- คำถาม:
- อาการท้องอืดแน่นจุก อาจเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?
- คำตอบ:
- อาการท้องอืดแน่นจุกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การย่อยอาหารไม่สมบูรณ์จาก food intolerance ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารกลุ่มผลิตภัณฑ์นม กลูเตนในแป้งสาลี ถั่ว ผักบางชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ผลไม้อย่าง Apricot หรือลูกพรุน สารให้ความหวานอย่าง sorbitol และเครื่องดื่มประเภท Soda นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากการทานอาหารเร็ว ใช้หลอดดูดน้ำ หรือรับประทานมื้อใหญ่จนเกินไป ทำให้อากาศเข้าสู่ลำไส้มากเกินไป รวมถึงภาวะที่แบคทีเรียดีในลำไส้มีน้อยลง เช่น หลังใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือในช่วงมีประจำเดือนที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เซลล์บวมและเกิดอาการท้องอืดได้ อาการนี้ยังอาจเป็นสัญญาณของโรคเรื้อรัง เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease) ท้องผูกเรื้อรัง หรือแม้แต่มะเร็งในช่องท้อง เช่น มะเร็งลำไส้ กระเพาะอาหาร ตับอ่อน หรือรังไข่
"จุกเสียด แน่นท้อง ต้องระวัง" : หมอแนะ : รายการคุยกับหมออัจจิมา
จากช่อง:คุยกับหมออัจจิมา
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:00:16สำหรับอาการแน่นจุกรู้สึกเหมือนมีลมในท้องเยอะนะคะ
00:00:21บางคนรู้สึกเหมือนอยากผายลมอยากเรอ
00:00:24สำหรับสาเหตุในทางการแพทย์นั้นเนี่ย
00:00:27จริงๆแล้วค่อนข้างยากที่จะชี้ชัดไปยังสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง
00:00:31ที่แน่นอนที่ทำให้เกิดอาการนะคะ
00:00:33แต่มักพบว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร
00:00:38หรือที่ฝรั่งเรียกว่าfood intoleranceค่ะ
00:00:41นั่นก็คือเป็นอาการที่อาจจะเกิดจากอาหารย่อยได้ไม่สมบูรณ์นั่นเองนะคะ
00:00:47โดยอาหารที่มักก่อให้เกิดปัญหานะคะ
00:00:50ก็มักเป็นกลุ่มพวกผลิตภัณฑ์นมหรือว่าDairy Product
00:00:54รวมไปจนถึงอาหารที่มีส่วนประกอบของกลูเตน
00:00:57หรือว่าโปรตีนที่มักพบในแป้งสาลีเนี่ยนะคะ
00:01:00นอกจากนี้อาหารในกลุ่มอื่นๆนะคะที่มักก่อให้เกิดอาการ
00:01:04ก็เช่น อาหารกลุ่มถั่ว ผักบางชนิดนะคะ
00:01:08เช่นหน่อไม้ฝรั่งนะคะ
00:01:10ผลไม้บางชนิดก็เป็นได้เช่น Apricot ลูกพรุน
00:01:15รวมไปจนถึงสารให้ความหวานชนิดsorbitol
00:01:18แล้วก็เครื่องดื่มพวกกลุ่ม Soda
00:01:20นอกจากนี้อาการดังกล่าวเหล่านี้เนี่ย
00:01:22อาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารมื้อใหญ่
00:01:25หรือว่ามื้อหนักมากจนเกินไปก็ได้นะคะ
00:01:27พฤติกรรมการรับประทานอาหารในบางรูปแบบ
00:01:30ที่ทำให้มีอากาศเข้าไปในช่องท้องหรือเข้าไปในลำไส้เยอะ
00:01:34ยกตัวอย่างเช่นอาจจะทานอาหารเร็วจนเกินไป
