00:00:00 → 00:00:03[เสียงดนตรี]
00:00:03 → 00:00:06You're listening to Mahidol Channel Podcast.
00:00:06 → 00:00:08Listen for a better life
00:00:08 → 00:00:11ฟังเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
00:00:11 → 00:00:14และนี่คือรายการพอดแคสต์ ของช่อง Mahidol Channel
00:00:14 → 00:00:16โดย มหาวิทยาลัยมหิดล
00:00:16 → 00:00:19[เสียงดนตรี]
00:00:19 → 00:00:21ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด เอาจริง ๆ ดีกว่าทำหมันอีก
00:00:22 → 00:00:22อืม
00:00:22 → 00:00:27การใช้ระยะเวลานาน ๆ มีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
00:00:27 → 00:00:28ฝังเสร็จ อย่าเพิ่งรีบจัด
00:00:29 → 00:00:31[เสียงหัวเราะ]
00:00:31 → 00:00:33ต้องรอให้มันออกฤทธิ์ก่อนนิดนึง
00:00:33 → 00:00:34แปะลงไปเลย
00:00:34 → 00:00:36คุมกำหนัดไม่ได้ ก็คุมกำเนิดเดี๋ยวนี้
00:00:37 → 00:00:41[เสียงดนตรี]
00:00:41 → 00:00:45ผู้หญิงมากมายเจอความเปลี่ยนแปลง ทั้งร่างกายและจิตใจ
00:00:45 → 00:00:48ปัญหาที่หลายคนสงสัยแต่ไม่มีคำตอบ
00:00:49 → 00:00:52อย่าปล่อยให้ความผิดปกติของคุณ กลายเป็นเรื่องปกติ
00:00:52 → 00:00:54ที่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ
00:00:55 → 00:00:59สวัสดีครับ หมอกริช นายแพทย์สกิทา ม่วงไหมทอง
00:00:59 → 00:01:01สวัสดีค่ะ หมอเล็ง
00:01:01 → 00:01:04แพทย์หญิงปณิชา จันทราพานิชกุล
00:01:04 → 00:01:10จะมาตอบทุกข้อสงสัย เคลียร์ทุกปัญหาผู้หญิงในรายการ Talk to Her
00:01:10 → 00:01:13คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้
00:01:13 → 00:01:16[เสียงดนตรี]
00:01:16 → 00:01:18- สวัสดีครับ - สวัสดีค่ะ
00:01:18 → 00:01:20พบกับรายการ Talk to Her
00:01:20 → 00:01:22คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้ อีกเช่นเคย
00:01:22 → 00:01:24ใช่ค่ะ วันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรนะคะ
00:01:24 → 00:01:27เกี่ยวกับเรื่องของการคุมกำเนิดนะครับ
00:01:27 → 00:01:31ไม่อยากท้อง ควรจะคุมกำเนิดแบบไหนให้ถูกวิธี
00:01:31 → 00:01:34โอเค เพราะฉะนั้นวันนี้ประเด็นหลัก ๆ ของเรา จะเป็นเรื่องการคุมกำเนิดนะคะ
00:01:34 → 00:01:35ครับผม
00:01:35 → 00:01:38ก่อนที่จะมาพูดถึงหัวข้อของเราในวันนี้นะคะ
00:01:38 → 00:01:42คุมกำเนิด เรามีทั้งแบบชั่วคราวกับแบบถาวร
00:01:42 → 00:01:44จริง ๆ มันก็ได้ทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงด้วย
00:01:44 → 00:01:47ใช่ ผู้หญิงทำหมันก็ได้ ผู้ชายทำหมันก็ได้
00:01:47 → 00:01:49อันนั้นก็เป็นการทำหมันถาวร
00:01:49 → 00:01:53การคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่ฮอตฮิตหน่อย ที่ทุกคนน่าจะรู้จัก
00:01:53 → 00:01:55ก็เป็นการใช้ถุงยางอนามัย
00:01:55 → 00:01:59ซึ่งถุงยางอนามัยสามารถคุมกำเนิดได้
00:01:59 → 00:02:02แล้วก็ยังสามารถป้องกัน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย
00:02:02 → 00:02:04ซึ่งวันนี้เราคงไม่ได้ลงลึกถึงจุดนี้
00:02:04 → 00:02:06ครับ ก็จริง ๆ นี่ การคุมกำเนิด
00:02:06 → 00:02:10เราก็ต้องมาพูดกันก่อนว่า ทำไมถึงจะต้องคุมกำเนิด
00:02:10 → 00:02:11วางแผนครอบครัว
00:02:11 → 00:02:12มีลูกเมื่อพร้อม
00:02:13 → 00:02:16ถูกต้อง ครอบครัวของเรา หรือสถานภาพของเราตอนนี้ยังไม่พร้อม
00:02:16 → 00:02:18ก็ต้องคุมกำเนิดก่อน
00:02:18 → 00:02:18อืม
00:02:18 → 00:02:20ทีนี้ถ้าเกิดว่าคุมกำเนิดแบบชั่วคราว
00:02:20 → 00:02:24ซึ่งวันนี้เราก็จะเน้นเรื่องของการคุมกำเนิด แบบชั่วคราวเป็นส่วนใหญ่
00:02:24 → 00:02:26มันแบ่งออกเป็นกี่วิธี
00:02:26 → 00:02:29วันนี้เราจะมาแบ่งตามวิธีการใช้แล้วกัน
00:02:29 → 00:02:30แบบกิน
00:02:30 → 00:02:31แบบฉีด
