00:00:01 → 00:00:04ใบหน้ากระตุกครึ่งซีกโรคที่ทำให้เสีย
00:00:04 → 00:00:07บุคลิกภาพ
00:00:07 → 00:00:11โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกยิ่งเครียดอาการ
00:00:11 → 00:00:13ยิ่งกำเริบ
00:00:13 → 00:00:17เรื่องต้องรู้ก่อนฉีดโบทนัท็อกซินสวย
00:00:17 → 00:00:20อย่างปลอดภัยติดตามเรื่องราวทั้งหมดได้ใน
00:00:20 → 00:00:28รายการ T and Health วัน
00:00:28 → 00:00:32นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:32 → 00:00:35Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:35 → 00:00:38คุ้มกันรู้ทันโรคกับ TNN Health ค่ะและ
00:00:38 → 00:00:41ดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงฉัดาวจังวังกรแพทย์
00:00:41 → 00:00:44เฉพาะทางสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวพร้อมที่จะ
00:00:44 → 00:00:47รับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการพาคุณผู้ชม
00:00:47 → 00:00:51มาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกันค่ะ
00:00:51 → 00:01:05[เพลง]
00:01:05 → 00:01:08แล้ววันนี้นะคะเราจะมาพูดถึงโรคๆหนึ่ง
00:01:09 → 00:01:12นั่นก็คือโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกซึ่ง
00:01:12 → 00:01:14หลายท่านเนี่ยอาจจะกังวลใจค่ะว่าตัวเอง
00:01:14 → 00:01:17เป็นแล้วจะเป็นอัมพาตอัมพฤกษ์หรือไม่
00:01:17 → 00:01:21อย่างไรไปฟังพร้อมๆกันค่ะโรคใบหน้ากระตุก
00:01:21 → 00:01:24เป็นโรคที่พบมากในคนเอเชียพบได้ทั้งหญิง
00:01:24 → 00:01:27และชายแต่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
00:01:27 → 00:01:30อาการเริ่มต้นอาจจะมีการกระตุกของกล้าม
00:01:30 → 00:01:34เนื้อบริเวณตาข้างใดข้างหนึ่งจากนั้นอาจ
00:01:34 → 00:01:37เป็นมากขึ้นจนทำให้เกิดการกระตุกที่มุม
00:01:37 → 00:01:40ปากและในที่สุดจะมีการกระตุกทั้งซีก
00:01:40 → 00:01:43บริเวณใบหน้าโรคใบหน้ากระตุกเกิดขึ้นได้
00:01:43 → 00:01:46จากหลายสาเหตุเช่นโรคเนื้องอกในสมองโรค
00:01:46 → 00:01:50เนื้องอกบริเวณก้านสมองโรคเปลือกตากระตุก
00:01:50 → 00:01:54แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงโรคใบหน้ากระตุก
00:01:54 → 00:01:58ครึ่งซีกเิ facial spasum หรือ
00:01:58 → 00:02:02hfs เป็นโรคของเส้นประสาทสมองที่ส่งผล
00:02:02 → 00:02:05ให้เกิดการกระตุกหรือการหดตัวของกล้าม
00:02:05 → 00:02:09เนื้อบนใบหน้าโดยไม่สามารถควบคุมได้ซึ่ง
00:02:09 → 00:02:11จะเกิดขึ้นที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งของใบหน้า
00:02:11 → 00:02:14เท่านั้นการกระตุกในลักษณะนี้มีตั้งแต่
00:02:14 → 00:02:18ระดับเบาไปจนถึงระดับรุนแรงโดยมักเริ่ม
00:02:18 → 00:02:21ต้นที่เปลือกตาซึ่งเป็นจุดที่พบได้บ่อย
00:02:21 → 00:02:24ที่สุดและอาจลามไปถึงกล้ามเนื้อบริเวณ
00:02:24 → 00:02:28ส่วนล่างของใบหน้าแล้วอะไรคือสาเหตุของ
00:02:28 → 00:02:31โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:02:31 → 00:02:34hfs โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:02:34 → 00:02:38hfs ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดแต่ส่วน
00:02:38 → 00:02:41ใหญ่เกิดจากหลอดเลือดแดงในสมองบริเวณแถบ
00:02:41 → 00:02:44ด้านสมองไปพาดผ่านสัมผัสกับเส้นประสาท
00:02:45 → 00:02:48สมองเส้นคู่ที่ 7 หรือ facial nerve
00:02:48 → 00:02:51เมื่อหลอดเลือดแดงเต้นตามจังหวะหัวใจหลอด
00:02:51 → 00:02:54เลือดจะกระแทกเส้นประสาทนี้ทำให้เส้น
00:02:54 → 00:02:57ประสาททรงกระแสประสาทนอกเหนือจากการสั่ง
00:02:57 → 00:03:01ของสมองส่งผลให้สสัญญาณประสาทที่มาเลี้ยง
00:03:01 → 00:03:04กล้ามเนื้อผิดปกติไปเกิดอาการกระตุกของ
00:03:04 → 00:03:07กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้าอย่างต่อเนื่องโดย
00:03:07 → 00:03:11ที่ไม่สามารถควบคุมได้นอกจากนี้ยังมี
00:03:11 → 00:03:14ปัจจัยที่กระตุ้นให้มีอาการใบหน้ากระตุก
