้เยอะแล้วก็อย่าใช้เสียงให้เกินกำลัง
00:25:49 → 00:25:53ครับนะคะเวลาไม่สบายมารักษาสิ่งที่รบกวน
00:25:53 → 00:25:56สายเสียงอย่าไปยุ่งกับมันนะคะก็ทราบอยู่
00:25:56 → 00:25:59แล้วค่ะบุหรี่
00:25:59 → 00:26:02แต่ยไงก็ตามเราควรจะดูแลเสียงกันทุกคนนะ
00:26:02 → 00:26:05ครับและเสียงออกมาได้ก็จากหลายๆอวัยวะภาย
00:26:05 → 00:26:08ในปากและคอของเราเนี่กล่องเสียงเส้นเสียง
00:26:08 → 00:26:11ก็สำคัญมากวันนี้รู้จักเสียงของเราไปแล้ว
00:26:11 → 00:26:13อย่าลืมดูแลนะครับขอบคุณอาจารย์นะครับที่
00:26:13 → 00:26:18ให้ความรู้กับเราในวันนี้ขอบคุณมากค่ะ
00:26:18 → 00:26:29[เพลง]
00:26:29 → 00:26:32ช่วง x-ray ใครที่เดินแล้วอาการเจ็บที่
00:26:32 → 00:26:35ฝ่าเท้าจนต้องหยุดพักอยู่บ่อยๆไม่แน่นะ
00:26:35 → 00:26:38ครับคุณอาจจะมีอาการที่เรียกว่าภาวะเท้า
00:26:39 → 00:26:41แบนก็เป็นได้แต่จะเป็นอย่างไรต้องติดตาม
00:26:41 → 00:26:42ช่วงหน้า
00:26:42 → 00:26:53[เพลง]
00:26:53 → 00:26:56
00:26:56 → 00:26:56[เพลง]
00:26:56 → 00:27:00ครับผมมีร้านลักษณะของเป็นโรคเท้าแบนนะ
00:27:00 → 00:27:03ครับก็คือเท้าจะแบนแล้วก็เวลาเดินเนี่ยก็
00:27:03 → 00:27:06คือจะปวดเท้าเวลาเดินนันๆหรือว่าทำงาน
00:27:06 → 00:27:08เนี่ยผมจะต้องเดินในโรงงานเยอะนะครับ
00:27:08 → 00:27:10เพราะฉะนั้นก็คือจะปวดเท้าแล้วเดินได้ไม่
00:27:11 → 00:27:13นานก็คือบริเวณนี้จะไม่มีอุ้งเท้าครับจะ
00:27:13 → 00:27:16แบนเรียกเดินแค่ประมาณ 15 นาทีหรือครึ่ง
00:27:16 → 00:27:18ชั่วโมงเป็นเวลานานๆเนี่ยนะครับหรือว่า
00:27:18 → 00:27:21ยืนนานๆเนี่ยก็บริเวณนี้ก็จะเริ่มปวดปวด
00:27:21 → 00:27:24ขึ้นมาแล้วก็จะเริ่มปวดตั้งแต่บริเวณอุ้ง
00:27:24 → 00:27:26เท้าก่อนแล้วก็จะเริ่มไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ
00:27:26 → 00:27:29ครับจนถึงนอกครับผมตอนแรกก็คือนึกว่าเป็น
00:27:29 → 00:27:31ที่รองเท้าว่ารองเท้าไม่ดีก็คือเปลี่ยน
00:27:31 → 00:27:35รองเท้าไปเรื่อยจนเอ่อหาความรู้ศึกษาหา
00:27:35 → 00:27:37ความรู้เพิ่มเติมครับจรู้ว่าจริงๆแล้วก็
00:27:37 → 00:27:40คือตัวเองเป็นคนเท้าแบรนดเราต้องหารงเท้า
00:27:40 → 00:27:44หรือว่าหาแผ่นรองอะไรที่จะช่วยเอ่อดัน
00:27:44 → 00:27:47บริเวณตรงนี้เพื่อช่วยให้อาการพวกเมันหาย
00:27:47 → 00:27:52[เพลง]
00:27:52 → 00:27:55ลต้องถามอาจารย์ครับว่าคนไข้รายนี้มาพบ
00:27:55 → 00:27:59อาจารย์ด้วยอาการอะไรครับค่ะคนไก็คือมี
00:27:59 → 00:28:02อาการเหมือนแบบปวดเมื่อยล้าที่แบบบริเวณ
00:28:02 → 00:28:05อุ้มเท้าอะไรอย่าเงี้ยค่ะก็เลยมาพบตอนแรก
00:28:05 → 00:28:08คือต้องพบหมอก่อนนะคะก็วินิจฉัยออกมาว่า
00:28:08 → 00:28:11เป็นทาแบนแล้วก็เลยส่งมาที่โรงเรียนกาย
00:28:11 → 00:28:13อุปกรณ์นะครับอาการตอนแรกที่เรายังไม่
00:28:14 → 00:28:16ทราบว่าเป็นเท้าแบนดเนี่ยนะคุณพี่ครับตอน
00:28:16 → 00:28:19นั้นอาการมันเป็นยังไงที่บอกว่าคือเริ่
00:28:19 → 00:28:22จากที่เดินเดินถ้าเกิดเป็นระยะเวลานานนิด
00:28:22 → 00:28:25นึงเนี่ยก็คือจะเริ่มเปิดอุ้งเท้าพอเริ่ม
00:28:25 → 00:28:27เปิดอุ้งเท้าเนี่ยก็คือเดินไปเรือดปุ๊บก็
00:28:27 → 00:28:29จะเริ่มขึ้นมาจากน่องแล้วก็มันจะขึ้นมา
00:28:29 → 00:28:31ที่น่องนานที่ว่าเนี่ยเดินประมาณสักกี่
00:28:31 → 00:28:34นาทีถึงจะเริ่มปวดครับก็ประมาณ 15 นาที
00:28:34 → 00:28:38ถึง 20 นาทีขึ้นไปคนปกติก็ยังถือว่ายัง
00:28:38 → 00:28:42สบายๆนะ 15 นาทีแต่เรานี่เริ่มปวดแล้วก็
00:28:42 → 00:28:44เลยมาพบกับคุณหมอคุณหมอวินิจฉัยปั๊บอ่ะ
00:28:44 → 00:28:47คุณเป็นโรคเท้าแบนด์ครับผมเท้าแบนด์นี่
