00:00:00 → 00:00:02This is Thai PBS podcast viiew
00:00:03 → 00:00:06the world by the voice
00:00:06 → 00:00:09>> คือบางคนเนี่ยส่องกระจกแล้วก็พบว่าโอ้อี
00:00:09 → 00:00:12ทุเรศอีทุเรศอีทุเรศทำไมเธอถึงได้น่า
00:00:12 → 00:00:14เกลียดอย่างงี้ทำไมเธอถึงได้อะไรอย่าง
00:00:15 → 00:00:17เงี้ยสะกดจิตตัวเองหน้ากระจกทุกวัน
00:00:17 → 00:00:19>> เพราะฉะนั้นพอออกไปไหนเนี่ยมันก็จะเหมือน
00:00:19 → 00:00:21กับอยากจะกลืนเข้าไปกับกำแพงไ่ะอย่าให้
00:00:21 → 00:00:24ใครเห็นฉันนักเพราะฉะนั้นเอาใหม่ค่ะส่อง
00:00:24 → 00:00:27กระจกปั๊บโอ้เธอสวยเพียบพูนด้วยเสน่ห์
00:00:27 → 00:00:30ฉลาดและแสนดีไม่ได้โกหกตัวเองแต่เรามอง
00:00:31 → 00:00:34ว่าสิ่งที่เรามีดีในตัวเราเนี่ยคืออะไรตา
00:00:34 → 00:00:35ฉันก็ไม่ได้เขนะ
00:00:35 → 00:00:39>> จมูกฉันก็ไม่ได้บี้มากนะปากฉันก็ไม่ต้อง
00:00:39 → 00:00:42สวยมากแต่ฉันก็ไม่เบี้ยวนะการคิดบวกเนี่ย
00:00:42 → 00:00:44มันคือเสน่ห์อันมหาศาลเลย
00:00:44 → 00:00:48>> ที่จะดึงดูดคนรอบข้างมา
00:00:48 → 00:00:51>> ฟังทุกเรื่องสุขภาพอัปเดตทุกโรคภัยฟังราย
00:00:51 → 00:00:55การโรงหมอกับดิฉันสุรีพรวงษ์สถิตพรค่ะ
00:00:55 → 00:00:58>> This is Thai PBS Podcast
00:00:58 → 00:01:01>> คุณผู้ฟังคะวันเราจะเปลี่ยนจากคนธรรมดา
00:01:01 → 00:01:04ให้มีเสน่ห์คุณผู้ฟังเคยสังเกตมั้คะบางคน
00:01:04 → 00:01:08นะหน้าตาอาจจะไม่ได้สวยมากแต่มีเสน่ห์มาก
00:01:08 → 00:01:12แต่บางคนสวยแต่ดูแล้วก็เฉยๆดูไม่มีมิติ
00:01:12 → 00:01:15เออว่าอย่างงั้นเถอะนะคะทีนี้เราจะสร้าง
00:01:15 → 00:01:18ความธรรมดาให้มีเสน่ห์ได้อย่างไรนะคะคุย
00:01:18 → 00:01:20กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.จันวิภาลก
00:01:21 → 00:01:23สัมพันธ์ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏ
00:01:23 → 00:01:25บ้านสมเด็จเจ้าพระยาผู้เชี่ยวชาญด้านความ
00:01:25 → 00:01:27สัมพันธ์และครอบครัวค่ะสวัสดีค่ะอาจารย์
00:01:27 → 00:01:28ขา
00:01:28 → 00:01:30>> ค่ะสวัสดีค่ะสวัสดีค่ะท่านผู้ฟังทุกท่าน
00:01:30 → 00:01:31นะคะ
00:01:31 → 00:01:33>> วันนี้มาชวนอาจารย์แนะนำให้คุณผู้ฟังได้
00:01:33 → 00:01:35มาแต่งเติมเสริมเพิ่มเสน่ห์
00:01:35 → 00:01:38>> ทำได้มั้คะอาจารย์เราจะปรับเปลี่ยนตัวเอง
00:01:38 → 00:01:38ได้มั้คะ
00:01:38 → 00:01:42>> ทำได้ค่ะทำได้บอกได้เลยว่าทำได้แน่นอนนะ
00:01:42 → 00:01:45คะเพราะได้กับตัวเองนะฮะ
00:01:45 → 00:01:48>> คุณสุรีพรเห็นใช่มั้คะว่าจันทิภานี้สวย
00:01:48 → 00:01:50ขนาดไหนตั้งแต่เป็นสาวมาเนี่ยความสวยไป
00:01:50 → 00:01:52อยู่หางแถวเลยนะคะ
00:01:52 → 00:01:52>> ว่าไป
00:01:52 → 00:01:56>> อ่าท่านผู้ฟังไม่เห็นนะคะแต่คุณสุรีพร
00:01:56 → 00:01:59เห็นนะเพราะว่าจะพารู้ตัวเองว่าตอนที่เรา
00:01:59 → 00:02:01เป็นสาวๆเป็นเด็กๆเนี่ยเราก็คิดแบบเนี้ย
00:02:02 → 00:02:05ว่าเราเป็นคนไร้เสน่หาโดยสิ้นเชิงขี้เหล่
00:02:05 → 00:02:07ที่สุดอะไรที่สุดแล้วก็ไปอยู่ในกลุ่ม
00:02:07 → 00:02:10เพื่อนที่เขาสวยเป็นนางฟ้ากันทั้งกลุ่มนะ
00:02:10 → 00:02:13คะพี่สาวก็เป็นดาวมหาวิทยาลัยแต่ดาวเรา
00:02:13 → 00:02:16เนี่ยเป็นดาวซินด
00:02:16 → 00:02:20>> อะไรอย่างเงี้ยนะคะแต่ปรากฏว่าพอเวลาผ่าน
00:02:20 → 00:02:21ไปค่ะ
00:02:21 → 00:02:24>> เรากลับเป็นคนที่มีคนมารุมล้อม
00:02:24 → 00:02:24>> อ่า
00:02:24 → 00:02:27>> อันนี้ไม่ได้มุสาเพราะคุณสุรีพรคอยยืนยัน
00:02:27 → 00:02:28อยู่
00:02:28 → 00:02:30>> นะคะไม่ว่าไปไหนเนี่ยมีแต่คนเข้ามาหาเรา
00:02:30 → 00:02:32ตลอดเวลา
00:02:32 → 00:02:35>> อ่าอยากมาคุยอยากพูดจาอยากอะไรแต่อะไร
00:02:35 → 00:02:38เงี้ยพอเราเล่าอะไรก็จะคนฟังกันตรึมอะไร
00:02:38 → 00:02:39อย่างเงี้ยนะคะ
00:02:39 → 00:02:42>> เนี่ยค่ะคือเสน่ห์นะฮะซึ่งเรามารู้เอาตอน
00:02:42 → 00:02:45ที่เราแก่แล้วเนาะ
00:02:45 → 00:02:45>> ว่าไป
00:02:45 → 00:02:48>> ก็เลยไม่ได้บริหารตอนเป็นสาวอะไรอย่าง
00:02:48 → 00:02:49เงี้ยนะ
00:02:49 → 00:02:51แต่จริงๆแล้วไม่ใช่หรอกค่ะคือจริงๆแล้ว
00:02:51 → 00:02:54เนี่ยการสร้างเสน่หของคนเราเนี่ยคนส่วน
00:02:54 → 00:02:57ใหญ่มักจะคิดถึงเรื่องรูปร่างหน้าตาก่อน
00:02:57 → 00:02:57>> อื
00:02:57 → 00:03:01>> ถูกมคะต้องสวยต้องโอ้โหอย่างน้อยนี่ญาญ่า
00:03:01 → 00:03:04เนาะอะไรอย่างเงี้ยนะคะหรือดาราที่เรา
00:03:04 → 00:03:08ชื่นชอบต้องสวยดูดีเพเฟคอะไรอย่างเงี้ย
00:03:08 → 00:03:09แต่จริงๆแล้วไม่ใช่อ่ะค่ะ
00:03:09 → 00:03:11>> นะคะปรากฏว่า
00:03:11 → 00:03:14>> อันนั้นเนี่ยถามว่ามันมีส่วนมั้ยมันมี
00:03:14 → 00:03:16ส่วนเพราะมันเป็นส่วนแรกที่ attractive
00:03:16 → 00:03:22สายตาคนถูกมั้
00:03:22 → 00:03:27เพะจึงให้ความสำคัญกับรูปภายนอกเยอะไป
00:03:27 → 00:03:30สร้างเสน่ห์กันโดยไปเสริมนู่นเสริมนี่ฉีด
00:03:30 → 00:03:32นั่นฉีดนี่นะคะ
00:03:32 → 00:03:35>> ซึ่งทำให้เกิด First impression ที่ดี
00:03:35 → 00:03:37สำหรับคนแรกพบ
00:03:37 → 00:03:39>> แต่จะเห็นว่าบางคนเนี่ยแม้แต่ดาราที่เรา
00:03:39 → 00:03:42เห็นในทีวีบางคนดูดี๊ๆนะ
00:03:42 → 00:03:42>> อือฮึ
00:03:42 → 00:03:43>> แต่ไม่มีเสน่ห์
00:03:43 → 00:03:44>> มันเฉยๆ
00:03:44 → 00:03:46>> เป็นนางเอกแล้วมันไม่ขึ้นเลยอะไรอย่าง
