00:00:10 → 00:00:13ทำความรู้จักโรคแพนิคภาวะตื่นตระหนกที่
00:00:13 → 00:00:17ทำลายสุขภาพจิตรู้ทันช่วยรับมือได้เปิด
00:00:17 → 00:00:19วิธีการรักษาและดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อ
00:00:19 → 00:00:23เกิดโรคแพนิคบำบัดความเครียดด้วยกลิ่นหอม
00:00:23 → 00:00:26จากธรรมชาติที่หาได้รอบรั้วบ้านติดตาม
00:00:26 → 00:00:32เรื่องราวทั้งหมดได้ในรายการ TNN Health
00:00:32 → 00:00:36นี้สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการ TNN
00:00:36 → 00:00:39Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพเสริมภูมิ
00:00:39 → 00:00:42คุ้มกันรู้ทันโรคไปกับ tn and Health
00:00:42 → 00:00:45ค่ะและดิฉันหมอดาวแพทย์หญิงชัดดาวจัง
00:00:45 → 00:00:48วังกรแพทย์เฉพาะทางสาขาเวชศาตร์ครอบครัว
00:00:48 → 00:00:51พร้อมที่จะรับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ
00:00:51 → 00:00:58พาคุณผู้ชมมาเข้าถึงสาระสุขภาพดีๆกัน
00:00:58 → 00:01:01ค่ะ
00:01:01 → 00:01:06[เพลง]
00:01:06 → 00:01:09สัปดาห์นี้ค่ะเราจะมาพูดถึงโรคแพนิคภาวะ
00:01:10 → 00:01:13ตื่นตระหนกที่ทำลายสุขภาพจิตกันหลายคนค่ะ
00:01:13 → 00:01:16เคยได้ยินโรคแพนิคนะคะไม่ว่าจะเป็นคนที่
00:01:16 → 00:01:19มีชื่อเสียงค่ะในประเทศไทยอย่างเช่นคุณ
00:01:19 → 00:01:22หมอเจี๊ยบลลนาค่ะคุณแต้วณัฐพรหรือแม้
00:01:22 → 00:01:25กระทั่งพี่หนุ่มกัญชัยนะคะหลายๆท่านค่ะ
00:01:25 → 00:01:28ออกมาเปิดเผยนะคะว่าตัวเาเนี่ยเคยประสบ
00:01:28 → 00:01:31ปัญหาเรื่องของแพนิคว่าแล้วโรคแพนิคคือ
00:01:31 → 00:01:33อะไรไปชมพร้อมๆกัน
00:01:33 → 00:01:38ค่ะโรคแพนิคหรือ pic disorder หรือโรค
00:01:38 → 00:01:40ตื่นตระหนกเป็นโรควิตกกังวลประเภทหนึ่ง
00:01:40 → 00:01:43ที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิด
00:01:43 → 00:01:46ปกติโดยระบบประสาทนี้เป็นระบบที่ควบคุม
00:01:46 → 00:01:49การทำงานของร่างกายหลายส่วนจึงทำให้เกิด
00:01:49 → 00:01:53อาการหลายอย่างร่วมกันเช่นหัวใจเต้นเร็ว
00:01:53 → 00:01:56เหงื่อออกมากทองไส้ปั่นป่วนวิงเวียนซึ่ง
00:01:56 → 00:01:59อาการจะเกิดขึ้นแบบฉับพลันแม้ไม่มีสาเหตุ
00:01:59 → 00:02:01หรือมีเรื่องให้ต้องตกใจผู้ป่วยจะมีความ
00:02:01 → 00:02:04รู้สึกกลัวตื่นตระหนกเป็นอย่างมากไม่กล้า
00:02:04 → 00:02:07ออกไปไหนหมกมุนเรื่องสุขภาพจนส่งผลกระทบ
00:02:07 → 00:02:10ต่อชีวิตประจำวันค่ะโรคนี้มักเกิดในวัย
00:02:10 → 00:02:13ผู้ใหญ่ตอนต้นและสามารถเกิดร่วมกับโรค
00:02:13 → 00:02:16อื่นได้เช่นโรคซึมเศร้าแล้วอาการของโรค
00:02:16 → 00:02:20แพนิคเป็นอย่างไรมาดูกันค่ะ 1 มีอาการรู้
00:02:20 → 00:02:22สึกเสียขวัญขึ้นมาแบบกระทันหันคือเกิด
00:02:22 → 00:02:25ความกลัวอย่างรุนแรงหรือความรู้สึกไม่
00:02:25 → 00:02:29สบายใจเป็นการเกิดขึ้นมาโดยไม่คาดคิด 2
00:02:29 → 00:02:32ใจสั่นมีอาการหัวใจเต้นเร็วหรือผิดปกติ
00:02:32 → 00:02:35ระหว่างเกิดความกลัว 3 หายใจถีรู้สึก
00:02:35 → 00:02:39เหมือนหายใจไม่ออกหรือหายใจไม่ออกจริงๆ 4
00:02:39 → 00:02:42ตัวสั่นแบบคุมตัวเองไม่ได้ในช่วงตื่น
00:02:42 → 00:02:46ตระหนก 5 เหงื่อออกมากเกินไปแม้ว่าสภาพ
00:02:46 → 00:02:49แวดล้อมจะไม่ร้อนก็ตามข้อที่ 6 ค่ะรู้สึก
00:02:49 → 00:02:53เจ็บหน้าอกนะคะเวลาที่เรารู้สึกไม่สบายใจ
00:02:53 → 00:02:56หรือว่ากดดันหรือมีอาการตื่นตระหนกค่ะ 7
