00:00:21 → 00:00:23สวัสดีครับผมอาจารย์นายแพทย์โชตตะวัน
00:00:23 → 00:00:26ตนาวลีนะครับหัวหน้าหน่วยเมตาบอลิกและโรค
00:00:26 → 00:00:29กระดูกในผู้สูงอายุโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
00:00:29 → 00:00:32สภากาชาตไทยครับกระดูกพุนคืออะไรคะ
00:00:32 → 00:00:36อาจารย์เอ่อกระดูกพุนเนี่ยเป็นภาวะหนึ่ง
00:00:36 → 00:00:38ที่เกิดในเอ่อผู้สูงอายุนะครับหรือว่าคน
00:00:38 → 00:00:41ที่มีโรคนะครับทำให้กระดูกเนี่ยซึ่งปกติ
00:00:41 → 00:00:44แล้วเป็นอวัยวะที่ไว้รับแรงนะครับในการ
00:00:44 → 00:00:47เคลื่อนไหวนะครับหรือทำงานต่างๆเนี่ยมี
00:00:47 → 00:00:49การมีเหมือนมีรูพุนเล็กๆอยู่ในเนื้อ
00:00:49 → 00:00:51กระดูกนะครับซึ่งเอ่อถ้าเปรียบเทียบให้
00:00:51 → 00:00:53เห็นภาพง่ายๆเนี่ยมันก็เหมือนเสาบ้านไม้
00:00:53 → 00:00:56อ่ะครับผมพอมันมีเอ่อแมลงมาชอนชัยนะครับ
00:00:56 → 00:00:59หรือว่ามีการอายุที่สูงมากขึ้นเนี่ยตัว
00:00:59 → 00:01:01ไม้มันก็ก็จะค่อยๆผุพังตามอายุแล้วก็ตาม
00:01:01 → 00:01:05สภาพโรคครับพอมีอุบัติเหตุหรือว่าแรงเบาๆ
00:01:05 → 00:01:08เนี่ยมากระทบนะครับก็สามารถทำให้กระดูก
00:01:08 → 00:01:11หักได้ง่ายครับอะไรคือสาเหตุของโรคกระดูก
00:01:11 → 00:01:15พุนโรคกระดูกพุนเนี่ยมันจริงๆมันเป็นภาวะ
00:01:15 → 00:01:18หนึ่งทางธรรมชาติในการที่คนเราแก่ตัวนะ
00:01:18 → 00:01:21ครับกับแบบที่ 2 เนี่ยคือแบบที่มีภาวะโรค
00:01:21 → 00:01:23หรือยาต่างๆเนี่ยที่ทำให้กระดูกคุณเนี่ย
00:01:23 → 00:01:26เร็วก่อนวัยอันควรนะหลักๆเนี่ยก็คือจะ
00:01:26 → 00:01:29แบ่งเป็น 2 อย่างนี้ครับส่วนเอ่อสาเหตุ
00:01:29 → 00:01:31ที่มีเรื่องของตัวยาหรือโรคเนี่ยค่อนข้าง
00:01:31 → 00:01:35จะมีเยอะมากนะครับถ้ายกตัวอย่างที่เจอ
00:01:35 → 00:01:37บ่อยๆเนี่ยก็คืออย่างเช่นยากลุ่มสเตรอยด์
00:01:37 → 00:01:40นะครับที่ที่ใช้ในการกินการกินเหล้านะ
00:01:40 → 00:01:42ครับการสูบบุหรี่เนี่ยพวกนี้เนี่ยก็ทำให้
00:01:42 → 00:01:45เกิดภาวะโรคกระบุกทุนได้ก่อนไวแนควนทั้ง
00:01:45 → 00:01:49สิ้นครับโรคอะไรที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรน
00:01:49 → 00:01:52คะเอ่อโรคเนี่ยที่อย่างเช่นนะครับโรค
00:01:52 → 00:01:54รูมาตอยด์นะครับหรือว่าเอ่อโรคติดเชื้อ
00:01:54 → 00:01:56บางอย่างนะครับซึ่งจริงๆมันค่อนข้างเยอะ