00:03:46 → 00:03:48เงี้ยใช่แต่จริงๆเสวยนะ
00:03:48 → 00:03:51>> สวยมากแต่เล่นแล้วไม่มีเสน่ห์ที่จะทำให้
00:03:51 → 00:03:53คนติดตามในขณะที่บางคนเนี่ย
00:03:53 → 00:03:53>> อ
00:03:53 → 00:03:55>> ไม่ต้องสวยมาก
00:03:55 → 00:03:55>> ค่ะ
00:03:55 → 00:03:58>> แต่มันมีเสน่ห์อ่ะมันน่าเอ็นดูมันน่าติด
00:03:58 → 00:04:01ตามน่าค้นหาเ้าเล่นอะไรแล้วเราก็เชื่อไป
00:04:01 → 00:04:03ตามนั้นอะไรอย่างเงี้ยนะคะ
00:04:04 → 00:04:06>> ออาจารย์คะคำว่ามีเสน่ห์เี่คือแบบว่าฟิว
00:04:06 → 00:04:09แบบเอ๊ะต้องเล่นหูเล่นตาอะไรอย่างงี้
00:04:09 → 00:04:11ชะม้อยรายตาม
00:04:11 → 00:04:13>> ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ค่ะอันนั้นเเรียกว่าอ่อย
00:04:13 → 00:04:15ค่ะ
00:04:15 → 00:04:18>> นะคะซึ่งจริงๆการอ่อยแบบนั้นเนี่ยนะคะบาง
00:04:18 → 00:04:20ทีมันไม่มีเสน่ห์เอาเลยแล้วบางทีผู้ชาย
00:04:21 → 00:04:22บางคนเนี่ยเพราะอาจารย์วิภาเนี่ยอยู่ท่าม
00:04:22 → 00:04:25กลางผู้ชายเยอะเนาะนะคะตลอดชีวิตมาเนี่ย
00:04:25 → 00:04:28ผู้ชายเทุเรศเราด้วยซ้ำไปในบางครั้งคือ
00:04:28 → 00:04:31มันอ่อยแบบไม่มีศิลปะไง
00:04:31 → 00:04:34>> นึกออกมั้ยมันเป็นลักษณะของการให้ท่าเอ่อ
00:04:34 → 00:04:38มีเอ่อศิลปินคนนึงคือน้าเนกนะฮะจะไม่พาไป
00:04:38 → 00:04:42ฟังน้าเนกพูดว่าผู้หญิงบางคนเนี่ยคิดว่า
00:04:42 → 00:04:44จะล่อผู้ชายโดยการเอาเซ็ก์มาล่อคำว่าเอา
00:04:45 → 00:04:48เซ็ก์มาล่อก็คือแต่ง
00:04:48 → 00:04:50ช่า
00:04:50 → 00:04:52ว่าฉันพร้อมนะคะ
00:04:52 → 00:04:55>> นกบอกว่าผู้หญิงที่เอาเซ็ก์มาล่อเนี่ยนะ
00:04:55 → 00:04:58ครับมันก็ได้เซ็ก์กลับไปล่ะครับอย่าไปคิด
00:04:58 → 00:05:01ว่าได้เอาเซ็ก์มาล่อแล้วจะได้ความรักกลับ
00:05:01 → 00:05:04ไปจนชอบมากเลยคำพูดเนี้ยนะอยากให้เด็กสาว
00:05:04 → 00:05:05ได้ฟังค่ะ
00:05:05 → 00:05:08>> นะคะเพราะฉะนั้นตรงเนี้ยถ้าเราเอาเซ็ก์มา
00:05:08 → 00:05:11ลอกเค้าเราก็ได้เซ็ก์กลับไปแน่นอนถามว่า
00:05:11 → 00:05:13ผู้ชายเอามั้ยเอาค่ะใช่มั้ยคะ
00:05:14 → 00:05:17>> เออใช่ไม่เสียหายอยู่ของอร่อยมาล่อตรง
00:05:17 → 00:05:19หน้าทำไมไม่เอาแต่เอาไม่นานนะคะ
00:05:19 → 00:05:20>> อ่า
00:05:20 → 00:05:22>> เข้าใจมั้ยคะเก็เหมือนกับอยู่เล่นๆมาฉัน
00:05:22 → 00:05:26ก็เล่นๆไปอะไรอย่างเงี้ยนะฮะเพราะฉะนั้น
00:05:26 → 00:05:28การแต่งกายเนี่ยบางคนเนี่ย
00:05:28 → 00:05:31>> ห่อเป็นข้าวต้มมัดเลยเดินไปไหนแต่ทำไมมัน
00:05:31 → 00:05:33ดึงดูดสายตาล่ะ
00:05:33 → 00:05:33>> อื
00:05:33 → 00:05:36>> มันจะกลายเป็นเสน่ห์ที่เป็นเซ็ก์appิel
00:05:36 → 00:05:39>> ที่ทำให้ผู้ชายเนี่อยากติดตาม
00:05:39 → 00:05:42>> อยากเข้าหาอยากเข้าใกล้
00:05:42 → 00:05:44>> ทั้งๆที่ไม่ได้แต่งตัวเชิญชวนอะไรเลย
00:05:44 → 00:05:45>> อ่าอ่า
00:05:45 → 00:05:50>> แต่ด้วยท่าทีลีลาการพูดจานะฮะการเดินเหิน
00:05:50 → 00:05:53โพสเจอร์ต่างๆเนี่ยมันทำให้คนน่าติดตาม
00:05:53 → 00:05:53>> อื
00:05:53 → 00:05:56>> ถ้าสมัยแม่เนี่ยสมัยจันทร์วิภาเนี่ยนะคะ
00:05:56 → 00:05:59ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเซ็ก์แิสูงมากเลยคือ
00:05:59 → 00:06:01คุณเพ็ญพัก์สิริกุล
00:06:01 → 00:06:02>> โอหพี่ตายพี่ตาย
00:06:02 → 00:06:05>> แต่ถ้าเด็กสมัยเนี้ยเ้านึกไม่ออก
00:06:05 → 00:06:07>> นึกออกมั้คะคุณเพ็ญพลักษ์ไม่ต้องแต่งตัว
00:06:07 → 00:06:08โป๊เลยค่ะ
00:06:08 → 00:06:11>> ใส่เสื้อปิดคอปิดแขนเธอก็เซ็กซี่ด้วยท่า
00:06:11 → 00:06:14ทางด้วยอะไรแม้แต่ตอนเนี้ยเธออายุเท่า
00:06:14 → 00:06:16ไหร่เธอก็ยังดูเซ็กซี่อยู่เลย
00:06:16 → 00:06:17>> ใช่ดูเป็นนางพญาดูเป็น
00:06:17 → 00:06:20>> อ่าแล้วเราไปถามผู้ชายในยุคเดียวกันถาม
00:06:20 → 00:06:21ว่าในยุคนั้นเนี่ย
00:06:21 → 00:06:24>> เวลาพูดถึงผู้หญิงเซ็กซี่คิดถึงใคร
00:06:24 → 00:06:24>> คุณตายเยอะ
00:06:25 → 00:06:28>> เยอะมากเกินร้อยละ 80 ที่คิดถึงคุณต่าย
00:06:28 → 00:06:29>> อ่า
00:06:29 → 00:06:29>> ถูกมั้คะ
00:06:30 → 00:06:31>> ยุคปัจจุบันนี้ยังไม่
00:06:31 → 00:06:34>> ยังไม่เห็นใครที่ได้อย่างเธอเลยเอาจริงๆ
00:06:34 → 00:06:34นะ
00:06:34 → 00:06:38>> ยังไม่เคยเห็นสาวๆคนไหนหมายถึงว่าคนที่
00:06:38 → 00:06:42อยู่ในสายตาเราดารานะคะที่จะมีเซ็ก์แิสูง
00:06:42 → 00:06:44เท่ากับคุณเพ็ญพัก์เลยทั้งๆที่เธอเธอไม่
00:06:44 → 00:06:48เคยมีลักษณะของการพูดแบบยั่วยวนตาเยิ้มตา
00:06:48 → 00:06:49ใสใส่ใครเลยนะ
00:06:49 → 00:06:52>> ออกจากห้าวด้วยเหอะเสียงห้าวด้วยนะ
00:06:52 → 00:06:54>> นะฮะแต่ว่าเธอมีอะไรที่มันเป็นเสน่ห์เห็น
00:06:55 → 00:06:58มั้ยคะนะฮะหรืออีกหลายๆคนในระยะยาวเนี่ย
00:06:58 → 00:07:01อะไรที่มันสำคัญกว่าระหว่างภายนอกกับภาย
00:07:01 → 00:07:04ในระยะยาวนะคะที่เราบอกว่าเราอยากจะให้คน
00:07:05 → 00:07:08สนใจเราเนี่ยแน่นอนภายนอกมัน attractive
00:07:09 → 00:07:11แต่การที่จะคบคุณสวีพรจะคบใครเป็นเพื่อน
00:07:11 → 00:07:14สักคนเนี่ยนอกหรือในที่สำคัญกว่ากัน
00:07:14 → 00:07:17>> ข้างในมันต้องแบบว่าแนวเดียวหรือทางเดียว
00:07:17 → 00:07:19กันนะฮะเพราะฉะนั้นการที่จะมีเสน่ห์และ
00:07:19 → 00:07:23เอาชนะใจคนได้เนี่ยนะฮะเราต้องสร้างความ