00:02:56 → 00:03:00รู้สึกสำลักหรือมีก้อนในลำคอ 8 8 คลื่น
00:03:00 → 00:03:03ไส้หรือปวดท้องในช่วงที่ตื่นตระหนก 9 มี
00:03:03 → 00:03:05อาการวินเวียนศีรษะหรือหน้ามืดรู้สึกจะ
00:03:05 → 00:03:09เป็นลมในระหว่างการตื่นตระหนก 10 กลัวที่
00:03:09 → 00:03:13จะสูญเสียการควบคุมหรือกลัวที่จะเป็นบ้า 3
00:03:13 → 00:03:15อาการแพนิคที่จะทำให้คุณรู้สึกหวาดกลัว
00:03:15 → 00:03:19มากรู้สึกเป็นอันตรายนะคะรู้สึกที่แย่กับ
00:03:19 → 00:03:22ชีวิตนั่นก็คือ 1 รู้สึกเหมือนหัวใจวาย
00:03:22 → 00:03:25หลายๆคนที่มีอาการตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก
00:03:25 → 00:03:28อาจจะคิดว่าตนเองกำลังจะหัวใจวายเพราะ
00:03:28 → 00:03:30อาการเจ็บหน้าอกนั้นรุนแรงมากแต่เมื่อ
00:03:30 → 00:03:33เข้ารับการตรวจสอบร่างกายแล้วพบว่าสุขภาพ
00:03:33 → 00:03:36ของหัวใจนั้นแข็งแรงดี 2 รู้สึกเหมือน
00:03:36 → 00:03:39กำลังจะตายเมื่อมีอาการตื่นตระหนกจะมี
00:03:39 → 00:03:41ความรู้สึกหวาดกลัวมากจนคิดว่าตัวเอง
00:03:41 → 00:03:44กำลังจะตายเพราะว่านี่เป็นเรื่องน่ากลัว
00:03:44 → 00:03:46และน่าสับสนอย่างเหลือเชื่อค่ะเพราะจู่ๆ
00:03:46 → 00:03:48ก็จะเกิดอาการตื่นตระหนกอย่างรุนแรงและ
00:03:49 → 00:03:51ยิ่งไม่ทราบว่าต้นเหตุหรือสาเหตุของอาการ
00:03:51 → 00:03:54มาจากที่ไหนจะยิ่งทำให้คุณเกิดความรู้สึก
00:03:54 → 00:03:57กลัวมากขึ้น 3 กลัวว่าตนเองกำลังจะเป็น
00:03:57 → 00:04:00บ้าอาการตื่นตระหนกจะทำทำให้คุณรู้สึก
00:04:00 → 00:04:02เหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้าค่ะเป็นเพราะ
00:04:02 → 00:04:04บ่อยครั้งอาการเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่มี
00:04:04 → 00:04:08สาเหตุชัดเจนและยิ่งมีอาการทางกายภาพร่วม
00:04:08 → 00:04:11ด้วยไม่ว่าจะเป็นตัวสั่นเหงื่อออกหรือหัว
00:04:11 → 00:04:14ใจเต้นเร็วสิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้คนที่
00:04:14 → 00:04:16อยู่ในอาการตื่นตระหนกยิ่งคิดเข้าไปอีก
00:04:16 → 00:04:20ว่าตัวเองกำลังจะเป็นบ้าจริงๆสำหรับ
00:04:20 → 00:04:22ปัจจัยเสี่ยงที่เป็นตัวกระตุ้นทำให้เกิด
00:04:22 → 00:04:24อาการแพนิค
00:04:24 → 00:04:27คือ 1 อาจเกิดจากสมองส่วนควบคุมความกลัว
00:04:27 → 00:04:32ที่เรียกว่าอิลทำงานผิดปกติ 2 กรมพรคนที่
00:04:32 → 00:04:35มีญาติหรือประวัติครอบครัวเป็นโรคแพนิคมี
00:04:35 → 00:04:38แนวโน้มเป็นได้มากกว่าคนทั่วไป 3 การใช้
00:04:38 → 00:04:42สารเสพติด 4 ความผิดปกติของฮอร์โมนอาจทำ
00:04:42 → 00:04:45ให้สารเคมีในสมองเสียสมดุลได้ 5 มี
00:04:45 → 00:04:48ประสบการณ์เคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายใน
00:04:48 → 00:04:51ชีวิต 6 พฤติกรรมต่างๆที่เป็นตัวกระตุ้น
00:04:51 → 00:04:54เช่นทำงานกับคอมพิวเตอร์และมือถือนาน
00:04:54 → 00:04:57เผชิญกับความกดดันอยู่ในสภาวะที่เร่งรีบ
00:04:57 → 00:05:00เครียดวิตกกังวลไม่ออกกำลังงกายพักผ่อน
00:05:00 → 00:05:04น้อย 7 เครียดสะสมเกิดจากการใช้ชีวิต
00:05:04 → 00:05:06อย่างจริงจังเคร่งเครียดอยู่ในสภาวะกดดัน
00:05:06 → 00:05:10เป็นประจำโรคแพนิคไม่อันตรายแต่ควรต้อง
00:05:10 → 00:05:13รักษาค่ะโรคแพนิคไม่มีอันตรายไม่ทำให้ผู้
00:05:13 → 00:05:16ป่วยตายหรือเป็นโรคร้ายแรงก็จริงค่ะแต่ทำ