00:02:31 → 00:02:32แบบแปะ
00:02:32 → 00:02:33แบบฝัง
00:02:33 → 00:02:34แล้วก็ใช้ห่วง
00:02:34 → 00:02:35ห่วงคุมกำเนิด
00:02:35 → 00:02:36วิธีแรกกันก่อน
00:02:37 → 00:02:38- ยากิน
00:02:38 → 00:02:43ถ้าเป็นแบบกิน เท่าที่แบ่งได้คร่าว ๆ ก็จะมี 3 แบบ
00:02:43 → 00:02:43ครับ
00:02:43 → 00:02:46แบบคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม
00:02:46 → 00:02:48ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว
00:02:48 → 00:02:50แล้วก็ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน
00:02:50 → 00:02:51ครับ
00:02:51 → 00:02:53เราขอพูดแบบฉุกเฉินก่อน
00:02:53 → 00:02:55คำว่าฉุกเฉินก็คือ “ฉุกเฉิน”
00:02:55 → 00:02:56อืม
00:02:56 → 00:02:58ในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน
00:02:58 → 00:03:04เช่น อาจจะใช้ถุงยางอนามัย แล้วพบว่าถุงยางอนามัยแตกหรือรั่ว
00:03:04 → 00:03:04ครับ
00:03:04 → 00:03:09หรืออย่างบางกรณี เช่น บางรายที่ถูกข่มขืน เป็นต้น
00:03:09 → 00:03:13อันนั้นก็เหมาะในกรณีที่ไม่คาดฝัน
00:03:13 → 00:03:18ในส่วนคนที่แต่งงานแล้ว แล้วก็มีเพศสัมพันธ์ที่ยังไม่พร้อมมีลูก
00:03:18 → 00:03:21แล้วต้องการที่จะเลือกคุมกำเนิด แบบรับประทานหรือแบบกิน
00:03:21 → 00:03:26เราก็แนะนำเป็นแบบ 2 แบบแรกคือ แบบฮอร์โมนเดี่ยวหรือแบบฮอร์โมนรวมมากกว่า
00:03:27 → 00:03:29- อย่ามาฉุกเฉินบ่อย - เออ อย่ามาฉุกเฉินบ่อย
00:03:30 → 00:03:32เราไม่มีเรื่องฉุกเฉินอะไรบ่อยขนาดนั้นเนอะ
00:03:33 → 00:03:35ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉินทานอย่างไร
00:03:35 → 00:03:38ก็คือทานอย่างไร ก็คือประสิทธิภาพนะคะ
00:03:38 → 00:03:43จะสามารถรับประทานได้ภายใน 120 ชั่วโมง หลังจากการมีเพศสัมพันธ์
00:03:43 → 00:03:46แล้วก็ดีที่สุดก็คือภายใน 72 ชั่วโมง
00:03:46 → 00:03:50แต่ถึงแม้เลย 72 ชั่วโมงไปแล้วก็ยังใช้ได้
00:03:50 → 00:03:53แล้วถ้าเลย 5 วันไปแล้ว หรือเลย 120 ชั่วโมงไปแล้ว
00:03:53 → 00:03:55ผล...ถ้าทานไป จะช่วยได้ไหม
00:03:55 → 00:03:58ก็ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดยังพอมี
00:03:58 → 00:04:01แต่มีโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์ได้
00:04:01 → 00:04:05ก็คือเปอร์เซ็นต์ก็จะลดลงเรื่อย ๆ ตามระยะเวลาที่ห่างออกไป
00:04:05 → 00:04:06ครับ
00:04:06 → 00:04:09เพราะฉะนั้น ดีที่สุดเลย ภายใน 5 วันแรกของการมีเพศสัมพันธ์
00:04:09 → 00:04:12เผอิญสมัยก่อนมันจะแบ่งเป็น 2 เม็ด
00:04:12 → 00:04:13โดยวิธีการกินก็คือ
00:04:14 → 00:04:17กินเม็ดแรก แล้วก็เว้นไปอีก 12 ชั่วโมง แล้วก็กินเม็ดที่ 2
00:04:17 → 00:04:21แต่พบว่า ช่วงหลัง ๆ ก็มีวิจัยใหม่ขึ้นว่า
00:04:21 → 00:04:23- กินรวบโดสเลย 2 เม็ดทีเดียว - 2 เม็ดพร้อมกัน
00:04:24 → 00:04:28ก็สามารถป้องกัน แล้วก็ป้องกันการตั้งครรภ์ คุมกำเนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน
00:04:28 → 00:04:33ปัจจุบันผู้ผลิตก็เลยรวบโดสให้ เป็นเม็ดเดียว จบทีเดียว
00:04:33 → 00:04:37ถ้าไม่แน่ใจ ถามเภสัชกรที่อยู่ตามร้านขายยาได้
00:04:37 → 00:04:39ก็จะให้คำแนะนำได้
00:04:39 → 00:04:43- จบไปสำหรับยากินแบบคุมฉุกเฉิน - ครับ
00:04:43 → 00:04:46แบบฮอร์โมนรวม อาจจะเป็นที่รู้จักกันแล้ว เอาไว้ทีหลัง
00:04:46 → 00:04:48เอาแบบฮอร์โมนเดี่ยวก่อน
00:04:48 → 00:04:50ฮอร์โมนเดี่ยว บางคนอาจจะแบบ… เหมือนไม่เคยได้ยินเนอะ
00:04:50 → 00:04:51อะไรน่ะ ฮอร์โมนเดี่ยว
00:04:51 → 00:04:53[เสียงหัวเราะ]
00:04:53 → 00:04:57ฮอร์โมน ในกรณีที่เราเอามาใช้คุมกำเนิด มันจะมีอยู่ 2 ตัว
00:04:57 → 00:04:59ฮอร์โมนตัวแรกคือฮอร์โมนเอสโตรเจน
00:04:59 → 00:05:01กับฮอร์โมนตัวที่ 2 คือโปรเจสเตอโรน
00:05:01 → 00:05:04หรือบางชื่อเราจะเรียกว่าโปรเจสติน