00:07:23 → 00:07:26ชื่นชมกับคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข
00:07:26 → 00:07:27>> อื
00:07:27 → 00:07:30>> นะคะอาจารย์ขอให้ไว้แค่ 4 แนวสั้นๆ
00:07:30 → 00:07:33>> นะฮะไม่ต้องจำเยอะนะคะแต่เป็นปฏิบัติจริง
00:07:33 → 00:07:34ๆเนี่ย
00:07:34 → 00:07:37>> ทำได้ใช่มั้แนวทางสร้างเสน่ห์อย่างแรกเลย
00:07:37 → 00:07:40นะคะก็คือมีเสน่ห์จากภายใน
00:07:40 → 00:07:40>> อื
00:07:40 → 00:07:43>> อ่ามีเสน่ห์จากภายในที่มันแพ่ออกมาข้าง
00:07:43 → 00:07:47ข้างนอกคุณชุรีพรเห็นคนที่มั่นใจในตัวเอง
00:07:47 → 00:07:49เดินกับคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองเดินเนี่ย
00:07:50 → 00:07:50ต่างกันมั้คะ
00:07:50 → 00:07:51>> ต่างกันเลยค่ะ
00:07:51 → 00:07:54>> มากเลยเห็นมั้ยคะนั่นก็คือภายในที่มันฉาย
00:07:54 → 00:07:57ออกมาสู่ภายนอกเริ่มจากที่เราเนี่ยเข้าใจ
00:07:57 → 00:07:57ตัวเองก่อน
00:07:57 → 00:07:58>> ออฮะ
00:07:58 → 00:08:00>> รักและยอมรับตัวเองก่อน
00:08:00 → 00:08:00>> อื
00:08:00 → 00:08:03>> นะฮะชื่นชมตัวเองก่อน
00:08:03 → 00:08:03>> โอ
00:08:03 → 00:08:06>> นะฮะคือบางคนเนี่ยวิภาเป็นมาก่อนค่ะที่
00:08:06 → 00:08:09เช้าขึ้นมาตอนที่เราเป็นวัยรุ่นส่องกระจก
00:08:09 → 00:08:14เราก็พบว่าโอ้อีทุเรศอีทุเรศอีุเรศทำไม
00:08:14 → 00:08:16เธอถึงได้น่าเกลียดอย่างงี้ทำไมเธอถึงได้
00:08:16 → 00:08:18อะไรอย่างเงี้ยสะกดจิตตัวเองหน้ากระจกทุก
00:08:18 → 00:08:19วัน
00:08:19 → 00:08:21>> เพราะฉะนั้นพอออกไปไหนเนี่ยมันก็จะเหมือน
00:08:21 → 00:08:23กับอยากจะกลืนเข้าไปกับกำแพงไอย่าให้ใคร
00:08:23 → 00:08:24เห็นฉันนะ
00:08:24 → 00:08:26>> มันมันกลายเป็นว่าคนนู้นสวยจังคนนี้สวย
00:08:26 → 00:08:29จังเอออะไรี้เพราะว่าเราเนี่ยถูกถูกแบบ
00:08:29 → 00:08:30นั้นมาตั้งแต่เด็ก
00:08:30 → 00:08:33>> คนชอบเอาไปเปรียบเทียบกับคนที่สวยกว่า
00:08:33 → 00:08:36แล้วก็มาพูดให้เราเจ็บช้ำน้ำใจอะไรอย่าง
00:08:36 → 00:08:39เงี้ยนะคะจนทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง
00:08:39 → 00:08:42>> เพราะฉะนั้นเอาใหม่ค่ะส่องกระจกปั๊บโอ้ห
00:08:42 → 00:08:45เธอสวยเพียบพูนด้วยเสน่ห์ฉลาดและแสนดี
00:08:45 → 00:08:46>> บอกตัวเองอ
00:08:46 → 00:08:47>> ค่ะ
00:08:47 → 00:08:50>> นะคะไม่ได้โกหกตัวเองแต่เรามองว่าสิ่งที่
00:08:50 → 00:08:52เรามีดีในตัวเราเนี่ยคืออะไร
00:08:52 → 00:08:53>> ออือฮึ
00:08:53 → 00:08:57>> นะฮะเราไม่ใช่คนสวยงามแต่ตาฉันก็ไม่ได้เข
00:08:57 → 00:09:00นะจมูกฉันก็ไม่ได้บี้มากนะ
00:09:00 → 00:09:03>> เออหน้าฉันกลมแต่ฉันก็พื้นที่ใช้สอยเยอะ
00:09:03 → 00:09:07นะอ่าปากฉันก็ไม่ต้องสวยมากแต่ฉันก็ไม่
00:09:07 → 00:09:09เบี้ยวนะนึกออกมั้ยคะ
00:09:09 → 00:09:10>> เออเนาะ
00:09:10 → 00:09:14>> อ่าคือเราไม่เคยคิดว่าการไม่ปราบเบี้ยวก็
00:09:14 → 00:09:15ดีแล้วนะ
00:09:15 → 00:09:16>> หรือ
00:09:16 → 00:09:20>> เอ่อจมูกแบนมันก็เฮ้ยมันก็โอเคนะ
00:09:20 → 00:09:21>> หรืออะไรอย่างงี้เนาะเออเราไม่เคยคิดอะไร
00:09:21 → 00:09:22พวกอย่างงี้เลย
00:09:22 → 00:09:24>> ใช่หูฉัน 2 ข้างก็ใกล้เคียงกันนะ
00:09:24 → 00:09:27>> อ่าฉันไม่ได้มีอะไรพิกลพิการนะ
00:09:27 → 00:09:31>> ถูกมั้ยคะมองในสิ่งดีของตัวเองนะคะตัว
00:09:31 → 00:09:34จารวิภาเนี่ยเผอิญมีเพื่อนคนนึงซึ่งเป็น
00:09:34 → 00:09:38ผู้ชายเมาบอกว่าเนี่ยเพวกนี้เเป็นอาร์ตนะ
00:09:38 → 00:09:42คะเป็นพวกวาดรูปพวกอะไรเงี้ยเบอกนี่
00:09:42 → 00:09:45เรารู้มั้ยน้องเนี้ยคนเนี้ยเ้าแอบวาดรูป
00:09:45 → 00:09:48เราอ่ะเนี่ยไงอยู่บนโต๊ะเดี๋เอาให้ดูยัง
00:09:48 → 00:09:51ไม่เสร็จเลยเราก็เค้าก็หยิบให้เราดูนะบอก
00:09:51 → 00:09:52วาดทำไมเนี่ย
00:09:52 → 00:09:54>> เ้าบอกว่าเ้าบอกว่าไม่เคยเห็นผู้หญิงที่
00:09:54 → 00:09:56ไหนปากสวยแบบนี้เลย
00:09:56 → 00:09:57>> ว้าว
00:09:57 → 00:10:01>> เออแล้วเพิ่งมาเห็นว่าเออเ้าดูเป็นส่วนนะ
00:10:01 → 00:10:03พวกอาร์ตเนี่ยอ
00:10:03 → 00:10:05>> นึกว่าจะองค์รวมไม่ปาก
00:10:05 → 00:10:09>> อ่าเ้าชอบปากเชอบปากของเราก็เลยทำให้เรา
00:10:09 → 00:10:12ในเริ่มมองมองเอ๊ยก็แปลว่าฉันมีอะไรดีนี่
00:10:12 → 00:10:14ฉันไม่ได้ทุเรศแบบที่ฉันคิดนี่
00:10:14 → 00:10:15>> ไม่ได้ทั้งหน้า
00:10:15 → 00:10:18>> อ่านึกออกมั้ยคะมันก็เริ่มทำให้เราเริ่ม
00:10:18 → 00:10:20อ่ะคนอื่นเขาก็มองเรามีดีนี่นาอะไรอย่าง
00:10:20 → 00:10:23เงี้ยน้องคนนั้นเขาก็ตั้งใจวาดรูปให้เรา
00:10:23 → 00:10:26เนาะเสร็จแล้วก็เก็ยังไม่เสร็จเราก็บอก
00:10:26 → 00:10:27อ้าให้เสร็จก่อนแล้วค่อยมาให้อะไรอย่าง
00:10:27 → 00:10:30เงี้ยนะคะก็ไม่รู้ว่าเแอบชื่นชมเราอยู่
00:10:30 → 00:10:32เพราะเบอกว่าเออเขาบอกเเป็นพวกนี้เเป็น
00:10:32 → 00:10:36อาร์ทเจบพวกจิตกรรมพวกอะไรเงี้ยเ้าไปบอก
00:10:36 → 00:10:38กับเพื่อนเราคนเนี้ว่าผมไม่เคยเห็นผู้
00:10:38 → 00:10:40หญิงคนไหนปากสวยเท่า
00:10:40 → 00:10:42>> เท่ากับอาจารย์ตวิภามาก่อน
00:10:42 → 00:10:43>> เฮ้ยเลิศ
00:10:43 → 00:10:46>> เออซึ่งเราไม่เคยเห็นไงคะว่ามีใครมองเรา
00:10:46 → 00:10:47แบบนั้น
00:10:47 → 00:10:48>> นึกออกมั้ฮะ
00:10:48 → 00:10:52>> มีแต่คนบอกเราปากเสียทั้งนั้นน่ะ