00:28:47 → 00:28:50มันลักษณะการเดิมมันจะไม่เหมือนคนปกติหรอ
00:28:50 → 00:28:52ครับมันเลยส่งผลให้ปวดความจริงเท้าแวนถ้า
00:28:52 → 00:28:54เราพูดจริงๆเนี่ยไม่ไม่ถือว่าเป็นโรคนะคะ
00:28:55 → 00:28:58เหมือเป็นลักษณะความผิดปกติเฉยๆึ
00:28:58 → 00:29:01เท้าเนี่ยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทประเภทแรกก
00:29:01 → 00:29:03ก็คือเท้าแบนดนะคะที่เรากำลังจะพูดถึงกับ
00:29:03 → 00:29:06คนไข้คนนี้แต่อีกประเภทนึงก็คือเท้ามี
00:29:06 → 00:29:10อุ้งเท้าสูงค่ะก็คือตรงข้ามกันเท้าคนเราเ
00:29:10 → 00:29:12นะคะปกติก็คืออย่างนี้ใช่มั้ยคะจะมีอุ้ง
00:29:12 → 00:29:15เท้าใชจะมีช่องอยู่ถ้าเท้าแบนก็คืออุ้ง
00:29:15 → 00:29:18เท้าเยมันแบนไปกับพื้นเราก็เลยแบบเรียก
00:29:18 → 00:29:21ภาษาชาวบ้านว่าอุ้งเท้าแบนเงี้ยแต่ถ้าคน
00:29:21 → 00:29:24อุ้งเท้าสูงคือตรงเนี้ยมันเยอะกว่าชาว
00:29:24 → 00:29:28บ้านเอ่ะค่ะอือเดี๋ยวเดี๋ยวให้คุณพี่ถอด
00:29:28 → 00:29:30ครับเราจะได้เห็นภาพว่าเป็นยังไงนะครับ
00:29:30 → 00:29:33ได้คือปกติเวลาเราเช็คอุ้งเท้าแบนเนะคะ
00:29:33 → 00:29:35เราจะต้องเช็คทั้งตอนนั่งแล้วก็ตอนยืน
00:29:35 → 00:29:38เพื่อให้คนไข้เนี่ยลงน้ำหนักคือตอนนั่งเ
00:29:38 → 00:29:40สมมุตินั่งก่อนก็ได้ค่ะคือบางทีเราอาจจะ
00:29:40 → 00:29:42ยังเห็นอุ้มเท้าอยู่มั่งเราอาจจะยัง
00:29:42 → 00:29:44วินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นเท้าแบนดค่ะแต่ว่า
00:29:44 → 00:29:48คนไข้ลุกขึ้นยืนนะคะลองยืนดูงอุ้งเท้า
00:29:48 → 00:29:50เนี่ยจากที่มันมีช่องอยู่นิดหน่อยเมื่อ
00:29:50 → 00:29:53กี้มันอาจจะล้มลงมาคือแบนแฟลตไปกับพื้น
00:29:53 → 00:29:55เลยอ๋อถ้าเป็นคนปกติเท้าปกติทั่วไปตรงนี้
00:29:55 → 00:29:58จะมีจะมีช่วงว่างอุ้งตรงนี้อยู่แต่สำหรับ
00:29:58 → 00:30:00คนที่เป็นลักณะแบบนี้เนี่ยก็จะไม่มีช่อง
00:30:00 → 00:30:03ว่างแล้วใช่มองรอดเนี่ยไม่เห็นช่องะอ่า
00:30:03 → 00:30:06เดี๋ยวๆเดี๋ยวผมลองผมดูบ้าได้ค่ะคืออย่าง
00:30:06 → 00:30:09เงี้ยของคุณกิ๊บก็คือจะมีเดี๋ยวเปรียบ
00:30:09 → 00:30:11เทียบให้กคุณพี่เลยพี่ปัลองดูนะฮะอ่ะ
00:30:11 → 00:30:13เปรียบเทียบ 2 เท้าให้ดูนะแต่ต้องยืนลง
00:30:13 → 00:30:16น้ำหนักเท่ากันทั้ง 2 คนอ่ะค่ะอ่าลองดูฮะ
00:30:16 → 00:30:18อย่าเงี้ยนะคะอันนี้ก็คืออุ้งเท้ามันแบน
00:30:18 → 00:30:21ติดไปกับหูส่วนส่วนตรงนี้ก็คือมีอุ้งเท้า
00:30:21 → 00:30:24เป็นค้มๆอยู่อย่างงี้คก็คือจะเห็นชัดเจน
00:30:25 → 00:30:27เลยแต่ถ้าเกิดไม่สังเกตจะไม่รู้สึกชัเจ
00:30:27 → 00:30:29ใช่อาการที่เป็นแบบนี้เนี่ยส่งผลกับการ
00:30:29 → 00:30:32กับร่างกายในการเดินก็คือถ้าเดินไปนานๆ
00:30:32 → 00:30:35ใช้เท้ามากๆก็จะเมื่อยนะครับแล้วยังไงฮะ
00:30:35 → 00:30:38พอส่งมาที่อ่าโรงเรียนกายอุปกรณ์แล้วขั้น
00:30:38 → 00:30:40ตอนต่อไปเราจะต้องทำอะไรคือเราก็จะมีการ
00:30:40 → 00:30:44ตรวจเช็คอีกรอบนึงว่าแบบอุ้งเท้าแบนจริง
00:30:44 → 00:30:46หรือเปล่าอะไรเงี้ยคือเราก็จะมีอุปกรณ์
00:30:46 → 00:30:49ตัวนี้นะคะชื่อว่าเอ่อเป็น haris นะคะตัว
00:30:49 → 00:30:53นี้คือมันจะเป็นเหมือนแบแผ่นยางก็มีขีดๆ
00:30:53 → 00:30:57ตารางตารางค่ะเดี๋ยวคนไข้ก็คือจะยืนบนนี้
00:30:57 → 00:31:00เราก็จะมีกระดาษเนี่ยค่ะใส่เข้าไปแล้วเรา
00:31:00 → 00:31:03ก็จะต้องทาหมึกอันนี้คือทามาให้เรียบร้อย
00:31:03 → 00:31:07แล้วนะเดี๋ยวลองดูแล้วกันนะคะค่ะยื่นปกติ
00:31:07 → 00:31:10เลยค่ะยื่นปกติเดี๋ยวเราจะก้าวเท้าที่ไม่
00:31:10 → 00:31:13ได้ตรวจก่อนนะคะก็คือเท้าซ้ายก่อนค่ะก้าว