00:03:14 → 00:03:18เพิ่มขึ้นเช่นภาวะความเครียดทางจิตใจคิด
00:03:18 → 00:03:23มากอ่อนเพลียอ่อนล้าอดนอนรวมไปถึงกลุ่ม
00:03:23 → 00:03:26การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้าเช่นการ
00:03:26 → 00:03:31พูดการยิ้มการใช้สายตามากเกินไปอาการของ
00:03:31 → 00:03:35ใบหน้าโรคกระตุกครึ่งซีก hfs มีดังนี้โรค
00:03:35 → 00:03:39ใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs มีอาการเด่นๆ
00:03:39 → 00:03:42คือการกระตุกหรือการหดตัวของกล้ามเนื้อบน
00:03:42 → 00:03:45ใบหน้าซีกหนึ่งโดยไม่สามารถควบคุมได้มัก
00:03:45 → 00:03:50เป็นๆหายๆซึ่งอาการจะรุนแรงขึ้นตามการลุก
00:03:50 → 00:03:53ลามดังนี้การกระตุกส่วนใหญ่จะเริ่มเป็น
00:03:53 → 00:03:57ที่หนังตามีอาการคล้ายตาเขม็นอาการกระตุก
00:03:57 → 00:04:00ไม่รุนแรงและความถี่ในการกระตุกนครั้ง
00:04:00 → 00:04:03เมื่อเป็นมากขึ้นอาการกระตุกจะลามไปยัง
00:04:03 → 00:04:07แก้มปากและในบางครั้งไปถึงกรามความถี่และ
00:04:07 → 00:04:10ความรุนแรงเพิ่มขึ้นตามเวลาที่มีอาการ
00:04:10 → 00:04:14ซึ่งอาการจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมีความ
00:04:14 → 00:04:17เครียดความเหนื่อยล้าหรือความวิตกกังวล
00:04:17 → 00:04:20โดยอาการมักไม่ปรากฏขณะนอนหลับการ
00:04:20 → 00:04:24วินิจฉัยโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs ทำ
00:04:24 → 00:04:26ได้ดังนี้แพจะซักประวัติเพื่อแยกโรคใบ
00:04:26 → 00:04:29หน้ากระตุกครึ่งซีกออกจากกลุ่มที่เป็นโรค
00:04:29 → 00:04:31นอกเหนือจากหล่อนเลือดที่ไปสัมผัสหรือ
00:04:31 → 00:04:34กระตุ้นเส้นประสาทคู่ที่ 7 โดยเริ่มจาก
00:04:34 → 00:04:37การให้ยาไปรับประทานถ้ารับประทานยาแล้ว
00:04:37 → 00:04:41ไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์แพทย์จะทำ MRI
00:04:41 → 00:04:45สมองดูรอยโรคที่กั้นสมองเพื่อแยก
00:04:45 → 00:04:49โรคโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs ไม่ได้ทำ
00:04:49 → 00:04:52ให้เป็นอัมพาตและอัมพฤกษ์ค่ะรวมทั้งไม่
00:04:52 → 00:04:54ได้เป็นโรคอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใดแต่
00:04:54 → 00:04:57อาจจะทำให้ผู้ที่เป็นเกิดความรำคาญเสีย
00:04:57 → 00:05:01บุคลิกและรบกวนการทำงานในชีวิตประจำวัน
00:05:02 → 00:05:05โอกาสในการรักษาให้หายขาดของผู้ที่เป็น
00:05:05 → 00:05:08โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs มีความแตก
00:05:08 → 00:05:12ต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละรายเช่นการฉีดบนั
00:05:12 → 00:05:15ท็อกซินสามารถหยุดการกระตุกได้ผลดีชั่ว
00:05:15 → 00:05:19คราวและต้องฉีดซ้ำส่วนการรักษาด้วยการผ่า
00:05:19 → 00:05:22ตัดก็มีประสิทธิภาพการรักษาให้หายขาดได้
00:05:22 → 00:05:25เช่นกันแต่ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสาเหตุและ
00:05:25 → 00:05:28ความรุนแรงของโรคและในช่วงนี้นะคะเราจะไป
00:05:28 → 00:05:31พูดคุยกับอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญใน
00:05:31 → 00:05:34เรื่องของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs
00:05:35 → 00:05:38กันสวัสดีค่ะอาจารย์ขอเริ่มต้นที่คำถาม
00:05:38 → 00:05:38แรกเลยนะ
00:05:38 → 00:05:45[เพลง]
00:05:45 → 00:05:50คะอาจารย์คะโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs
00:05:50 → 00:05:53คืออะไรคะครับโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนะ
00:05:53 → 00:05:56ครับก็เป็นโรคของเส้นประสาทสมองนะครับ
00:05:56 → 00:05:59ซึ่งก็จะส่งผลกระทบให้มีการกระตุกของตัว
00:05:59 → 00:06:01ใบหน้าหนนะครับกล้ามเนื้อใบหน้าซึ่งโดย
00:06:01 → 00:06:04ปกติก็อาจจะเริ่มจากที่ตัวรอบตาก่อนนะ
00:06:04 → 00:06:07ครับแล้วก็อาจจะมีมาที่รอบปากหรือว่ารอบ
00:06:07 → 00:06:10แก้มได้ครับแล้วโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:06:10 → 00:06:13hfs นั้นมีสาเหตุเกิดจากอะไรได้บ้างคะ