00:05:16 → 00:05:18ให้เกิดความกังวลใจซึ่งข้อแนะนำจากแพทย์
00:05:18 → 00:05:21ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวทในกรณีโรคแพนิคคือ
00:05:21 → 00:05:25การรู้เท่าทันอารมณ์ของตนและหากไม่สามารถ
00:05:25 → 00:05:28จัดการภาวะที่เกิดขึ้นได้ข้อแนะนำอีกข้อ
00:05:28 → 00:05:31ที่สำคัญคือการปรึกษาจิตแพทย์เพื่อค้นหา
00:05:31 → 00:05:35สาเหตุของอาการและดำเนินการรักษาต่อไปค่ะ
00:05:35 → 00:05:40สนับสนุนโดยแอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:05:40 → 00:05:43คุณและในสัปดาห์นี้นะคะเราจะมาเน้นย้ำกัน
00:05:43 → 00:05:46ในเรื่องของโรคแพนิคภาวะตื่นตระหนกที่
00:05:46 → 00:05:50ทำลายสุขภาพจิตและในช่วงนี้ค่ะเราได้พบ
00:05:50 → 00:05:51กับอาจารย์หมอแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก
00:05:51 → 00:05:54แอปพลิเคชันหมอดีที่จะมาให้ความรู้ความ
00:05:54 → 00:05:57เข้าใจในเรื่องของโรคแพนิคกันสวัสดีค่ะ
00:05:57 → 00:06:00อาจารย์ขอเริ่มที่คำถามแรกเลยนะคะอาจารย์
00:06:00 → 00:06:04คนกลุ่มใดที่มีความเสี่ยงเป็นโรคแพนิคคะ
00:06:04 → 00:06:06ค่ะสำหรับกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเป็นโรค
00:06:06 → 00:06:10แพนิคนะคะในกลุ่มคนที่เริ่มตั้งแต่มี
00:06:10 → 00:06:11ปัจจัยทางด้าน
00:06:12 → 00:06:15พันธุกรรมในเรื่องของกลุ่มคนบุคลิกภาพที่
00:06:15 → 00:06:18มีลักษณะของ perfectionist นะคะกลุ่มคน
00:06:18 → 00:06:22กลุ่มนี้ก็จะทำให้เ่อรับมือกับความคาด
00:06:22 → 00:06:26หวังแล้วก็ความผิดหวังได้น้อยก็ทำให้เกิด
00:06:26 → 00:06:30ความกลัวที่จะผิดหวังแล้วก็เกิดการแพนิค
00:06:30 → 00:06:33ขึ้นได้แล้วก็จะมีในกลุ่มคนที่ผ่าน
00:06:33 → 00:06:37ประสบการณ์ที่เลวร้ายหรือว่ามีผลกระทบกับ
00:06:37 → 00:06:41ชีวิตนะคะเช่นกลุ่มคนที่เอ่อเคยโดนทำร้าย
00:06:41 → 00:06:43ซึ่งทำให้เกิดมีอาการของกลุ่ม Post
00:06:43 → 00:06:46traumatic stress disorder นะคะแล้วก็
00:06:46 → 00:06:50จะเป็นกลุ่มคนที่ใช้สารเสพติดค่ะค่ะ
00:06:50 → 00:06:53อาจารย์คะแล้วปัจจัยเสี่ยงอะไรที่ทำให้
00:06:53 → 00:06:56เกิดโรคแพนิคขึ้นมาได้คะในเรื่องของ
00:06:56 → 00:06:59ปัจจัยเสียงที่ทำให้เกิดอาการแพนิคนะคะก็
00:06:59 → 00:07:03จะมีได้ตั้งแต่ที่หมอกล่าวไปในข้อเมื่อ
00:07:03 → 00:07:06กี้นะคะก็จะเป็นกลุ่มของพันธุกรรม
00:07:06 → 00:07:09บุคลิกภาพแล้วก็เช่นในสำหรับคนที่อยู่ใน
00:07:09 → 00:07:13กลุ่มวัยทำงานที่พักผ่อนน้อยอันนี้ก็จะทำ
00:07:13 → 00:07:15ให้เกิดความเสี่ยงเพราะว่าการพักผ่อนที่
00:07:15 → 00:07:18น้อยเนี่ยก็ทำให้เกิดการกระตุ้นสมองที่
00:07:18 → 00:07:21ต่อเนื่องการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ
00:07:21 → 00:07:24หรือว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ทำงานเป็นกะค่ะ
00:07:24 → 00:07:28ที่ต้องเอ่อเวลากลางคืนที่สมองจะได้รับ
00:07:28 → 00:07:30การพักผ่อนก็คือต้องทำงานในช่วงตอนกลาง
00:07:30 → 00:07:34คืนนะคะแล้วก็ในเรื่องความเสี่ยงเช่น
00:07:34 → 00:07:37เรื่องอื่นๆก็จะเป็นกลุ่มคนที่ติดสารเสพ
00:07:37 → 00:07:41ติดต่างๆนะคะอาจารย์ขาระหว่างโรคแพนิคกับ
00:07:41 → 00:07:44โรควิตกกังวลมีความเหมือนหรือว่าต่างกัน
00:07:44 → 00:07:47อย่างไรบ้างคะค่ะจริงๆแล้วโรคแพนิคเนี้ย
00:07:47 → 00:07:51จัดอยู่ในกลุ่มโรควิตกกังวลนะคะซึ่งกลุ่ม