00:01:56 → 00:01:59มากเลยว่าอย่างเช่นเอ่อเรองหรือว่าโรคทาง
00:01:59 → 00:02:01ลำไส้ในการการดูดซึมอาหารพวกเยรำไส้
00:02:01 → 00:02:03อักเสบพวกนี้ก็สามารถทำให้เกิดโรคเหล่า
00:02:03 → 00:02:05นี้ได้นะครับหรือว่าการขาดสารบางอย่าง
00:02:05 → 00:02:08เช่นวิตามินดีนะครับการขาดแคลเซียมนะครับ
00:02:08 → 00:02:10หรือว่าร่างกายเนี่ยมีฮอร์โมนบางตัวนะ
00:02:10 → 00:02:13ครับเช่นเอ่อไฮเปอร์พารไทรอยด์ฮอร์โมน
00:02:13 → 00:02:15เนี่ยซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เอ่อมี
00:02:15 → 00:02:17กระดูกเนี่ยมีการสลายแคลเซียมออกจากตัว
00:02:17 → 00:02:19เนื้อกระดูกเนี่ยก็ทำล้วนแต่ทำให้เกิดโรค
00:02:19 → 00:02:22ได้ทั้งสิ้นครับใครคือกลุ่มเสี่ยงที่จะ
00:02:22 → 00:02:25เป็นโรคกระดูกพรุนเอ่อถ้าเกิดว่าในกลุ่ม
00:02:25 → 00:02:28โรคคนแรกนะครับแบบที่ 1 เนี่ยคือกลุ่มที่
00:02:28 → 00:02:31เอ่อเกิดตามอายุนะครับส่วนใหญ่เนี่ยเอ่อ
00:02:31 → 00:02:33ตามมาตรฐานนะครับก็จะนับว่าผู้หญิงเนี่ย
00:02:33 → 00:02:36ที่อายุมากกว่า 65 ปีนะครับหรือผู้ชาย
00:02:36 → 00:02:38อายุมากกว่า 70 ปีเนี่ยเอ่อบุคคลเหล่า
00:02:38 → 00:02:40เนี้ยถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับ
00:02:40 → 00:02:43การตรวจมวลกระดูกเพื่อหาว่ามีภาวะกระดูก
00:02:43 → 00:02:45คุณหรือยังครับส่วนแบบที่ 2 ครับคือกลุ่ม
00:02:45 → 00:02:47โรคที่อายุน้อยกว่านั้นนะครับแต่ว่ามี
00:02:47 → 00:02:48ความเสี่ยงเนี่ยอย่างเช่นผู้หญิงนะครับ
00:02:48 → 00:02:51ที่มีวัยหมดประจำเดือนนะครับหรือว่ามีการ
00:02:51 → 00:02:54ตัดรังไข่ก่อนอายุ 45 ปีนะครับมีเอ่อคุณ
00:02:54 → 00:02:57พ่อคุณแม่นะครับมีกระดูกสะโพกหักจากเอ่อ
00:02:57 → 00:03:00กระดูกพุนนะครับเอ่อมีการกินยาสเตียรอยด์
00:03:00 → 00:03:02นะครับมากกว่า 15 มกรเนี่ยมากกว่า 3
00:03:02 → 00:03:05เดือนนะครับหรือว่ามีส่วนสูงที่ลดลงอย่าง
00:03:05 → 00:03:08ผิดปกติเนี่ยมากกว่า 3 ซมใน 1 ปีครับจริง
00:03:08 → 00:03:10ๆมันยังมีสาเหตุไอ้พวกเอ่อข้อเล็กๆน้อยๆ
00:03:10 → 00:03:13อีกค่อนข้างเยอะเช่นบางคนกินยาเอ่อยับ
00:03:13 → 00:03:17ยั้งเอ่อตัวฮอร์โมนนะฮะซึ่งพวกเก็ต่าง
00:03:17 → 00:03:19เป็นปัจจัยเร่งทำให้เกิดโรคกระดูกพุนได้
00:03:19 → 00:03:22ทั้งสิ้นครับกระดูกพุนก่อนวัยอันควรคือ