00:31:13 → 00:31:17เท้าขวานะคะแล้วก็วองตรงไปข้างหน้านะคะโค
00:31:17 → 00:31:29เราก็จะวาดกรอบเท้าคร่าวๆนะคะ
00:31:29 → 00:31:32คืออุ้งเท้าปกติของคนเราเนี่ยก็จะมีอยู่
00:31:33 → 00:31:35ประมาณครึ่งนึงเนี่ยครึ่งนึงเนี่ยควรจะ
00:31:35 → 00:31:38เป็นช่องว่างช่วงเนี้ยแต่ว่าตอนเอุ้งเท้า
00:31:38 → 00:31:40เนี่ยมันเริ่มมาเอางี้เดี๋ยวผมผมผมเหยียบ
00:31:41 → 00:31:44บ้างฮแล้วเดี๋ยวจะลองเียบ
00:31:44 → 00:31:53[เพลง]
00:31:53 → 00:31:55
00:31:55 → 00:31:55[เพลง]
00:31:55 → 00:31:58เบ่ะนี่ 2 ภาพนี่จะชัดเจนเลยใช่ใช่มั้ย
00:31:58 → 00:32:01ครับอาจารย์คในผู้ป่วยที่มีลักษณะเท้า
00:32:01 → 00:32:05เป็นปกติมันจะมีช่องว้าทางด้านนี้ซึ่งใช่
00:32:05 → 00:32:07ตามอ่าทั่วไปมันจะเป็นช่องว่างใช่ค่ะเป็น
00:32:07 → 00:32:09ช่องว่างนะฮะแต่ถ้าเกิดสำหรับคนที่มี
00:32:09 → 00:32:12ลักษณะเท้าแบนด์ก็จะเต็มหมดเลยใช่ช่อง
00:32:12 → 00:32:15ว่างตรงนี้จะโดนปิดด้วยเนื้อด้วยทิชชู
00:32:15 → 00:32:17อะไรอย่าเงี้อ่ะนะฮะลองสังเกตเท้าดูแต่
00:32:17 → 00:32:21อ่ะกลับมาที่เคสของคนไข้รายนี้ค่ะหลังจาก
00:32:21 → 00:32:26ที่ทราบแล้ววัดแล้วเราวัดเพื่ออะไรฮะเรา
00:32:26 → 00:32:28วัดเพื่อเพื่อให้แน่ใจว่าคนไข้คนเยเป็น
00:32:28 → 00:32:31เท้าแบนดจริงๆคือบางทีเแ่ะคะคือเราอาจจะ
00:32:31 → 00:32:33มองด้วยตาเนี่ยเอ้ยคนไข้เท้าแบนดหรือ
00:32:33 → 00:32:35เปล่าแต่ว่าถ้าอันเนี้ยมันวัดเพื่อให้ให้
00:32:35 → 00:32:37ความมั่นใจของเราเพิ่มขึ้นครับค่ะเรา
00:32:38 → 00:32:40วินิจฉัยว่าคนไข้เป็นเท้าแบนด์เราก็จะมา
00:32:40 → 00:32:44ออกแบบอุปกรณ์ค่ะขับอันนี้เขเรียกอุปกรณ์
00:32:44 → 00:32:47เสริมพยุงเอ่ออุ้งเท้านะคะเป็นอุปกรณ์
00:32:47 → 00:32:51แผ่นรองเท้าอันนี้เป็นแผ่นชนิดนิ่มนะคะก็
00:32:51 → 00:32:55คือจะใช้กับคนไข้ที่มีความแข็งของเท้า
00:32:55 → 00:32:58เนี่ยสูงหมายถึงว่ายืดหยุ่นน้อยครับค่ะ
00:32:58 → 00:33:01แต่ว่าคนไข้คนนเคือเท้าแบนเนี่ยยืดหยุ่น
00:33:01 → 00:33:03ความยืดหยุ่นเยอะมากนะก็คือน้ำหนักมันลง
00:33:03 → 00:33:05ไปเต็มๆเนื้อมันจะลงไปเต็มกับพื้นว่างั้น
00:33:05 → 00:33:06เถอะใช่คเพราะฉะนั้นเราต้องออกแบบอุปกรณ์
00:33:06 → 00:33:08ที่ค่อนข้างที่จะแข็งนิดนึงเพื่อที่จะ
00:33:09 → 00:33:12พยุงให้เท้าเนี่ยมันมีความยืดหยุ่นน้อยลง
00:33:12 → 00:33:15เพื่อให้มันคงที่มากขึ้นอย่าลืมนะครับว่า
00:33:15 → 00:33:18ของเดิมเนี่ยถ้าเป็นเท้าปกติมันยังมีเ่อ
00:33:18 → 00:33:20กระดูกอะไรคอยรับน้ำหนักแต่พอเป็นเท้าแบน
00:33:20 → 00:33:23ปั๊บทั้งหมดเนี่ยมันจะลงกดน้ำหนักของตัว
00:33:23 → 00:33:25เนี่ยไปลงที่พื้นหมดเลยเพราะฉะนั้นเราก็
00:33:25 → 00:33:28เลยต้องออกแบบส้นรองเท้าภายในเพื่อรับ
00:33:28 → 00:33:31สีระใช่ในแบบที่ควรจะเป็นใช่ค่ะแผ่นรอง
00:33:32 → 00:33:34เท้าที่เราใช้กันส่วนใหญ่ในปัจจุบันเนี่ย
00:33:34 → 00:33:37ค่ะก็จะมี 2 แบบครับค่ะแบบนี้เราเรียกว่า
00:33:37 → 00:33:39กึ่งยืดหยุ่นกึ่งนิ่มกึ่งแข็งอะไรอย่า
00:33:39 → 00:33:42เงี้ยค่ะก็จะเหมาะกับคนไข้ทั่วไปที่ยังมี
00:33:42 → 00:33:46ความยืดหยุ่นของเท้าอในแบบปกตินะคะหรือ
00:33:46 → 00:33:49ว่าคนที่มีอาการบาดเจ็บค่อนข้างเยอะคือ
00:33:49 → 00:33:52เราจะมีคอนเซปเหมือนกับว่าถ้าเท้าของคน
00:33:52 → 00:33:55ไข้เนี่ยค่อนข้างจะแข็งคือความยืดหยุ่น
00:33:55 → 00:33:58น้อยเราจะใช้อุปกรณ์ที่ใช้เอ่อววัดุที่
00:33:58 → 00:34:00นิ่มอนะคะอันนี้เป็นความความยึดหยุ่นน้อย
00:34:00 → 00:34:02นี่เปรียบเทียบได้กับคนที่มีลักษณะเท้า
00:34:02 → 00:34:06เป็นปกติทั่วไปแต่ถ้าเกิดคนที่เป็นลักษณะ