00:07:51 → 00:07:54โรควิตกกังวลเนี่ยก็จะแบ่งออกเป็น 5 ชนิด
00:07:54 → 00:07:58ตัวแพนิคเนี่ยก็จะเหมือนเป็นัไท้ตัวย่อยๆ
00:07:58 → 00:08:01ขึ้นมาในกลุ่มกลุ่มอาการวิตกกังวลแต่จะ
00:08:01 → 00:08:05แตกต่างจากโรควิตกกังวลแบบทั่วไปก็คือว่า
00:08:05 → 00:08:08โรคแพนิคเจะมีอาการทางกายที่แสดงออกได้
00:08:08 → 00:08:11เยอะนะคะระบบประสาทอ่าอัตโนมัติเนี่ยเขา
00:08:11 → 00:08:15จะสามารถทำหน้าที่ควบคุมตั้งแต่หัวใจการ
00:08:15 → 00:08:19หายใจแล้วก็เรื่องของการเคลื่อนไหวของลำ
00:08:19 → 00:08:22ไส้หรือแม้กระทั่งระบบประสาทสัมผัสต่างๆ
00:08:22 → 00:08:26ซึ่งพอมีอาการแบบนี้อ่ะค่ะก็จะทำให้คนไข้
00:08:26 → 00:08:29ที่มีอาการแพนิคเนี่ยมีอาการที่เหมือนกับ
00:08:29 → 00:08:32โรคทางด้านร่างกายอาจารย์คะผู้ป่วยโรคซึม
00:08:32 → 00:08:35เศร้ามีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคแพนิคร่วม
00:08:35 → 00:08:38ด้วยหรือไม่คะผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีความ
00:08:38 → 00:08:41เสี่ยงที่จะมีโรคแพนิคร่วมด้วยได้นะคะ
00:08:42 → 00:08:44เนื่องจากเ่ออาการของโรคซึมเศร้าและอาการ
00:08:44 → 00:08:47แพนิคเกิดจากสาเหตุของเรื่องของความผิด
00:08:47 → 00:08:51ปกติของสารเคมีในสมองซึ่งโดยทั้ง 2 โรค
00:08:51 → 00:08:55นี้ก็ทำให้มีอาการแสดงร่วมกันได้เช่นบาง
00:08:55 → 00:08:58คนเป็น pic disorder หรือเป็นโรคแพนิค
00:08:58 → 00:09:01นานๆเราก็ไม่สามารถที่จะรู้ว่าเราเป็นโรค
00:09:01 → 00:09:05แพนิคเ่าเราก็จะกังวลเกี่ยวกับอาการของ
00:09:05 → 00:09:08ที่สิ่งที่เราเป็นเช่นใจสั่นใจเต้นเร็ว
00:09:08 → 00:09:12เต้นแรงก็กังวลว่าจะเป็นโรคหัวใจพอเราไป
00:09:12 → 00:09:15โรงพยาบาลก็ไปตรวจกับคุณหมอก็ไม่พบความ
00:09:15 → 00:09:19ผิดปกติพอไม่พบความผิดปกติอาการที่เป็น
00:09:19 → 00:09:23อาการแพนิคใช่มยคะก็จะกระทบกับการทำงาน
00:09:23 → 00:09:26เราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตปกติได้เพราะ
00:09:26 → 00:09:30เรารู้สึกว่าควบคุมไม่ได้เวลาที่มีอาการ
00:09:30 → 00:09:35ก็จะเกิดความรู้สึกว่าคนรอบตัวค่ะเป็นเรา
00:09:35 → 00:09:38เป็นภาระให้กับคนรอบตัวพอเป็นซ้ำๆไม่
00:09:38 → 00:09:42สามารถที่จะออกไปพบเจอเพื่อนหรือว่าไม่
00:09:42 → 00:09:46สามารถที่จะออกไปเจอผู้คนเยอะๆได้คนไข้
00:09:46 → 00:09:48ที่เป็นโรคซึมเศร้าอ่ะค่ะก็สามารถที่จะมี
00:09:48 → 00:09:53อาการของแนิสอดอร่วมด้วยได้เหมือนกันค่ะ
00:09:53 → 00:09:56อาจารย์ขาภาวะแทรกซ้อนจากโรคแพนิคมีอะไร
00:09:56 → 00:10:00บ้างคะในด้านจิตเวทก็ทำให้คนไข้อาจจะรู้
00:10:00 → 00:10:04สึกว่าตัวเองเป็นภาระรู้สึกว่าเรามีอาการ
00:10:04 → 00:10:08ที่แบบไม่สามารถควบคุมได้ไปจนถึงความคิด
00:10:08 → 00:10:13ที่พัฒนาไปจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าจนถึง
00:10:13 → 00:10:16ขั้นมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วก็
00:10:16 → 00:10:20อีกอันนึงก็คือพอมีอาการแพนิคแล้วบาง
00:10:20 → 00:10:24ครั้งก็พยายามที่จะรักษะตัวเองโดยการใช้
00:10:24 → 00:10:28สารเสพติดแพนิคเนี่ยเป็นสาเหตุจากการที่
00:10:28 → 00:10:32ถูกกระตุ้นโดยจากสมองระบบประสาทอัตโนมัติ
00:10:32 → 00:10:36ที่ทำงานไวมากกว่าปกติเพารใช้แอลกอฮอล์ก็
00:10:36 → 00:10:40เหมือนกับเป็นสารที่กดระบบประสาทก็จะทำ