00:06:13 → 00:06:16โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนี้นะครับสาเหตุ
00:06:16 → 00:06:19หลักก็จะเป็นจากการกดทับของตัวเส้นประสาท
00:06:19 → 00:06:21นะครับซึ่งก็จะมักจะเกิดจากตัวปลอดเลือด
00:06:21 → 00:06:24นะครับในสมองเนี่ยที่จะไปเอ่อสัมผัสแล้ว
00:06:24 → 00:06:27ก็กดทับตัวเส้นประสาทนะครับแต่ว่าก็ยังมี
00:06:27 → 00:06:29ผู้ป่วยบางรายที่อาจจะยังไม่ได้ได้พบ
00:06:29 → 00:06:33สาเหตุที่ชัดเจนครับโดยปกติแล้วเนี่ยตัว
00:06:33 → 00:06:36หลอดเลือดเองนะครับก็จะอยู่ในเอ่อโพรงของ
00:06:36 → 00:06:38กระโดกศีรษะอยู่แล้วนะครับแล้วก็ตัวเส้น
00:06:38 → 00:06:40ประสาทเองก็จะอยู่ที่ตำแหน่งนั้นอยู่แล้ว
00:06:40 → 00:06:43นะครับก็จะสามารถมีการเคลื่อนที่ไปมาได้
00:06:43 → 00:06:46นะครับแล้วก็อาจจะทำให้การที่มี
00:06:46 → 00:06:50เอ่อการสูบฉีดเลือดของตัวหลอดเลือดนะครับ
00:06:50 → 00:06:52ก็อาจจะทำให้มีการหดและขยายของหลอดเลือด
00:06:52 → 00:06:55อาจจะทำให้มันไปเอ่อสัมผัสกับตัวเส้น
00:06:55 → 00:06:58ประสาทแล้วก็เป็นการกดทับเส้นประสาทเกิด
00:06:58 → 00:07:01ขึ้นได้ครับโรคใบหน้ากระตุกค่ะนอกจาก hfs
00:07:01 → 00:07:04แล้วยังมีใบหน้ากระตุกจากอะไรได้อีกบ้าง
00:07:04 → 00:07:07คะอาจารย์ก็อาจจะมีสาเหตุอื่นๆร่วมด้วยก็
00:07:07 → 00:07:09ได้ครับเช่นเป็นจากการที่มีเนื้องอกใน
00:07:09 → 00:07:12สมองนะครับซึ่งเนื้องอกในสมองตรงนี้อาจจะ
00:07:12 → 00:07:14ไปกดทับตัวเส้นประสาทเองก็ได้ครับหรือว่า
00:07:14 → 00:07:18อีกอีกอันนึงก็จะเป็นเอ่อการที่มีกล้าม
00:07:18 → 00:07:21เนื้อตานะครับมีการกระตุกอย่างเดียวนะ
00:07:21 → 00:07:24ครับก็หรือว่าโรคเฟโลสปาสั้นครับอาจารย์
00:07:24 → 00:07:28ขาแล้วโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs มี
00:07:28 → 00:07:31ความแตกต่างค่ะจากโรคซ Hun Syndrome
00:07:31 → 00:07:35หน้าอัมพาตครึ่งซีกอย่างไรบ้างคะก็สำหรับ
00:07:35 → 00:07:36โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกอนะครับก็จะเป็น
00:07:36 → 00:07:39เรื่องของการกระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้า
00:07:39 → 00:07:40แต่ว่าถ้าเป็นโรคกลุ่ม ramsey Hun
00:07:40 → 00:07:42Syndrome ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการ
00:07:42 → 00:07:44อ่อนแรงของตัวกล้ามเนื้อใบหน้านะครับก็
00:07:44 → 00:07:47คืออาจจะมาด้วยอาการเอ่อปิดตาไม่สนิทนะ
00:07:47 → 00:07:50ครับแล้วก็โรคแมซ Hun Syndrome เองเนี่ย
00:07:50 → 00:07:53ก็จะเป็นโรคของการติดเชื้อที่เอ่อมักจะ
00:07:53 → 00:07:55เป็นการติดเชื้อตัว Herb zoster นะครับ
00:07:55 → 00:07:58ซึ่งเชื้อตัวนี้เองก็อาจจะทำให้เกิดการมี
00:07:58 → 00:08:02ตุ่มใสๆขึ้นที่บริเวณของใบหูหรือรูหูได้
00:08:02 → 00:08:05ครับก็จะแตกต่างกันนะครับก็คือถ้าเกิดว่า
00:08:05 → 00:08:07ตัวโรคใบหน้ากระตุกเนี่ยก็จะเป็นอาการที่
00:08:07 → 00:08:09จะมีลักษณะเป็นใบหน้ากล้ามเนื้อใบหน้าที่
00:08:09 → 00:08:11กระตุกนะครับแต่ว่าถ้าเกิดว่าตัว rams
00:08:11 → 00:08:13Hun sindrome ก็จะเป็นเ่อกล้ามเนื้อใบ
00:08:13 → 00:08:15หน้าที่มันอ่อนแรงคือเราไม่สามารถที่จะ
00:08:15 → 00:08:18เอ่อปิดตาลงได้ไม่สามารถที่จะยกปากขึ้น
00:08:18 → 00:08:20ได้สำหรับโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนะครับ
00:08:20 → 00:08:22hy facial spasum เนี่ยก็อยู่คนละขา
00:08:22 → 00:08:24กันกับตัว rams Hun Syndrome นะครับ
00:08:24 → 00:08:26ซึ่ง R Syndrome เองก็จะอยู่ขาเดียวกัน
00:08:26 → 00:08:29กับตัวเ py ซึ่งก็จะเป็นเอ่อกล้ามเนื้อใบ
00:08:29 → 00:08:31หน้าอ่อนแรงนะครับซึ่งอันนี้ก็จะเป็นใบ
00:08:31 → 00:08:33หน้ากระตุกนะครับอันนี้ก็ยังไม่ได้เจอ
00:08:33 → 00:08:35สาเหตุที่ชัดเจนน่ะนะครับก็ยังเชื่อว่า
00:08:35 → 00:08:38เอ่ออาจจะเป็นจากความเครียดอะไรงี้ที่
00:08:38 → 00:08:40เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดเอ่อเส้น