00:03:22 → 00:03:25อะไรส่วนใหญ่เนี่ยโรคกระดูกพุนเนี่ยมันมา
00:03:25 → 00:03:28ตามอายุนะครับแต่ว่ามันมีสารและโรคบาง
00:03:28 → 00:03:30อย่างเนี่ทำเร่งทำให้เกิดภาวะกระดูกพุน
00:03:30 → 00:03:33ที่เร็วขึ้นส่วนใหญ่เนี่ยผู้หญิงส่วนใหญ่
00:03:33 → 00:03:34ก็คือเริ่มกระดูกพุนเนี่ยตั้งแต่เอ่อเกิด
00:03:34 → 00:03:37วัยหมดประจำเดือนนะครับแต่ถ้าเกิดว่ามี
00:03:37 → 00:03:39ปัจจัยบางอย่างเช่นเ่อได้รับวิตามินดีไม่
00:03:40 → 00:03:42เพียงพอได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอนะครับ
00:03:42 → 00:03:45หรือว่าเอ่อมีโรคพเอ่อมีทางพันธุกรรมที่
00:03:45 → 00:03:47เป็นเสียนต่อโรคกระดูกพุนอยู่แล้วนะครับ
00:03:47 → 00:03:49หรือว่ามีการกินคาเฟอีนที่มีจำนวนมาก
00:03:49 → 00:03:51เนี่ยพวกเนี้ยสามารถกระตุ้นให้เกิดโรค
00:03:51 → 00:03:54กระดูกพุนก่อนเพื่อนในวัยเดียวกันคือจริง
00:03:54 → 00:03:56ๆเนี่ยไอ้คำว่าไวเนี่ยมันก็ไม่ได้มีเอ่อ
00:03:56 → 00:03:59การระบุเป็นตัวเลขชัดเจนนะครับส่วนใหญ่
00:03:59 → 00:04:01เนี่ยเราจะดูว่าถ้าเกิดว่าคนไข้เนี่ยการ
00:04:01 → 00:04:04ทำงานในชีวิตประจำวันอยู่ดีแล้วมีกระดูกส
00:04:04 → 00:04:06หลังยุบนะครับมากผิดปกตินะครับหรือว่ามี
00:04:06 → 00:04:09การล้มเบาๆรหักเนี่ยอย่างเงี้ยแสดงว่า
00:04:09 → 00:04:12ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าเป็นโรคกระดูกคุณนะ
00:04:12 → 00:04:15แต่ว่าส่วนใหญ่อทั่วทั่วไปครับก็คือเอ่อ
00:04:15 → 00:04:18อย่างที่บอกไปว่าภาวะแก่ชราของคนทั่วไป
00:04:18 → 00:04:20เนี่ยจะเริ่มมีความเสี่ยงกระดูกพุนคือผู้
00:04:20 → 00:04:24หญิง 65 ปีแล้วก็ผู้ชายที่ 70 ปีครับทำไม
00:04:24 → 00:04:26ผู้หญิงวัยทองถึงมีความเสี่ยงเป็นโรค
00:04:26 → 00:04:29กระดูกพุนมากกว่าคนทั่วไปคือต้องเข้าใจ
00:04:29 → 00:04:31กับว่าการทำงานของร่างกายครับโดยเฉพาะ
00:04:31 → 00:04:33เรื่องของกระดูกเนี่ยในการที่มันมีการ
00:04:33 → 00:04:36สร้างทดแทนเนี่ยมันอาศัยฮอร์โมนนะครับใน
00:04:36 → 00:04:39การเร่งเอ่อเหมือนเร่งการมีกระบวนการการ
00:04:39 → 00:04:41สร้างเสริมกระดูกนะครับฮอร์โมนที่สำคัญใน
00:04:41 → 00:04:44ผู้หญิงนคือฮอร์โมนเอสโตรเจนนะครับทีนี้
00:04:44 → 00:04:46เนี่ยปกติแล้วเนี่ยฮอร์โมนเอสโตรเจนตัว