00:10:52 → 00:10:53>> นะคะยกตัวอย่าง
00:10:53 → 00:10:55>> กลายเป็นว่าสร้างพลังคุณค่าให้ความรู้สึก
00:10:55 → 00:10:56มากเลยเนาะ
00:10:56 → 00:10:57>> ใช่เพราะฉะนั้นเนี่ยเราต้องมีความเป็น
00:10:57 → 00:10:59ธรรมชาติในตัวเอง
00:10:59 → 00:11:01>> ถูกมั้คะอาจารย์วิภาเนี่ยเป็นคนไม่สวยนะ
00:11:01 → 00:11:04คุณสุรีพรแต่ทั้งชีวิตไม่เคยทำศัลยกรรม
00:11:04 → 00:11:05เลย
00:11:05 → 00:11:08>> ใครบอกไม่สวยนี่ยิ่งยิอายุตอนนี้ยิ่งสวย
00:11:08 → 00:11:09เอาบอกตรงเลย
00:11:09 → 00:11:11>> นะคะเพราะฉะนั้นเนี่ย
00:11:11 → 00:11:15>> และที่สำคัญที่สุดไม่มีอะไรดีเท่ากับคุณ
00:11:15 → 00:11:17ค่าของการทำความดี
00:11:17 → 00:11:18>> ออ
00:11:18 → 00:11:23>> จริงมั้ยคะมีกลอนอยู่บทนึงอาจารย์วิภาใช้
00:11:23 → 00:11:26ประจำตัวมาตลอดเลยแม้ไม่ได้เป็นสิ่งใด
00:11:26 → 00:11:29>> มันมีอยู่ประโยคนึงที่บอกว่า
00:11:29 → 00:11:33>> จงเป็นนางที่มิใช่ไร้ความดีคือเขาจะ
00:11:33 → 00:11:35เปรียบเทียบเป็นภูเขาเป็นอะไรเงี้ยถ้าใคร
00:11:35 → 00:11:38เป็นภูเขาใหญ่แล้วก็เป็นขอเป็นภูเขาเล็ก
00:11:38 → 00:11:40ใครเป็นดอกไม้สวยเราก็ขอเป็นดอกไม้เล็กๆ
00:11:40 → 00:11:41อะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:11:42 → 00:11:44>> เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเป็นผู้หญิงก็จงเป็น
00:11:44 → 00:11:46นางที่มิใช่ไร้ความดี
00:11:46 → 00:11:47>> อื
00:11:47 → 00:11:49>> ก็ท่องตรงนี้เอาไว้ตลอดเพราะฉะนั้นสิ่งดี
00:11:49 → 00:11:50ๆในตัวเราเนี่ย
00:11:50 → 00:11:53>> คนเรามันเสแสร้งไปไม่ได้ตลอดถูกมั้คะแต่
00:11:53 → 00:11:55สิ่งที่มันเป็นความจริงเนี่ยมันจะผุดออก
00:11:55 → 00:11:58มาว่าเรายินดีช่วยเหลือเค้าด้วยความเต็ม
00:11:58 → 00:12:01ใจหรือทำอะไรให้ใครได้เราก็ทำ
00:12:01 → 00:12:03>> เนี่ยคือสิ่งที่เป็นคุณค่าในตัวเองแล้ว
00:12:03 → 00:12:05มันจะฉายชัดออกมาทำให้ไม่ว่าเราจะทำอะไร
00:12:05 → 00:12:08เราก็จะเกิดความมั่นใจในการกระทำเสมอ
00:12:08 → 00:12:11>> อืออืแต่ถ้าในในเมื่อก่อนเนี่ยการทำความ
00:12:11 → 00:12:13ดีอ่ะมันก็จะเป็นคนอื่นมาเห็นอย่างงี้ใช่
00:12:13 → 00:12:15มั้เดี๋ยวนี้ก็จะเป็นแบบว่าฉัน
00:12:15 → 00:12:17>> ให้เรารู้ว่าเราทำค่ะ
00:12:17 → 00:12:18>> ฉันโพสต์
00:12:18 → 00:12:19>> ฉันอะไรอย่างงี้
00:12:19 → 00:12:22>> อ่าเค้าก็จะโพสต์อย่างงั้นแต่ว่าอันเนี้ย
00:12:22 → 00:12:25ที่เราพูดคือเรารู้ตัวของเราเองว่าเราทำ
00:12:25 → 00:12:26อะไรดีทำอะไรไม่ดี
00:12:26 → 00:12:29>> ถูกมั้ฮะให้เกิดความมั่นใจในตัวเองว่า
00:12:29 → 00:12:32สิ่งที่เราทำนะคะนี่คือการสร้างเสน่ห์ภาย
00:12:32 → 00:12:34ในที่เป็นลักษณะของธรรมชาติมีความเป็นตัว
00:12:34 → 00:12:37ของตัวเองไม่เสแสร้งไม่บิดเบื่อ
00:12:37 → 00:12:39>> โอแต่อาจารย์ข้อนี้กว่าใครจะมาเห็นมันอาจ
00:12:39 → 00:12:41จะแบบโอโหนานไปป่ะ
00:12:41 → 00:12:44>> เราไม่ได้ให้ใครเห็นนะคะตัวเราเห็นค่ะ
00:12:44 → 00:12:48แล้วมันจะฉายออกมาในพฤติกรรมในแววตาใน
00:12:48 → 00:12:49อะไรต่างๆ
00:12:49 → 00:12:51>> เข้าใจมั้ยคะที่คนเขาจะเห็นได้แต่ไม่ใช่
00:12:51 → 00:12:53เป็นการร้องเป่าหรือไม่ใช่เป็นการโพสต์
00:12:53 → 00:12:54สิ่งที่เราทำดี
00:12:54 → 00:12:55>> ค่ะ
00:12:55 → 00:12:58>> นะคะอย่างนี้เป็นต้นนะคะมาอย่างที่ 2 ค่ะ
00:12:58 → 00:13:01ที่เป็นแนวทางสร้างเสน่ห์ได้ดีมากเลยคือ
00:13:01 → 00:13:03การสื่อสารและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ
00:13:03 → 00:13:07คนรอบข้างการสื่อสารเนี่ยมันมีทั้งวจนะ
00:13:07 → 00:13:10และอวจนะถูกมั้ยคะที่เป็นคำพูดและไม่เป็น
00:13:10 → 00:13:11คำพูด
00:13:11 → 00:13:15>> อย่างแรกเลยนะคะยิ้มค่ะนะฮะยิ้มเข้าไว้
00:13:15 → 00:13:17อย่าหน้างอเป็นตะวักอย่าน้าหงิกใส่ใครนะ
00:13:18 → 00:13:21ฮะแต่เป็นยิ้มแบบจริงใจนะฮะเพื่อจะเปิด
00:13:21 → 00:13:24ฉากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเลิศนะคะแล้วก็
00:13:24 → 00:13:28สร้างความประทับใจให้กับคนแรกเห็นนะฮะโดน
00:13:28 → 00:13:31การยิ้มอย่างจากออกมาจากใจอ่ะ
00:13:31 → 00:13:31>> อื
00:13:31 → 00:13:34>> นะคะทำให้พอเราหันไปยิ้มเนี่ยคนเอยากจะ
00:13:34 → 00:13:37เข้ามาหาเราอะไรเราใช่มั้ยคะอยากจะมาถาม
00:13:37 → 00:13:40ไทยอยากจะอย่างน้อยมันก็เปิดฉากของการ
00:13:40 → 00:13:42ความรู้สึกที่ดีต่อกันไม่ใช่หันไปแล้วก็
00:13:42 → 00:13:44หน้าหงิกเป็นตูดเป็ดใสกันอย่างเงี้ยมันก็
00:13:45 → 00:13:48ไม่โอเคนะคะยิ้มเสร็จฟังค่ะ
00:13:48 → 00:13:52>> เห็นมั้ยยังไม่พูดนะฟังก่อนค่ะนะคะเปิด
00:13:52 → 00:13:55โอกาสให้คนอื่นได้พูดนะคะไม่ใช่แย่งเพูด
00:13:55 → 00:13:58หมดนะคะการเป็นผู้ฟังที่ดีเนี่ยนะคะมันทำ
00:13:59 → 00:14:02ให้เราแสดงความรู้สึกว่าเราสนใจคนอื่น
00:14:02 → 00:14:05แล้วก็ฟังอย่างตั้งใจฟังอย่างสนใจ
00:14:05 → 00:14:07>> นะคะฟังอย่างจริงใจ
00:14:07 → 00:14:08>> ค่ะ
00:14:08 → 00:14:11>> นะฮะอันนี้จะช่วยได้มากจะพบว่าหลายคน
00:14:11 → 00:14:14เนี่ยอยากจะพูดๆๆๆๆๆ
00:14:14 → 00:14:17แต่ไม่ฟังใครเลยว่าเขาพูดอะไรเต้องการ
00:14:17 → 00:14:19อะไรเอยากให้ช่วยอะไรไม่ฟังให้จบสิ้น
00:14:20 → 00:14:21กระบวนความ
00:14:21 → 00:14:22>> อะไรอย่างเงี้ย