00:08:40 → 00:08:42ประสาทเนี่ยมีความผิดปกติไปนะครับแล้วก็
00:08:42 → 00:08:45อ่อนแรงลงของก้ามเนื้อใบหน้าครับก็เกิด
00:08:45 → 00:08:47เป็นโรคเบล py ขึ้นมาครับถ้าเป็นใบหน้า
00:08:47 → 00:08:49กระตุกก็คือจะเป็นการกระตุกการขยับของ
00:08:49 → 00:08:51กล้ามเนื้อรอบลูกตานะครับก็จะเป็นใน
00:08:51 → 00:08:54ลักษณะที่มีการพยายามปิดตาปิดตาอยู่
00:08:54 → 00:08:56เรื่อยๆนะครับแต่ว่าก็จะเป็นที่เราไม่ได้
00:08:56 → 00:08:58ควบคุมเราไม่ได้สั่งการให้มันทำแต่ว่า
00:08:58 → 00:08:59ร่างกายเรา
00:09:00 → 00:09:02ไปทำของมันเองอนะครับแล้วก็มันจะเป็นอะไร
00:09:02 → 00:09:04ที่เราจะควบคุมมันไม่ได้อันนี้จะเป็น
00:09:04 → 00:09:06เรื่องของลักษณะของการกระตุกนะครับแต่ถ้า
00:09:06 → 00:09:07เกิดว่าเป็นการอ่อนแรงหมายถึงว่าเรา
00:09:08 → 00:09:10ต้องการที่จะสั่งให้เอ่อกล้ามเนื้อรอบลูก
00:09:10 → 00:09:13ตาเนี่ยมันปิดลูกตาปิดหลับตาลงนะครับแต่
00:09:13 → 00:09:16ว่าเราไม่สามารถที่จะหลับตาลงได้ครับก็จะ
00:09:16 → 00:09:19เป็นความผิดปกติคนละแบบกันครับแล้วใครคือ
00:09:19 → 00:09:23กลุ่มเสี่ยงโรคใบหน้ากระตุกครื่องซีก hfs
00:09:23 → 00:09:25คะปัจจุบันนี้นะครับเราก็เชื่อว่าเอ่อ
00:09:25 → 00:09:27เรื่องของความเครียดความวิตกกังวลนะครับ
00:09:27 → 00:09:30หรือว่าเอ่อบุคคลที่ทำงานมาหนักๆนะครับมี
00:09:30 → 00:09:32ความเหนื่อยล้าเยอะก็อาจจะเป็นตัวกระตุ้น
00:09:32 → 00:09:35ที่ทำให้เกิดการเอ่อมีโรคใบหน้ากระตุก
00:09:35 → 00:09:37ครึ่งซีกได้ครับแล้วก็เอ่อนอกจากนี้ยังมี
00:09:38 → 00:09:40กลุ่มคนพวกที่อาจจะมีการขยับใบหน้าเยอะนะ
00:09:40 → 00:09:43ครับที่ใช้กล้ามเนื้อตากล้ามเนื้อปากบ่อย
00:09:43 → 00:09:44ๆก็อาจจะเป็นความเสี่ยงหนึงที่ทำให้เกิด
00:09:44 → 00:09:47เอ่อโรคนี้ได้ครับโรคใบหน้ากระตุกครึ่ง
00:09:47 → 00:09:50ซีก hfs จะมีอาการอย่างไรคะสำหรับอาการ
00:09:51 → 00:09:53ของโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนี้นะครับหรือ
00:09:53 → 00:09:55hy facial spasum ก็จะเป็นการเริ่ม
00:09:55 → 00:09:58อาการเริ่มต้นก็จะเริ่มจากการที่มีกระตุก
00:09:58 → 00:10:00นะครับของกล้ามเนื้อรอบลูกตานะครับก็จะมี
00:10:00 → 00:10:03การพยายามกระตุกเพื่อหลับตานะครับซึ่งใน
00:10:03 → 00:10:05ระยะเริ่มต้นก็จะเป็นที่กล้ามเนื้อลูกตา
00:10:05 → 00:10:08อย่างเดียวนะครับในระยะที่หลังๆต่อมา
00:10:08 → 00:10:11เนี่ยอาจจะมีกล้ามเนื้อปากกล้ามเนื้อแก้ม
00:10:11 → 00:10:13นะครับหรือว่ากล้ามเนื้อตรงกามเนี่ยขยับ
00:10:13 → 00:10:17ด้วยนะครับโดยลักษณะสำคัญของตัวโรคนี้ก็
00:10:17 → 00:10:20คือจะเป็นเอ่อการขยับการกระตุกที่เราควบ
00:10:20 → 00:10:23คุมมันไม่ได้นะครับแล้วก็โดยปกติจะไม่ทำ
00:10:23 → 00:10:27ให้เกิดการเจ็บปวดอะไรนะครับแต่ในในเอ่อ
00:10:27 → 00:10:30เวลาที่เป็นมากขึ้นนะครับในระยะเวลาที่
00:10:30 → 00:10:32เป็นมากขึ้นเนี่ยในในในระยะเวลาที่ผ่านไป
00:10:32 → 00:10:35นะครับก็จะทำให้อาจจะมีการหดเกร็งที่เยอะ
00:10:35 → 00:10:38ขึ้นการกระตุกที่มากขึ้นจนรบกวนชีวิต
00:10:38 → 00:10:39ประจำวันได้สำหรับโรคกลุ่มนี้เองก็จะไม่
00:10:40 → 00:10:42ทำให้เกิดเรื่องของอัมพฤกษ์อัมพาสนะครับ
00:10:42 → 00:10:43เพราะว่าโรคกลุ่มนี้เป็นโรคของตัวเส้น
00:10:43 → 00:10:46ประสาทโดยที่ที่เกิดขึ้นที่เส้นประสาทนะ
00:10:46 → 00:10:48ครับส่วนตัวโรคอัมพฤกอัมพาสเองก็จะเกิด
00:10:48 → 00:10:50เอ่อจากโรคหล่อเลือดสมองนะครับซึ่งก็อาจ
00:10:50 → 00:10:53จะส่งผลในบริเวณที่กว้างกว่าของสมองนะ
00:10:53 → 00:10:56ครับในขณะที่ตัวเส้นประสาทนี้ก็จะออกเอ่อ
00:10:56 → 00:10:58ส่งผลที่ตัวเส้นประสาทอย่างเดียวนะครับก็
00:10:58 → 00:11:01จะจะทำให้เกิดอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ
00:11:01 → 00:11:03ที่ใบหน้านี้อย่างเดียวครับแล้วก็จะเป็น
00:11:03 → 00:11:06ครึ่งซี่ครับอันนี้ไม่ได้เป็นการเพิ่ม