00:05:04 → 00:05:06ขอให้เข้าใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน
00:05:06 → 00:05:10ยาคุมกำเนิดบางตัว จะเป็นเอสโตรเจนกับโปรเจสเตอโรนรวมกัน
00:05:10 → 00:05:13ทีนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนเดี่ยว
00:05:13 → 00:05:16จะใช้เป็นโปรเจสตินหรือโปรเจสเตอโรนเป็นหลัก
00:05:16 → 00:05:17ครับ
00:05:17 → 00:05:21ซึ่งการรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด แบบฮอร์โมนเดี่ยวนี่
00:05:21 → 00:05:24กินทุกวันติดต่อกันไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ
00:05:24 → 00:05:28เช่น บางคนถนัดกิน 8 โมงเช้า
00:05:28 → 00:05:30ก็ 8 โมงเช้า 8 โมงเช้า 8 โมงเช้า
00:05:30 → 00:05:33บางคนถนัดกินตอนเที่ยง ก็พยายามกินเวลาเดิม
00:05:33 → 00:05:39พฤติการณ์การใช้ของคนไข้ คนทั่วไป เวลาใช้ทานยา ชอบลืม
00:05:39 → 00:05:40อืม
00:05:40 → 00:05:41ทีนี้แบบฮอร์โมนรวมนี่
00:05:41 → 00:05:43บางทีลืม 24 ชั่วโมง
00:05:43 → 00:05:46ประสิทธิภาพอาจจะไม่ได้ลดลงไปมากนัก
00:05:46 → 00:05:50แต่แบบฮอร์โมนเดี่ยว บางยี่ห้อ ต้องย้ำว่าบางยี่ห้อ
00:05:50 → 00:05:53ลืม 3 ชั่วโมง ประสิทธิภาพหายแล้ว
00:05:53 → 00:05:55- โอกาสตั้งครรภ์กลับมาได้แล้ว - ครับ
00:05:56 → 00:05:59บางยี่ห้อ ลืมกิน 12 ชั่วโมง
00:05:59 → 00:05:59ก็ยังพอไหว
00:05:59 → 00:06:00ใช่
00:06:00 → 00:06:04เพราะฉะนั้น แบบฮอร์โมนเดี่ยวนี่ จะค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเวลา
00:06:05 → 00:06:06เข้มงวดเรื่องเวลานิดนึง
00:06:06 → 00:06:08แต่ก็อาจจะมีเลือดออกกะปริบกะปรอยได้บ้าง
00:06:08 → 00:06:12ผลข้างเคียง มาถึงผลข้างเคียงของแบบฮอร์โมนเดี่ยว
00:06:12 → 00:06:15แบบแรกก็จะเจอได้ว่ามีเลือดออกกะปริบกะปรอย
00:06:16 → 00:06:18ซึ่งมักจะเจอในช่วงแรกของการใช้
00:06:18 → 00:06:19ครับ
00:06:19 → 00:06:21บวกกับคนที่ชอบลืมทานยา
00:06:21 → 00:06:26คนไข้กลุ่มนี้ที่ชอบลืมรับประทาน หรือว่ากินยาไม่สม่ำเสมอ
00:06:26 → 00:06:27ก็จะเจอเลือดออกกะปริบกะปรอยได้
00:06:27 → 00:06:27ครับ
00:06:27 → 00:06:30แล้วก็ช่วงแรก พอทานไปเรื่อย ๆ นะคะ
00:06:30 → 00:06:32การเลือดออกกะปริบกะปรอยก็จะลดลง
00:06:32 → 00:06:37จนช่วงหลัง ๆ เราพบว่าคนไข้ที่กินยา แบบฮอร์โมนเดี่ยวไปเรื่อย ๆ แบบอย่างนี้
00:06:37 → 00:06:39เป็นเดือน เป็นหลาย ๆ เดือน
00:06:39 → 00:06:43เปอร์เซ็นต์การเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือเลือดออกผิดปกติก็จะลดลง
00:06:43 → 00:06:43อืม
00:06:44 → 00:06:45ทีนี้เหมาะกับใครล่ะ
00:06:45 → 00:06:48จะเหมาะในกลุ่มคุณแม่ที่อยากให้นมบุตรอยู่
00:06:48 → 00:06:49ถูกต้อง
00:06:49 → 00:06:55พอให้นมบุตรอยู่ ถ้ากินแบบฮอร์โมนรวม น้ำนมหายเลย เกลี้ยงเลย
00:06:55 → 00:06:57คุมกำเนิดเลยค่ะ แล้วก็ลูกอดเลย
00:06:57 → 00:07:01ก็จะแนะนำให้เป็นแบบฮอร์โมนเดี่ยว กลุ่มโปรเจสเตอโรน โปรเจสติน
00:07:01 → 00:07:07อีกกลุ่มหนึ่งก็คือคนไข้ที่มีข้อห้าม ในการใช้ฮอร์โมนกลุ่มเอสโตรเจน
00:07:08 → 00:07:08ครับ
00:07:08 → 00:07:14ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็จะเป็นคุณแม่หลังคลอด ที่จะได้รับฮอร์โมนตัวฮอร์โมนเดี่ยว
00:07:14 → 00:07:16เป็นช่วงระยะที่ให้นมอยู่
00:07:16 → 00:07:19วิธีการกิน นอกจากกินทุกวันแล้ว จะเริ่มกินอย่างไรดี
00:07:19 → 00:07:21ส่วนใหญ่เราก็จะแนะนำว่า
00:07:21 → 00:07:24ถ้าขณะเริ่มกิน ก็มั่นใจก่อนนะว่าไม่ใช่ตั้งครรภ์
00:07:24 → 00:07:27ส่วนใหญ่ก็คือคุณหมอก็จะเริ่มตั้งแต่ ในโรงพยาบาลแล้ว
00:07:27 → 00:07:31แต่มีบางส่วนที่แบบ...ได้กลับเร็ว ก็อาจจะไปเริ่มที่บ้านอะไรอย่างนี้
00:07:31 → 00:07:33หรือบางคนไม่ได้เป็นคุณแม่เพิ่งให้นมค่ะ
00:07:33 → 00:07:35คุณหมอก็จะแนะนำว่า
