00:00:00 → 00:00:05เนื้อ
00:00:05 → 00:00:09ผงกันบกพร่องทำให้เป็นมะเร็ง
00:00:09 → 00:00:14น้ำยาเคมีบำบัดฉายแสงทำให้มะเร็งดื้อแล้ว
00:00:14 → 00:00:24ก็รักษายากจริงหรือไม่ฟังคำตอบกันครับ
00:00:24 → 00:00:28สวัสดีครับรู้สู้มะเร็งกับผมหมูนะครับจาก
00:00:28 → 00:00:31ที่ทุกท่านได้รับชมไปเมื่อตอนที่แล้วนะ
00:00:31 → 00:00:36ครับในหัวข้อเรื่องของเรื่องจริงที่หมอ
00:00:36 → 00:00:39ไม่ยอมบอกนะครับแล้วก็ผมก็ได้พูดถึง
00:00:39 → 00:00:42เรื่องเกี่ยวกับเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นได้
00:00:42 → 00:00:45อย่างไรนะครับก็ท่านก็สามารถกลับไปรับชม
00:00:45 → 00:00:48ย้อนหลังได้นะครับสำหรับวันนี้เป็นตอนต่อ
00:00:48 → 00:00:50ไปนะครับที่จะพูดกันเรื่องเกี่ยวกับ
00:00:50 → 00:00:53เรื่องของภูมิคุ้มกันกับเรื่องของมะเร็ง
00:00:53 → 00:01:00ว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่านะครับ
00:01:00 → 00:01:04ในข้อที่ 3 นะครับก็จะพูดถึงว่าถ้าภูมิ
00:01:04 → 00:01:10คุ้มกันของเราแข็งแรงปกติดีเราก็จะไม่ไม่
00:01:10 → 00:01:13มีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นเพราะที่จริงนี้
00:01:13 → 00:01:16ต้องบอกว่าผิดนะครับจริงๆแล้วคนที่เป็น
00:01:16 → 00:01:17มะเร็ง
00:01:17 → 00:01:22มีทั้งหมดเลยถุงกันเขาก็ปกติดีถ้าไม่
00:01:22 → 00:01:25เชื่อท่านก็ลองดูคนที่ป่วยเป็นมะเร็งนะ
00:01:25 → 00:01:30ครับก่อนที่จะทำการรักษารักทำการผ่าตัดคำ
00:01:30 → 00:01:33ให้การให้ยาเคมีบำบัดส่วนมากการเจาะเลือด
00:01:33 → 00:01:36นะครับก็จะบ่งบอกได้ว่าท่านมีภูมิคุ้มกัน
00:01:36 → 00:01:40ซึ่งส่วนมากก็อยู่ในเกณฑ์ปกติทั้งหมดนะ
00:01:40 → 00:01:44ครับเพราะฉะนั้นก็ก็ไม่ได้สัมพันธ์กันเลย
00:01:44 → 00:01:47แปลว่าคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติก็ยังเป็น
00:01:47 → 00:01:50มะเร็งได้นะครับเพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็น
00:01:50 → 00:01:59การเชื่อมโยงที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลกันครับ
00:01:59 → 00:02:03ต่อมาเราจะเป็นข้อที่ 4 กับข้อที่ 5 ผมขอ
00:02:03 → 00:02:06พูดรวมกันเลยนะครับก็จะพูดถึงว่าเรามี
00:02:06 → 00:02:09ความบกพร่องหลายอย่างรวมทั้งภาวะของ
00:02:09 → 00:02:13โภชนาการด้วยนะครับถ้าเราสามารถปรับแก้
00:02:13 → 00:02:15ตรงนั้นได้ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันแล้วกลับ