00:11:06 → 00:11:08ความเสี่ยงในการเกิดโรคอื่นอะไรใดๆครับก็
00:11:08 → 00:11:11ยังไม่น่าต้องกังวลเพิ่มเติมอาจารย์คะ
00:11:11 → 00:11:14แล้วการวินิจฉัยโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก
00:11:14 → 00:11:18hfs ทำได้อย่างไรบ้างคะโดยปกติการ
00:11:18 → 00:11:19วินิจฉัยโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนะครับ
00:11:20 → 00:11:22เราก็จะวินิจฉัยด้วยการเ่อซักประวัติแล้ว
00:11:22 → 00:11:24ก็ตรวจร่างกายซึ่งก็จะสังเกตลักษณะสำคัญ
00:11:24 → 00:11:26นะครับของการกระตุกของกล้ามเนื้อรอบรอบ
00:11:26 → 00:11:29ดวงตานะครับแล้วก็อันนี้ก็จะเป็นการ
00:11:29 → 00:11:31วินิจฉัยหลักนะครับอื่นๆก็คือเราอาจจะหา
00:11:32 → 00:11:35สาเหตุของการเกิดการกล้ามเนื้อกระตุกใบ
00:11:35 → 00:11:37หน้านะครับซึ่งเราก็จะทำโดยการสแกนสมอง
00:11:37 → 00:11:41ด้วยการทำ MRI นะครับหรือว่าการทำ mra
00:11:41 → 00:11:43เพื่อเป็นการตรวจหลอดเลือดนะครับว่าเอ๊ะ
00:11:43 → 00:11:46หลอดเลือดตรงนี้เนี่ยมีเป็นการกดทับตัว
00:11:46 → 00:11:48เส้นประสาทหรือไม่นะครับเพื่อจะใช้ในการ
00:11:48 → 00:11:51หาสาเหตุโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs
00:11:51 → 00:11:54รักษาได้อย่างไรคะสำหรับเรื่องของการ
00:11:54 → 00:11:56รักษาโรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกอนะครับก็จะ
00:11:56 → 00:11:59มีด้วยกันหลากๆายวิธีนะครับวิธีแรกที่ที่
00:11:59 → 00:12:03จะปลอดภัยที่สุดก็คือการให้เอ่อยารับ
00:12:03 → 00:12:05ประทานนะครับซึ่งโดยยารับประทานนี้ก็จะ
00:12:05 → 00:12:08ช่วยลดการกระตุกได้นะครับแต่ว่าก็ไม่
00:12:08 → 00:12:11สามารถที่จะทำให้หายขาดได้นะครับแต่ว่ายา
00:12:11 → 00:12:13เองก็อาจจะมีผลข้างเคียงได้เหมือนกันนะ
00:12:13 → 00:12:15ครับแล้วก็ข้อเสียคืออาจจะต้องระมัดระวัง
00:12:15 → 00:12:17เรื่องของการลืมกินหรือเปล่านะครับกับอัน
00:12:18 → 00:12:21ที่ 2 ก็คือจะเป็นเอ่อการฉีดิัท็อกซินนะ
00:12:21 → 00:12:24ครับซึ่งอันนี้ก็จะออกฤทธิ์ที่ตัวกล้าม
00:12:24 → 00:12:27เนื้อนะครับเพื่อทำให้ลดของการลดการ
00:12:27 → 00:12:29กระตุกของกล้ามเนื้อลงได้นะครับก็จะได้ใน
00:12:29 → 00:12:31ระยะยาวหลัก 3 เดือนถึง 6 เดือนเราค่อยมา
00:12:31 → 00:12:35ฉีดซ้ำได้กับวิธีที่ 3 ก็คือการผ่าตัดนะ
00:12:35 → 00:12:39ครับเพื่อแยกเอ่อตัวเส้นประสาทกับหลอด
00:12:39 → 00:12:41เลือดนะครับไม่ให้มันกดทับไม่ให้มันระคาย
00:12:41 → 00:12:43เคืองกันครับในปัจจุบันนี้นะครับก็ใน
00:12:43 → 00:12:47เรื่องของการผัดตัดตัวเพื่อแยกหลอดเลือด
00:12:47 → 00:12:49กับตัวเส้นประสาทนะครับก็เริ่มมีพัฒนาการ
00:12:49 → 00:12:52ที่มากขึ้นนะครับแล้วก็มีการทำที่บ่อย
00:12:52 → 00:12:54ขึ้นนะครับก็เริ่มมีการประสบความสำเร็จ
00:12:54 → 00:12:56ได้มากขึ้นแล้วก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้
00:12:56 → 00:12:58ป่วยโรคนี้เองเนี่ยมีสิทธิ์ที่จะหายขาด
00:12:58 → 00:13:01ได้นะครับซึ่งก็เป็นข้อดีที่เหนือกว่าตัว
00:13:01 → 00:13:04การฉีดโบนัมท็อกซินหรือว่าการทานยานะครับ
00:13:04 → 00:13:06ซึ่งการฉีดโบนัมท็อกซินหรือการทานยาเนี่ย
00:13:06 → 00:13:10ก็จะเป็นการเอ่อรักษาที่ทำให้อาการดีขึ้น
00:13:10 → 00:13:11แต่ว่าเมื่อไหรก็ตามที่เราหยุดการรักษา
00:13:11 → 00:13:14เนี่ยอาการก็จะกลับมาเป็นซ้ำได้ครับ
00:13:14 → 00:13:17อาจารย์ขาแล้วการฉีดโบทูลินัมท็อกซินมีผล
00:13:17 → 00:13:20ข้างเคียงหรือเปล่าคะอยากให้อาจารย์เล่า
00:13:20 → 00:13:23ว่าโบทูลินัมท็อกซินที่ใช้ในการรักษา
00:13:23 → 00:13:26สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้างคะสำหรับการฉีด
00:13:26 → 00:13:29โทมท็อกซินนะครับผลข้างเคียงที่อาจจะจะ
00:13:29 → 00:13:31เกิดขึ้นได้ก็คืออาจจะทำให้มีการระคาย
00:13:31 → 00:13:33เคืองตาหลังจากจะฉีดได้นะครับหรือว่าเ่อ
00:13:33 → 00:13:36บางรายอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอาจจะมีหนังตา
