00:00:00 → 00:00:03สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดถึงหัวข้อที่
00:00:03 → 00:00:06ว่าทำไมลำไส้ถึงเปรียบเสมือนสมองที่ 2
00:00:06 → 00:00:07ของเรานะครับ
00:00:08 → 00:00:11ลองจินตนาการว่าเรากำลังเดินเล่นในวันที่
00:00:11 → 00:00:14อากาศปลอดโปร่งรู้สึกถึงความอบอุ่นจากแสง
00:00:14 → 00:00:17แดดจิตใจของเราเนี่ยก็สงบนะครับแต่แล้ว
00:00:17 → 00:00:20จู่ๆเนี่ยท้องไส้ของเราก็เกิดแบบกวนขึ้น
00:00:20 → 00:00:23มาทำให้อารมณ์ของเราไม่ดีหรือว่าวิตก
00:00:23 → 00:00:24กังวลไปเลยนะครับ
00:00:24 → 00:00:27ทุกคนเคยสงสัยกันไหมครับว่าทำไมถึงเกิด
00:00:27 → 00:00:29เหตุการณ์แบบนี้
00:00:29 → 00:00:31นั่นก็เพราะว่าลำไส้ของเราเนี่ยไม่ได้มี
00:00:31 → 00:00:34บทบาทแค่การย่อยอาหารเท่านั้นนะครับแต่
00:00:34 → 00:00:36ยังมีบทบาทต่ออารมณ์และการตัดสินใจของเรา
00:00:36 → 00:00:37อีกด้วยนะครับ
00:00:37 → 00:00:41เริ่มจากลำไส้ของเรานะครับที่เป็นหนังลำ
00:00:41 → 00:00:43ไส้จะมีเครือข่ายเซลล์ประสาทที่ซับซ้อน
00:00:43 → 00:00:46อาศัยอยู่เรียกว่า interric News System
00:00:46 → 00:00:49หรือ ens นะครับซึ่งประกอบด้วยเซลล์
00:00:49 → 00:00:52ประสาทจำนวนมากโดยมากพอๆกับเซลล์ประสาท
00:00:52 → 00:00:55ของสมองแมวเลยนะครับหรือประมาณ 250 ล้าน
00:00:55 → 00:00:57เซลล์เลยทีเดียวโดยเครือข่ายเซลล์ประสาท
00:00:57 → 00:01:00นี้มีลักษณะเป็นใยบอบบางท่อนยาวจากหลอด
00:01:00 → 00:01:04อาหารไปยังลำไส้ตรงแล้วทำไมลำไส้ของเรา
00:01:04 → 00:01:07ถึงต้องมีเซลล์ประสาทจำนวนมากขนาดนั้นไม่
00:01:07 → 00:01:10ใช่ว่ามีหน้าที่แค่ย่อยอาหารเท่านั้นหรอ
00:01:10 → 00:01:12เธอทำความเข้าใจเรื่องนี้นะครับเราต้อง
00:01:12 → 00:01:15ย้อนกลับไปในช่วงที่แนวคิดเรื่องสมองที่ 2
00:01:15 → 00:01:18เนี่ยถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกนั่นก็คือ
00:01:18 → 00:01:21ช่วงศตวรรษที่ 19 นะครับโดยในการศึกษา
00:01:21 → 00:01:24เรื่องการทำงานของระบบทางเดินอาหารโดยทำ
00:01:24 → 00:01:27งานเป็นอิสระจากการสั่งงานจากสมองของ
00:01:27 → 00:01:31ดอกเตอร์ไมเคิลเกอร์ชซึ่งเป็นคนขนานนามลำ
00:01:31 → 00:01:34ไส้ว่าเป็นสมองที่ 2 นะครับได้อธิบาย EMS
00:01:34 → 00:01:37โดยเน้นถึงบทบาทในการควบคุมการย่อยอาหาร
00:01:37 → 00:01:40โดยปราศจาก input จากระบบประสาทส่วนกลาง
00:01:40 → 00:01:43นะครับโดยการที่ลำไส้มีเครือข่ายเซลล์
00:01:43 → 00:01:46ประสาทที่สลับซับซ้อนทำให้ลำไส้ของเรา
00:01:46 → 00:01:50สามารถแปรรูปอาหารดูดซับสารอาหารและกำจัด
00:01:50 → 00:01:52ของเสียได้ด้วยตัวมันเองนะครับซึ่งเป็น
00:01:52 → 00:01:54เหตุผลที่มันถูกเรียกว่าสมองที่ 2 นั่น
00:01:54 → 00:01:55เองนะครับ
00:01:55 → 00:01:58และเมื่อเวลาผ่านไปเนี่ยนักวิทยาศาสตร์ก็
00:01:58 → 00:02:00ได้ค้นพบสิ่งใหม่จากการศึกษาความเชื่อม
00:02:00 → 00:02:04โยงระหว่างลำไส้กับสมองโดยสมองและทางเดิน
00:02:04 → 00:02:06อาหารมีการสื่อสารกันโดยอาศัยระบบประสาท
00:02:06 → 00:02:09และฮอร์โมนเพื่อนำคำสั่งจากสมองไปยังทาง
00:02:09 → 00:02:12เดินอาหารเรียกว่ากัสเบน access นะครับ
00:02:12 → 00:02:16ซึ่งการสื่อสารนี้เนี่ยมีอิทธิพลไม่เพียง
00:02:16 → 00:02:18แต่กระบวนการย่อยอาหารของเราเท่านั้นนะ
