00:00:00 → 00:00:03วันนี้เรามาคุยกันเรื่องน่าสนใจนะคะว่า
00:00:03 → 00:00:07อาหารที่เราจะกินกันในปี 2050 เนี่ยหน้า
00:00:07 → 00:00:10ตามันอาจจะเปลี่ยนไปแค่ไหนถ้าชอบเนื้อหา
00:00:10 → 00:00:13ดีๆแบบนี้กดติดตามไว้ไม่พลาดแน่นอนครับ
00:00:13 → 00:00:16ข้อมูลที่เราจะมาสำรวจกันวันนี้ก็มาจาก
00:00:16 → 00:00:18การวิเคราะห์วีดีโอที่เขามองไปถึงเทรนด์
00:00:18 → 00:00:22อาหารแห่งอนาคตเลยค่ะครับคือที่น่าสนใจ
00:00:22 → 00:00:25มากๆก็คือการเปลี่ยนแปลงเนี่ยมันไม่ได้มา
00:00:25 → 00:00:29จากแค่เทรนด์แบบว่าความชอบเฉยๆนะครับแต่
00:00:29 → 00:00:31มันมาจากความจำเป็นจริงๆเลยเพื่อให้เรา
00:00:31 → 00:00:35มนุษยชาติอยู่รอดได้ปัจจัยหลักๆก็คือ
00:00:35 → 00:00:38ประชากรโลกเนี่ยแหละครับที่คาดว่าจะเยอะ
00:00:38 → 00:00:42ถึง 9.8 8,000 ล้านคนในปี 2050 โหเลอะ
00:00:42 → 00:00:44มากนะคะครับแล้วก็เรื่องใหญ่มากๆอีก
00:00:44 → 00:00:48เรื่องสภาพภูมิยาก้าที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ
00:00:48 → 00:00:51ในวีดีโอก็มีพูดถึงไอเดียล้ำๆด้วยอย่าง
00:00:51 → 00:00:55อาหารพิมพ์ 3 มิติหรือเอ่อน้ำดื่มกินได้
00:00:55 → 00:00:59ที่ทำจากเจลสาหร่ายฟังดูน่าตื่นเต้นนะคะ
00:00:59 → 00:01:03ใช่ครับดูล้ำมากแต่เอ่อเหมือนจะยังติดข้อ
00:01:03 → 00:01:06จำกัดในทางปฏิบัติอยู่บ้างแต่แนวคิด
00:01:06 → 00:01:09เบื้องหลังอย่างเรื่องลดขยะอันนี้น่าสนใจ
00:01:09 → 00:01:13นะคะออใช่ครับอันนั้นสำคัญมากโดยเฉพาะพวก
00:01:13 → 00:01:18บรรจุพันธุ์ขวดพลาสติกอะไรพวกนี้ครับการ
00:01:18 → 00:01:20พยายามลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนี่ยเป็น
00:01:21 → 00:01:24โจทย์ใหญ่ของการพัฒนาอาหารแม่อนาคตเลย
00:01:24 → 00:01:27งั้นโจทย์ใหญ่ที่ว่านอกจากเรื่องคนเยอะ
00:01:27 → 00:01:30ขึ้นเกือบ 25% แล้วเนี่ยเรื่องสภาพอากาศ
00:01:30 → 00:01:35ที่กระทบพืชผลหลักๆอย่างข้าวโพดข้าวสาลี
00:01:35 → 00:01:38อันนี้น่ากังวลมากเลยนะคะเพราะเป็นแหล่ง
00:01:38 → 00:01:41แคแคลอรี่หลักๆของโลกเลยใช่เลยครับพวกนี้
00:01:41 → 00:01:44คือ 2 ใน 3 ของแคลอรี่ทั่วโลกเลยนะแล้ว
00:01:44 → 00:01:48ตอนนี้ผลผลิตก็เริ่มเอ่อเริ่มเห็นผลกระทบ
00:01:48 → 00:01:52แล้วโดยเฉพาะข้าวครับที่อ่อนไหวต่อความ