00:10:40 → 00:10:44ให้คนไข้มีอาการดีขึ้นในช่วงระยะเวลาที่
00:10:44 → 00:10:47ใช้แต่จริงๆแล้วพอตอนหยุดใช้ก็จะมีอาการ
00:10:47 → 00:10:51ที่เป็นมากขึ้นแล้วก็แรงขึ้นแล้วก็จะมี
00:10:51 → 00:10:55ปัญหาทางด้านร่างกายตามมาจากปัญหาสุขภาพ
00:10:55 → 00:10:59ร่างกายที่เกิดจากการเอ่อไปใช้สารเสพติด
00:10:59 → 00:11:02นะคะค่ะอาจารย์คะแล้วปัจจุบันการรักษาโรค
00:11:02 → 00:11:07แพนิคทำได้กี่วิธีคะในการรักษาโรคแพนิคนะ
00:11:07 → 00:11:10คะเนื่องจากปัจจัยก็จะเกิดจากสาเหตุของ
00:11:10 → 00:11:14สารเคมีในสมองซึ่งไม่สมดุลการใช้ยาก็จะ
00:11:14 → 00:11:17เป็นปัจจัยลักษณ์ของการรักษาซึ่งการใช้ยา
00:11:17 → 00:11:22จะให้ปริมาณโดยจิตแพทย์ที่ดูแลว่ามีความ
00:11:22 → 00:11:27รุนแรงแล้วก็ปรับยาตามอาการโดยที่คุณหมอ
00:11:27 → 00:11:30จะมีการนัดติดตามในช่วงแรกประมาณ 2
00:11:30 → 00:11:33สัปดาห์หลังกจากที่ให้ยาหรือ 1 เดือนแล้ว
00:11:33 → 00:11:37แต่ความรุนแรงนะคะอันนี้ก็เป็นเป็นคีย์
00:11:37 → 00:11:41หลักในการรักษาโรคแพนิคเลยเพราะว่าตัวตัว
00:11:41 → 00:11:44การของเขาก็คือการที่สารเคมีสารหรือว่า
00:11:44 → 00:11:48สารสืบประสาทในสมองผิดปกติทีนี้ก็เป็นการ
00:11:48 → 00:11:52รักษาที่ควบคู่กันไปเพื่อทำให้คนไข้หาย
00:11:52 → 00:11:55เร็วขึ้นแล้วก็ป้องกันการกลับเป็นซ้ำนะคะ
00:11:55 → 00:11:59ก็คือจะเป็นการทำจิตบำบัดนะคะการทำจิต
00:11:59 → 00:12:02บำบัดในเรื่องของการให้ความรู้ในเรื่อง
00:12:02 → 00:12:05ของตัวโลคก็จะทำให้คนไข้รู้สึกคลายกังวล
00:12:05 → 00:12:09แล้วก็มีวิธีในการที่จะบอกกับตัวเองเข้า
00:12:10 → 00:12:13ใจตัวเองเข้าใจอาการที่เป็นก็จะทำให้คน
00:12:13 → 00:12:17ไข้ลดลดเเรื่องของความกลัวแต่ถ้าในคนไข้
00:12:17 → 00:12:20ที่มีแพนิคร่วมกับเ่อมีโรคอื่นร่วมด้วย
00:12:20 → 00:12:25เช่นโรคซึมเศร้าหรือโรคของผ่านประสบการณ์
00:12:25 → 00:12:28ที่ทำให้มีกระทบกระเทือนจิตใจที่เรียก
00:12:28 → 00:12:32สั้นๆว่า ptsd อันนั้นเราก็จะมีการทำจิต
00:12:32 → 00:12:37บำบัดด้วยวิธีการเฉพาะต่างๆนะคะค่ะ
00:12:37 → 00:12:39อาจารย์คะแล้วกรณีที่ผู้ป่วยที่เป็นโรค
00:12:39 → 00:12:43แพนิคไม่เข้ารับการรักษาจะส่งผลเกิดผล
00:12:43 → 00:12:47กระทบอย่างไรกับผู้ป่วยบ้างคะคอืเป็นคำ
00:12:47 → 00:12:50ถามที่ดีมากเลยนะคะเพราะว่าบางคนก็จะคิด
00:12:50 → 00:12:55ว่าโรคทางด้านจิตเวทเป็นการที่อ่าดูแลจิต
00:12:55 → 00:12:58ใจตัวเองเพียงเท่านั้นก็จะดีขึ้นแต่เราก็
00:12:58 → 00:13:01ก็ได้พบแล้วว่าส่วนของสมองเนี่ยมันมีความ
00:13:01 → 00:13:05ผิดปกติจริงซึ่งตัวยาที่ใช้รักษาเนี่ยเขา
00:13:05 → 00:13:09จะสามารถช่วยปรับสมดุลเคมีนั้นซึ่งทำให้
00:13:09 → 00:13:13ตัวโรคอ่ะค่ะดีขึ้นแล้วก็เราก็จะต้อง
00:13:13 → 00:13:17รักษาไปในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อควบคุม
00:13:17 → 00:13:21ตัวโรคให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติก่อนซึ่ง
00:13:21 → 00:13:24เกณฑ์ปกติของจิตแพทย์ก็ไม่ได้สามารถวัด
00:13:25 → 00:13:29ได้โดยการที่ใช้ผลเลือดหรือตัวเลขจากการ
00:13:29 → 00:13:33ดูผลเลือดเบาหวานหรือว่าตัวเลขความดันแต่
00:13:33 → 00:13:37เราจะสามารถประเมินได้โดยการพูดคุยกับผู้
00:13:37 → 00:13:40ป่วยอาจารย์คะสำหรับอาหารที่ผู้ป่วยโรค
00:13:40 → 00:13:42แพนิคจะต้องหลีกเลี่ยงนั้นมีอะไรบ้างคะ