00:07:35 → 00:07:41บางคนถ้าไม่แน่ใจ ก็รอช่วงที่เริ่มมี ประจำเดือนก็ได้ เริ่มรับประทาน
00:07:41 → 00:07:43แต่จริง ๆ ไม่ซีเรียส
00:07:43 → 00:07:47ถึงแม้ต่อให้ขณะที่รับประทานยาตัวนี้ แล้วกำลังตั้งครรภ์อยู่
00:07:48 → 00:07:49ก็ไม่ได้ส่งผลเสียกับเด็ก
00:07:49 → 00:07:50อืม
00:07:50 → 00:07:54เพียงแต่ว่ามันอาจจะดีเลย์การวินิจฉัยว่า ผู้หญิงคนนั้นตั้งครรภ์หรือเปล่า
00:07:54 → 00:07:55ใช่
00:07:55 → 00:07:56ทีนี้มาถึงฮอร์โมนรวมบ้าง
00:07:56 → 00:08:01มันจะมีแบบว่า… คุมสิว คุมผิวมัน อะไรอย่างนี้ด้วย
00:08:01 → 00:08:02ลดน้ำหนัก อะไรอย่างนี้
00:08:02 → 00:08:04โดยรวมก่อน เบื้องต้นก่อนว่า
00:08:04 → 00:08:07ฮอร์โมนแบบรวมมันคืออะไร
00:08:07 → 00:08:08ฮอร์โมนแบบรวม อย่างที่กล่าวไป
00:08:08 → 00:08:13ก็จะเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน กับโปรเจสเตอโรนหรือโปรเจสติน
00:08:13 → 00:08:17ซึ่งประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด ก็ถือว่าค่อนข้างดี
00:08:17 → 00:08:21ทั้งนี้ทั้งนั้น การรับประทานจะต้องมีความสม่ำเสมอ
00:08:21 → 00:08:23แล้วก็เวลาค่อนข้างตรง
00:08:23 → 00:08:26กลไกหลักของมันก็คือยับยั้งการไข่ตก
00:08:26 → 00:08:28ไม่ให้มีการพัฒนาของฟองไข่เกิดขึ้น
00:08:28 → 00:08:34คุณหมอบางท่านอาจจะมาช่วยใช้ในการรักษา เรื่องอาการปวดประจำเดือน
00:08:34 → 00:08:34อืม
00:08:34 → 00:08:36หรือว่าเลือดประจำเดือนออกเยอะก็ได้
00:08:36 → 00:08:40แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับ การวินิจฉัยและคำแนะนำของแพทย์
00:08:40 → 00:08:45เราจะพบว่าผู้หญิงบางท่านจะซื้อ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมไปกิน
00:08:45 → 00:08:46เดินเข้าไปร้านขายยา
00:08:46 → 00:08:50บอกเภสัชกรว่าขอซื้อยาคุมกำเนิดค่ะ
00:08:50 → 00:08:52เขาจะถาม แบบกี่เม็ด
00:08:52 → 00:08:53ปัจจุบันมีแบบกี่เม็ด
00:08:53 → 00:08:55- 21 กับ 28 - 21 กับ 28 ใช่ค่ะ
00:08:55 → 00:08:5821 เม็ดก็คือ วิธีการกินง่าย ๆ
00:08:58 → 00:09:0121 เม็ด เว้น 7 วัน แล้วก็เริ่มแผงใหม่
00:09:01 → 00:09:05พอกินหมดแผง ก็เว้น 7 วัน แล้วก็เริ่มแผงใหม่ จะเป็นลักษณะนี้
00:09:05 → 00:09:08แต่คนที่เป็นแบบฮอร์โมนแบบ 28 เม็ด
00:09:08 → 00:09:1121 + 7 นี่คือ 21 แบบมีฮอร์โมน
00:09:11 → 00:09:13และ 7 ก็คือแบบไม่มีฮอร์โมน
00:09:13 → 00:09:16ครับ กับ 24 + 4 ก็คือ 24 แบบมีฮอร์โมน
00:09:16 → 00:09:18บวกกับอีก 4 ก็คือแบบไม่มีฮอร์โมน
00:09:18 → 00:09:22ซึ่งเขาใส่ตัวเม็ดยาที่ไม่มีฮอร์โมน
00:09:22 → 00:09:26เพื่อที่จะให้คนไข้หรือคนที่กินไม่ลืม
00:09:26 → 00:09:28ไม่ลืมรับประทานยา
00:09:28 → 00:09:29การกินก็ง่าย ๆ
00:09:29 → 00:09:31เราซื้อมา เราจะเริ่มกินวันจันทร์
00:09:31 → 00:09:33เขาจะมีสติกเกอร์ที่เริ่มต้นแผงเป็นวันจันทร์
00:09:34 → 00:09:36พอแปะไปเสร็จปุ๊บ ก็จะกินไล่ไปเลย
00:09:36 → 00:09:38วันจันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
00:09:38 → 00:09:40แล้วก็ไล่มา จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์
00:09:40 → 00:09:42วิธีการกิน เราก็กินเรียงตามนั้น
00:09:43 → 00:09:46หลักง่าย ๆ 21 วัน กินทุกวัน เว้น 7 วัน แล้วเริ่มแผงใหม่
00:09:46 → 00:09:50ในขณะที่ 28 เม็ด กินเรียงไปเรื่อย ๆ
00:09:50 → 00:09:56ทีนี้ยาคุมกำเนิด กลุ่มที่ช่วยเรื่องของผิวหนัง
00:09:56 → 00:09:58ลดสิวอะไรอย่างนี้
00:09:58 → 00:10:01เป็นยังไง มีประสิทธิภาพคุมกำเนิดใกล้เคียงกับปกติไหม
00:10:01 → 00:10:04แล้วมันมีข้อดีข้อเสียอะไรอย่างไรครับ
00:10:04 → 00:10:07ด้วยความที่ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม
00:10:07 → 00:10:09ในท้องตลาด จะเห็นว่าเยอะมาก