00:01:52 → 00:01:55ร้อนความแห้งแรงมากนี่คือความท้าทายเลย
00:01:55 → 00:01:58ว่าจะผลิตอาหารยังไงให้พอแล้วก็ต้องยั่ง
00:01:58 → 00:02:01ยืนด้วยพอพูดถึงความยั่งยืนแล้วในแหล่ง
00:02:01 → 00:02:04ข้อมูลเขามีเสนอทางออกไว้ยังไงบ้างคะทาง
00:02:05 → 00:02:08นึงที่สำคัญมากเลยนะครับคือการหันไปหา
00:02:08 → 00:02:11ความหลากหลายคำชีวภาพมากขึ้นคือปัจจุบัน
00:02:11 → 00:02:14เนี่ยเราเพิ่งพาพืชแค่ประมาณ 20 ชนิดเอง
00:02:14 → 00:02:18เป็นอาหารหลักแค่นั้นเองหรอคะชนิดก็ทน
00:02:18 → 00:02:21สภาพอากาศแปรปรวนได้ดีกว่าด้วยแล้วที่
00:02:21 → 00:02:25สำคัญคือใช้น้ำน้อยกว่าซึ่งเอ่อจำเป็นมาก
00:02:25 → 00:02:28ครับเพราะเกษตรทุกวันเนี้ยใช้น้ำจืดไป
00:02:28 → 00:02:31ตั้ง 70% ของลูกนะโหเยอะจริงๆค่ะการ
00:02:31 → 00:02:34เปลี่ยนไปปลูกพืชที่ทนแล้งได้ก็จะช่วย
00:02:34 → 00:02:37ประหยัดน้ำได้เยอะเลยนอกจากพืชบนบกแล้วใน
00:02:37 → 00:02:40ทะเลก็มีตัวเลือกน่าสนใจอย่างสาหร่ายทะเล
00:02:40 → 00:02:43ใช่มั้ยคะเห็นว่ามีประโยชน์เยอะมากใช่
00:02:43 → 00:02:46ครับสาหร่ายทะเลนี่โอ้โหเป็นแหล่งสาร
00:02:46 → 00:02:50อาหารชั้นดีเลยวิตามินแร่ธาตุไฟเบอร์
00:02:50 → 00:02:53โปรตีนครบแถมมีบางชนิดนะครับพอเอาไปปรุง
00:02:53 → 00:02:57แล้วรสชาติคล้ายเบคอนเลยจริงหรอคะแต่
00:02:57 → 00:02:59เนื้อสัมผัสก็ยังเป็นสาหร่ายหรือเปล่าคะ
00:02:59 → 00:03:02อ่าใช่ครับเนื้อสัมผัสก็ยังเป็นสาหร่าย
00:03:02 → 00:03:05แต่รสชาติมันได้นะจุดเด่นมากๆคือความยั่ง
00:03:05 → 00:03:08ยืนครับไม่ต้องใช้น้ำจืดเลยแถมปลูกในทะเล
00:03:08 → 00:03:11ก็ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศอีกแค่ปลูกแล้วก็รอ
00:03:11 → 00:03:14เก็บเกี่ยวไม่ต้องดูแลมากฟังดูดีมากๆเลย
00:03:14 → 00:03:18ค่ะแต่ก็มีข้อควรระวังอยู่บ้างใช่มั้ยคะ
00:03:18 → 00:03:22มีบ้างครับคล้ายๆอาหารอื่นๆคือสาหร่ายบาง
00:03:22 → 00:03:25ชนิดเนี่ยอาจจะสะสมโลหะหนักได้หรือบางที
00:03:25 → 00:03:29ก็มีไอโอดีนสูงไปก็ต้องจำกัดปริมาณการกิน
00:03:29 → 00:03:32อย่างในข้อมูลก็มีตัวอย่างสาหร่ายชนิดนึง
00:03:32 → 00:03:35ที่ไม่ควรกินเกิน 3 ครั้งต่อสัปดาห์อ๋อก็
00:03:35 → 00:03:37เหมือนผักบางอย่างที่เราก็ต้องระวังอยู่
00:03:37 → 00:03:40แล้วนะคะประมาณนั้นเลยครับเมื่อกี้เราพูด