00:04:46 → 00:04:48เนี้ยมันเกิดจากการที่ผู้หญิงเนี่ยมีการ
00:04:48 → 00:04:51ตกไข่นะซึ่งผู้หญิงเนี่ยปกติแล้วเนี่ยจะ
00:04:51 → 00:04:54มีจำนวนไข่เนี่ยที่ค่อนข้างจำกัดนะครับ
00:04:54 → 00:04:56ส่วนใหญ่เนี่ยก็จะตกถึงราวๆอายุประมาณ 50
00:04:56 → 00:04:59ต้นๆหลังจากนั้นเนี่ยพอไข่หมดไม่มีการการ
00:04:59 → 00:05:01ตกไขแล้วเนี่ยก็จะไม่มีการสร้างฮอร์โมน
00:05:01 → 00:05:03เอสโตรเจนซึ่งพอไม่มีการสร้างฮอร์โมน
00:05:03 → 00:05:06เอสโตรเจนเนี่ยทำให้กระดูกเนี่ยที่มันมี
00:05:06 → 00:05:08การสลายไปตามอายุเนี่ยไม่มีการสร้างเสริม
00:05:08 → 00:05:11ทดแทนนะครับทำให้เกิดโรคกระดูกพุนได้ง่าย
00:05:11 → 00:05:14ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนครับคนมีลูกมี
00:05:14 → 00:05:16ความเสี่ยงที่จะกระดูกพุนมากกว่าคนทั่วไป
00:05:16 → 00:05:20หรือไม่อืมจริงๆมันค่อนข้างอย่างที่บอก
00:05:20 → 00:05:22ครับมันค่อนข้างมีหลายปัจจัยนะครับแล้วก็
00:05:22 → 00:05:25การปัจจัยการที่เอ่อมีลูกเนี่ยก็ไม่ได้
00:05:25 → 00:05:28เป็นปัจจัยเดียวนะครับจริงๆถ้าเกิดว่าเรา
00:05:28 → 00:05:31มีเอ่อบุตรแล้วเรามีการดูแลตัวเองที่ถูก
00:05:31 → 00:05:33ต้องเนี่ยภาวะกระดูกพุนก็ไม่ได้มาเร็ว
00:05:33 → 00:05:36ก่อนเพื่อนครับจะวินิจฉัยได้อย่างไรว่า
00:05:36 → 00:05:40เป็นโรคกระดูกพุนส่วนใหญ่เนี่ยตามมาตรฐาน
00:05:40 → 00:05:42ในปัจจุบันเนี่ยคือการเอ่อส่งตรวจมวล
00:05:42 → 00:05:44กระดูกครับกับแบบที่ 2 เนี่ยคือถ้าเกิด
00:05:44 → 00:05:46ว่าบางโรงพยาบาบางแห่งเนี่ยไม่สามารถส่ง
00:05:46 → 00:05:49ตรวจมวลกระดูกได้แล้วก็ใช้อาการวินิจฉัย
00:05:49 → 00:05:52หรือว่าประวัติเ่อทางคลินิกครับเช่นเอ่อ
00:05:52 → 00:05:55มีกระดูกหักนะครับจากการล้มเพียงการยืนนะ
00:05:55 → 00:05:58ครับภาวะสูงจากการยืนอย่างเช่นเรายืนเฉยๆ
00:05:58 → 00:06:00เนี่ยลื่นล้มนะครับแล้วสะโพกกระแทกพื้น
00:06:00 → 00:06:02แล้วเกิดสะโพกหักนะครับหรือกระดูกข้อมือ
00:06:02 → 00:06:05หักหรือว่ากระดูกเอ่อส่วนอื่นๆก็ตามแล้ว
00:06:05 → 00:06:07แต่ส่วนใหญ่มันจะเกิดที่ 2 ตำแหน่งนี้อฮะ
00:06:07 → 00:06:09แล้วถ้าเกิดมีการหักเนี่ยพวกเนี้ยก็ล้วน
00:06:09 → 00:06:12แล้วแต่ว่าเป็นข้อบ่งชี้ว่าเนี่ยเราเนี่ย
00:06:12 → 00:06:14น่าจะเป็นโรคกระดูกพุนแล้วครับปัจจุบัน