00:10:09 → 00:10:11บางยี่ห้อบอกจุดขายราคาถูก
00:10:11 → 00:10:13บางยี่ห้อ จุดขายเรื่องสิว
00:10:13 → 00:10:15บางยี่ห้อเรื่องน้ำหนักตัว
00:10:15 → 00:10:19แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกยี่ห้อ ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดไม่แตกต่างกัน
00:10:19 → 00:10:19ครับ
00:10:19 → 00:10:26แต่อาจจะมีข้อดีต่างกัน เช่น ยี่ห้อนี้บอกว่า ฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์ต้านฮอร์โมนเพศชาย
00:10:26 → 00:10:29รับประทานแล้ว อาจจะหน้าใสกว่ายี่ห้ออื่นเล็กน้อย
00:10:30 → 00:10:32ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าต้องการคุมกำเนิด
00:10:32 → 00:10:33จริง ๆ ยี่ห้อไหนก็ได้
00:10:33 → 00:10:33ครับ
00:10:33 → 00:10:35ส่วนตัวก็จะแนะนำว่า เอาที่ไหว
00:10:35 → 00:10:38ทีนี้ ผลข้างเคียง
00:10:38 → 00:10:41ผลข้างเคียงยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวมนะคะ
00:10:41 → 00:10:43ก็อันแรกก็เรื่องคลื่นไส้อาเจียน
00:10:43 → 00:10:46มักจะเจอในกลุ่มคนที่ เพิ่งเริ่มรับประทานใหม่ ๆ
00:10:46 → 00:10:50หรือว่าคนที่ได้ยาเม็ดแบบฮอร์โมนระดับสูง
00:10:50 → 00:10:52ถ้าระดับเอสโตรเจนยิ่งสูง
00:10:52 → 00:10:55ความเสี่ยงในการเกิดเรื่องคลื่นไส้อาเจียน ก็จะสูงตาม
00:10:55 → 00:10:59นอกเหนือจากนี้ น้ำหนักตัวคนจะเป็นห่วงมาก
00:10:59 → 00:11:02กินยาคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม แล้วอ้วนขึ้นไหม
00:11:02 → 00:11:06จากวิจัยก็พบว่าไม่เพิ่มขึ้น
00:11:06 → 00:11:08มันน่าจะเป็นบวมน้ำอะไรอย่างนี้มากกว่าไหม
00:11:08 → 00:11:09ใช่ ช่วงแรกจะเป็นเจอช่วงแรก
00:11:09 → 00:11:14เพราะว่าฮอร์โมนพวกนี้ มันจะทำให้เพิ่มการกักเก็บของสารน้ำในร่างกาย
00:11:14 → 00:11:16ก็เลยทำให้ดูผิวพรรณเปล่งปลั่ง
00:11:16 → 00:11:19แต่สักพักร่างกายปรับตัวได้ ก็จะดีขึ้นนะคะ
00:11:19 → 00:11:20ก็เรื่องอ้วน ไม่ทำให้อ้วน
00:11:20 → 00:11:24ที่ต้องระวังจะมี 2 อันก็คือเรื่องค่าตับ
00:11:25 → 00:11:27บางคนกินแล้วค่าตับขึ้น ขึ้นเยอะ
00:11:28 → 00:11:28อันนั้นอาจจะต้องหยุด
00:11:28 → 00:11:31กับอันที่ 2 ก็คือทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน
00:11:31 → 00:11:33อันนี้เป็นข้อห้าม ห้ามทานเลย
00:11:33 → 00:11:35ก็ต้องระวังในกลุ่มคนเหล่านี้
00:11:36 → 00:11:42มีคนไข้กลุ่มไหนไหมที่ไม่แนะนำเรื่องของ การรับประทานยาคุมกำเนิด
00:11:42 → 00:11:44แนะนำว่าไปคุมอย่างอื่นดีกว่าอย่างนี้มีไหม
00:11:44 → 00:11:49ก็หลัก ๆ ก็จะมีเรื่อง มีประวัติโรคหลอดเลือด
00:11:49 → 00:11:53เช่น หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบ อะไรอย่างนี้ อันนี้เป็นข้อห้าม
00:11:53 → 00:11:56หรือเป็นโรคประจำตัวที่เลือดแข็งตัวง่าย
00:11:56 → 00:11:57อืม
00:11:57 → 00:11:59เส้นเลือดอุดตันอย่างนี้ อันนี้ก็ห้าม
00:11:59 → 00:12:02หรือว่าในกลุ่มคนที่ตับอักเสบ
00:12:02 → 00:12:06กำลังอักเสบ โรคกำลังแอกทีฟเลย ตัวเหลืองอะไรอย่างนี้
00:12:06 → 00:12:07ก็เป็นข้อห้าม
00:12:07 → 00:12:07อืม
00:12:07 → 00:12:11ทีนี้จะมีอีกกรณีหนึ่งคือ เป็นมะเร็งเต้านมอยู่
00:12:11 → 00:12:12มะเร็งเต้านม
00:12:12 → 00:12:16ในคนที่เป็นมะเร็งเต้านม จะพบว่า มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน
00:12:16 → 00:12:19แบบรับประทาน หรือแม้กระทั่งกิน ฉีด แปะ อะไรอย่างนี้
00:12:19 → 00:12:20ห้ามหมดเลย
00:12:20 → 00:12:24แล้วก็ปัญหา คำถาม คิดว่า
00:12:24 → 00:12:26ทานยาคุมแล้ว เป็นมะเร็งเต้านมเยอะขึ้นหรือเปล่า
00:12:26 → 00:12:27อืม
00:12:27 → 00:12:33พบว่า การใช้ระยะเวลานาน ๆ 5 ปี 10 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้นนี่