00:01:38การใช้หลอดดูดน้ำอะไรแบบนี้เป็นต้นนะคะ
00:01:42อีกประเด็นหนึ่งที่อาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้นะคะ
00:01:45ก็คือปริมาณของแบคทีเรียตัวจำเป็นหรือว่าตัวดีในลำไส้เนี่ย
00:01:49อาจจะมีไม่เพียงพอ
00:01:51ซึ่งก็มักจะเกิดตามหลังการรับประทานยาฆ่าเชื้อ
00:01:55อีกประเด็นนึงค่ะ
00:01:56ผู้หญิงมักจะมีอาการแบบเนี้ย
00:01:58ในช่วงระหว่างก่อนหรือว่าระหว่างมีประจำเดือนนะคะ
00:02:02เนื่องจากฮอร์โมนในช่วงรอบเดือนเนี่ยค่ะ
00:02:05อาจจะส่งผลทำให้เซลล์ต่างๆบวม
00:02:08แล้วก็ทำให้มีอาการท้องอืดแน่นท้องแบบนี้ได้ค่ะ
00:02:12ภาวะจุกแน่นท้องนี้เนี่ยถ้าสมมุติว่าเป็นเรื้อรังยาวนานเนี่ยค่ะ
00:02:16อันที่จริงอาจจะบ่งชี้ถึงภาวะทางสุภาพบางอย่างได้นะคะ
00:02:21ยกตัวอย่างเช่นโรค IBS หรือว่า Irritable Bowel Syndrome นะคะ
00:02:26หรือว่าที่เราเรียกกันเป็นภาษาไทยว่าโรคลำไส้แปรปรวนเนี่ยค่ะ
00:02:31โรคลำไส้แปรปรวนนี้เนี่ยค่ะ
00:02:34คนไข้อาจจะมีอาการจุกแน่นท้องเหมือนมีลมในท้องนะคะ
00:02:37ร่วมกับมีอาการปวดเกร็งในช่องท้อง
00:02:40ร่วมกับมีท้องผูกหรือว่าท้องเสียนะคะ
00:02:44แล้วก็เป็นกลุ่มอาการที่ต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
00:02:49อีกโรคนึงก็คือ inflammatory bowel disease นะคะ
00:02:52หรือภาวะลำไส้อักเสบ
00:02:54นอกจากนี้นะคะอาการจุกแน่นท้องเนี่ยค่ะ
00:02:58อาจจะพบร่วมกับในคนที่มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง
00:03:02หรือว่ามีภาวะที่ลำไส้เนี่ยบีบตัวไม่เป็นปกติ
00:03:05หรือที่เรียกว่าแก๊สไพโรไลซิสนะคะ
00:03:09อีกภาวะนึงก็คือโรคมะเร็งในช่องทองค่ะ
00:03:12โรคมะเร็งในช่องท้องบางชนิดนะคะ
00:03:15อย่างเช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตับอ่อน
00:03:19รวมไปจนถึงมะเร็งรังไข่เนี่ย
00:03:21ก็อาจจะทำให้มีอาการจุกแน่นท้อง
00:03:24หรือว่าอืดแน่นลงในท้องได้เหมือนกัน
00:03:27ถ้าสมมุติว่าสังเกตได้ชัดเจนเลยว่าอาการเนี่ย
00:03:31มีเฉพาะเวลารับประทานอาหารบางชนิด
00:03:34หรือว่าสัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารบางอย่างเนี่ยค่ะ
00:03:38หมอแนะนำว่าให้ลองงดหรือว่าหลีกเลี่ยงอาหารแล้วก็พฤติกรรม
00:03:43การรับประทานอาหารแบบนั้นไปก่อนนะคะ
00:03:46ถ้าสมมุติว่าอาการดีขึ้นเนี่ย
00:03:47หมอคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
00:03:50แต่ว่าถ้าอาการเป็นเรื้อรังต่อเนื่องมากกว่า 3 เดือนนะคะ
00:03:55หรืออาจจะมีอาการอื่นๆที่ไม่แน่ใจร่วมด้วยเนี่ยค่ะ
00:03:59หมอแนะนำว่าไม่ควรจะรอช้าค่ะ
00:04:01ควรจะรีบเข้าไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ
00:04:04ทางด้านระบบทางเดินอาหารนะคะ
00:04:06เพื่อที่จะรับการวินิจฉัยแล้วก็รักษาที่ถูกต้องต่อไปค่ะ