00:03:40 → 00:03:42ถึงทางเลือกจากธรรมชาติไปแล้วอีกแนวทาง
00:03:42 → 00:03:45ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยแล้วก็เอ่อหลาย
00:03:45 → 00:03:48คนให้ความสนใจมากก็คือเนื้อเพาะเลี้ยง
00:03:48 → 00:03:51หรือ la grน meat อันนี้จะมาช่วยแก้ปัญหา
00:03:51 → 00:03:53เรื่องทรัพยากรได้จริงแค่ไหนค่ะอันนี้มี
00:03:53 → 00:03:56ศักยภาพสูงมากครับเพราะการทำปสุสัต
00:03:56 → 00:03:59ปัจจุบันเนี่ยใช้ที่ดินเยอะมากนะครับเป็น
00:03:59 → 00:04:02สาเหตุตัดไม้ทำลายป่าไปตั้ง 40% แล้วก็
00:04:02 → 00:04:05ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกประมาณ 14.5% 5%
00:04:05 → 00:04:08ของทั้งหมดเลยอื้อหือเนื้อเพาะเลี้ยง
00:04:08 → 00:04:11เนี่ยเขาใช้สเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด
00:04:11 → 00:04:15ของสัตว์มาเพาะเลี้ยงในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ
00:04:15 → 00:04:17คือเป็นถังควบคุมสภาพแวดล้อมคล้ายๆถัง
00:04:17 → 00:04:20หมักนะครับกระบวนการนี้เขาบอกว่าใช้ที่
00:04:20 → 00:04:24ดินกับน้ำน้อยลงกว่า 90% เลยนะโหลดได้
00:04:24 → 00:04:27เยอะขนาดนั้นเลยหรอแล้วก็ปล่อยก๊าซเรือน
00:04:27 → 00:04:31กระจกน้อยลงถึง 92% ถ้าเทียบกับเนื้อวัว
00:04:31 → 00:04:35แล้วเรื่องต้นทุนล่ะคะเคยได้ยินว่าแพงมาก
00:04:35 → 00:04:39ตอนแรกๆแพงจริงครับเบอร์เกอร์ชิ้นแรกปี
00:04:39 → 00:04:432013 เนี่ย 300,000 กว่าดอลลาร์โอ้โห
00:04:43 → 00:04:46แต่ตอนนี้ไม่ขนาดนั้นแล้วครับต้นทุนการ
00:04:46 → 00:04:49ผลิตลดลงเหลือประมาณเอ่อ 17 ดอลลาร์ต่อ
00:04:49 → 00:04:52ปอนด์แล้วแล้วก็คาดว่าจะถูกลงไปอีกเยอะ
00:04:52 → 00:04:54ถ้าผลิตเยอะๆระดับอุตสาหกรรมตอนนี้ก็
00:04:54 → 00:04:57เริ่มมีขายจริงแล้วด้วยอย่างที่สิงคโปร์
00:04:57 → 00:04:59แล้วก็ที่อเมริกา USDA ก็เพิ่งอนุมัติให้
00:04:59 → 00:05:03ขายเนื้อไก่เพาะเลี้ยงได้แล้วเรื่องสำคัญ
00:05:03 → 00:05:07ที่สุดเลยรสชาติล่ะคะคนจะยอมรับมยมันจะ
00:05:07 → 00:05:10เหมือนเนื้อจริงๆหรือเปล่าคะจากผลทดสอบ
00:05:10 → 00:05:13แบบเอ่อที่เขาปิดตาชิมเทียบกันdoubleิบ
00:05:13 → 00:05:15blind นะครับผู้เชี่ยวชาญหลายคนแยกไม่
00:05:15 → 00:05:18ออกเลยบางคนถึงก็บอกว่าเนื้อเพาะเลี้ยง
00:05:18 → 00:05:20เนี่ยรสชาติเหมือนไก่หิ้งกว่าไก่จริงซะ