00:13:36 → 00:13:38ตกได้หรือว่าอาจจะมีกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อน
00:13:38 → 00:13:41แรงได้นะครับแต่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะมักจะ
00:13:41 → 00:13:43เป็นแบบชั่วคราวนะครับก็คือหลังจากครบ
00:13:43 → 00:13:46ฤทธิ์ของโบซัมท็อกซิน 3 เดือนเนี่ยเอ่อ
00:13:46 → 00:13:49กล้ามเนื้อก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติครับ
00:13:49 → 00:13:52กับเรื่องของเอ่อโรคอื่นๆนะครับที่ตัวโบม
00:13:52 → 00:13:55ท็อกซินใช้ในการรักษาได้นะครับก็หลักๆก็
00:13:55 → 00:13:57จะเป็นใช้ในการลดการบิดเกร็งของกล้าม
00:13:57 → 00:13:59เนื้อนะครับโรคอื่นๆที่จะพบได้ก็เป็นโรค
00:13:59 → 00:14:01ที่กล้ามเนื้อบิดเกร็งนะครับหรือ
00:14:01 → 00:14:04ดิสโทเนียที่อาจจะเป็นที่ต้นคอนะครับที่
00:14:04 → 00:14:07อาจจะพบได้บ่อยนะครับก็จะช่วยใช้ในการ
00:14:07 → 00:14:09รักษาได้อันนี้มันก็จะไปออกฤทธิ์ที่ตัวใน
00:14:09 → 00:14:12รตอของตัวกล้ามเนื้อเลยนะครับซึ่งก็การ
00:14:12 → 00:14:14ฉีดเนี่ยไม่ได้ออกฤทธิ์ทันทีนะครับก็จะ
00:14:14 → 00:14:17ต้องทิ้งระยะเวลาไว้แต่ว่าจะเห็นว่าการ
00:14:17 → 00:14:19กระตุกของกล้ามเนื้อใบหน้าเนี่ยลดลงได้
00:14:19 → 00:14:22อย่างรวดเร็วนะครับแล้วก็โดยทั่วไปก็จะ
00:14:22 → 00:14:26หายสนิทเลยก็อาจจะต้องใช้เวลาสัก 1-2 วัน
00:14:26 → 00:14:28นะครับแต่ว่าก็คงขึ้นอยู่กับตอนแรกด้วย
00:14:28 → 00:14:31ว่ากระตุกเยอะน้อยแค่ไหนแล้วโรคใบหน้า
00:14:31 → 00:14:34กระตุกครึ่งซีก hfs ค่ะอาจารย์รักษาหาย
00:14:34 → 00:14:37ได้หรือไม่คะสำหรับโรคใบหน้ากระตุกครึ่ง
00:14:37 → 00:14:40ซีกนะครับก็ถ้าเกิดว่ารักษาด้วยการทานยา
00:14:40 → 00:14:42หรือว่ารักษาด้วยการฉีดโทมท็อกซินเนี่ยก็
00:14:42 → 00:14:44จะสามารถทำให้อาการดีขึ้นได้นะครับแต่ว่า
00:14:44 → 00:14:46เมื่อไรก็ตามที่เราหยุดการรักษาเนี่ยก็
00:14:46 → 00:14:49อาจจะกลับมาเป็นซ้ำได้นะครับซึ่งณ
00:14:49 → 00:14:51ปัจจุบันนี้เราก็เลยมีวิธีใหม่ที่อาจจะทำ
00:14:51 → 00:14:55ให้เอ่อหขาดได้นะครับคือการผัดตัดนะครับ
00:14:55 → 00:14:57ซึ่งเป็นการแยกระหว่างหลอดเลือดกับเส้น
00:14:57 → 00:15:00ประสาทไม่ให้มันกดทับกันมันจะหายถาวรครับ
00:15:00 → 00:15:03แต่ว่าต้องเรียนแจ้งว่าเอ่อเป็นบางคนที่
00:15:03 → 00:15:06ได้รับการผ่าตัดนะครับยังไม่ได้มีข้อมูล
00:15:06 → 00:15:08ที่จะบอกว่าคนส่วนใหญ่ที่ับการผัดตัดจะ
00:15:08 → 00:15:11หายขาดได้สนิทอยากจะให้อาจารย์ฝากให้คุณ
00:15:11 → 00:15:15ผู้ชมฟังค่ะว่าทำอย่างไรให้ห่างไกลจากโรค
00:15:15 → 00:15:18ใบหน้ากระตุกครึ่งซีก hfs ค่ะการห่างไกล
00:15:18 → 00:15:20โรคใบหน้ากระตุกครึ่งซีกนะครับก็แนะนำว่า
00:15:20 → 00:15:23ให้พักผ่อนให้เพียงพอนะครับแล้วก็พยายาม
00:15:23 → 00:15:26หลีกเลี่ยงการเอ่อความกังวลความเครียด
00:15:26 → 00:15:29ต่างๆนะครับก็เลิกงานแล้วก็ไปออกกำลังกาย
00:15:29 → 00:15:32พักผ่อนบ้างครับขอบพระคุณอาจารย์นะคะที่
00:15:32 → 00:15:35มาให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของโรคใบ
00:15:35 → 00:15:38หน้ากระตุก hfs ค่ะและในช่วงนี้นะคะคุณ
00:15:38 → 00:15:41ผู้ชมเราจะมารู้กันว่าจะสวยอย่างไรให้
00:15:41 → 00:15:45ปลอดภัยด้วยโบัท็อกซินก่อนอื่นเรามารู้
00:15:45 → 00:15:49กันก่อนว่า ulum ทอกซินคืออะไร ulum
00:15:49 → 00:15:53ท็อกซินหรือที่หลายคนรู้จักคุ้นเคยและ
00:15:53 → 00:15:56เรียกกันว่าโบท็อกซ์ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว
00:15:56 → 00:16:00เป็นชื่อทางการค้านั้นโบนัมท็อกซินเป็น
00:16:00 → 00:16:04สารชีวภาพชนิดหนึ่งค่ะซึ่งบนัท็อกซินจริง
00:16:04 → 00:16:08ๆมีด้วยกันถึง 7 ชนิดแต่ชนิดที่นำมาใช้ใน
00:16:09 → 00:16:14การเสริมความงามคือิัท็อกซินชนิด a ใน
00:16:14 → 00:16:17ระยะแรกจุดประสงค์หลักของการนำโบนัม
00:16:18 → 00:16:21ท็อกซินมาใช้เพื่อการรักษาอาการกระตุกของ