00:02:15 → 00:02:19มาปกติแล้วก็พูดในที่ 2 ว่าเราก็อาจจะไม่
00:02:19 → 00:02:21เป็นมะเร็งซึ่งผมได้ที่บายไปตอนแรกแล้วนะ
00:02:21 → 00:02:25ครับว่ามันไม่เกี่ยวกันการเกิดมะเร็งนะ
00:02:25 → 00:02:30ครับเกิดได้โดยมีปัจจัย 2 อย่างนะครับคือ
00:02:30 → 00:02:34ปัจจัยภายในและก็ปัจจัยภายนอกซึ่งต้องแยก
00:02:34 → 00:02:37ออกมาอีกว่าปัจจัยภายในนั้นอาจจะเป็นจาก
00:02:37 → 00:02:42พันธุกรรมที่ที่เราสืบทอดมาจากพ่อแม่ของ
00:02:42 → 00:02:46เรานะครับแล้วก็ที่สองก็คือร่างกายเรามี
00:02:46 → 00:02:50การเปลี่ยนแปลงมีการพัฒนาของเซลล์ตลอด
00:02:50 → 00:02:53ตั้งแต่เซลล์ต้องเกิดแล้วก็ต้องพัฒนาจน
00:02:54 → 00:02:57เต็มที่แล้วก็เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วเซลล์
00:02:57 → 00:03:01ก็จะมีการเสื่อมสภาพแล้วก็ก็ถูกทำลายไปนะ
00:03:01 → 00:03:02ครับเพราะฉะนั้นเซลล์จะมีการผลิตออกมา
00:03:02 → 00:03:05ตลอดในกระบวนการผลิตทุกๆวันอาจจะมีบาง
00:03:05 → 00:03:09ครั้งที่มีการผลิตขึ้นมาแล้วมันผิดนี้นะ
00:03:09 → 00:03:12ครับแล้วตรงนี้ก็ทำให้เกิดได้ซึ่งตรงนี้
00:03:12 → 00:03:16เป็นภาวะที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญโดยที่เรา
00:03:16 → 00:03:19ไม่สามารถจะทราบได้นะครับส่วนปัจจัยที่
00:03:19 → 00:03:23เป็นปัจจัยภายนอกก็คือสิ่งต่างๆที่เราได้
00:03:23 → 00:03:26รับมาจากภายนอกร่างกายของเราอย่างเช่นการ
00:03:26 → 00:03:29ได้รับรังสีทั้งรังสีจากที่รังสีที่เรา
00:03:29 → 00:03:32เข้าใจกันคือรังสีที่โดนกันทั่วไปอย่าง
00:03:32 → 00:03:33รังสีพวก
00:03:33 → 00:03:37กัมมันตภาพรังสีหรืออาจจะเป็นเรื่องของ
00:03:37 → 00:03:41แสงแดดอย่าง UV ก็ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง
00:03:41 → 00:03:44ได้ถ้าเราได้รับเป็นเวลานานๆบ่อยๆนะครับ
00:03:44 → 00:03:48แล้วก็เรื่องของสารเคมีมีหลากหลายมากมาย
00:03:48 → 00:03:51หลายตัวเลยที่ทำให้เกิดกับมะเร็งได้นะ
00:03:51 → 00:03:54ครับแล้วก็มีเรื่องของอ่า
00:03:54 → 00:03:59บุหรี่เรื่องของแอลกอฮอล์แล้วก็ยังไม่รวม
00:03:59 → 00:04:02ถึงการติดเชื้อไวรัสบางชนิดที่ทำให้เรา
00:04:02 → 00:04:05อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ซึ่งตรงนี้ไม่ได้
00:04:05 → 00:04:08เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันเลยนะครับเป็นการการ
00:04:08 → 00:04:12เชื่อมโยงนะครับเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
