- คำถาม:
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดมีอะไรบ้าง?
- คำตอบ:
- ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ได้แก่ ภาวะเม็ดเลือดต่ำกว่าปกติ (เม็ดเลือดขาวต่ำ ทำให้มีความเสี่ยงติดเชื้อ, เม็ดเลือดแดงต่ำ ทำให้อ่อนเพลีย, เกร็ดเลือดต่ำ ทำให้มีเลือดออกง่าย), คลื่นไส้อาเจียน, ผมร่วง, ภาวะเบื่ออาหารและเปลี่ยนแปลงรสชาติอาหาร, แผลในปากและลำคอ, ท้องผูกหรือท้องเสีย, และผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ เช่น ความต้องการทางเพศลดลงหรือมีบุตรยาก โดยอาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดชั่วคราวและจะฟื้นตัวหลังจากจบการรักษา
การดูแลผู้ป่วยมะเร็งที่เข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัด (Full)
จากช่อง:CRA CHULABHORN Channel
คำบรรยายที่เกี่ยวข้อง
00:02:40สูตรการรักษาผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัดยา
00:02:45เคมีบำบัดจะผ่านทางกระแสเลือดและกระจายไป
00:02:48ทั่วร่างกายไปออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งและ
00:02:51เซลล์ปกติอื่นๆในร่างกายโดยเซลล์ปกติที่
00:02:55มีการผลัดเซลล์และแบ่งตัวได้เร็วก็จะมีผล
00:02:58กระทบจากยาเคมีอาดังกล่าวเช่นเซลล์เม็ด
00:03:02เลือดทำให้เกิดภาวะเม็ดเลือดต่ำกว่าปกติ
00:03:04ได้เซลล์เยื่อบุตันทางเดินอาหารตั้งแต่ใน
00:03:08ช่องปากจนถึงลำไส้ใหญ่ส่วนล่างทำให้เกิด
00:03:11ลายในเยื่อบุต่างๆรวมถึงอาการท้องเสีย
00:03:14เซลล์ในระบบสืบพันธุ์อาจทำให้มีภาวะมี
00:03:18บุตรยากและเซลล์บริเวณรูขุมขนของเส้นผม
00:03:21ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ผมร่วงโดยผลกระทบดัง
00:03:25กล่าวมักเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นจาก
00:03:28นั้นจะกลับสู่สภาพปกติภายหลังการรักษาผล
00:03:32ข้างเคียงจากยาเคมีบำบัดเกิดตั้งแต่ในขณะ
00:03:35ที่ได้รับยาหรือเกิดภายหลังได้รับยาเป็น
00:03:38ชั่วโมงหรือหลายๆสัปดาห์หลังจากการให้ยา
00:03:40แอร์โดยขึ้นกับชนิดของยาเคมีบำบัดที่ใช้
00:03:44และสภาพผู้ป่วยผู้ป่วยแต่ละรายที่ได้รับ
00:03:47ยาเคมีบำบัดชนิดเดียวกันอาจเกิดผลข้าง
00:03:50เคียงที่มีความรุนแรงแตกต่างกันได้แต่ผล
00:03:53ข้างเคียงของยาเคมีบำบัดเกือบทั้งหมด
00:03:55สามารถฟื้นตัวหรือรักษาให้ดีขึ้นจนหายได้
00:04:00อยู่ข้างเคียงที่พบบ่อย 1 กดไขกระดูกโดย
00:04:03ในช่วงของการให้ยาเคมีบำบัดจะพบการลดลง
00:04:07ของเม็ดเลือดต่างๆได้แก่เม็ดเลือดขาวต่ำ
00:04:11ทำให้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อเม็ดเลือด
00:04:14แดงต่ำทำให้มีอาการอ่อนเพลียเหนื่อยง่าย
00:04:17เกร็ดเลือดต่ำทำให้มีเลือดออกง่ายเม็ด
00:04:21เลือดขาวและเกล็ดเลือดจะลดจำนวนลงถึง
00:04:24ระดับต่ำสุดภายในระยะเวลา 7 ถึง 14 วัน
00:04:27และเม็ดเลือดแดงจะลดสู่ระดับต่ำสุดภายใน
00:04:31ระยะเวลา 3 ถึง 4 สัปดาห์หลังจากได้ยา
00:04:34เคมีบำบัดหลังจากนั้นจะค่อยๆเพิ่มจำนวน
00:04:37สู่ระดับปกติหากชนิดของยาเคมีบำบัดมีความ
00:04:41เสี่ยงสูงมากในการกดไขกระดูกแพนจะพิจารณา
00:04:44ให้ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวเพื่อป้องกัน
00:04:47ภาวะแทรกซ้อนจากเม็ดเลือดขาวต่ำได้
00:04:502 คลื่นไส้อาเจียนความรุนแรงของอาการ
00:04:53คลื่นไส้อาเจียนขึ้นอยู่กับสูตรยาเคมี
00:04:56บำบัดและสภาพผู้ป่วยโดยอาการคลื่นไส้
00:04:59อาเจียนคุณสามารถแบ่งเป็นแบบเฉียบพลันคือ
00:05:02เกิดภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากได้รับยาเคมี
00:05:05บำบัดและระยะหลังจาก 24 ชั่วโมงและอาจ
00:05:09เกิดจากประสบการณ์คลื่นไส้อาเจียนจากยา
00:05:11เคมีบำบัดในครั้งก่อนๆเมื่อทราบว่าจะต้อง
00:05:15ให้ยาเคมีบำบัดเห็นหรือได้กลิ่นยาเคมี
00:05:18บำบัดก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้