00:12:33 → 00:12:36มีอัตราการเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น
00:12:36 → 00:12:39แต่…ย้ำนะคะ กากบาท ดอกจันหลาย ๆ ดวงเลยว่า
00:12:39 → 00:12:41เพิ่มขึ้นในปริมาณที่น้อยมาก
00:12:41 → 00:12:42นั่นหมายความว่า
00:12:42 → 00:12:47คนที่ใช้ยาคุมกำเนิดแบบนี้ ระยะเวลานาน ๆ นี่ เป็นแสนคน
00:12:47 → 00:12:51ถึงจะเจอว่าเป็นมะเร็งเต้านม มากกว่ากลุ่มคนที่ไม่ใช้
00:12:51 → 00:12:53ในหลักแค่ 9 คน 10 คน
00:12:53 → 00:12:54อืม
00:12:54 → 00:12:56แต่ในขณะที่เป็นแสนคนนี่
00:12:56 → 00:12:58ได้รับประโยชน์จากการคุมกำเนิด
00:12:58 → 00:13:02หรือการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบฮอร์โมนรวม ไปเต็มที่แล้ว
00:13:02 → 00:13:04ป้องกันการตั้งครรภ์
00:13:04 → 00:13:07ลดการเป็นท้องนอกมดลูก
00:13:07 → 00:13:07ครับ
00:13:07 → 00:13:12ลดเรื่องเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ เรื่องซิสต์ เรื่องอะไรพวกนี้
00:13:12 → 00:13:13รักษาได้ค่อนข้างเยอะ
00:13:13 → 00:13:19แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องเต้านมนี่ก็ควรจะ ได้รับการคัดกรองอย่างต่อเนื่องตามเกณฑ์
00:13:19 → 00:13:23ทีนี้บางท่านก็อาจจะเคยได้ยิน เรื่องของแผ่นแปะ
00:13:23 → 00:13:27อาจจะสนใจ แต่ว่า เอ๊ะ ไม่เคยใช้ มันจะได้ผลไหม
00:13:27 → 00:13:29แผ่นแปะคุมกำเนิดก็ต้องเล่าว่า
00:13:29 → 00:13:32เป็นแบบฮอร์โมนคู่ ฮอร์โมนรวม
00:13:32 → 00:13:34ก็คือมีเอสโตรเจนกับโปรเจสติน
00:13:34 → 00:13:37ซึ่งรูปแบบก็จะเป็นแผ่นแปะ
00:13:37 → 00:13:39แผ่นแปะใส ๆ นิดนึงนะคะ
00:13:39 → 00:13:42ขนาดประมาณสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ประมาณ 2-3 เซนติเมตร
00:13:42 → 00:13:45ข้อบ่งชี้จะเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิด แบบฮอร์โมนรวม
00:13:45 → 00:13:46เหมือนยากินเลย
00:13:46 → 00:13:48ให้คิดซะว่าเป็นเหมือนยากิน
00:13:48 → 00:13:53- แต่เปลี่ยนรูปแบบจากกินเป็นแปะ - ดูดซึมผ่านผิวหนัง
00:13:53 → 00:13:55ใช่ ซึ่งแปะทีนึง แผ่นนึงจะอยู่ได้ 7 วัน
00:13:55 → 00:13:57วิธีการใช้ก็คือ
00:13:57 → 00:14:00แปะ 3 สัปดาห์ ก็คือ 1 สัปดาห์ เปลี่ยน
00:14:00 → 00:14:02อีก 1 สัปดาห์ เปลี่ยน 1 แผ่น
00:14:02 → 00:14:05พอแปะครบ 3 แผ่น 3 สัปดาห์ปุ๊บ ก็เว้น 7 วัน
00:14:05 → 00:14:06เว้น 1 สัปดาห์
00:14:06 → 00:14:09ใช่ เว้น 1 สัปดาห์ แล้วก็เริ่มแปะแผ่นใหม่
00:14:09 → 00:14:12ข้อดีของมันก็คือ เหมาะสำหรับคนที่ชอบลืมทานยา
00:14:13 → 00:14:16บางคนลืม 2 ทุ่ม ลืมอะไรอย่างนี้ ก็แปะอาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์ละครั้ง
00:14:16 → 00:14:18แต่ข้อเสียก็คือ
00:14:18 → 00:14:21เผอิญในประเทศไทยเป็นประเทศร้อน
00:14:21 → 00:14:22- เหงื่อก็จะออก - ก็จะมีเหงื่อออกได้
00:14:22 → 00:14:25พอเหงื่อออกก็มีโอกาสที่แผ่นแปะจะลอกหลุดได้
00:14:25 → 00:14:28บางคนบอก แผ่นแปะลอกหลุด ก็เอาปาสเตอร์แปะทับสิ
00:14:28 → 00:14:30ไม่ได้นะคะ
00:14:30 → 00:14:35คือรูปแบบยา มันจะถูกออกแบบมา ให้แบบมีการยึดติดกับผิวหนัง
00:14:35 → 00:14:37ดังนั้น ถ้าเวลามันเปิดขึ้นมาแล้วนี่
00:14:37 → 00:14:39คุณสมบัติเหล่านี้จะหายไปแล้ว
00:14:40 → 00:14:42ดังนั้น ต่อให้เราแปะพลาสเตอร์ แปะไปทับนี่
00:14:42 → 00:14:45ก็จะไม่มีประสิทธิภาพสูงเท่าเดิม
00:14:45 → 00:14:46ครับ โอเค
00:14:46 → 00:14:48แผ่นแปะไปแล้ว
00:14:48 → 00:14:49วิธีการต่อไป
00:14:49 → 00:14:51ไปที่อะไรต่อดี
00:14:51 → 00:14:51ฝัง
00:14:52 → 00:14:55ฝัง ฝังก็ปัจจุบันเริ่มฮิตขึ้น
00:14:55 → 00:14:57เป็นยาคุมกำเนิดแบบชนิดฝัง
00:14:57 → 00:14:59บางคนฟังแล้วตกใจ
00:14:59 → 00:15:02แบบฝังจะเป็นฮอร์โมนเดี่ยว
00:15:02 → 00:15:02ครับ
00:15:02 → 00:15:04ก็คือเป็นโปรเจสเตอโรน โปรเจสติน