00:06:14 → 00:06:16เราค้นพบแล้วว่าจริงๆคนไข้ที่กลุ่มแค่
00:06:16 → 00:06:19กระดูกบางนะยังไม่พุนนะคือมีเอ่อมวล
00:06:19 → 00:06:22กระดูกเนี่ยมากกว่า -2.5 เนี่ยแต่ว่ามี
00:06:22 → 00:06:25ภาวะความเสี่ยงอื่นๆนะครับเช่นมีทางโรค
00:06:25 → 00:06:30ทางกรพันธ์นะครับหรือว่ามีการหกล้มบ่อยนะ
00:06:30 → 00:06:32ครับพึ่งพวกนี้จริงๆบางทีเราก็อาจจะให้
00:06:32 → 00:06:35การรักษาแบบคล้ายๆโรคกระดูกพุนก่อนที่จะ
00:06:35 → 00:06:37เป็นกระดูกพุนเพื่อป้องกันการเกิดหักใน
00:06:37 → 00:06:41ผู้ป่วยเหล่านั้นครับอาการของโรคกระดูก
00:06:41 → 00:06:44พุนเป็นอย่างไรและมีสัญญาณเตือนหรือไม่
00:06:44 → 00:06:47คือปกติเนี่ยโรคกระดูกคุณนะครับถ้ายังไม่
00:06:47 → 00:06:49หักเนี่ยส่วนใหญ่มักจะไม่มีอาการนะคือ
00:06:49 → 00:06:52เหมือนเป็นภัยเงียบๆของค่อยๆคืบคานมาเลย
00:06:52 → 00:06:55ครับปกติเนี่ยเรื่องของการเกิดเอ่อรูพรน
00:06:55 → 00:06:57ในเนื้อกระดูกเนี่ยมันจะค่อยๆเกิดทีละ
00:06:57 → 00:07:00เล็กทีละน้อยครับเกิดเกิดมากไปเรื่อยๆื่อ
00:07:00 → 00:07:03ๆจนกระทั่งเอ่อมันกระดูกเนี่ยไม่สามารถ
00:07:03 → 00:07:06รับแรงได้ก็เกิดการหักขึ้นมานะฮะซึ่งการ
00:07:06 → 00:07:08หักเนี่ยมันก็จะมีแบบที่มีอาการและไม่มี
00:07:08 → 00:07:11อาการนะแบบที่ไม่มีอาการที่เ่อเรากลัวกัน
00:07:11 → 00:07:14เนี่ยคือกระดูกสันหลังนะครับเพราะว่าบาง
00:07:14 → 00:07:16ทีเนี่ยเราทำงานในชีวิตประจำวันเนี่ยเรา
00:07:16 → 00:07:18ก็มีอาการปวดหลังบ้างเล็กๆน้อยๆเนี่ยซึ่ง
00:07:18 → 00:07:20บางทีเนี่ยเราเองก็ไม่ได้สังเกตแล้วเราก็
00:07:20 → 00:07:24ไม่ได้ตรวจนะครับแล้วพออย่างที่ได้เรียน
00:07:24 → 00:07:26ไปตั้งเบื้องต้นนะครับว่าพอมีอาการปวด
00:07:26 → 00:07:29หลังด้วยนะมีคส่วนสูงที่มันลดลงเรวผิด
00:07:29 → 00:07:32ปกติด้วยอันนี้ก็เป็นเอ่อเป็นอาการอันนึง
00:07:32 → 00:07:35ที่ทำให้เราสงสัยว่าผู้ป่วยรายรายนั้นน่ะ
00:07:35 → 00:07:38น่าน่าจะมีเรื่องของกระดูกคุณซ่อนเล้น
00:07:38 → 00:07:40อยู่นะครับกับแบบที่ 2 เนี่ยคือแบบที่อัน
00:07:40 → 00:07:43นี้คือค่อนข้างจะชัดก็คือมีการหกล้มเบาๆ
00:07:43 → 00:07:46นะแล้วมีกระดูกหักซึ่งพอกระดูกหักเนี่ย
00:07:46 → 00:07:48มักจะมีอาการปวดที่รุนแรงตามมานะครับคือ
00:07:49 → 00:07:51กระดูกสันหลังเนี่ยหักก็ปวดรุนแรงได้