00:14:22 → 00:14:24>> เอหรือว่าฟังเ้าเล่ามาได้ครึ่งทางโอ๊ยฉัน
00:14:25 → 00:14:27เคยมีประสบการณ์แบบนี้ฉันจะอ้าสายอยากจะ
00:14:27 → 00:14:30สอนอยากจะบอกอยากจะอะไรอย่างเงี้ยฟังเยอะ
00:14:30 → 00:14:34ๆก่อนนะฮะเรายังขาดขาดเรื่องนี้กันเยอะ
00:14:34 → 00:14:36เลยคือการฟังคนอื่นแล้วอย่างบางทีสมมุติ
00:14:36 → 00:14:38อย่างงี้ค่ะอาจารย์สมมุติว่าอ่าอาจารย์
00:14:38 → 00:14:42พูดมางี้ปึ๊บดีก็นั่งอ่ะฟังอยู่นะแต่ว่า
00:14:42 → 00:14:45ก็ทำอย่างอื่นไปด้วยไม่โอเพราะอะไรคะการ
00:14:45 → 00:14:49ฟังเนี่ยคุณต้องมีตาต่อตามาประสานฟังเค้า
00:14:49 → 00:14:50อย่างตั้งใจมองหน้าเค้า
00:14:50 → 00:14:51>> อือฮึ
00:14:51 → 00:14:53>> นะฮะอย่างนี้เป็นต้น
00:14:53 → 00:14:53>> อ๋อ
00:14:53 → 00:14:56>> หลายคนค่ะที่บอกอ้าวมีอะไรว่าไปแต่ในขณะ
00:14:56 → 00:14:59ที่เราเองนั่งทำอะไรอยู่นั่งดูคอมนั่ง
00:14:59 → 00:15:00เล่นโทรศัพท์เนี่ย
00:15:00 → 00:15:02>> อันเนี้เสียมารยาทอย่างร้ายกาด
00:15:02 → 00:15:07>> เพราะมันแสดงถึงความไม่ตั้งใจนะคะค่ะแล้ว
00:15:07 → 00:15:09ค่อยมาอันที่ 3 เนี่ยค่ะคือเรื่องการพูด
00:15:09 → 00:15:09>> อื
00:15:10 → 00:15:12>> นะคะการพูดสื่อสารที่ดีเนี่ยเราต้องเลือก
00:15:12 → 00:15:17คำพูดที่เหมาะสมที่อบอุ่นอ่อนโยนมีน้ำใจ
00:15:17 → 00:15:20สนุกสนานน่าติดตามมีอารมณ์ขันได้บ้างอะไร
00:15:20 → 00:15:21อย่างเงี้ยนะคะ
00:15:21 → 00:15:24>> เป็นการให้กำลังใจคนอื่นโดยเฉพาะในช่วง
00:15:24 → 00:15:28ที่เขายากลำบากนะคะสร้างแรงบันดาลใจให้คน
00:15:28 → 00:15:31อื่นนะคะแสดงถึงความเมตตาอะไรอย่างนี้
00:15:31 → 00:15:31เป็นต้น
00:15:31 → 00:15:35>> เอออันนี้อาจารย์พูดคำว่าความมีเมตตานึก
00:15:35 → 00:15:38ถึงสิ่งที่เจอมาเลยอ่ะค่ะว่าหลายๆครั้ง
00:15:38 → 00:15:41เราเจอคำพูดหรือว่าการดูหมิ่น
00:15:41 → 00:15:41>> ค่ะ
00:15:41 → 00:15:44>> ในการทำงานหลายๆอย่างอะไรอย่างงี้ใช่มั้
00:15:44 → 00:15:47คะคือคนเรามันไม่ได้ถนัดทุกอย่างเนาะอฮะ
00:15:47 → 00:15:49>> เราก็เกิดความรู้สึกที่เมื่อกี้คำเมตตา
00:15:49 → 00:15:51อาจารย์มาแล้วโอ้โหอือ
00:15:51 → 00:15:52>> ฮึ
00:15:52 → 00:15:56>> กระชากจิตออกมาเลยว่าเออเราเคยเจอที่แบบ
00:15:56 → 00:15:59พูดพูดออกมาแล้วแบบว่าเรากลับมานั่งบอก
00:15:59 → 00:16:01ว่าทำไมคนๆนี้ถึงไม่มีจิตเมตตาเลยสักนิด
00:16:01 → 00:16:01เดียว
00:16:01 → 00:16:02>> อือ
00:16:02 → 00:16:04>> เออเพราะคำพูดนี่เองค่ะ
00:16:04 → 00:16:06>> แต่ว่าอาจารย์บางคนอาจจะบอกว่า
00:16:06 → 00:16:10>> ก็เป็นคนพูดห้วนๆห้าวค่าขาไม่ค่อยมีเสียง
00:16:10 → 00:16:11แข็ง
00:16:11 → 00:16:12>> ค่ะ
00:16:12 → 00:16:16>> มันก็ไม่ฉันต้องไปเปลี่ยนเป็นแบบค่ะจ๊ะ
00:16:16 → 00:16:17หรืออะไรอย่างเงี้ยเหรอ
00:16:17 → 00:16:18>> หรือต้องเปลี่ยน
00:16:18 → 00:16:20>> ก็อยู่ที่ว่าคุณอยากสร้างเสน่ห์ตัวเอง
00:16:20 → 00:16:21มั้ยล่ะคะ
00:16:21 → 00:16:21>> อ่า
00:16:21 → 00:16:23>> อ่าถ้าคุณอยากสร้างเสน่ห์คุณก็ต้อง
00:16:23 → 00:16:25เปลี่ยนไม่มีใครบังคับให้คุณเปลี่ยนได้
00:16:25 → 00:16:29>> ทำเสียง 2 เสียง 8 เสียง 15 ได้ใช่มั้นะ
00:16:29 → 00:16:31เพราะฉะนั้นตรงเนี้เนี่ยมันก็เป็นอะไรที่
00:16:31 → 00:16:34เราต้องเปลี่ยนแปลงอันนี้เรากำลังพูดถึง
00:16:34 → 00:16:36ถ้าเราอยากเปลี่ยนแปลงเป็นคนมีเสน่ห์แต่
00:16:36 → 00:16:38บอกฉันก็เป็นของฉันอย่างเงี้ฉันทำไม่ได้
00:16:38 → 00:16:40หรอกเ้างั้นก็ไม่มีเสน่ห์ต่อไปนะคะช่วย
00:16:40 → 00:16:45ไม่ได้นะคะพอพูดเสร็จตัวต่อไปค่ะสบตาที่
00:16:45 → 00:16:48คุณสุรีพรถามนะคะการสบตาเนี่ยเป็นมนต์
00:16:48 → 00:16:51วิเศษเลยนะคะที่จะทำให้คนเขาชอบเราหรือ
00:16:51 → 00:16:52ไม่ชอบเรา
00:16:52 → 00:16:54>> คำพูดนี้ยังเป็นความจริงคือดวงตาเป็น
00:16:54 → 00:16:56หน้าต่างของหัวใจ
00:16:56 → 00:16:57>> อื
00:16:57 → 00:17:00>> นะฮะบางคนเนี่ยสบตาแต่ตาแข็งเชียนึกออก
00:17:00 → 00:17:04มั้ฮะแต่บางคนสบตาตาด้วยท่าทีที่อ่อนโยน
00:17:04 → 00:17:06สบตาด้วยความเอื้ออาทร
00:17:06 → 00:17:09>> สบตาด้วยความเมตตาในสิ่งที่เกิดขึ้น
00:17:09 → 00:17:10>> อ
00:17:10 → 00:17:13>> นะคะเพราะฉะนั้นบางทีเนี่ยเราดุนะเราให้
00:17:13 → 00:17:15คำสอนนะว่าทำงานอย่างงี้อย่างงี้อย่างงี้
00:17:15 → 00:17:19มันไม่ดีนะแต่มันด้วยน้ำเสียงและด้วยสาย
00:17:19 → 00:17:22ตาที่แสดงถึงความเมตตามันต่างกันนะคะ
00:17:22 → 00:17:25>> บางคนนี่ถูกดุแทบตายแต่แทบจะเข้าไปกราบคน
00:17:25 → 00:17:26ดุเลย
00:17:26 → 00:17:31>> ว่าเค้าดุแบบเมตตาดุแบบสั่งสอนดุแบบให้
00:17:31 → 00:17:32ข้อคิดที่ดีนะคะ
00:17:32 → 00:17:33>> อื
00:17:33 → 00:17:37>> แล้วก็อันต่อมาก็คือในเรื่องของการแสดง
00:17:37 → 00:17:37ออก
00:17:37 → 00:17:38>> ค่ะ
00:17:38 → 00:17:40>> นะฮะบางคนบอกฉันพูดไม่เป็นนะให้ปอบใครก็
00:17:40 → 00:17:44ปอบไม่เป็นงั้นแสดงออกค่ะแสดงออกโดยการไง
00:17:44 → 00:17:47คะใส่ใจอย่างจริงจังมีท่าทีที่อ่อนโยน
00:17:47 → 00:17:51เอื้อเฟื้อให้เกียรตินะคะให้ความสำคัญกับ
00:17:51 → 00:17:55คนอื่นนะคะมีท่าทีแสดงออกที่ว่าพยายามที่
00:17:55 → 00:17:58จะปรับตัวหรือสามารถปรับตัวได้ยืดหยุ่นใน
00:17:58 → 00:17:59ทุกสถานการณ์