00:04:12 → 00:04:14หรือเพื่อผลประโยชน์บางอย่างหรือเพื่อทำ
00:04:14 → 00:04:17ให้เราเกิดความไขว้เขวก็แล้วแต่แต่ผมขอ
00:04:17 → 00:04:23สรุปเลยนะครับว่าพุงกันที่ลดลงไม่ได้ทำ
00:04:23 → 00:04:25ให้เราเป็นมะเร็งถ้าไม่อย่างนั้นแล้วถ้า
00:04:25 → 00:04:28คิดแบบนี้แล้วคนที่มีโรคภูมิคุ้มกันบก
00:04:28 → 00:04:32พร่องหรือคนที่ได้รับการรักษาเพื่อกดปุ่ม
00:04:32 → 00:04:36กันได้ยาจากหมอแล้วกดถุงกันคนพรุ่งนี้ก็
00:04:36 → 00:04:38ต้องเสี่ยงเป็นมะเร็งสิครับซึ่งมันไม่ใช่
00:04:38 → 00:04:44ครับ
00:04:44 → 00:04:47แต่ว่าเป็นข้อที่ 6 นะครับข้อที่ 6 ก็จะ
00:04:47 → 00:04:49พูดถึงว่า
00:04:49 → 00:04:54อุ้ยอย่าเคมีบำบัดนะครับทำให้เหมือนกับ
00:04:54 → 00:04:57เราได้รับสารเคมีที่มีความเป็นพิษต่อ
00:04:57 → 00:05:00เซลล์ที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วนะครับ
00:05:00 → 00:05:05ซึ่งก็จะทำให้ระบบทางเดินอาหารผมหรือว่า
00:05:05 → 00:05:08อะไรอ้างของเราเนี่ยอาจจะต้องสูญเสียไปนะ
00:05:08 → 00:05:11ครับแล้วก็อาจจะทำลายอวัยวะบางส่วนเช่น
00:05:11 → 00:05:14ตับไปอะไรอย่างนี้เป็นต้นต้องบอกเป็นข้อ
00:05:14 → 00:05:17มูลที่ถูกนะครับแต่ต้องเข้าใจก่อนนะครับ
00:05:17 → 00:05:18ว่า
00:05:18 → 00:05:22สันเคมีหรือยาเคมีที่เราให้เข้าไปนั้นเรา
00:05:22 → 00:05:26ให้ในปริมาณจำกัดให้ในระยะเวลาที่เหมาะสม
00:05:26 → 00:05:30นะครับมันจะมีผลกับเซลล์มะเร็งมากกว่าแต่
00:05:30 → 00:05:33ก็มีผลกับเซลล์ของเราเหมือนกันนะครับแต่
00:05:33 → 00:05:37ว่าเซลล์ปกติหลังจากที่เราหยุดให้ยาไป
00:05:37 → 00:05:41แล้วส่วนใหญ่ก็จะกลับมาปกติมันอย่างที่คน
00:05:41 → 00:05:45ที่เคยเจาะเลือดแล้วผลของเลือดต่ำนะครับ
00:05:45 → 00:05:48แต่พอหลังจะหยุดค่ายาเคมีไปซักระยะนึงมัน
00:05:48 → 00:05:50ก็ขึ้นมาปกติครับอ่าอันนี้ก็เช่นกันครับ
00:05:50 → 00:05:54ไม่ได้หมายความว่ามันจะคงอยู่ต่อไปถาวร
00:05:54 → 00:05:59ครับ
00:05:59 → 00:06:02ทำมาเป็นข้อที่ 7 นะครับก็ที่เจอก็พูดถึง
00:06:02 → 00:06:07ว่าการให้ยาเคมีการฉายแสงขอให้ในระยะเวลา
00:06:07 → 00:06:10ช่วงแรกๆก็อาจจะตอบสนองแต่ขอให้เป็นนานๆ
00:06:10 → 00:06:13ก็เหมือนกับว่าจะไม่ตอบสนองนะครับซึ่งตรง
00:06:13 → 00:06:16นี้เป็นการพูดแบบเหมารวมนะครับเพราะว่า
00:06:16 → 00:06:20ต้องบอกว่าหลายๆท่านที่เคยมีประสบการณ์
00:06:20 → 00:06:23ได้รับยาเคมีได้รับการฉายแสงก่อนที่จะทำ
00:06:23 → 00:06:25การรักษาอย่างเช่นการผ่าตัดหรืออะไรก็