00:34:06 → 00:34:08เท้าแบนจะมีความยืดหยุ่นมากถูกมั้ยครับ
00:34:08 → 00:34:12ใช่ถูกค่ะสำหรับคนที่มีเท้าที่มีความยืด
00:34:12 → 00:34:13หยุ่นมากอย่างคนเท้าแบนอย่างเงี้ยนะคะเรา
00:34:13 → 00:34:15ก็จะต้องใช้อุปกรณ์ที่มันค่อนข้างจะแข็ง
00:34:15 → 00:34:19ขึ้นมานิดนึงเพื่อที่จะประคองเท้าให้มัน
00:34:19 → 00:34:22กลับไปสู่ภาวะที่มันใกล้เคียงกับคนที่มัน
00:34:22 → 00:34:26ปกติมากขึ้นอครับเนี่ผมขอถามอาจารย์ค่ะคน
00:34:26 → 00:34:28ไข้เนี่ยถ้าบอกว่าคนที่เป็นเท้าแบนด์มี
00:34:28 → 00:34:30ลักษณะเท้าที่มีความยืดหยุดมากมันก็ไม่
00:34:30 → 00:34:33น่าจะเจ็บปวดเท้าได้สิครับแต่อาการที่คน
00:34:33 → 00:34:35ไข้เดินแป๊บเดียว 15 นาทีก็ปวดเท้าได้
00:34:35 → 00:34:37เนี่ยมันเกิดจากอะไรครับทั้งๆที่มีความ
00:34:37 → 00:34:39ยิ่งหยุ่นมากค่ะคนที่เท้าแบนเนี่ยก็คือ
00:34:40 → 00:34:41ตัวกล้ามเนื้อหรือตัวเส้นเอ็นที่มัน
00:34:41 → 00:34:45ประคองอุ้งเท้าเนี่ยมันทำงานน้อยลงความ
00:34:45 → 00:34:47ยืดหยุดมันก็เลยจะเยอะเส้นเอ็นที่มัน
00:34:47 → 00:34:50ประคองอุ้งเท้าน้อยลงเนี่ยเวลาเวลาคนไข้
00:34:50 → 00:34:54เดินจริงๆเนี่ยมันจะมีเอ่อสเต็ปของมันว่า
00:34:54 → 00:34:56ช่วงแรกเนี่ยคนไข้จะต้องมีความยืดหยุ่น
00:34:56 → 00:34:59ค่อนข้างมากแต่ในช่วงสุดท้ายของการเดิน
00:34:59 → 00:35:02เนี่ยเราจะต้องใช้ความแข็งเพื่อที่จะให้
00:35:02 → 00:35:04ก้าวเท้าออกไปได้ตอนที่เรากำลังจะก้าว
00:35:04 → 00:35:06เดินอย่างนี้นะคะเราต้องใช้ความยืดหยุ่น
00:35:06 → 00:35:09ค่อนข้างเยอะเพื่อที่จะปรับพื้นอืตอนที่
00:35:09 → 00:35:12เราใช้ส้นเท้าลงเนี่ยนะคะค่ะแล้วคือตอน
00:35:12 → 00:35:14สุดท้ายที่เรากำลังจะก้าวออกก็คือเท้า
00:35:15 → 00:35:18เดิมเนี่ยนะคะเท้าขวาตอนเยค่ะเราต้องใช้
00:35:18 → 00:35:21ความแข็งกล้ามเนื้อกล้ามเนื้อต้องทำงาน
00:35:21 → 00:35:23หนักเพื่อที่เราจะก้าวออกไปได้แต่ว่าคน
00:35:23 → 00:35:26ไข้ที่เป็นเท้าแบนดเนี่ยไอ้ช่วงเนี้ยค่ะ
00:35:26 → 00:35:29มันทำยากมันใช้อะไรเยอะกล้ามเนื้อบริเวณ
00:35:29 → 00:35:32นั้นใช่ออค่ะอ้าอย่างคไขลายนี้ครับหลัง
00:35:32 → 00:35:34จากที่วัดเท้าว่าเป็นเท้าแบนแน่นอนแล้วจะ
00:35:34 → 00:35:37ต้องทำยังไงต่อไปครับพอดีอันนี้เป็นเคส
00:35:37 → 00:35:39ของผู้ใหญ่นะคะอุปกรณ์ที่เราใช้เนี่ยก็
00:35:39 → 00:35:41อาจจะเป็นอุปกรณ์ประเภทนี้ได้แต่ว่าเราจะ
00:35:41 → 00:35:44ใช้วัสดุที่ค่อนข้างแข็งครับค่ะอันนี้ลอง
00:35:44 → 00:35:47จับดูวัสดุมันจะนิ่มนิดนึงมันก็จะประคอง
00:35:47 → 00:35:51อุ้มเท้าไม่ค่อยได้มากนะคะแต่ว่าอันนี้
00:35:51 → 00:35:54เท้าปกติทั่วไปได้ทั่วไปได้ทั่วไปได้แต่
00:35:54 → 00:35:57สำหรับคนที่เป็นเท้าแบรนด์นี้ถือว่านิน
00:35:57 → 00:35:59นิ่มไปหน่อยค่ะนะฮะเพราะฉะนั้นเนี่ยเรา
00:35:59 → 00:36:02อาจจะเสริมวัสดุลงไปที่ข้างล่างเพื่อให้
00:36:02 → 00:36:05มันแข็งขึ้นเท้าแบนเนี่ยจริงๆแล้วถ้าพูด
00:36:05 → 00:36:07ย้อนกลับไปเนี่ยเราจะเจอพบเจอที่เด็กเยอะ
00:36:08 → 00:36:10กว่าค่ะเป็นทางกรพันธ์หรือเป็นอะไรอย่าง
00:36:11 → 00:36:13เงี้ยเราจะใช้อุปกรณ์อันนี้คือเป็น
00:36:13 → 00:36:16พลาสติกไปเลยแทนที่จะเป็นโฟมนิ่มๆหรือโฟม
00:36:16 → 00:36:19แข็งสำหรับผู้ใหญ่คือเท้าเด็กยังมีความ
00:36:19 → 00:36:21ยืดหยุ่นมากกว่าผู้ใหญ่ถูกมั้ยคะเราก็
00:36:21 → 00:36:23สามารถใช้พลาสติกตัวเนี้ยประคองเพื่อที่
00:36:23 → 00:36:26จะให้อุ้งเท้าเนี่ยมันทำงานได้กลับมาใกล้
00:36:26 → 00:36:28เคียงกับปกติเดี๋ยวก่อนที่บอกว่าเป็นใน
00:36:28 → 00:36:30วัยเด็กเกิดจากการว่ามันไม่ได้พัฒนาการ