00:18:00 → 00:18:00>> ค่ะ
00:18:00 → 00:18:03>> สะท้อนถึงความเป็นตัวเองแล้วก็ไม่เสแสร้ง
00:18:03 → 00:18:04>> อื
00:18:04 → 00:18:07>> นะคะไม่ใช่ประเภทโอ๊ยเหมือนกับท่าทีดี
00:18:07 → 00:18:09เชื่อแต่ว่าไม่ได้จริงใจ
00:18:09 → 00:18:09>> อื
00:18:09 → 00:18:13>> นึกออกมั้ยคะเพราะฉะนั้นสิ่งเหล่าเนี้ยคน
00:18:13 → 00:18:16เค้าคอนแทคกับเราเนี่ยเค้าก็จะเรียนรู้
00:18:16 → 00:18:18เองว่าจริงหรือของปลอม
00:18:18 → 00:18:19>> ค่ะ
00:18:19 → 00:18:22>> นึกออกมั้ยฮะของจริงหรือของปลอมนะคะ
00:18:22 → 00:18:24>> การทำแบบเนี้ยการสื่อสารที่ดีเนี่ยจะทำ
00:18:24 → 00:18:27ให้เราได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างด้วย
00:18:27 → 00:18:30ความเคารพนะคะมีเสน่ห์โดยการที่ไม่ต้อง
00:18:30 → 00:18:33พยายามอะไรเลยนะคะแล้วก็เป็นการสร้างความ
00:18:33 → 00:18:35สัมพันธ์ที่ดีแบบยั่งยืนด้วย
00:18:35 → 00:18:38>> แต่ถ้าพวกเฟกนะฮะมันก็จะสร้างได้ชั่ว
00:18:38 → 00:18:40ครั้งชั่วคราวเสร็จแล้วมันก็กลับเป็นนาง
00:18:41 → 00:18:42อสูรกายเหมือนเดิม
00:18:42 → 00:18:45>> นะคะมันก็ไม่ยั่งยืนถูกมั้คะอฮ
00:18:45 → 00:18:47>> อย่างคุณสุรีพรกับอาจารย์วิภาเนี่ยเรารู้
00:18:47 → 00:18:49จักกันมาเกือบ 10 ปีแล้วนะเราทำงานด้วย
00:18:49 → 00:18:50กันมาเกือบ 10 ปีค่ะใช่ค่ะ
00:18:51 → 00:18:53>> คุณสุรีพรก็ต้องเห็นตัวตนของอาจารย์วิภา
00:18:53 → 00:18:54ที่แท้จริง
00:18:54 → 00:18:54>> ใช่
00:18:54 → 00:18:55>> ถูกมั้ยคะ่
00:18:55 → 00:18:56>> อือ
00:18:56 → 00:18:58>> เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเฟกกันไม่ได้
00:18:58 → 00:19:00ถ้ามันเป็นตัวตนของเราที่แท้จริงแต่ถ้า
00:19:00 → 00:19:02มันไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเรา
00:19:02 → 00:19:04>> มันก็คือเฟก
00:19:04 → 00:19:07>> ใช่เหนื่อยนะถ้าบอกว่าคือทำงานยังไม่
00:19:07 → 00:19:09เหนื่อยพอเหรอยังต้องบอกเฟกอีกอะไรเงี้ยม
00:19:09 → 00:19:11แล้วเดี๋ยวนี้ดูออกไง
00:19:11 → 00:19:13>> ใช่ค่ะอ่าเดี๋ยวนี้ดูง่ายจะตายไป
00:19:13 → 00:19:14>> นะคะ
00:19:14 → 00:19:19>> อันต่อไปค่ะแนวที่ 3 อารมณ์ดีแล้วก็คิด
00:19:19 → 00:19:20บวกอยู่เสมอ
00:19:20 → 00:19:21>> อพร้อมบวกค่ะพร้อมบวก
00:19:21 → 00:19:24>> อ่าบวกอันนี้ไม่ใช่บวกแบบชนกับเค้านะคะ
00:19:24 → 00:19:27หมายถึงคิดบวกนะคะคิดบวกก็คือว่า
00:19:27 → 00:19:30>> เราเคยคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะทาง
00:19:30 → 00:19:32ทางรายการเราเนี่ยนะคะว่าการคิดบวกเนี่ย
00:19:32 → 00:19:34มันคือเสน่ห์อันมหาศาลเลย
00:19:34 → 00:19:36>> ที่จะดึงดูดคนรอบข้างมา
00:19:36 → 00:19:39>> นะฮะตอนนี้เจ้าวิภาเช้าเนี่ยจวิภา 18:00
00:19:39 → 00:19:40น.เนี่ยตื่นและ
00:19:40 → 00:19:41>> อ่า
00:19:41 → 00:19:43>> เพื่อที่จะพาทีมนะคะซึ่งเป็นผู้สูงอายุ
00:19:43 → 00:19:46ทั้งหลายเนี่ยออกมาเดินนะคะในกลุ่มเนี่ย
00:19:46 → 00:19:49จะมีพี่ที่เขาคิดอายุมากกว่าอนุภานะคะคือ
00:19:50 → 00:19:53ประมาณ 70 กว่า 80 กว่าหลายท่านที่ท่าน
00:19:53 → 00:19:55เป็นมะเร็งอารมณ์มาก่อน
00:19:55 → 00:19:57>> นึกออกมั้ยคะเป็นคนที่คิดลบคิดถึงแต่
00:19:57 → 00:19:58เรื่อง
00:19:58 → 00:20:01>> ไม่ดีคิดถึงแต่เรื่องการเจ็บป่วยของตัว
00:20:01 → 00:20:03เองคิดถึงอะไรแต่อะไรอย่างเงี้ยค่ะ
00:20:03 → 00:20:03>> อือ
00:20:03 → 00:20:07>> ก็ทำให้ท่านดาวนะฮะเราก็จะพยายามชวน
00:20:07 → 00:20:09เพื่อนบ้านเหล่าเนี้ยออกมาเดินกับเรา
00:20:09 → 00:20:09>> ค่ะ
00:20:09 → 00:20:12>> โดยเราก็ต้องเดินด้วยซึ่งแต่เดิมอาจารย์
00:20:12 → 00:20:14วิภาจะเดินตอนเย็นนะคะตอนนี้เปลี่ยนมา
00:20:14 → 00:20:16ต้องมาเดินนำทีมเดินตอนเช้า
00:20:16 → 00:20:20>> เพื่อที่ว่าให้ทุกคนได้หัดระบายให้หัดคิด
00:20:20 → 00:20:24บวกแล้วก็คอยเตือนกันพอแล้วลบอีกแล้วนะคะ
00:20:24 → 00:20:25ลบอีกแล้วนะคะอะไรอย่างเงี้ยแล้วบางทีก็
00:20:26 → 00:20:28เอาเรื่องตลกมาใส่เอาอะไรมาใส่กันทำให้
00:20:29 → 00:20:32ทุกคนผ่อนคลายลงนะฮะเพราะฉะนั้นเราจะเห็น
00:20:32 → 00:20:34ว่าวันไหนจันวิภาไม่อยู่เนี่ยนะคะอย่าง
00:20:34 → 00:20:36เช่นวันเนี้ยก็จะบ่นกันและหรือบางทีเรา
00:20:36 → 00:20:38เข้ากรุงเทพฯก็จะตาม
00:20:38 → 00:20:41อาจารย์เจี๊ยบเมื่อไหร่จะกลับคิดถึงแล้ว
00:20:41 → 00:20:43อะไรอย่างเงี้ยนะคะทุกคนก็จะบอกว่าเวลา
00:20:43 → 00:20:46ที่เราไม่ได้เดินด้วยเนี่ยทุกในกลุ่มมัน
00:20:46 → 00:20:47ดูหงอย
00:20:47 → 00:20:48>> ไม่รู้จะพูดอะไรเลย
00:20:48 → 00:20:50>> อ่าแต่พอเรามาอยู่เนี่ยมันจะคิกคัก
00:20:50 → 00:20:52หัวเราะกันลั่นทุ่งนะคะ
00:20:52 → 00:20:55>> อันนี้นึกสไตล์อาจารย์ออกถ้าเกิดใครขึ้น
00:20:55 → 00:20:59มาปึ๊บคุณพี่อย่างงี้นะคะเจี๊ยบว่าอย่าง
00:20:59 → 00:21:01งี้นะคะหรืออะไรเงี้ยอันนี้คือแบบว่าเอา
00:21:01 → 00:21:02จริงๆนึกออกเลย
00:21:02 → 00:21:05>> นะคะเพราะฉะนั้นตอนเนี้ยมันคือวิธีการ
00:21:05 → 00:21:08ผ่อนคลายความเครียดนะคะโดยการฝึกฝึกคิด
00:21:08 → 00:21:10บวกอย่างเมื่อวานเก็มีพี่ท่านนึงท่านก็
00:21:10 → 00:21:13พูดถึงในเรื่องของการเป็นมะเร็งแล้วท่าน
00:21:13 → 00:21:16ก็บอกโอเนี่ยถ้าพี่ๆเป็นนะพี่กลุ้มใจตาย