00:06:25 → 00:06:30แล้วแต่มีบางส่วนได้ยาแล้ว
00:06:30 → 00:06:33แต่ก่อนหายไปเลยครับแม้แต่เอาไปตรวจชิ้น
00:06:33 → 00:06:36เนื้อก็ไม่เจอครับที่เราเรียกทางการแพทย์
00:06:36 → 00:06:40ว่า Complete พลาโตชิเข้าเรสปอนส์นะครับ
00:06:40 → 00:06:44หรือบางคนก็ได้แล้วก็ยุคนะครับหรือว่าบาง
00:06:44 → 00:06:47คนได้ไปแล้วก็อาจจะไม่เปลี่ยนแปลงอาจจะโต
00:06:47 → 00:06:50ขึ้นบ้างนะครับซึ่งมันการตอบสนองของแต่ละ
00:06:50 → 00:06:54คนก็ไม่เหมือนกันนะครับแล้วที่สำคัญหลายๆ
00:06:54 → 00:06:58คนที่ได้รับยาเคมีบำบัดนะครับได้แล้วก็
00:06:58 → 00:07:01ไม่กลับมาอีกเลยครับและอย่างนี้จะบอกว่า
00:07:01 → 00:07:03ไม่ตอบสนองได้ยังไงครับเพราะฉะนั้นเป็น
00:07:03 → 00:07:07การเหมารวมแค่พูดแค่บางเคสซึ่งต้องยอมรับ
00:07:07 → 00:07:10ว่ามีบางเคสที่อาจจะไม่ตอบสนองจริงครับ
00:07:10 → 00:07:12แต่ไม่ได้หมายความเหมารวมอย่างนี้ครับ
00:07:12 → 00:07:15อย่างนี้เป็นการพูดเหมารวมแบบทุกอย่าง
00:07:15 → 00:07:22ซึ่งมันไม่ใช่ครับ
00:07:22 → 00:07:25ตอนนั้นเป็นข้อที่ 8 นะครับข้อที่แปลกและ
00:07:25 → 00:07:28จะพูดถึงว่าเมื่อเวลาเราได้รับยาเคมี
00:07:28 → 00:07:31บำบัดนะครับแล้วก็จับมากระทบกับพุงกันของ
00:07:32 → 00:07:34เราทำให้เรามีโอกาสติดเชื้อทำให้โลกมัน
00:07:34 → 00:07:39แทรกซ้อนยุ่งยากอันนี้มีส่วนจริงบ้างแล้ว
00:07:39 → 00:07:41ก็ไม่จริงบ้างนะครับถ้าอ่านดีๆแล้วจะกลาย
00:07:41 → 00:07:44เป็นว่าเราจะไปความว่ามันจะเกิดอย่างนี้
00:07:44 → 00:07:46กับเราตลอดต้องบอกก่อนนะครับว่าการให้ยา
00:07:46 → 00:07:50เคมีบำบัดมีผลกับภูมิคุ้มกันของเราทำให้
00:07:50 → 00:07:53การสร้างเม็ดเลือดของเราในมันลดลงเพราะ
00:07:53 → 00:07:55มันมีผลกับไขกระดูกของเราแต่อย่างที่บอก
00:07:55 → 00:07:58แล้วครับว่าผลนี้เป็นผลชั่วคราวครับใคร
00:07:58 → 00:08:02ที่เคยให้ยาเคมีแล้วก็จะทราบว่าการให้ยา
00:08:02 → 00:08:05เคมีเพราะให้ไปให้ไปแล้วครั้งหนึ่งแล้ว
00:08:05 → 00:08:08ทิ้งระยะเวลาไว้ก่อนที่จะไม่ทั้งถัดไป
00:08:08 → 00:08:11หลายๆคนก็ภูมิคุ้มกันก็กลับมาขึ้นมาปกติ
00:08:11 → 00:08:15นะครับแปลว่ามันสามารถกลับได้นะครับแต่
00:08:15 → 00:08:19ไม่ปฏิเสธนะครับว่าการให้ยาช่วงหนึ่งโดย
00:08:19 → 00:08:22เฉพาะช่วงเล็กๆนะครับผมกันเราจะลดทำให้
00:08:22 → 00:08:26เราติดเชื้อง่ายเป็นข้อควรระวังแต่มันไม่
00:08:26 → 00:08:29ได้เกิดขึ้นอย่างถาวรนะครับมันเกิดขึ้น