00:16:21 → 00:16:25กล้ามเนื้อตาอาการตาเลตาเขอาการปวดตึงของ
00:16:25 → 00:16:29กล้ามเนื้อคอโดยมีการอนุญาตให้ใช้ใน
00:16:29 → 00:16:33ประเทศสหรัฐอเมริกาตั้งแต่พุธศักราช
00:16:33 → 00:16:382532 ปัจจุบันบนัทอกซินได้ใช้เพื่อ
00:16:38 → 00:16:40ประโยชน์ทางด้านการเสริมความงามเพราะพบ
00:16:40 → 00:16:45ว่าทำให้นิ้วรอยบริเวณที่ต้องการลดลงแล้ว
00:16:45 → 00:16:49การฉีดบนัท็อกซินเพื่อเสริมความงามช่วย
00:16:49 → 00:16:53อะไรได้บ้างบนัท็อกซินมักจะใช้เพื่อฉีดรส
00:16:53 → 00:16:57ริ้วรอยเช่นบริเวณระหว่างคิ้วหน้าผากหาง
00:16:57 → 00:17:02ตานอกจากนี้ยังใช้ฉีดเพื่อลดขนาดของกราม
00:17:02 → 00:17:06ทำให้ใบหน้าดูเร็วขึ้นลดปีกจมูกและฉีด
00:17:06 → 00:17:09เพื่อลดขนาดของกล้ามเนื้อน่องทำให้น่อง
00:17:09 → 00:17:13เรียวและยังมีอื่นๆอีกมากมายนอกจากิั
00:17:13 → 00:17:16ท็อกซินจะถูกนำมาใช้ในการรักษาริ้วรอยที่
00:17:16 → 00:17:19เกิดจากการขยับของกล้ามเนื้อที่บริเวณใบ
00:17:19 → 00:17:23หน้าและลำคอแล้วยังใช้ในการรักษาภาวะความ
00:17:23 → 00:17:26ผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินไปของ
00:17:26 → 00:17:30กล้ามเนื้อเช่นตาเขหนังตากระตุกกล้าม
00:17:30 → 00:17:34เนื้อคอเกรงตัวการปวดศีรษะชนิดไมเกรนหรือ
00:17:34 → 00:17:37การปวดศีรษะจากความเครียดภาวะกล้ามเนื้อ
00:17:37 → 00:17:41หลังอักเสบเรื้อรังภาวะเหงื่อที่ออกมาก
00:17:41 → 00:17:45ผิดปกติเช่นตามรักแร้เป็นต้นก่อนที่จะ
00:17:45 → 00:17:48เตรียมฉีดโบมท็อกซินนั้นอยากให้คุณผู้ชม
00:17:48 → 00:17:50นะคะเตรียมตัวให้ดีค่ะไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
00:17:50 → 00:17:53ของการนอนนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอนอกจาก
00:17:53 → 00:17:56นี้ท่านใดที่รับประทานอาหารเสริมวิตามิน
00:17:56 → 00:17:59ในกลุ่มที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากไม่ว่าจะ
00:17:59 → 00:18:02เป็นวิตามินอีวิตามินซีฟิช Oil น้ำมันปลา
00:18:02 → 00:18:05โสมต่างๆนะคะควรงดหยุดไปก่อนอย่างน้อย 2
00:18:05 → 00:18:09สัปดาห์ค่ะงดใช้ยาแก้ปวดยา
00:18:09 → 00:18:13แสียากลุ่มต้านการอักเสบเป็นเวลาอย่าง
00:18:13 → 00:18:18น้อย 1-2 สัปดาห์งดการดื่มแอลกอฮอล์ 48
00:18:18 → 00:18:21ชมหรือ 2 วันก่อนที่จะฉีดสำหรับหลังการ
00:18:21 → 00:18:25ฉีดโบมท็อกซินนะคะคุณผู้ชมไม่กวรนอนราบ 4
00:18:25 → 00:18:29ชมงค่ะเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บทม
00:18:29 → 00:18:31ที่ฉีดอยู่ในกล้ามเนื้อมัดที่เราอยากจะ
00:18:31 → 00:18:34ได้นั้นไหลไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่นค่ะห้าม
00:18:34 → 00:18:39นวดกดถูแรงๆบริเวณที่ฉีดเพราะจะทำให้ยา
00:18:39 → 00:18:42กระจายตัวไปที่กล้ามเนื้ออื่นๆอันไม่พึง
00:18:42 → 00:18:45ประสงค์ได้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทุก
00:18:45 → 00:18:49ๆ 15 นาทีในชั่วโมงแรกหลังฉีดเพื่อให้ยา
00:18:49 → 00:18:53ฉีดออกฤทธิ์ดีขึ้นหากมีรอยช้ำหลังฉีดควร
00:18:53 → 00:18:57เป็นการประคบเย็นห้ามนวดหรือนำน้ำอุ่นมา
00:18:57 → 00:19:03ประคบเด็ดค่ะและงดรับประทานยาจำพวกแพน
00:19:03 → 00:19:07วิตามินอีสมุนไพรร้อน 2-3 วันเพื่อลดรอย
00:19:07 → 00:19:11ช้ำหลังฉีดงดการดื่มแอลกอฮอลในช่วง 2
00:19:11 → 00:19:14สัปดาห์แรกหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดเช่น
00:19:14 → 00:19:19ไอร้อนหรือการปรุงอาหารหน้าเตาร้อนสีม
00:19:19 → 00:19:24ซาวน่าการตักแดดการออกกำลังกายที่หนัก
00:19:24 → 00:19:29เกินควรหลายคนอาจจะสงสัยนะคะว่าโบมซินที่
00:19:29 → 00:19:32ฉีดกันนั้นอันตรายหรือไม่จากสถิติของ
00:19:32 → 00:19:35สหรัฐอเมริกาที่รวบรวมผู้ป่วยที่ได้รับ
00:19:35 → 00:19:38การฉีดโบัท็อกซินจำนวนมากพบว่าไม่มี
00:19:38 → 00:19:41อันตรายถึงชีวิตเมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญ
00:19:41 → 00:19:44และใช้ฉีดเพื่อเสริมความงามสำหรับคนไทย