00:36:30 → 00:36:33เนี่ยคือเราไม่ได้พาเด็กเดินหรือว่ายังไง
00:36:33 → 00:36:35หรือว่าไม่ได้ออกกำลังเท้าหรือว่าอะไรมัน
00:36:35 → 00:36:37ถึงสาเหตุจริงๆเนี่ยคือมันไม่มีสาเหตุอาจ
00:36:37 → 00:36:41จะเป็นกรพันธ์ก็ได้ค่ะหรือว่าพัฒนาการช้า
00:36:41 → 00:36:44เดินผิดวิธีอะไรอย่างเงี้ยค่ะในวัยเด็กเข
00:36:44 → 00:36:47จะวินิจฉัยแบบนั้นใช่มีมะแบบผู้ใหญ่อย่าง
00:36:47 → 00:36:49ผมเนี่ยโตขึ้นมาแล้วตอนนี้อาจารย์บอกว่า
00:36:49 → 00:36:52ผมไม่ได้เป็นเท้าแบนด์ค่ะอีก 5 ปีข้าง
00:36:52 → 00:36:55หน้าเนี่ยอยู่อยู่เป็นท้าแบนมีมมีได้เกิด
00:36:55 → 00:36:57จากใครครับอันนี้เขาเรียกว่าเป็นเอ่ออุ้ง
00:36:57 → 00:37:01เท้าแบนชนิดเฉียบพันธุ์นะคะก็คือเกิดจาก
00:37:01 → 00:37:04ไอ้เส้นเอ็นหรือว่ากล้ามเนื้อที่มันฟอร์ม
00:37:04 → 00:37:06อุ้งเท้าอยู่อ่ะค่ะที่มันช่วยพยุงอุ้ง
00:37:06 → 00:37:09เท้าเนี่ยมันอักเสบเรื้อรังมาเรื่อยๆเรา
00:37:09 → 00:37:11ไม่รู้แล้วมันก็ไม่ทำงานไปซะดื้อๆกลาย
00:37:11 → 00:37:14เป็นเท้าแบนดใช่ส่วนใหญ่มันจะเป็นการที่
00:37:14 → 00:37:16เราเดินผิดวิธีวิ่งมากออกกำลังกายมากเกิน
00:37:16 → 00:37:19กว่าเหตุคือใช้กล้ามเนื้อมากไปอ่ะค่ะหรือ
00:37:19 → 00:37:21ว่าก็เหมือนกับกล้ามเนื้อทั่วไปถ้าอักเสบ
00:37:21 → 00:37:24ปั๊บแล้วเราไม่ได้ดูแเราไม่ได้ดูไม่ได้
00:37:24 → 00:37:27ไม่ได้รักษามันก็จะทำงานเพราะว่าอุ้งเท้า
00:37:27 → 00:37:29ของเราก็มีกล้ามเนื้อเหมือนกันใช่ค่ะกลับ
00:37:29 → 00:37:31มาที่คนไข้รายนี้ครับหลังจากที่เรารู้
00:37:31 → 00:37:34แล้วอ่ะควรจะใส่แบบเป็นบล็อกแบบนี้ค่ะคือ
00:37:34 → 00:37:37มันจะค่อนข้างแข็งคือคนไข้ที่แบบแต่ส่วน
00:37:37 → 00:37:39ใหญ่จะไม่สะดกสบายนะถ้าใส่แบบนี้เราจะใช้
00:37:39 → 00:37:42ชีวิตประจำวันลำบากนะฮะแล้วทำยังไงฮะถ้า
00:37:42 → 00:37:44เกิดสมมติคนไข้ไม่ยอมใส่แบบนี้แล้วก็จะ
00:37:44 → 00:37:47กลับมาเป็นประมาณแผ่นรองแผ่นรองธรรมดาแต่
00:37:47 → 00:37:49ว่าให้วัสดุมันแข็งขึ้นมานี่ต้องถามคุณ
00:37:50 → 00:37:53พี่ก่อนพี่อยากจะใส่แบบไหนครับใชแบบแบบนก
00:37:53 → 00:37:56ว่าเป็นแบตนุ่มครับเพราะว่ายังใส่ในรอง
00:37:56 → 00:37:59เท้าก็ยังสใช้ชีวิตปกติได้นะครับดูไม่แตก
00:37:59 → 00:38:02ต่างค่ะถ้างั้นวันนี้เราจะมาตัดรองเท้า
00:38:02 → 00:38:04ให้กับคุณพี่ท่านนี้กันนะครับอ่ะเดี๋ยวไป
00:38:04 → 00:38:08ดูกันเลยครับค่ะการพิมพ์น้ำหนักเท้าแบบ
00:38:08 → 00:38:10นี้จะช่วยให้เราทราบถึงการลงน้ำหนักที่
00:38:10 → 00:38:13ผิดปกติอันมีสาเหตุมาจากเท้าที่ผิดปกติ
00:38:13 → 00:38:16ช่วงหน้าเราจะมาดูกันสิครับว่าการแก้ไข
00:38:16 → 00:38:20ปัญหาเท้าแบนนักกายอุปกรณ์จะทำอย่างไรอีก
00:38:20 → 00:38:23สักครู่เดียว
00:38:23 → 00:38:27ครับอาจารย์ครับมาถึงขั้นตอนนี้เรามาอยู่
00:38:27 → 00:38:30ในห้องค่ะอันนี้เรียกว่าแล้วเหมือนห้อง
00:38:30 → 00:38:32เก้าอี้ตัดผมหรือเปล่าครับหรือว่ายังไง
00:38:32 → 00:38:35ครับเรียกว่าห้องหล่อแบบนะคะก็คือเราจะมา
00:38:35 → 00:38:38หล่อเท้าคนไข้เพื่อให้ได้ต้นแบบที่เหมือน
00:38:38 → 00:38:41กับเท้าคนไข้เพื่อเราที่จะเอาไปผลิต
00:38:41 → 00:38:43อุปกรณ์ต่อให้เข้ากับเท้าของคนไข้มากที่
00:38:43 → 00:38:46สุดลนะครับขั้นตอนทำยังไงครับตอนนี้่ก็
00:38:46 → 00:38:50คือเดี๋ยวตอนแรกเราก็คือจะวาดปุ่มกระดูก
00:38:50 → 00:38:52ที่มันเกี่ยวพันกับอุปกรณ์ที่เราจะใช้
00:38:52 → 00:38:55เพื่อที่เวลาเราไปขั้นตอนถัดไปก็คือการ
00:38:55 → 00:38:58แต่งปูนเนี่ยเราจะได้คอยหลบคอยเลี่ยงใน