00:13:42 → 00:13:44แล้วเหตุผลอะไรที่พวกเขาต้องหลีกเลี่ยง
00:13:44 → 00:13:47อาหารเหล่านี้ค่ะอาจารย์ค่ะอาหารที่ผู้
00:13:47 → 00:13:50ป่วยโรคแพนิคควรหลีกเลี่ยงนะคะเนื่องจาก
00:13:50 → 00:13:54แพนิคเนี่ยทำให้สมองถูกกระตุ้นได้ง่ายมาก
00:13:54 → 00:13:57กว่าปกติเพราะฉะนั้นสานที่กระตุ้นสมองจึง
00:13:57 → 00:14:00เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลเี่ยงเนื่องจากว่า
00:14:00 → 00:14:05ตัวคาเฟอีนหรือชาก็จะมีการกระตุ้นระบบ
00:14:05 → 00:14:08สมองที่มากขึ้นทำให้อาการแพนิคเป็นง่าย
00:14:09 → 00:14:12ขึ้นค่ะในส่วนของแอลกอฮอล์แอลกอฮอล์ก็
00:14:13 → 00:14:16เป็นตัวสารที่เมื่อรับประทานเข้าไปอ่ะคะ
00:14:16 → 00:14:20ก็จะไปกดสมองพอเวลาช่วงที่ไม่ได้รับ
00:14:20 → 00:14:24ประทานก็จะเกิดอาการที่เรียกว่าอาการขาด
00:14:24 → 00:14:27แอลกอฮอล์ซึ่งตัวนตอนที่อาการขาด
00:14:27 → 00:14:29แอลกอฮอล์เนี่ยจะเป็นอาการที่คลายกับ
00:14:29 → 00:14:34อาการแพนิคก็ผสมทำให้รวมอาการที่แบบกับ
00:14:35 → 00:14:39อาการของโรคที่มันเป็นมากขึ้นชัดขึ้นแล้ว
00:14:39 → 00:14:42ก็ควบคุมโรคได้ยากขึ้นได้นะคะอาจารย์คะ
00:14:42 → 00:14:45หากคนใกล้ตัวของเราเนี่ยเป็นโรคแพนิคตัว
00:14:45 → 00:14:47เราเองในฐานะคนที่อยู่ใกล้ชิดนั้นเนี่ยจะ
00:14:47 → 00:14:50ต้องปฏิบัติตัวอย่างไรและมีวิธีในการช่วย
00:14:50 → 00:14:53เหลือพวกเขาอย่างไรบ้างคะค่ะสำหรับใครที่
00:14:53 → 00:14:57มีคนใกล้ตัวป่วยเป็นโรคแพนิคนะคะก่อนอื่น
00:14:57 → 00:15:01ต้องทำความเข้าเข้าใจกับตัวโรคก่อนว่าคน
00:15:01 → 00:15:04ไคร้หรือว่าคนใกล้ตัวเรามีอาการแบบที่เขา
00:15:04 → 00:15:08บอกมาจริงๆแล้วก็เกิดขึ้นกับร่างกายของ
00:15:08 → 00:15:12เขาจริงๆเช่นเวลาเขาบอกว่าใจสั่นหรือว่า
00:15:12 → 00:15:15หน้ามืดจะเป็นลมหายใจไม่อิ่มก็คืออาจจะ
00:15:15 → 00:15:18ต้องเข้าไปช่วยดูแลเบื้องต้นในอาการเหล่า
00:15:18 → 00:15:22นั้นพอเราเข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้นเนี่ย
00:15:22 → 00:15:25มันจะเป็นอยู่ประมาณไม่เกิน 10-20 นาที
00:15:25 → 00:15:30แล้วก็เกิดจากโรคทางด้านระบบสมองผิดปกติ
00:15:30 → 00:15:35ก็ช่วยๆคามดาวคนคนใกล้ตัวเราก็คืออยู่
00:15:35 → 00:15:38เป็นเพื่อนแล้วก็คอยให้กำลังใจอ่ะค่ะค่ะ
00:15:39 → 00:15:42ความเข้าใจในตัวโลกเราก็จะสามารถช่วยดูแล
00:15:42 → 00:15:46เขาได้แล้วก็การที่มีทัศนคติที่ดีก็จะทำ
00:15:46 → 00:15:50ให้ผู้ป่วยมีกำลังใจแล้วก็การเป็นคนที่
00:15:50 → 00:15:54คอยรับฟังความเครียดต่างๆในชีวิตของเขคก็
00:15:54 → 00:15:57จะสามารถทำให้ลดความวิตกกังวลซึ่งเป็น
00:15:57 → 00:16:01ปัจจัยหนที่ทำให้กระตุ้นอาการแพนิคเกิด
00:16:01 → 00:16:04ขึ้นได้นะคะอาจารย์คะคำถามสุดท้ายค่ะอยาก
00:16:04 → 00:16:07ให้อาจารย์ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว
00:16:07 → 00:16:10สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคแพนิคค่ะการที่
00:16:10 → 00:16:13เป็นโรคแพนิคนะคะจะสามารถดูแลตัวเองได้
00:16:13 → 00:16:17แล้วทำให้โรคดีขึ้นแล้วก็หายเร็วขึ้นนอก
00:16:17 → 00:16:22จากการรับประทานยาพบแพทย์เอ่อตามที่คุณ
00:16:22 → 00:16:26หมอนัดหมายอย่างต่อเนื่องแล้วก็การปรับ
00:16:26 → 00:16:29ความคาดหวังในสิ่งต่างๆ
00:16:29 → 00:16:32จากบุคลิกภาพของเราบางครั้งที่เราเป็นคน
00:16:32 → 00:16:36ที่มีความ perfectionist ก็อาจจะมีความ