00:21:16 → 00:21:19เลยบอกโอ้พี่จะไปกลุ้มทำไมคะเป็นมะเร็งสิ
00:21:19 → 00:21:22คะดีเราจะได้รู้คำนวณได้ว่าเราจะอยู่อีก
00:21:22 → 00:21:25เท่าไหร่เราจะอยากทำอะไรอยากพูดกับใคร
00:21:25 → 00:21:29อยากอะไรกับใครทำได้หมดเลยแต่ถ้าหนูไปวัน
00:21:29 → 00:21:31นี้หนูตกใดตายหนูทำอะไรไม่ทันเลยนะ
00:21:31 → 00:21:33>> ไม่ได้มีโอกาสทำอะไรเลย
00:21:33 → 00:21:36>> แล้วก็บอกตายแล้วคิดยังได้ยังไงเนี่ยแบบ
00:21:36 → 00:21:38นี้อะไรอย่างเงี้ยนะคะเพราะฉะนั้น
00:21:38 → 00:21:42มันทำให้เราหัดชื่นชมคนอื่นได้นะคะมอง
00:21:42 → 00:21:44เห็นสิ่งที่ดีของเขาเราเคยฟังกันมาเยอะ
00:21:44 → 00:21:48แล้วที่เอ่อพระพุทธทาตุท่านก็สอนเนาะสิ่ง
00:21:48 → 00:21:51ที่ไม่ดีของเขาอย่าไปสนใจให้สนใจแต่สิ่ง
00:21:51 → 00:21:53ที่ดีเพราะฉะนั้นคนที่เดินอยู่กับเรา
00:21:53 → 00:21:53เนี่ย
00:21:53 → 00:21:56>> ก็มีเรื่องดีๆของเขาตั้งมากมายที่จะมาคุย
00:21:56 → 00:21:56กัน
00:21:56 → 00:22:00>> ไม่กลุ่มของเราจะไม่มีการนินทา
00:22:00 → 00:22:02>> พอเราเริ่มนินทาใครที่ไม่ได้นั่นปั๊บ
00:22:02 → 00:22:05เนี่ยฮะเราจะบอกเลยว่าเออขอเปลี่ยนเรื่อง
00:22:05 → 00:22:08นะคะอันนี้เรื่องของคนอื่นเราไม่รู้นะเอา
00:22:08 → 00:22:10มาคุยเรื่องนั่นเรื่องนี่เรื่องทีวี
00:22:10 → 00:22:13เรื่องละครกันหัวเราะกันเก๊กๆดีกว่าอะไร
00:22:13 → 00:22:15อย่างนี้เป็นต้นนะคะเพราะฉะนั้นต้องหัด
00:22:15 → 00:22:18ชื่นชมคนอื่นอย่างจริงใจแล้วก็สิ่งอื่น
00:22:18 → 00:22:21รอบข้างเราโอโหยแดดมันร้อนแต่มันได้
00:22:21 → 00:22:25วิตามินดีนะนกมันร้องไนั่นนี่นั่นนะคะ
00:22:25 → 00:22:27เพราะว่าเราอยู่ชนบทนะคะอยู่อยุธยาเงี้ย
00:22:27 → 00:22:28มันก็มีอะไรที่
00:22:28 → 00:22:29>> ธรรมชาติ
00:22:29 → 00:22:32>> ธรรมชาตินะฮะแล้วก็ทำให้เราเนี่ยได้พัก
00:22:32 → 00:22:35ผ่อนเพียงพอโดยเฉพาะในเรื่องของอารมณ์
00:22:35 → 00:22:35>> อือ
00:22:35 → 00:22:38>> ยิ่งอารมณ์ดีก็ยิ่งมีเสน่ห์
00:22:38 → 00:22:40>> ว่าจริงมั้ยคะนะฮะมันก็เป็นการสร้าง
00:22:40 → 00:22:43บรรยากาศรอบตัวให้คนอื่นเนี่ยรู้สึกปลอด
00:22:43 → 00:22:46ภัยรู้สึกอบอุ่นที่จะอยู่ใกล้เราอยากจะมา
00:22:46 → 00:22:48อยู่กับเราอยากจะอยู่ใกล้เราอยากจะอะไร
00:22:48 → 00:22:51อย่างเงี้ยนะฮะแล้วเราก็สามารถจัดการกับ
00:22:51 → 00:22:54ความเครียดได้แก้ปัญหาของเราได้ต้องฝึก
00:22:54 → 00:22:57ค่ะเรื่องของการคิดบวกนะฮะและทีนี้สุด
00:22:57 → 00:23:00ท้ายและแนวสุดท้ายเหมือนที่ทุกคนรู้คือ
00:23:00 → 00:23:03พัฒนาบุคลิกภาพภายนอกให้เป็นที่ยอมรับของ
00:23:03 → 00:23:05คนอื่นๆในสังคมแต่ว่ายึดธรรมชาติของตัว
00:23:06 → 00:23:09เรานะคะไม่ใช่ว่าต้องบิดเบือนไปมากมายแบบ
00:23:09 → 00:23:10ที่ในสิ่งที่เราไม่ได้เป็น
00:23:10 → 00:23:14>> นะคะโดยการเข้าใจในเรื่องของกาลเทศะแล้ว
00:23:14 → 00:23:17ก็อื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหน้าผม
00:23:17 → 00:23:20สุขภาพ position
00:23:20 → 00:23:23นะคะในเรื่องของการท่าทีที่สง่างามหรือ
00:23:23 → 00:23:25อะไรอย่างเงี้ยซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเตือน
00:23:25 → 00:23:27กันได้ถ้าใครเริ่มเดินหลังค่อมใช่มั้ยคะ
00:23:28 → 00:23:30เราก็อ่ะช่วยดันหลังหน่อย
00:23:30 → 00:23:33>> ผายไหล่หน่อยอะไรอย่างเงี้ยค่ะนะคะแล้วก็
00:23:34 → 00:23:36เสื้อผ้าหน้าผมให้ดูดีให้เหมาะกับเราอย่า
00:23:36 → 00:23:39อย่าอย่าบิดเบือนจนเกินไปค่ะ
00:23:39 → 00:23:41>> แล้วจริงๆดูเหมือนแบบการสร้างเสน่ห์ไม่
00:23:41 → 00:23:43ได้มีอะไรยุ่งยากไม่ต้องถึงขั้นแบบว่าไป
00:23:44 → 00:23:46เสียตังค์เพื่อต้องไปทำอะไรเลยเนาะมัน
00:23:46 → 00:23:48อยู่ที่ตัวเราอ่ะแล้วก็
00:23:48 → 00:23:51>> 4 ข้อ 4 แนวเนี่ยง่ายๆเลยนะฮะแล้วก็ค่อย
00:23:51 → 00:23:54ๆฝึกไปมันอาจจะยากนิดนึงสำหรับการเริ่ม
00:23:54 → 00:23:58ต้นนะฮะอย่างเช่นคนที่คิดลบมาจนตลอดชีวิต
00:23:58 → 00:24:01แล้วเนี่ยจะมาฝึกคิดบวกกันทันทีทันใดก็
00:24:01 → 00:24:03เป็นไปไม่ได้แต่อย่างน้อยลงน้อยลงน้อยลง
00:24:03 → 00:24:04น้อยลงเรื่อยๆ
00:24:04 → 00:24:07>> โอหแต่คนพี่ที่ให้ให้แนะคำแนะนำว่าอดทน
00:24:07 → 00:24:10สูงมา
00:24:10 → 00:24:11>> นะคะอ
00:24:11 → 00:24:13>> ตอนนี้ก็ประสบความสำเร็จค่ะในกลุ่มก็พี่
00:24:13 → 00:24:15ก็ดีขึ้นดีขึ้นกันทุกคนนะคะ
00:24:15 → 00:24:18>> อืก็คือจริงๆถ้าเกิดว่ามีอย่างอาจารย์
00:24:18 → 00:24:21อยู่สักแบบหลายๆคนกระจายไปทุกพื้นที่ก็จะ
00:24:21 → 00:24:23ดีมาก
00:24:23 → 00:24:25ไม่ควรเก็บไว้อยู่ตรงนั้นที่อยุธยาอย่าง
00:24:25 → 00:24:28เดียวนี่ไงก็เลยโรงหมอก็ได้อาจารย์มาร่วม
00:24:28 → 00:24:32พูดคุยกันก็ร่วมอูเกือบ 10 ปีเนาะอาจารย์
00:24:32 → 00:24:35เนาะแบบแป๊บเดียวเองอ่ะเราไม่เห็นแก่เลย
00:24:35 → 00:24:35เนาะแป๊บ
00:24:35 → 00:24:39>> ไม่มีไม่มีเรามีเสน่ห์อยู่ตลอดเวลา
00:24:39 → 00:24:43นะคะก็เราสามารถเปลี่ยนจากคนธรรมดาธรรมดา
00:24:43 → 00:24:45เป็นคนมีเสน่ห์ได้เออโดยแบบบางทีไม่ได้
00:24:45 → 00:24:48ใช้สตางค์ด้วยซ้ำนะแค่เปลี่ยนmindsต
00:24:48 → 00:24:52เปลี่ยนบุคลิกภาพตัวเองหรือว่าแบบอะไรที่
00:24:52 → 00:24:53เคยสะกดจิตตัวเองว่าไม่สวยไม่สวยวันนี้