00:38:58 → 00:39:01ปุ่มกระดูกที่มันอาจจะกดเจ็บอะไเงี้ยค่ะ
00:39:01 → 00:39:03หรือว่าเราต้องคอยจัดท่าในขั้นตอนการหลอ
00:39:03 → 00:39:06แบบเนี่ยเพื่อให้ได้ท่าของเท้าที่มัน
00:39:06 → 00:39:08เหมาะสมเวลาเราเดินเท้ามันจะมีการเคลื่อน
00:39:08 → 00:39:11ไหวมันไม่ไม่ได้อยู่นิ่งๆขนี้คือตอนนี้
00:39:11 → 00:39:13มันไม่มีอุ้งเท้าเราอาจจะช่วยเสริมอุ้ง
00:39:13 → 00:39:15เท้าเข้าไปในขั้นตอนนี้เพื่อเวลาไปใส่กับ
00:39:15 → 00:39:19อุปกรณ์เนี่ยคนไข้ก็จะมีอุปกรณ์มาดันอุ้ง
00:39:19 → 00:39:22เท้านิดนึงนะครับเริ่มเลยครับอาจารย์ครับ
00:39:22 → 00:39:26ค่ะเดี๋ยวเราก็จะมาวาดเอ่อปุ่มกระดูกก่อน
00:39:26 → 00:39:32นะคะ
00:39:32 → 00:39:40[เพลง]
00:39:40 → 00:39:44อาจารย์วาดแบบเขียนแบบคล่องมากเลยนะครับ
00:39:44 → 00:39:46คุณผู้ชมครับรู้จับปั๊บรู้เลยว่าตรงไหน
00:39:46 → 00:39:49คือส่วนที่ต้องยืดออกมาจะต้องสัมผัสกับ
00:39:49 → 00:39:51รองเท้าบางทีไอ้กระดูกที่อาจารย์ว่าเนี่ย
00:39:51 → 00:39:53มันอยู่ด้านในเราจับอาจจะไม่รู้แต่ว่า
00:39:53 → 00:39:56เวลาเราถ่ายน้ำหนักกดเวลาเดินใช้ชีวิตไอ้
00:39:56 → 00:39:59ปุ่มที่อยู่้านมันอาจจะไปเแหดก็ได้ใช่ใช่
00:39:59 → 00:40:02ค่ะมันอย่างปุ่มกระดูกอันนี้นะคะเค้า
00:40:02 → 00:40:05เรียกว่าปุ่มกระดูกนวคูลถ้าสมมุติว่าปุ่ม
00:40:05 → 00:40:07เนี่ยคนที่เป็นเท้าแบนเยอะๆเนี่ยปุ่ม
00:40:07 → 00:40:09กระดูกอันเนี้ยแตะพื้นเลยปุ่มนี้นะฮะใช่
00:40:09 → 00:40:12ค่ะคนปกติเนี่ยใช่มันจะมีสูงขึ้นมาใน
00:40:12 → 00:40:15ระดับนึงแต่ว่าสมมุติว่าพี่เลองลองยืนนะ
00:40:15 → 00:40:19ค่ะอาจจะแบบค่อยๆลงคือถ้าไม่ได้รับการ
00:40:19 → 00:40:22รักษาที่ทันท่วงทีเนี่ยต่งจะลเป็นงนี้เลย
00:40:22 → 00:40:25เพราะฉะนั้นก็จะเจ็บปวดอ๋อเข้าใจละนั่น
00:40:25 → 00:40:28คือสาเหตุที่เราเราต้องมาวัดเท้าของคนไข้
00:40:28 → 00:40:30ว่าแต่ละลายจะไม่เหมือนกันปุ่มกระดูกก็จะ
00:40:30 → 00:40:32ไม่เท่ากันด้วยนะครับอ่ะวัดเสร็จแล้วเรา
00:40:32 → 00:40:35ขั้นตอนต่อไปครับเราก็จะมาวัดเฝือกอันนี้
00:40:35 → 00:40:37เป็นเฝือกที่เราจะหล่อเพื่อให้ได้รูปเท้า
00:40:37 → 00:40:39ของคนไข้ออกมาเหมือนกับแผ่น
00:40:39 → 00:40:42ทั่วไปนะใช่ค่ะคือเรามีตัวอีกตัวนึงที่
00:40:42 → 00:40:45เรียกว่าโฟมอ่ะนะคะเป็นวัสดุนิ่มๆลองกด
00:40:45 → 00:40:48ได้นะคะก็คือเอาไว้ปั๊มเท้าได้เหมือนกัน
00:40:48 → 00:40:51คือกดปั๊บจะบุ๋มเลยจะเห็นเป็นรูปเท้าเลย
00:40:51 → 00:40:54แต่ว่าคนไข้ททาแบนส่วนใหญ่เนี่ยถ้าถ้า
00:40:54 → 00:40:56อย่างเป็นเด็กหรืออะไรเงี้ยถ้ามันยังแบบ
00:40:56 → 00:40:59พอที่มันมันจะกลับมาให้รูปทรงเนี่ยใกล้
00:40:59 → 00:41:02เคียงปกติได้เราก็จะใช้การหล่อแบบเพราะ
00:41:02 → 00:41:05มันสามารถที่จะคกได้ดีกว่าแก้ไขได้ดีกว่า
00:41:05 → 00:41:09ครับอ๋อแต่วิธีการวัดมีหลายแบบใช่
00:41:09 → 00:41:14[เพลง]
00:41:14 → 00:41:19ค่ะพอจุ่มน้ำปั๊บกลายเป็นแบบก็มันก็จะ
00:41:19 → 00:41:21นิ่มๆขึ้นแล้วเดี๋ยวพอแห้งปั๊บก็จะแข็ง
00:41:21 → 00:41:24เลยใช่มใช่ค่ะเพื่ออันนี้เพื่อให้เชฟมัน
00:41:24 → 00:41:28ได้เข้ากูขาเข้า
00:41:28 → 00:41:33[เพลง]
00:41:33 → 00:41:36แบบนี้ถ้าเกิดเราทำรองเท้าทั้งทั้งทั้ง
00:41:36 → 00:41:38หมดที่จะหุ้มเท้าของเราเนี่ยเราต้องหุ้ม
00:41:38 → 00:41:42ทั้งหมดฝ่าเท้าเลยมใช่ค่ะจะได้เห็นสรีระ
00:41:42 → 00:41:45ของเท้าด้านบนด้านล่างด้านข้างอันนี้เรา
00:41:45 → 00:41:48จะทำอุปกรณ์ชนิดแข็งชนิดพลาสติกเพื่อที่
00:41:48 → 00:41:53จะคอนโทรลเอ่อเท้าได้ดี
00:41:53 → 00:42:01[เพลง]
00:42:01 → 00:42:03อาจารย์ครับแล้วแบบนี้เราจะรู้ได้ไงว่าคน