00:16:36 → 00:16:39ยืดหยุ่นแล้วก็มองเห็นในด้านที่ดีและไม่
00:16:39 → 00:16:43ดีในบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ถึงแม้จะ
00:16:43 → 00:16:47ไม่เป็นตามความคาดหวังใช่มยคะแล้วก็การ
00:16:47 → 00:16:51นอนหลับพักผ่อนทานอาหารให้เป็นเวลาอันนี้
00:16:51 → 00:16:54ก็เป็นการลดความตึงเครียดซึ่งกระตุ้น
00:16:54 → 00:16:58อาการของโรคได้โรคแพนิคเป็นโรคที่รักษา
00:16:58 → 00:17:01ได้แล้วก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดการมา
00:17:01 → 00:17:05พบจิตแพทย์หรือการพูดคุยกับคุณหมอจิตเวช
00:17:05 → 00:17:10ก็ไม่ได้น่ากลัวแล้วก็สามารถหายได้ไม่ไม่
00:17:10 → 00:17:14นานก็หายรักษาง่ายกว่าโรคอื่นๆเยอะเลยนะ
00:17:14 → 00:17:17คะค่ะขอขอบพระคุณอาจารย์นะคะจาก
00:17:17 → 00:17:19แอปพลิเคชันหมอดีค่ะที่มาให้ความรู้ความ
00:17:19 → 00:17:23เข้าใจในเรื่องของโรคแพนิคกันสนับสนุนโดย
00:17:23 → 00:17:26แอปหมอดีหมอประจำบ้านในมือ
00:17:26 → 00:17:30คุณอย่างที่บอกคุณผู้ชมไปนะคะว่าเราจะมา
00:17:30 → 00:17:32รู้กันว่าวิธีบำบัดความเครียดด้วยพืช
00:17:32 → 00:17:35ธรรมชาติล้อมรอบรั้วบ้านเราเป็นอย่างไร
00:17:35 → 00:17:37บ้างไปติดตาม
00:17:37 → 00:17:41ค่ะ 1 กลิ่นตะไคร้ไทยตะไคร้ไทยเป็นพืช
00:17:41 → 00:17:45อยู่ในจำพวกตระกูลส้มมะนาวสรรพคุณของ
00:17:45 → 00:17:48กลิ่นตะไคร้นั้นจะมีความหอมช่วยผ่อนคลาย
00:17:48 → 00:17:51กล้ามเนื้อลดอาการปวดเมื่อยเมื่อยล้าของ
00:17:51 → 00:17:54กล้ามเนื้อลงได้และยังสามารถใช้ไล่ยุงได้
00:17:54 → 00:17:58ดี 2 กลิ่นกระดังงากระดังงากลิ่นดอกไม้
00:17:58 → 00:18:01ไม้หอมในเขตร้อนสรรพคุณช่วยให้ใจเย็นผ่อน
00:18:01 → 00:18:04คลายลดความกระวนกระวายนอนไม่หลับกลิ่นหอม
00:18:04 → 00:18:07เข้มข้นของกระดังงายังช่วยสร้างบรรยากาศ
00:18:07 → 00:18:10แห่งความรักรันจวนใจกลิ่นช่วยให้ใจสงบ
00:18:10 → 00:18:13ช่วยบำรุงประสาทและช่วยให้จิตใจสงบแก้
00:18:13 → 00:18:15อาการซึมเศร้ากระวนกระวายใจลดความดัน
00:18:16 → 00:18:19โลหิตแก้ห่อผืดได้ขับลมใช้เป็นยาฆ่าเสื้อ
00:18:19 → 00:18:22โรค 3 กลิ่นสระแหน่สระแหน่เป็นกลิ่นที่
00:18:22 → 00:18:25หอมเย็นสรรพคุณช่วยกระตุ้นร่างกายช่วยให้
00:18:25 → 00:18:28มีความรู้สึกตื่นตัวและเย็นสดชื่นงับความ
00:18:28 → 00:18:31รู้สึกปวดหัวไมเกรนด้วยการสุดดมหรือนวด
00:18:31 → 00:18:34น้ำมันเจือจังบริเวณขมับและหลังคอช่วย
00:18:34 → 00:18:36คลายความอ่อนล้ากระตุ้นการไหลเวียนของ
00:18:36 → 00:18:40โลหิตป้องกันอาการไซนัสไขหวัดครัเนื้อ
00:18:40 → 00:18:42ครั่นตัวบรรเทาอาการคลื่นไส้และวิงเวียน
00:18:42 → 00:18:46เมารสเมาเรือเสียดท้องและท้องเสีย 4
00:18:46 → 00:18:49กลิ่นมะกรูดมะกรูดหรือซีตรัสให้กลิ่นที่
00:18:49 → 00:18:53อบอุ่นกลิ่นหอมอบอวนคล้ายดอกไม้สรรพคุณมี
00:18:53 → 00:18:55กลิ่นหอมสดชื่นช่วยบรรเทาความเครียดซึม
00:18:56 → 00:18:59เศร้าวิตกกังวลและอาการทางด้านจิตใจได้ผล
00:18:59 → 00:19:02เป็นอย่างดีสูดดมเพื่อช่วยระบบทางเดินหาย
00:19:02 → 00:19:06ใจโล่งสบายบรรเทาอาการคัดจมูกหรือไม่สบาย
00:19:06 → 00:19:10จากไข้หวัด 5 กลิ่นมะลิน้ำมันหอมระเหย
00:19:10 → 00:19:13กลิ่นมะลิจะขึ้นจมูกเมื่อสุดดมสรรพคุณ
00:19:13 → 00:19:17ช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าผ่อนคลายความตึง