00:05:20 → 00:05:25อีกว้าวขนาดนั้นเลยครับแต่ก็ยอมรับว่ายัง
00:05:25 → 00:05:27มีความท้าทายเรื่องความรู้สึกแปลกๆที่
00:05:27 → 00:05:30เรียกว่าอ Factor ที่ผู้บริโภคบางคนอาจจะ
00:05:30 → 00:05:34ยังมีอยู่อืมก็คงต้องใช้เวลาสร้างความ
00:05:34 → 00:05:37คุ้นเคยกันไปนะคะใช่ครับพอพูดถึง X
00:05:37 → 00:05:40factor ก็นึกถึงอีกทางเรื่องนึงเลยค่ะ
00:05:40 → 00:05:44คือแมลงซึ่งจริงๆแล้วคนกว่า 2,000 ล้านคน
00:05:44 → 00:05:46ทั่วรอบเขาก็กินกันเป็นปกติอยู่แล้วใช่
00:05:46 → 00:05:49มั้คะถูกต้องครับแมลงนี่เป็นแหล่งโปรตีน
00:05:49 → 00:05:52ที่ยั่งยืนมากๆเลยนะใช้พื้นที่น้อยใช้น้ำ
00:05:52 → 00:05:56น้อยกินขยะอินทรีย์ได้แถมโตเร็วมากอย่าง
00:05:56 → 00:05:59จิ้งหรีดเนี่ยแค่ 6 สัปดาห์เองจากไข่จน
00:05:59 → 00:06:03เก็บเกี่ยวได้แล้วเร็วมากค่ะครับมีฟาร์ม
00:06:03 → 00:06:05ใหญ่ใหญ่ที่แคนาดาเขาเก็บเกี่ยวได้
00:06:05 → 00:06:08สัปดาห์ละ 50 ล้านตัวเลยนะใช้คนดูแลแค่ 5
00:06:08 → 00:06:12คนเองโหประสิทธิภาพสูงมากแล้วโปรตีนก็สูง
00:06:12 → 00:06:15ด้วยใช่ครับโปรตีนสูงแล้วก็ความหนาแน่ง
00:06:15 → 00:06:17โปรตีนก็สูงกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปด้วยคือ
00:06:17 → 00:06:20กินน้อยกว่าแต่ได้โปรตีนเท่ากันอืมน่าสน
00:06:20 → 00:06:23ใจมากแต่ก็นั่นแหละครับการยอมรับในฝั่ง
00:06:23 → 00:06:26ตะวันตกอาจจะยังยากหน่อยการแปรรูปเป็นผง
00:06:26 → 00:06:28โปรตีนเอาไปผสมในอาหารต่างๆก็อาจจะเป็น
00:06:28 → 00:06:32ทางหนึ่งที่ช่วยได้ค่ะมาถึงทางเลือกสุด
00:06:32 → 00:06:33ท้ายที่เกี่ยวกับเทคเทคโนโลยีปรับปรุง
00:06:33 → 00:06:36อาหารที่มีอยู่แล้วคือพวก GMOS กับการใช้
00:06:36 → 00:06:40พันธุวิศวกรรมนะคะครับปัจจุบัน GMOS หรือ
00:06:41 → 00:06:43พืชดัดแปลงพันธุกรรมส่วนใหญ่ก็ใช้เพื่อ
00:06:43 → 00:06:46เพิ่มผลผลิตต้านทานแมลงศัตรูพืชอย่างข้าว
00:06:46 → 00:06:50โพดในอเมริกาเนี่ย 90% เป็น GMO นะครับ
00:06:50 → 00:06:52แล้วก็มีการศึกษาเรื่องความปลอดภัยกันมา
00:06:52 → 00:06:56นานแล้วแต่ในอนาคตเนี่ยเทคโนโลยีอย่าง
00:06:56 → 00:06:58Crisper C 9 ที่เป็นเครื่องมือแก้ไข
00:06:58 → 00:07:01ยีนที่แม่นยำมากๆอาจจะถูกนำมาใช้แก้ปัญหา
00:07:01 → 00:07:05อย่างเรื่องภูภูมแพ้อาหารได้อ๋ออย่างพวก