00:08:29 → 00:08:33แค่ช่วงสิ่งที่เราให้ยาเคมีบำบัดแล้วหลัง
00:08:33 → 00:08:36จากนั้นภูมิคุ้มกันแล้วก็จะกลับมาเป็น
00:08:36 → 00:08:40ปกติครับเพราะฉะนั้นแล้วกันพูดแบบนี้เป็น
00:08:40 → 00:08:43การพูดแบบเหมารวมอีกแล้วนะครับแล้วก็จะทำ
00:08:43 → 00:08:46ให้เราตีความแปลว่ายาเคมีบำบัดส่งผลกระทบ
00:08:46 → 00:08:50ต่อร่างกายเราในระยะเวลาอันยาวนานทำให้
00:08:50 → 00:08:52เรากลายเป็นเหมือนกับคนขี้โลกไปเลยเรา
00:08:52 → 00:08:55สามารถติดเชื้อได้ง่ายโลกมันก็จะซับซ้อน
00:08:55 → 00:08:57มากขึ้นซึ่งอันนี้เป็นความเชื่อที่ไม่ถูก
00:08:57 → 00:09:00ต้องนะครับไม่น่าจะทำให้คนไม่ได้รับการ
00:09:00 → 00:09:04ได้รับยาเคมีบำบัดซึ่งทำให้เราสามารถช่วย
00:09:04 → 00:09:06ชื่อคนไข้ได้นะครับในคนไข้ที่ได้รับการ
00:09:06 → 00:09:13รักษาที่ถูกต้องครับ
00:09:13 → 00:09:189 นะครับก็ 9 จะพูดถึงว่าการให้ยาเคมี
00:09:18 → 00:09:21บำบัดการฉายแสงแล้วทำให้เซลล์มะเร็งมัน
00:09:21 → 00:09:24เกิดการกลายพันธุ์แล้วก็จะดื้อยานะครับ
00:09:24 → 00:09:27ซึ่งจริงตรงนี้ต้องบอกว่าไม่เกี่ยวครับ
00:09:27 → 00:09:29แต่ไม่ได้หมายความว่าการให้ยาเพียงบาท
00:09:29 → 00:09:32แล้วก็การฉายแสงจะทำให้ดื้อยาแต่ว่าอัน
00:09:32 → 00:09:35นี้คือการรักษานะครับแล้วก็ไม่ได้มีผลกับ
00:09:35 → 00:09:39การดื้อยาใดๆทั้งสิ้นนะครับซึ่งยังมีพูด
00:09:39 → 00:09:43อีกว่าว่าการผ่าตัดทำให้มีการกระจายต้อง
00:09:43 → 00:09:46บอกว่าข้อนี้ผิดทุกอย่างเลยนะครับผิดหมด
00:09:46 → 00:09:50เลยนะครับการรักษาด้วยการผ่าตัดโดยการให้
00:09:50 → 00:09:56ยาเคมีบำบัดโดยการฉายแสงมีข้อมูลยืนยัน
00:09:56 → 00:10:00อย่างหนักแน่นแล้วนะครับว่าช่วยชีวิตคน
00:10:00 → 00:10:05ไข้ที่เป็นมะเร็งได้มากมายมหาศาลนะครับคน
00:10:05 → 00:10:08ที่ไม่เข้ารับการรักษาพบว่ามีอัตราการ
00:10:08 → 00:10:11เสียชีวิตสูงมากกว่าคนที่ได้รับการรักษา
00:10:11 → 00:10:14อย่างชัดเจนนะครับเพราะฉะนั้นใครที่เชื่อ
00:10:14 → 00:10:18ข้อความนี้ก็จะทำให้คุณพลาดโอกาสในการที่
00:10:18 → 00:10:22จะรักษาชีวิตของคุณหรือคนที่คุณรักนะครับ
00:10:22 → 00:10:27อ่ะ
00:10:27 → 00:10:28หัว
00:10:28 → 00:10:31ข้อที่ 10 นะครับข้อที่ 4 ก็จะพูดถึงว่า
00:10:31 → 00:10:36การทำสงครามกับมะเร็งนะครับก็คือการตัดมา
00:10:36 → 00:10:39ให้มันได้รับสารอาหารนะครับซึ่งตรงนี้
00:10:39 → 00:10:43ต้องบอกว่าไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