00:19:17 → 00:19:20เครียดวิตกกังวลและอาการทางจิตใจต่างๆได้
00:19:20 → 00:19:24เป็นอย่างดีนอกจากกลิ่นหอมแล้วนะคะยังมี
00:19:24 → 00:19:27ชาสมุนไพรที่ช่วยบำบัดความเครียดได้อีก
00:19:27 → 00:19:30ด้วยไปดูกันว่าสมุนไพรอะไรบ้างค่ะลำไย
00:19:30 → 00:19:33เป็นผลไม้ของไทยที่สามารถนำมาทำเป็นยา
00:19:33 → 00:19:36สมุนไพรได้ด้วยค่ะเพราะลำไยจะช่วยแก้หวัด
00:19:36 → 00:19:39ช่วยให้ผ่อนคลายลดอาการใจสั่นหลงลืม
00:19:39 → 00:19:42กระสับกระส่ายแถมยังช่วยให้นอนหลับสบาย
00:19:42 → 00:19:45ด้วยแค่นำเนื้อลำไยแห้งมาต้มกับน้ำตาล
00:19:45 → 00:19:48ทรายแล้วเคี่ยวจนเหนียวข้นกินวันละ 2
00:19:48 → 00:19:51ครั้งกินง่ายแถมปลอดภัยด้วยค่ะแต่สำหรับ
00:19:51 → 00:19:53คนที่เป็นเบาหวานแล้วอาจจะต้องระวัง
00:19:53 → 00:19:55เรื่องของน้ำตาลในเลือดสูงนิดนึงนะคะ
00:19:55 → 00:19:59สระแหน่หลายคนคงรู้จักสกระแหน่สมุนไพร
00:19:59 → 00:20:01พื้นบ้านคุกครัวไทยที่นิยมนำมาปรุงเป็น
00:20:02 → 00:20:05อาหารรสชาติจะคล้ายๆกับตะไคร้หอมและมะนาว
00:20:05 → 00:20:09ใบมีลักษณะคล้ายมิ้นและสระแหน่ยังมีส่วน
00:20:09 → 00:20:12ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นยาเย็นช่วยดับ
00:20:12 → 00:20:15ร้อนและขับเหงื่อในร่างกายแถมยังช่วยให้
00:20:15 → 00:20:19เราผ่อนคลายนอนหลับสบายวิธีทำก็แค่เด็ดใบ
00:20:19 → 00:20:22แก่ของสระแหน่มาตากแห้งและนำไปต้มกับน้ำ
00:20:22 → 00:20:27ดื่มก่อนนอนคาโมไมล์ดอกคาโมไมล์นิยมนำมา
00:20:27 → 00:20:30ทำเป็นชาดื่มในตอนเช้าหรือก่อนนอนเพราะ
00:20:30 → 00:20:33การดื่มชาคาโมไมล์จะช่วยให้หลับสบายคลาย
00:20:33 → 00:20:35ความเครียดแถมยังทำให้ระบบย่อยอาหารทำงาน
00:20:36 → 00:20:39ได้ดีขึ้นด้วยชาคาโมไมล์สามารถทำได้ง่ายๆ
00:20:39 → 00:20:42เพียงแค่นำดอกคาโมไมล์มาตากแห้งตอนจะนำมา
00:20:42 → 00:20:46ทำชาแนะนำให้ห่อด้วยผ้าขาวบางและใส่ลงไป
00:20:46 → 00:20:49ในน้ำอุ่นเท่านี้ก็พร้อมดื่มแล้ว
00:20:49 → 00:20:52ค่ะเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะคุณผู้ชมกับสาระ
00:20:52 → 00:20:55สุขภาพดีๆที่วันนี้ทางรายการ TNN Health
00:20:55 → 00:20:58นำมาฝากคุณผู้ชมกันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า
00:20:58 → 00:21:01คุณผู้ชมจะสามารถนำความรู้ที่ได้นะคะไปดู
00:21:01 → 00:21:05แลตัวเองและครอบครัวค่ะให้แข็งแรงกันและ
00:21:05 → 00:21:08ขอบคุณคุณผู้ชมค่ะที่ติดตามรับชมรายการมา
00:21:08 → 00:21:10โดยตลอดนะคะอย่าลืมค่ะติดตามรับชมรายการ
00:21:10 → 00:21:13TNN Health เป็นประจำทุกวันเสาร์ค่ะ
00:21:13 → 00:21:19เวลาดี 15 น- 15:30 นที่นี่ TNN ช่อง 16
00:21:19 → 00:21:22และต้องไม่ลืมนะคะกดไลค์กดแชร์กด
00:21:22 → 00:21:24Subscribe เป็นกำลังใจให้หมอดาวและทีม
00:21:24 → 00:21:27งาน tn Health ในทุกช่องทางของโซเชียล
00:21:27 → 00:21:30Network ค่ะไม่ว่าจะเป็น YouTube tiktok
00:21:30 → 00:21:32Facebook Instagram และ LINE official
00:21:32 → 00:21:35เพื่อเข้าถึงทุกซาระสุขภาพเสริมภูมิคุ้ม
00:21:35 → 00:21:38กันรู้ทันโรคไปกับ TNN Health ค่ะแล้ว
00:21:38 → 00:21:40วันนี้นะคะหมอดาวและทีมงาน TNN Health
00:21:40 → 00:21:45ต้องขอตัวลาคุณผู้ชมไปก่อนสวัสดี
00:21:45 → 00:21:57[เพลง]
00:21:57 → 00:22:00ค่ะ
00:22:00 → 00:22:26[เพลง]
00:22:26 → 00:22:48เ
00:22:48 → 00:22:51แ