00:07:05 → 00:07:09แพ้ถั่วฤทธิ์สงฆ์แพ้แป้งสาลีหรอคะใช่ครับ
00:07:09 → 00:07:12พวกนั้นเลยอาจจะใช้เทคโนโลยีนี้ไปลดสาร
00:07:12 → 00:07:15ก่อภูมิแพ้ในอาหารพวกนั้นฟังดูมีความหวัง
00:07:15 → 00:07:18มากเลยค่ะแต่มันยังมีความท้าทายอยู่มั้คะ
00:07:18 → 00:07:22การแก้ปัญหาภูมิแพ้ด้วยวิธีนี้มีครับ
00:07:22 → 00:07:24อย่างถั่วลิสง์เนี่ยมันมีโปรตีนที่ก่อ
00:07:24 → 00:07:27ภูมิแพ้ตั้ง 16 ชนิดการจะกำจัดทั้งหมดอาจ
00:07:27 → 00:07:31จะยากแต่ก็อาจจะช่วยลดความรุนแรงลงได้
00:07:31 → 00:07:33ส่วนเข้าสาลีถ้าจะเอากลูเตนที่เป็นตัวการ
00:07:33 → 00:07:36หลักออกหมดเลยก็อาจจะกระทบกับเนื้อสัมผัส
00:07:36 → 00:07:39ของขนมปันหรือเส้นพาสต้าได้อาจจะต้องหา
00:07:39 → 00:07:42วิธีจัดการเฉพาะโปรตีนบางตัวที่เป็นปัญหา
00:07:42 → 00:07:46หลักๆครับค่ะสรุปแล้วภาพรวมอาหารในปี 2050
00:07:46 → 00:07:50เนี่ยบนจานของเราอาจจะดูไม่ต่างจากเดิม
00:07:50 → 00:07:53เท่าไหร่แต่ว่าเบื้องหลังหรือที่มาของ
00:07:53 → 00:07:56วัตถุดิบเหล่านั้นจะเปลี่ยนไปเยอะมากเลย
00:07:56 → 00:07:59นะคะทั้งเนื้อจากห้องแลบพืชพันธุ์ที่หลาก
00:07:59 → 00:08:02หลายขึ้นหรืออาจจะเป็นโปรตีนจากแมลง
00:08:02 → 00:08:04ทั้งหมดนี้ก็เพื่อความมั่นคงทางอาหารแล้ว
00:08:04 → 00:08:08ก็ความยั่งยืนใช่เลยครับมันคือการปรับตัว
00:08:08 → 00:08:11ครั้งใหญ่และสิ่งที่น่าคิดต่อไปก็คือนอก
00:08:11 → 00:08:14จากเรื่องแก้ปัญหาต่างๆแล้วเนี่ยเป็นไป
00:08:14 → 00:08:17ได้ว่าในอนาคตเทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมจะทำ
00:08:18 → 00:08:21ให้เราสามารถออกแบบอาหารได้ตามต้องการเลย
00:08:21 → 00:08:24แบบว่าให้มีสารอาหารตรงกับความต้องการของ
00:08:24 → 00:08:26แต่ละคนหรือแม้กระทั่งปรับปรุงรสชาติให้
00:08:26 → 00:08:30มันเอ่อสุดยอดไปเลยยิ่งกว่าที่ธรรมชาติทำ
00:08:30 → 00:08:32ได้ตอนนี้โอ้โหนั่นเป็นคำถามที่น่าสนใจ
00:08:32 → 00:08:35มากจริงๆค่ะต้องคอยติดตามดูกันต่อไปเลยนะ
00:08:35 → 00:08:39คะว่าอนาคตของอาหารจะเป็นยังไง
00:08:39 → 00:08:41ถ้าชอบเนื้อหาแบบนี้ฝากกดติดตามกดไลก์กด
00:08:41 → 00:08:44แชร์ให้คนที่คุณห่วงใยและเป็นกำลังใจให้
00:08:44 → 00:08:46กับช่องสุขภาพสนทนาได้มีแรงสร้างสรรค์
00:08:47 → 00:08:50เรื่องราวดีต่อไปนะครับ