00:15:04 → 00:15:07ยาจะถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบหลอด
00:15:07 → 00:15:10ขนาดหลอดให้จินตนาการเท่าหลอดนมเล็ก ๆ
00:15:10 → 00:15:12แต่ไม่ได้ยาวขนาดเท่าหลอดนม
00:15:13 → 00:15:14ไม่ใช่ขนาดนั้น ไม่ถึง
00:15:14 → 00:15:18อาจจะแค่ประมาณ 2-3 เซนติเมตร
00:15:18 → 00:15:18ครับ
00:15:18 → 00:15:22ตำแหน่งที่ฝังก็จะฝังอยู่ที่ท้องแขน
00:15:22 → 00:15:25เพราะว่าเราจะไม่ฝังตรงข้อพับ
00:15:25 → 00:15:29ไม่งั้นเราขยับแขน ขยับแขนก็จะหักได้
00:15:29 → 00:15:30ก็จะเป็นท้องแขนเป็นหลัก
00:15:30 → 00:15:33แล้วก็อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น
00:15:33 → 00:15:35แล้วเวลาฝังจะมี 2 แบบ
00:15:35 → 00:15:39ปัจจุบันแบบฝัง จะมีแบบ 3 ปี กับแบบ 5 ปี
00:15:40 → 00:15:43- ซึ่งแบบ 3 ปีนี่ หลอดเดียว - หลอดเดียว
00:15:43 → 00:15:45- ถ้าแบบ 5 ปี จะมี 2 หลอด - 2 หลอด
00:15:45 → 00:15:47ซึ่งถ้าเป็นแบบฝังแบบหลอดเดียวนี่
00:15:47 → 00:15:50ปัจจุบันเราจะเป็นเหมือนแท่งยาว ๆ
00:15:50 → 00:15:54คุณหมอก็จะฉีดยาชา แล้วก็ใส่เครื่องมือเข้าไป
00:15:54 → 00:15:56เพราะฉะนั้น เวลาหลังจากฝังเสร็จนี่
00:15:56 → 00:15:58จะเป็นแผลเล็ก ๆ
00:15:58 → 00:15:59อืม
00:15:59 → 00:16:01กว้างประมาณสัก 3 มิลลิเมตร
00:16:01 → 00:16:03ซึ่งเดี๋ยวนี้คือไม่ต้องกรีดแล้ว
00:16:03 → 00:16:04ไม่ต้องกรีดแล้ว
00:16:04 → 00:16:09แต่ถ้าเป็นแบบ 2 หลอด หรือว่าอยู่ได้ 5 ปีนี่
00:16:09 → 00:16:12ก็จะใช้ปลายมีดเจาะเล็ก ๆ ค่ะ
00:16:12 → 00:16:15แผลก็จะประมาณ 2-3 มิลลิเมตรเหมือนกัน
00:16:15 → 00:16:18แล้วก็ใส่ฝังสอดยาเข้าไป
00:16:18 → 00:16:23ผลข้างเคียงก็จะมีคล้ายกับกลุ่มกิน ฮอร์โมนแบบกิน
00:16:23 → 00:16:25ก็คือเลือดออกกะปริบกะปรอย
00:16:25 → 00:16:28ช่วงแรกอาจจะเจอว่ามีเลือดออกกะปริบกะปรอย
00:16:28 → 00:16:31แล้วพอผ่านไปนาน ๆ 3 เดือน 5 เดือน 6 เดือน
00:16:31 → 00:16:32จนถึงกระทั่งปีนึงค่ะ
00:16:32 → 00:16:36ก็จะเจอว่าเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือเลือดออกผิดปกติก็จะน้อยลง ๆ
00:16:36 → 00:16:37จนกระทั่งไม่มีประจำเดือน
00:16:37 → 00:16:38อืม
00:16:38 → 00:16:40ซึ่งถ้าไม่มีประจำเดือน
00:16:40 → 00:16:44ก็มี…ผู้หญิงหลาย ๆ คนก็คงชอบ ไม่ปวดท้อง
00:16:44 → 00:16:47อีกอันหนึ่งที่คนจะกังวลคือเรื่องน้ำหนักตัว
00:16:47 → 00:16:51หลาย ๆ คนอาจจะบ่นว่า น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
00:16:52 → 00:16:55แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิจัย ณ ปัจจุบัน
00:16:55 → 00:16:59เรื่องวิจัยดูเรื่องน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ที่สัมพันธ์กับยาฝังนี่
00:16:59 → 00:17:02ยังพบว่าไม่ได้ทำให้เพิ่มขึ้นเยอะ
00:17:02 → 00:17:04ไปถามคุณหมอ คุณหมอก็อาจจะบอกว่า
00:17:04 → 00:17:05มีเลือดออกกะปริบกะปรอย
00:17:05 → 00:17:07บางคนอาจจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น
00:17:08 → 00:17:09แต่หลาย ๆ คนก็ไม่เพิ่มขึ้นนะ
00:17:09 → 00:17:11ทีนี้สำหรับยาฝัง
00:17:11 → 00:17:11อืม
00:17:11 → 00:17:14ฝังปุ๊บ…ออกฤทธิ์เลยไหม
00:17:14 → 00:17:18พบว่าแนะนำว่าใน 7 วันแรก ให้ใช้คำว่า Backup method
00:17:18 → 00:17:20คุมกำเนิดด้วยวิธีอื่นไปก่อน
00:17:20 → 00:17:23เช่น การใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย
00:17:23 → 00:17:26แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยไม่ใช้ได้
00:17:26 → 00:17:31ฤทธิ์ยาก็จะสามารถมีประสิทธิภาพ ในการคุมกำเนิดได้หลังจากประมาณ 7 วัน
00:17:31 → 00:17:32ฝังเสร็จอย่าเพิ่งรีบจัด
00:17:33 → 00:17:35[เสียงหัวเราะ]
00:17:35 → 00:17:36รอให้มันออกฤทธิ์ก่อนนิดนึง