00:07:51 → 00:07:53กระดูกข้อมือหักก็ปวดรุนแรงได้กระดูก
00:07:53 → 00:07:56สะโพกหักก็ปวดรุนแรงได้นะครับก็ส่วนใหญ่
00:07:56 → 00:07:58เนี่ยการอาการเนี่ยก็แล้วแต่ว่าตำแหน่ง
00:07:58 → 00:08:01หักหักที่ไหนนะครับถ้าอย่างเช่นหักที่
00:08:01 → 00:08:04หลังเนี่ยครับถ้าเกิดว่าหักแบบเอ่อยุบไม่
00:08:04 → 00:08:06เยอะก็อาจจะมีแค่อาการปวดซึ่งอาการปวด
00:08:06 → 00:08:08เนี่ยก็อาจจะมีอาการตั้งแต่ปวดน้อยจนถึง
00:08:08 → 00:08:11ปวดมากนะครับถ้าเกิดว่ามันหักยุบลงมามาก
00:08:11 → 00:08:12มันก็อาจจะมีการกดทับเส้นประสาทที่อยู่
00:08:13 → 00:08:16เอ่อบริเวณข้างเคียงเหล่านั้นครับอันที่ 2
00:08:16 → 00:08:20คือกลุ่มที่เอ่อคนไข้ข้อกระดูกสะโพกหัก
00:08:20 → 00:08:22อันเนี้ยจะค่อนข้างชัดว่าหลังจากล้มปุ๊บ
00:08:22 → 00:08:25หักปั๊บปวดมากเดินไม่ได้อันนี้คืออาการ
00:08:25 → 00:08:27แสดงค่อนข้างชัดของว่ากระดูกสะโพกหักนะ
00:08:27 → 00:08:29ส่วนกระดูกข้อมือเนี่ยเวลาเราล้มปุ๊บแล้ว
00:08:29 → 00:08:31บางทีคนไข้สามารถเอามือเนี่ยพยายามไปยัน
00:08:31 → 00:08:33พื้นไม่ให้ล้มเนี่ยตรงเนี้ยมันก็จะเกิด
00:08:33 → 00:08:36อาการบวมเจ็บนะครับที่บริเวณข้อมือที่ไป
00:08:36 → 00:08:40ยันมีอาการผิดรูปนะครับพวกนี้ก็เป็นเ่อ
00:08:40 → 00:08:42อาการสำคัญนะครับที่ถ้าเกิดเกิดแล้วเนี่ย
00:08:42 → 00:08:45ไม่ควรจะนิ่งนอนใจปล่อยไว้ควรรีบมาพบ
00:08:45 → 00:08:47แพทย์ครับนอกจากนี้เนี่ยมันก็ยังมีกระดูก
00:08:47 → 00:08:50หักตามตำแหน่งอื่นๆนะครับแต่ว่ามันอาจจะ
00:08:50 → 00:08:52ไม่ใช่ตำแหน่งที่พบบ่อยนะเช่นกระดูกเชิง
00:08:52 → 00:08:54กรานนะครับกระดูกหัวไหล่พวกเยก็ล้วนแล้ว
00:08:54 → 00:08:57แต่การเกิดเ่อโรคกระดูกหักจากกระดูกคุณ
00:08:57 → 00:09:03ได้ทั้งสิ้นครับ
00:09:03 → 00:09:06tn and Health เราจะรวบรวมความรู้ทาง
00:09:06 → 00:09:09ด้านสุขภาพจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ
00:09:09 → 00:09:12พร้อมก่อติดความเคลื่อนไหวจากทุกประเด็น
00:09:12 → 00:09:16สุขภาพรอบโลกสะท้อนผ่านความคิดมุมมองของ
00:09:16 → 00:09:18แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ทางด้าน
00:09:18 → 00:09:23ต่างๆ TNN Health เข้าถึงทุกสาระสุขภาพ
00:09:23 → 00:09:28เสริมภูมิคุ้มกันรู้ทัน
00:09:28 → 00:09:30โรค
00:09:30 → 00:09:54[เพลง]