00:05:21อาเจียนได้แต่ในปัจจุบันมียาหลายชนิดที่
00:05:26สามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนได้
00:05:28ดีหากผู้ป่วยได้รับยาป้องกันอาการอาเจียน
00:05:31ตั้งแต่ครั้งแรกของการให้ยาเคมีบำบัดอาจ
00:05:35ลดหรือไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนตลอดระยะ
00:05:38เวลาการรักษาเลย
00:05:403 ผมร่วงผมร่วงเกิดจากยาเคมีบำบัดบาง
00:05:45ชนิดเท่านั้นความแรงหรือประสิทธิภาพของยา
00:05:48เคมีบำบัดไม่มีความสัมพันธ์กับอาการผม
00:05:51ร่วงซึ่งผมร่วงนั้นไม่ได้เป็นอันตรายต่อ
00:05:54ชีวิตแต่ส่งผลต่อสภาพจิตใจของผู้ป่วย
00:05:57อาการผมร่วงจะเริ่มใน 2 3สัปดาห์หลังจาก
00:06:01ได้รับการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอาการผม
00:06:04ร่วงจัดยาเคมีบำบัดเป็นภาวะที่เกิดชั่ว
00:06:07คราวเท่านั้นผมจะเริ่มขึ้นหลังจากสิ้นสุด
00:06:11การรักษาไม่ควรทำสีผมหรือใช้สารเคมี
00:06:14รุนแรงขณะให้ยาเคมีบำบัดเงินจากอาจส่งผล
00:06:18ต่อสุขภาพผมและทำให้ผมร่วงมากขึ้นได้
00:06:224 ภาวะเบื่ออาหารและรับรู้รสชาติอาหาร
00:06:27เปลี่ยนไปยาเคมีบำบัดส่วนใหญ่ทำให้ผู้
00:06:30ป่วยไม่อยากอาหารและเกิดการเปลี่ยนแปลงใน
00:06:33การรับรู้รสชาติทำให้รับประทานอาหารได้
00:06:36น้อยลงหากคุณแรงมากจนผู้ป่วยรับประทาน
00:06:39อาหารไม่ได้อาจทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหาร
00:06:42และน้ำหนักลดได้ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้น
00:06:45ชั่วคราวและดีขึ้นไม่ได้ยาเคมีบำบัดครบ
00:06:48แล้วการให้รับอาหารอย่างเพียงพอเป็นสิ่ง
00:06:52จำเป็นสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเพื่อต่อสู้กับ
00:06:54โรคมะเร็งและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
00:06:575 อาการเจ็บถ้าเป็นแผลในปากและคอผู้ป่วย
00:07:02ที่มีภาวะอักเสบเยื่อบุปากอาจทำให้เกิด
00:07:05แผลในช่องปากและลำคอในผู้ป่วยที่มีอาการ
00:07:08รุนแรงหากลืนอาหารได้ลำบากเป็นแผลเลือด
00:07:12ออกหรือติดเชื้อซ้ำได้ซึ่งอาการดังกล่าว
00:07:15เกิดขึ้นชั่วคราวมักจะเกิดในวันที่ 5-14
00:07:19หลังจากได้รับยาเคมีบำบัดและเป็นอยู่
00:07:22ประมาณ 2-3 สัปดาห์อาการจะหายสนิทเมื่อ
00:07:26เสร็จสิ้นการให้ยาเคมีบำบัดในช่วงที่มี
00:07:29แผลในช่องปากและลำคอสามารถบรรเทาได้โดย
00:07:32การใช้ยาพ่นหรือยาชาอมรวบปากเพื่อลดความ
00:07:36เจ็บปวดขณะรับประทานอาหาร
00:07:386 ท้องผูกอาการท้องผูกสามารถพบว่าประมาณ
00:07:42ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยมะเร็งปัจจัยเสี่ยง
00:07:44ต่ออาการท้องผูกได้แก่การได้รับยาแก้ปวด
00:07:48กลุ่มโอปิออยด์เช่นมอร์ฟีนผู้ป่วยที่ไม่
00:07:53ค่อยลุกเดินผู้ป่วยที่นอนติดเตียงรับ
00:07:57ประทานอาหารที่ไม่มีใยอาหารทานน้ำหรือไม่
00:08:00หรือขาดน้ำยาแก้คลื่นไส้อาเจียนบางชนิดก็
00:08:04อาจทำให้ท้องผูกได้
00:08:067 ท้องเสียอาการท้องเสียอาจพบร่วมกับ
00:08:11ท้องอืดหรือปวดท้องได้ซึ่งพบได้ 3 ใน 4
00:08:14ของผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดเนื่องจาก
00:08:17ยาเคมีบำบัดทำลายเซลล์เยื่อบุลำไส้ปัจจัย
00:08:21เสี่ยงที่ทำให้ผู้ป่วยท้องเสียได้แก่ยา
00:08:24เคมีบำบัดบางชนิดการได้รับการฉายแสงร่วม
00:08:27กับการได้รับยาเคมีบำบัดพร้อมกันท้องเสีย
00:08:31อาจมีผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและความไม่
00:08:35สมดุลของเกลือแร่ในร่างกายดังนั้นผู้ป่วย
00:08:38ที่มีอาการท้องเสียควรแจ้งแพทย์หรือ
00:08:41พยาบาลเพื่อทำการรักษา
00:08:431-8 ผลต่อระบบสืบพันธุ์ยาเคมีบำบัดบาง
00:08:48ชนิดมีผลต่อเซลล์สืบพันธุ์ทั้งเพศชายและ
00:08:50หญิงทำให้ความต้องการทางเพศลดลงเกิดภาวะ
00:08:54มีบุตรยากดังนั้นหากผู้ป่วยมีความต้องการ