00:42:03 → 00:42:06ไข้รายไหนจะต้องเป็นแผ่นแผ่นรองเท้าที่
00:42:06 → 00:42:08เป็นพลาสติกหรือว่าจะเป็นแผ่นรองเท้าที่
00:42:08 → 00:42:12เป็นรองเท้าทั่วไปธรรมดาอย่างที่เรียนก็
00:42:12 → 00:42:14คือถ้าสมมุติว่าเท้าของคนไข้ยังมีความยืด
00:42:14 → 00:42:16หยุ่นอยู่มากครับเราสามารถจะใช้อุปกรณ์
00:42:16 → 00:42:19ที่เป็นพลาสติกที่มันมีความแข็งเพื่อที่
00:42:19 → 00:42:21จะทำให้เท้าเนี่ยมันกลับมาใกล้เคียงกับ
00:42:21 → 00:42:25ปกติได้ดีกว่าครับค่ะรีระเท้าของคนไข้ถ้า
00:42:25 → 00:42:27มันยังยืดหยุ่นมากอยู่เนี่ยเราใส่อุปกรณ์
00:42:27 → 00:42:29ที่แข็งเข้าไปก่อนเพื่อที่มันจะแก้ไขได้
00:42:30 → 00:42:33เยอะมากมากกว่าอไปช่วยดามให้ดีกว่านะครับ
00:42:33 → 00:42:35แต่ทีนี้แสดงว่านักเ่อกายอุปกรณ์จะต้อง
00:42:35 → 00:42:37เป็นคนวินิจฉัยแล้วก็เป็นคนตัดสินว่าจะ
00:42:37 → 00:42:40ใช้แบบไหนใช่มยฮะใช่ค่ะเรางอตรงนิ้วเนี่ย
00:42:40 → 00:42:42นะคะขึ้นไปเพื่อที่จะให้มีอุ้มเทาเพิ่ม
00:42:42 → 00:42:45มากขึ้นแล้วอีกอย่างนึงคนไข้ที่มีเท้าแบน
00:42:45 → 00:42:47เนี่ยถ้าเราดูตรงกระดูกส้นเท้าเนี่ยมันจะ
00:42:47 → 00:42:50มีการเอียงเอียงออกครับเพราะฉะนั้นเราก็
00:42:50 → 00:42:53จะต้องตัดเข้าคลส้นเท้าตรงนี้ด้วยค่ะ
00:42:53 → 00:42:56ระหว่างนี้อาจารย์ก็จะดัดเท้าไปด้วยคุณ
00:42:56 → 00:42:59ผู้ชมครับเพว่าสรีระของคนเท้าแบนเนี่ยมัน
00:43:00 → 00:43:02จะไม่เหมือนคนปกติก็จะดัดไปในระหว่างที่
00:43:02 → 00:43:06แผ่นอ่าผ้าปูนกำลังแห้งพอผ้าปูนแห้งพอดี
00:43:06 → 00:43:08ก็จะกลายเป็นบล็อกที่เหมาะสมกับเท้าของ
00:43:08 → 00:43:11ผู้ป่วยรายนั้นค่ะทีตอนนี้คนไข้ก็จะรู้
00:43:11 → 00:43:14สึกว่าเริ่มมีอะไรดันใต้อุ้งเท้ามากขึ้น
00:43:14 → 00:43:17เพราะว่าเมื่อกี้เรากระดกเอ่อช่วงนิ้ว
00:43:17 → 00:43:19เพื่อให้อุ้งเท้ามันมีเกิดอุ้ขอุ้งเท้า
00:43:19 → 00:43:22ขึ้นขึนอ๋ออย่างที่อาจารย์บอกระหว่างปูน
00:43:22 → 00:43:25ที่กำลังแห้งเนี่ยอาจารย์ก็จะดัดดัดสรีระ
00:43:25 → 00:43:28ของเท้าไปด้วยค่ะตอนตอนนี้พอปูนแห้งปั๊บ
00:43:28 → 00:43:30มันก็เหมือนมีปูนเนี่ยมาลองอุ้งเท้าของ
00:43:30 → 00:43:32เราจากที่ตอนแรกเราเป็นเท้าแบนมันไม่มี
00:43:33 → 00:43:35อะไรมาลองใช่มั้ยฮะตอนนี้รู้สึกว่ามีอะไร
00:43:35 → 00:43:38มาดันใช่ครับกลางฝ่าเท้าละกลายเป็นอุ้ง
00:43:38 → 00:43:39เท้าละใช่ครับนะ
00:43:39 → 00:43:47[เพลง]
00:43:47 → 00:43:50ฮะแล้วนี่ให้คุณผู้ชมทางบ้านดูก่อนคุณผู้
00:43:50 → 00:43:53ชมครับเส้นที่อาจารย์ขีดไว้ตรงเท้าตอนแรก
00:43:53 → 00:43:55เนี่ยมันก็จะกลายไปเป็นเส้นมาร์คอยู่ด้าน
00:43:55 → 00:43:58ในติดอยู่ด้านในไหนเนี่ยที่มีปุ่มกระดูก
00:43:58 → 00:44:02งอกออกมานะครับเท้าของคนแต่ละคนก็จะไม่
00:44:02 → 00:44:05เท่ากันเ่านี่เรามีมาร์กแล้วด้านในนะครับ
00:44:05 → 00:44:07อาจารย์ครับหลังจากที่เราได้อ่าเ้าเรียก
00:44:07 → 00:44:09ว่าบล็อกแบบนี้คร่าวๆแล้วขั้นตอนต่อไปเรา
00:44:09 → 00:44:12จะทำอะไรต่อครับต่อไปก็คือเราจะเทปูน
00:44:12 → 00:44:15บาสเตอร์ลงงไปเฉยๆนะคะเทเทปูนไปในนี้เลย
00:44:15 → 00:44:18ค่ะเทปูนก็ปิดตรงนี้นิดนึงกนนะฮแล้วก็จะ
00:44:18 → 00:44:21ออกมาเป็นก้อนแบบนี้ก็จะออกมาเป็นตัวนี้
00:44:21 → 00:44:23อ่าจะออกมาเป็นแบบนี้นะครับคุณผู้ชมทำไม
00:44:23 → 00:44:25เราต้องเทปูนแล้วให้เอามาเป็นก้อนแบบนี้
00:44:25 → 00:44:28ครับเพื่ออะไรครับเพื่อที่เราจะเอาไปแต่ง
00:44:28 → 00:44:31นะคะเราอาจจะต้องไปเพิ่มลดจุดที่เมื่อกี้
00:44:31 → 00:44:32เรามาร์คไว้อย่างปุ่มกระดูกอันเนี้ยเรา