00:24:54 → 00:24:57แบบกระจกวิเศษจงบอกข้าเถิดชั้นงานงามเลิศ
00:24:57 → 00:25:00ในปฐพีหัวเราะให้ตัวเองก็ได้นะคะอันนั้น
00:25:00 → 00:25:03ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายๆอยู่แล้วนะคะออ
00:25:03 → 00:25:05เป็นแนวทางที่ดีมากๆเลยไปปรับกับตัวเอง
00:25:05 → 00:25:09เพิ่มอีกนิดหน่อยเผื่อว่าจะดีขึ้นนะคะ
00:25:09 → 00:25:12ขอบคุณอาจารย์จันทร์วิภาค่ะสวัสดีค่ะ
00:25:12 → 00:25:14>> เอาล่ะค่ะคุณผู้ฟังวันนี้ก็หมดเวลากัน
00:25:14 → 00:25:16แล้วนะคะพบกันใหม่ครั้งหน้ากับรายการโรง
00:25:16 → 00:25:19หมอทาง Thai PBS Podcast ค่ะวันนี้ลาไป
00:25:19 → 00:25:20ก่อนนะคะสวัสดีค่ะ
00:25:21 → 00:25:23>> This is Thai PBS Podcast
00:25:23 → 00:25:25>> การออกกำลังกายในน้ำสำหรับผู้สูงอายุดี
00:25:25 → 00:25:27อย่างไรต่อร่างกายอาการแบบไหนควรออกกำลัง
00:25:27 → 00:25:30กายด้วยวิธีนี้ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.เกสร
00:25:30 → 00:25:32สัมเภาทองจากคณะสาธารณสุขศาสตร์
00:25:32 → 00:25:36มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาเล่าให้ฟังครับ
00:25:36 → 00:25:38>> จริงๆแล้วต้องบอกว่าการออกกำลังกายในน้ำ
00:25:38 → 00:25:42เนี่ยเหมาะสำหรับทุกคนแหละนะคะที่ทำได้
00:25:42 → 00:25:44แล้วก็จำเป็นสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่อง
00:25:44 → 00:25:47ข้อเอ็นอักเสบต่างๆอย่างน้อยๆก็ 3 ประเภท
00:25:47 → 00:25:51เนาะประเภทแรกก็คือไปในคลินิกหรือโรง
00:25:51 → 00:25:54พยาบาลที่มีการบำบัดที่เรียกว่าธาราบำบัด
00:25:54 → 00:25:54>> อ๋อ
00:25:54 → 00:25:56>> อันนี้เขาใช้น้ำในการบำบัดเลยไม่ว่าจะ
00:25:57 → 00:26:00เป็นฝึกการเดินฝึกการทรงตัวกระตุ้นกล้าม
00:26:00 → 00:26:03เนื้ออะไรต่างๆอันนี้ดีมากๆแต่ว่าต้อง
00:26:03 → 00:26:07ผ่านการตรวจวินิจฉัยแล้วว่ามีความจำเป็น
00:26:07 → 00:26:10นะคะแต่บางที่เนี่ย wellness บางที่มี
00:26:10 → 00:26:13แล้วนะคะให้เป็นใช้ธาราบำบัด
00:26:13 → 00:26:17>> นะคะอาจจะนั่งแช่อ่าน้ำอุ่นนะคะกระตุ้น
00:26:17 → 00:26:20ด้วยน้ำวนอะไรต่างๆตรงนี้เขาจะมีนัก
00:26:20 → 00:26:23กายภาพบำบัดประกบดูแลเราเลย
00:26:23 → 00:26:25>> แล้วเขาก็จะออกแบบว่ากิจกรรมของเราต้อง
00:26:25 → 00:26:28กี่นาทีทำอะไรยังไงบ้างอันนี้ก็เป็น
00:26:28 → 00:26:32ประเภทบำบัดนะคะค่ะ
00:26:32 → 00:26:36ที่เป็นมาตรฐานแล้วก็อาโชน
00:26:36 → 00:26:40นะคะดูแลเราก็อาจจะมีเทรนเนอร์ประจำตัวนะ
00:26:40 → 00:26:42คะไม่ได้เรียนว่ายน้ำแต่มาฝึกออกกำลังกาย
00:26:42 → 00:26:43ในน้ำ
00:26:43 → 00:26:46>> หรือว่าแม่น้ำลำธารธรรมชาตินะคะอยู่ใช่
00:26:46 → 00:26:48มั้คะเป็นกังวลอยู่
00:26:48 → 00:26:50>> แต่ว่าเราจะต้องดูเรื่องความปลอดภัยเป็น
00:26:50 → 00:26:53อย่างดีอันนี้ก็อาจจะต้องมีคนอยู่กับเรา
00:26:53 → 00:26:57มั้ยหรือว่าชายหาดเห็นมั้ยคะชายหาดทะเลนะ
00:26:57 → 00:26:57คะ
00:26:57 → 00:27:00>> ไม่ลึกเกินไม่ลึกนะคะเดินที่พื้นทรายนะคะ
00:27:00 → 00:27:03ก็เรียกว่าเป็นการกระตุ้นฝ่าเท้าที่ดีนะ
00:27:03 → 00:27:07คะได้ลมได้อากาศบริสุทธิ์แต่แน่นอนต้องมา
00:27:07 → 00:27:08อยู่คนเดียว
00:27:08 → 00:27:12>> ถามว่าแหล่งน้ำธรรมชาตินะพวกลำน้ำแม่น้ำ
00:27:12 → 00:27:15ต่างๆพวกนี้ใช้เพื่อการออกกำลังกายในน้ำ
00:27:15 → 00:27:18ได้มอาจจะไม่ได้เหมาะในแง่ของการออกกำลัง
00:27:18 → 00:27:21กายมันอาจจะเหมาะเป็นการพักผ่อนเพลิด
00:27:21 → 00:27:25เพลินนะผ่อนคลายได้อย่างเช่นไปเดินใน
00:27:25 → 00:27:28ลำธารที่เป็นกรวดหินอะไรต่างอย่างเดี๋ยว
00:27:28 → 00:27:31นี้เก็พยายามจำลองนะคะทำเป็นลำธารน้ำแล้ว
00:27:31 → 00:27:36มีกรวดหินให้เดินนะไม่คมนะคะไม่บาดเทวอัน
00:27:36 → 00:27:38นี้ก็ก็ไปเดินได้เหมือนกันผู้สูงที่น้ำ
00:27:38 → 00:27:40หนักเกินนะคะ
00:27:40 → 00:27:42>> เวลาเดินเนี่ยหาน้ำหนักทั้งหมดของเราต้อง
00:27:42 → 00:27:45ลงไปที่เข่าลงไปที่ขาลงไปที่ข้อเท้าทีนี้
00:27:45 → 00:27:47เวลาเราไปอยู่ในน้ำเนี่ยน้ำน่ะช่วยรับน้ำ
00:27:47 → 00:27:49หนักแทนแล้วนะคะเพราะฉะนั้นจึงเหมาะ
00:27:49 → 00:27:52สำหรับผู้ที่อ่ามีปัญหาเรื่องนี้นะถ้าน้ำ
00:27:52 → 00:27:55หนักเกินอ้วนแล้วเดินออกกำลังกายไม่ได้
00:27:55 → 00:27:58อะไรเงี้ยก็ใช้การออกกำลังกายในคือผู้สูง
00:27:58 → 00:28:00อายุเนี่ยความ Fit and Firิเนี่ยคำว่าฟิ
00:28:00 → 00:28:04ก็คือเรื่องของปอดหัวใจเนี่ยทำงานได้ดีทำ
00:28:04 → 00:28:07ให้สดชื่นนะคะแล้วก็ทำให้เราไม่เหนื่อย
00:28:07 → 00:28:10ง่ายอ่ะนะคะแล้วก็เฟิร์มคือกล้ามเนื้อ
00:28:10 → 00:28:12ต่างๆที่มันอาจจะแบบไม่ใช่เหมือนหนุ่มสาว
00:28:12 → 00:28:15ก็จริงแต่ว่าเขาสามารถที่จะทำงานตาม
00:28:15 → 00:28:18ฟังก์ชันได้อย่างดีอ่ะนะฮะอันนี้ก็เป็น
00:28:18 → 00:28:20สิ่งที่สำคัญ
00:28:20 → 00:28:22[เพลง]
00:28:22 → 00:28:26>> This is Thai PBS Podcast
00:28:26 → 00:28:29ติดตามรายการของ Thai PBBS Podcast ได้
00:28:29 → 00:28:31ทางเว็บไซต์ www.tppbspodcast.com
00:28:31 → 00:28:34thaippbspodcast.com
00:28:34 → 00:28:37แอปพลิเคช Thai PBBS Podcast รวมถึงฟัง
00:28:37 → 00:28:42ผ่านพcastช่องทางอื่นๆ Spotify YouTube
00:28:42 → 00:28:45Apple Podcast และ Soundcloud เ้า
00:28:45 → 00:28:48[เพลง]