00:19:44 → 00:19:48ค่ะโดยทั่วไปโบททอกซินยี่ห้อที่ผ่านสำนัก
00:19:48 → 00:19:53งานคณะกรรมการอาหารและยาหรืออยของไทยแล้ว
00:19:53 → 00:19:57สามารถรับการฉีดได้อย่างปลอดภัยค่ะผลข้าม
00:19:57 → 00:20:00เคียงอันเกิดจากการฉีดโบมท็อกซินมีอะไร
00:20:00 → 00:20:03บ้างสำหรับผลข้างเคียงนะคะก็เกิดขึ้นได้
00:20:03 → 00:20:06ตั้งแต่การจรดเข็มลงไปทำให้เกิดอาการช้ำ
00:20:06 → 00:20:09บวมแดงเกิดขึ้นได้ค่ะรู้สึกว่าไม่สามารถ
00:20:09 → 00:20:13บังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าได้หน้าแข็งตึง
00:20:13 → 00:20:16มุมปากเบี้ยวยิ้มไม่สุดสาเหตุเกิดจาก
00:20:16 → 00:20:19ปริมาณที่ฉีดเข้าไปไม่เหมาะสมรวมถึง
00:20:19 → 00:20:22ตำแหน่งที่ฉีดอาจมีการฉีดคลาดเคลื่อนได้
00:20:22 → 00:20:26ตาตกจะพบได้ในการฉีดระหว่างคิ้วซึ่งเป็น
00:20:26 → 00:20:29ตำแหน่งที่ใกล้เปลือกตาด้านบนทำให้กล้าม
00:20:29 → 00:20:32เนื้อบริเวณหนังตาบนอ่อนแรงและตกลงมาได้
00:20:32 → 00:20:35ทั้งนี้เกิดจากการฉีดที่ไม่ถูกวิธีและใช้
00:20:35 → 00:20:38ปริมาณยาที่มากเกินควรรวมถึงอาจจะมีการ
00:20:39 → 00:20:42ใช้เทคนิคที่ไม่ปลอดภัยภาวะติดเชื้อ
00:20:42 → 00:20:45สามารถเกิดขึ้นได้จากการทำหัตถการที่ไม่
00:20:45 → 00:20:49เหมาะสมไม่สะอาดไม่ได้มาตรฐานรวมไปถึงคน
00:20:49 → 00:20:51ที่ฉีดอาจจะไม่ใช่แพทย์เพราะว่าถ้าเป็น
00:20:51 → 00:20:55แพทย์จะทราบดีว่าการฉีดให้ปลอดภัยนั้น
00:20:55 → 00:20:57สำคัญอันดับต้นๆเลยก็คือต้องไม่ให้เกิด
00:20:57 → 00:21:00การติดเชื้อใครบ้างที่ห้ามฉีดโบทูลินัม
00:21:00 → 00:21:04ท็อกซินกลุ่มแรกคือผู้ที่มีความผิดปกติ
00:21:04 → 00:21:08ของทางกล้ามเนื้อระบบประสาทเช่นเป็นโรค My
00:21:08 → 00:21:11Asia gravis หรือโรค amyotrophic
00:21:11 → 00:21:14lateral sclerosis als เพราะอาจมี
00:21:14 → 00:21:18อาการแย่ลงได้ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และ
00:21:18 → 00:21:21อยู่ในระหว่างให้นมบุตถึงแม้จะไม่เคยมี
00:21:21 → 00:21:24รายงานถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่ม
00:21:24 → 00:21:27นี้อย่างไรก็ตามการฉีดในคนกลุ่มนี้อาจจะ
00:21:27 → 00:21:31สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้รับการฉีดดัง
00:21:31 → 00:21:34นั้นแพทย์จะแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงการฉีด
00:21:34 → 00:21:37ไปก่อนและรอให้การตั้งครรภ์รวมถึงการให้
00:21:37 → 00:21:40นมบุตเสร็จสิ้นแล้วจึงเข้ารับการฉีดได้
00:21:40 → 00:21:43เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับสาระสุขภาพดีๆที่
00:21:43 → 00:21:47t&n นำมาฝากคุณผู้ชมกันในวันนี้หวังเป็น
00:21:47 → 00:21:49อย่างยิ่งว่าคุณผู้ชมจะสามารถนำสาระ
00:21:49 → 00:21:52สุขภาพดีๆที่ได้ไปดูแลตัวเองและครอบครัว
00:21:52 → 00:21:55ให้ห่างไกลจากโรคร้ายปลอดภัยแข็งแรงกัน
00:21:55 → 00:21:59ค่ะและขอบคุณคุณผู้ชมนะคะที่ติดตามรับชม
00:21:59 → 00:22:01รายการ TNN Health มาโดยตลอดทั้งรายการ
00:22:01 → 00:22:04คุณผู้ชมสามารถติดตามรับชมรายการ TNN
00:22:04 → 00:22:07Health ได้เป็นประจำนะคะทุกวันเสารค่ะ
00:22:07 → 00:22:13เวลาดี 15 น- 15:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16
00:22:13 → 00:22:16และต้องไม่ลืมนะคะติดตามรายการ TNN
00:22:16 → 00:22:18Health ทุกช่องทางโซเชียล Network ต่างๆ
00:22:18 → 00:22:21ไม่ว่าจะเป็น tiktok Facebook Instagram
00:22:21 → 00:22:23LINE official เพื่อที่จะเข้าถึงทุก
00:22:23 → 00:22:26สาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้มกันรู้ทันโรคไป
00:22:26 → 00:22:29ด้วยกันและสำหรับวันนี้นะคะหมอดาวและทีม
00:22:29 → 00:22:32งาน TNN He ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อน
00:22:32 → 00:22:46สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ
00:22:46 → 00:22:58[เพลง]
00:22:58 → 00:23:01เ