00:44:32 → 00:44:35อาจจะต้องไปเพิ่มปูนขึ้นเพื่อที่จะให้มัน
00:44:35 → 00:44:38มีช่องว่างระหว่างตัวอุปกรณ์กับตัวเท้า
00:44:38 → 00:44:41ของคนไข้ไม่ให้ปุ่มกระดูกมันกดเจ็บอย่าง
00:44:41 → 00:44:43เงี้ยค่ะแล้วเผื่อบางทีใส่ถุงเท้าใช่ก็
00:44:43 → 00:44:46ต้องไปเกลาไปขัดให้มันมีช่องว่างนิดนึง
00:44:46 → 00:44:48แต่ในรูปแบบของปุ่มกระดูกที่เป็นอยู่ใช่
00:44:48 → 00:44:50นะครับอ่ะเสร็จปั๊บเราเราเราได้ตัวแม่
00:44:50 → 00:44:54พิมพ์แบบนี้เราก็จะขั้นตอนต่อไปคือเราก็
00:44:54 → 00:44:57คือจะขึ้นรูปด้วยแผ่นพลาสติกก็จะเป็นแผ่น
00:44:57 → 00:44:58แผ่นพลาสติกนี่นะฮะแล้วก็ไปวางงี้เลย
00:44:58 → 00:45:01สมมติเราวางงี้เห็นเห็นภาพคือเราก็จะเอา
00:45:01 → 00:45:04แผ่นพลาสติกงเยเข้าตู้อบเพื่อให้มันได้
00:45:04 → 00:45:08ความร้อนแล้วก็ยืดหยุ่นนิ่มขึ้นมันนิ่ม
00:45:08 → 00:45:11นิ่มเสร็จค่ะมันก็จะฟอร์มเข้าอ่าแล้วก็จะ
00:45:11 → 00:45:14จัดดัดเข้ามาให้มาเข้ากับตัวบล็อกที่เรา
00:45:14 → 00:45:16ได้วาดออกมาทำออกมานะครับสุดท้ายแล้วจะ
00:45:16 → 00:45:18ออกมาเป็นสุดท้ายแล้วเราก็จะตัดแผ่น
00:45:18 → 00:45:20พลาสติกออกมาแผ่นพลาสติกที่เราเข้ากับ
00:45:20 → 00:45:23บล็อกมันจะออกมาเป็นตามรูปเท้าของคนไข้
00:45:23 → 00:45:27ใช่เอาล่ะเสร็จปุ๊บคนไข้ก็จะได้ก็ที่นี้
00:45:27 → 00:45:31กลับไปใช้ค่ะประจำวันใช่นะครับแล้วถ้า
00:45:31 → 00:45:34เกิดเราใส่แบบนี้ไปเนี่ยอีกหน่อยอุ้มเท้า
00:45:34 → 00:45:36ที่เป็นเท้าแบรนด์เนี่ยมันจะกลับมาเป็น
00:45:36 → 00:45:39แบบเท้าปกติเหมือนคนทั่วไปมครับถ้าเป็น
00:45:39 → 00:45:42เคสอย่างผู้ใหญ่หรือว่าหยุดการเจริญเติบ
00:45:42 → 00:45:45โตแล้วเนี่ยมันจะไม่กลับมาไม่กลับมาคือ
00:45:45 → 00:45:47จุดประสงค์ของอุปกรณ์ชนิดนี้ก็คือเพื่อ
00:45:47 → 00:45:51ป้องกันไม่ให้มันเป็นมากขึ้นนะคะอ๋อใส่
00:45:51 → 00:45:53ใส่เดินในชีวิตประจำวันมันก็จะไม่ปวดมาก
00:45:53 → 00:45:56ขึ้นแต่ถ้าไม่ใส่จะปวดใชมันก็อาจจะปวด
00:45:56 → 00:45:58หรือว่าเท้ามันก็อาจจะลมมากขึ้นถ้าเรานึก
00:45:58 → 00:46:01ดีๆก็เหมือนการใส่แว่นนะคะถ้าสมใส่ตาสั้น
00:46:01 → 00:46:04ใช่่มยไม่ใส่ก็คือไม่มีฟังก์ชันพอใส่ก็
00:46:04 → 00:46:06คือมองเห็นเงี้ยเหมือนกันใช่ดีขึ้นทำให้
00:46:06 → 00:46:08คุณภาพชีวิตดีขึ้นนะครับแต่ถ้าเกิดเป็นใน
00:46:08 → 00:46:11ลายเด็กในลายเด็กเนี่ยถ้ายังมีการ
00:46:11 → 00:46:14พัฒนาการของกระดูกหรือตัวกล้ามเนื้ออยู่
00:46:14 → 00:46:18เนี่ยมีแนวโน้มที่จะกลับมาได้ปกติอืค่ะ
00:46:18 → 00:46:21แต่เด็กก็ต้องเปลี่ยนแบบนี้บ่อยผู้ใหญ่
00:46:21 → 00:46:22เท้าไม่ต้องเปลี่ยนละเด็กมีเท้าโตขึ้น
00:46:22 → 00:46:24เรื่อยๆทุกเดือนทุกเดือนต้องเปลี่ยนทุก 3
00:46:24 → 00:46:27เดือนก็ต้องมาทำแบบนี้เรื่อยๆนะฮะแล้วก็
00:46:27 → 00:46:29ใส่ไปดูพัฒนาการว่ากลับมาเป็นเหมือนเดิม
00:46:29 → 00:46:31หรือเปล่านะครับก็ขอบคุณคุณพี่นะครับวัน
00:46:31 → 00:46:35นี้มาแชร์ข้อมูลกับเราขอบคุณมากครับขอคข
00:46:35 → 00:46:35[เพลง]
00:46:35 → 00:46:38[ปรบมือ]
00:46:38 → 00:46:45[เพลง]
00:46:45 → 00:46:49[ปรบมือ]
00:46:49 → 00:46:50[เพลง]
00:46:50 → 00:46:52[ปรบมือ]
00:46:52 → 00:46:55[เพลง]
00:46:55 → 00:47:00[ปรบมือ]
00:47:00 → 00:47:02[เพลง]
00:47:02 → 00:47:02[ปรบมือ]
00:47:02 → 00:47:04[เพลง]
00:47:04 → 00:47:07[ปรบมือ]
00:47:07 → 00:47:08[เพลง]
00:47:08 → 00:47:09[ปรบมือ]
00:47:09 → 00:47:11[เพลง]
00:47:11 → 00:47:14[ปรบมือ]
00:47:14 → 00:47:25[เพลง]
00:47:25 → 00:47:28เ FE
00:47:28 → 00:47:31[เพลง]