00:10:43 → 00:10:46มีแต่เป็นวิธีหนึ่งที่เราใช้ในการรักษา
00:10:46 → 00:10:49โรคมะเร็งอยู่แล้วนะครับเพราะว่าเรามี
00:10:49 → 00:10:54อย่าที่ให้เพื่อลดการสร้างหลอดเลือดใหม่
00:10:54 → 00:10:58สำหรับตัวของเซลล์มะเร็งหรือก้อนมะเร็งนะ
00:10:59 → 00:11:01ครับอันนี้ก็เป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง
00:11:01 → 00:11:06หรือแม้แต่การที่เราจะใช้วัสดุอุปกรณ์นะ
00:11:06 → 00:11:10ครับใส่ไปทางหลอดเลือดแล้วไปอุดหลอดเลือด
00:11:10 → 00:11:12นะครับแล้วบวกให้ยาเคมีด้วยอย่างที่จะใช้
00:11:12 → 00:11:15ในมาเร็งตับก็เป็นวิธีการรักษาอย่างหนึ่ง
00:11:15 → 00:11:18นะครับแต่ไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้ดีที่
00:11:18 → 00:11:22สุดทำแบบนี้แล้วรักษาเลยไม่ใช่ครับเป็น
00:11:22 → 00:11:26วิธีหนึ่งนะครับการรักษานั้นต้องใช้วิธี
00:11:26 → 00:11:29การรักษาแบบผสมผสานและอย่างร่วมกันดัง
00:11:29 → 00:11:31นั้นในการรักษามะเร็งเราจึงมีทั้งการผ่า
00:11:31 → 00:11:35ตัดมีทั้งการฉายแสงมีทั้งการให้ยาเคมีมี
00:11:35 → 00:11:39ทั้งยาต้านฮอร์โมนมีทั้งยาวพุ่งเป้าแล้ว
00:11:39 → 00:11:41ก็ยังมีภูมิคุ้มกันบำบัดเรายังมีการพัฒนา
00:11:41 → 00:11:44อีกมากมายหลายอย่างนี้นะครับไม่ได้หมาย
00:11:44 → 00:11:47ความว่าทำแบบนี้อย่างเดียวได้ผลเลยนะครับ
00:11:47 → 00:11:49ไม่ใช่ครับ
00:11:49 → 00:11:53ค่ะสำหรับวันนี้ทุกท่านคงจะได้ข้อมูลที่
00:11:53 → 00:11:56ถูกต้องนะครับในเรื่องของภูมิคุ้มกันกับ
00:11:56 → 00:11:59กับเรื่องของเซลล์มะเร็งนะครับและยังมี
00:11:59 → 00:12:01พูดถึงเรื่องการรักษายาเคมีบำบัดการฉาย
00:12:01 → 00:12:04แสงการผ่าตัดซึ่งผมก็ได้อธิบายไปแล้วว่า
00:12:04 → 00:12:09มันคือมาตรฐานการรักษานะครับก็หวังว่าตรง
00:12:09 → 00:12:11นี้จะทำให้ท่านได้รับความเข้าใจอย่างถูก
00:12:11 → 00:12:15ต้องนะครับแล้วก็ช่วยเผยแพร่ต่อให้กับคน
00:12:15 → 00:12:18ที่อาจจะเคยอ่านบทความนี้แล้วแล้วก็เข้า
00:12:18 → 00:12:22ใจว่าสิ่งที่อยู่ในบทความนั้นอาจจะเป็น
00:12:22 → 00:12:26ข้อมูลที่ถูกต้องซึ่งการที่เราช่วยกันเผย
00:12:26 → 00:12:30แพร่ก็จะทำให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อ
00:12:30 → 00:12:33มูลเท็จครับสำหรับวันนี้ผมคงต้องขอลาไป
00:12:33 → 00:12:36ก่อนนะครับแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้านะครับ
00:12:36 → 00:12:40ก็สวัสดีครับ
00:12:40 → 00:12:43ม.ค