00:02:18 → 00:02:20ครับแต่ยังรวมถึงอารมณ์และความรู้สึกของ
00:02:20 → 00:02:22เราอีกด้วยนะครับ
00:02:22 → 00:02:25โดยจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าความไม่
00:02:25 → 00:02:28สมดุลของไมโครไบโอตหรือจุลินทรีย์ในลำไส้
00:02:28 → 00:02:31ของเราอาจส่งผลต่อสุขภาพจิตของเราได้
00:02:31 → 00:02:35เพราะไมโครไบโอตเป็นองค์ประกอบสำคัญของลำ
00:02:35 → 00:02:39ไส้ในการผลิตสารสื่อประสาทเช่นเซโรโทนิน
00:02:39 → 00:02:42ซึ่งมักถูกเรียกว่าฮอร์โมนความสุขนะครับ
00:02:42 → 00:02:45ซึ่งทำให้มีบทบาทในการควบคุมอารมณ์ได้
00:02:45 → 00:02:46นั่นเอง
00:02:46 → 00:02:49ลองนึกถึงวันที่เราเนี่ยเฆี่ยนหลังจาก
00:02:49 → 00:02:52ผ่านวันที่แย่มานะครับแล้วจู่ๆท้องเราก็
00:02:52 → 00:02:55รู้สึกเหมือนมีปมถูกมัดอยู่ทำให้ไม่สบาย
00:02:55 → 00:02:58ตัวความรู้สึกนี้เกิดจากการเชื่อมต่อกัน
00:02:58 → 00:03:01ระหว่างสมองและลำไส้สัญญาณความเครียดจาก
00:03:01 → 00:03:04สมองสามารถกระตุ้นการปลดปล่อยฮอร์โมนที่
00:03:04 → 00:03:07ส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ในทางกลับกัน
00:03:07 → 00:03:10เนี่ยถ้าสุขภาพลำไส้แย่ก็สามารถส่งสัญญาณ
00:03:10 → 00:03:13ความทุกข์กลับไปยังสมองได้ทำให้ส่งผลต่อ
00:03:13 → 00:03:17สภาวะอารมณ์โดยรวมของเราได้นั่นเองนะครับ
00:03:17 → 00:03:20จะเห็นได้ว่าการรักษาสุขภาพลำไส้หรือสมอง
00:03:20 → 00:03:23ที่ 2 ให้ดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นนะครับแต่
00:03:23 → 00:03:26เราจะรักษาสุขภาพลำไส้ของเราได้ยังไงล่ะ
00:03:26 → 00:03:29อย่างที่บอกไปนะครับสิ่งที่มีบทบาทสำคัญ
00:03:29 → 00:03:32ในการรักษาสมดุลในลำไส้ของเราก็คือ
00:03:32 → 00:03:35ไมโครไบโอตหรือจุลินทรีย์ในลำไส้ของเรา
00:03:35 → 00:03:38นั่นเองดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือการ
00:03:38 → 00:03:40เลือกรับประทานอาหารที่ช่วยส่งเสริม
00:03:40 → 00:03:43สุขภาพลำไส้ของเราเช่นการใช้โพไบโอติก
00:03:43 → 00:03:45เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายและ
00:03:45 → 00:03:47piotic เพื่อเสริมประสิทธิภาพของ
00:03:47 → 00:03:50โพไบโอติกให้ดียิ่งขึ้นการปรับ
00:03:50 → 00:03:53พฤติกรรมการนอนนอนให้เป็นเวลานอนให้เพียง
00:03:53 → 00:03:56พอและการออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถ
00:03:56 → 00:03:58ช่วยให้การทำงานของลำไส้ทำงานได้อย่างมี
00:03:58 → 00:04:01ประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองนะครับ
00:04:01 → 00:04:04ดังนั้นถ้าหากเราอยากมีสุขภาพกายแข็งแรง
00:04:04 → 00:04:07เราก็ต้องออกกำลังกายเป็นประจำและถ้าเรา
00:04:07 → 00:04:10อยากมีสุขภาพจิตที่ดียิ่งขึ้นเราก็ต้อง
00:04:10 → 00:04:14คอยดูแลสมองที่ 2 หรือลำไส้ของเราโดยการ
00:04:14 → 00:04:16กินอาหารที่มีโพลไบโอติกและพรีไบโอติก
00:04:16 → 00:04:19เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้กับ
00:04:19 → 00:04:21ร่างกายของเรานั่นเองนะครับ
00:04:21 → 00:04:24สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณท่านผู้ชมท่านผู้
00:04:24 → 00:04:27ฟังที่ติดตามกันจนมันถึงตอนนี้แล้วเจอกัน
00:04:27 → 00:04:31ใน Episode ต่อไปครับ