00:17:36 → 00:17:39ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด เอาจริง ๆ ดีกว่าทำหมันอีก
00:17:39 → 00:17:40อืม
00:17:40 → 00:17:44ใช่ เปอร์เซ็นต์โอกาสเฟล โอกาสการตั้งครรภ์นี่ ไม่ถึง 1%
00:17:44 → 00:17:44ครับ
00:17:44 → 00:17:48มัน 0.019-0.037% หรืออะไรอย่างนี้เลย มันน้อยมาก ๆ
00:17:48 → 00:17:53ก็เลยทำให้ปัจจุบันทาง สปสช. หรือว่าทางรัฐบาล
00:17:53 → 00:17:58ก็พยายามโปรโมทในกลุ่มท้องไม่พร้อม ในกลุ่มคนวัยรุ่น
00:17:58 → 00:18:01ถ้าสำหรับในกรุงเทพฯ ถ้ามีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ
00:18:01 → 00:18:06อายุไม่ถึง 20 ปี สามารถฝังฟรี ได้ตามโรงพยาบาลรัฐบาล
00:18:06 → 00:18:08แล้วก็จะมีอีกกรณีหนึ่งคือ
00:18:08 → 00:18:10ถ้าอายุมากกว่า 20 ปี
00:18:10 → 00:18:15แล้วก็มีเหตุผลยุติการตั้งครรภ์ ด้วยเหตุผลทางการแพทย์
00:18:15 → 00:18:17อันนั้นก็สามารถฝังฟรีได้
00:18:17 → 00:18:19เพียงแต่ว่าอาจจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ
00:18:19 → 00:18:26สามารถติดต่อได้ตามโรงพยาบาลรัฐบาลทั่วไป เรื่องการฝังยาคุมกำเนิดแบบฟรี
00:18:26 → 00:18:26โอเค
00:18:26 → 00:18:28กินแล้ว แปะแล้ว
00:18:28 → 00:18:29ฝังแล้ว
00:18:29 → 00:18:32- เหลือมีฉีด - ฉีด
00:18:32 → 00:18:35โดยทั่วไปยาฉีดคุมกำเนิด จะเป็นแบบฮอร์โมนเดี่ยว
00:18:35 → 00:18:38วิธีการฉีดก็จะฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
00:18:38 → 00:18:42คนที่เคยฉีดจะรู้ จะฉีดเข้าสะโพก ฉีดทุก 3 เดือน
00:18:42 → 00:18:44ผลข้างเคียงเหมือนกับยาฝังเลย
00:18:44 → 00:18:45อืม
00:18:45 → 00:18:46ก็จะมีเลือดออกกะปริบกะปรอย
00:18:46 → 00:18:49น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้
00:18:49 → 00:18:51อย่างอื่นก็ไม่ค่อยมีอะไรที่ซีเรียส
00:18:51 → 00:18:55อาจจะเหมาะกับในกลุ่มคนที่ชอบลืมทานยา
00:18:55 → 00:18:57กลุ่มคนที่กำลังให้นมบุตรอยู่
00:18:57 → 00:18:59สามารถใช้เลือกแบบยาฉีดได้
00:18:59 → 00:19:04ทีนี้ยาฉีด ถึงจะฉีด 3 เดือนที
00:19:04 → 00:19:05แต่ก็ยังต้องไปฉีด
00:19:05 → 00:19:08- คือยังต้องมีวินัยในการไปฉีดยาอยู่ - ใช่ ๆ
00:19:08 → 00:19:10ทีนี้ถ้าเกิดว่าบางท่านลืมล่ะ
00:19:10 → 00:19:13มันจะมีประสิทธิภาพลดลงมากน้อยแค่ไหน
00:19:13 → 00:19:15ก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการลืม
00:19:15 → 00:19:18ถ้าบางคนลืมเป็นเดือน อันนั้นมีปัญหาแน่ ๆ
00:19:18 → 00:19:19- แต่ว่ามันยืดหยุ่นได้ค่ะ - ครับ
00:19:20 → 00:19:23ปกติแล้วเขาจะนัดทุก 12 สัปดาห์ จริง ๆ ไม่อยากให้เกิน 14 สัปดาห์
00:19:24 → 00:19:25ถ้าเกินเป็นเดือนล่ะ
00:19:25 → 00:19:26เกินเป็นเดือน
00:19:26 → 00:19:28- ก็ต้องเช็กก่อนว่าท้องหรือยัง - ใช่ ก็ต้องเช็กก่อน
00:19:28 → 00:19:30แล้วก็อาจจะต้องคุมกำเนิดวิธีอื่น
00:19:30 → 00:19:33- ใช่ Back-up ด้วยเหมือนกัน - ครับ
00:19:33 → 00:19:35บางคนเจอว่าหลังจากหยุดฉีด
00:19:35 → 00:19:39กว่าจะกลับมามีประจำเดือน ใช้เวลา 6-12 เดือน
00:19:39 → 00:19:40ถ้าแพลนจะมีลูก
00:19:40 → 00:19:42บอกหมอล่วงหน้านาน ๆ หน่อยนะ
00:19:42 → 00:19:46หมอจะได้ให้หยุดยาล่วงหน้า สักอย่างน้อยครึ่งถึง 1 ปี
00:19:46 → 00:19:46ครับ
00:19:46 → 00:19:49ก็แล้วแต่กรณีไปนะคะ
00:19:49 → 00:19:53อีกวิธีหนึ่งก็คือ เรื่องของการใส่ห่วงคุมกำเนิด
00:19:53 → 00:19:55ซึ่งมันก็มีข้อดีข้อเสียของมัน
00:19:55 → 00:20:00วิธีการคุมกำเนิดที่เป็นห่วงคุมกำเนิด คือมันมีรายละเอียดอย่างไร
00:20:00 → 00:20:04ก็อาจจะต้องบอกก่อนว่า ปัจจุบันห่วงคุมกำเนิดมี 2 แบบ
00:20:04 → 00:20:07แบบมีฮอร์โมนกับไม่มีฮอร์โมน
00:20:07 → 00:20:13โดยทั่วไปถ้าคุณผู้หญิง ต้องการคุมกำเนิดแบบห่วงคุมกำเนิดนี่
00:20:13 → 00:20:15เขาจะเป็นห่วงแบบไม่มีฮอร์โมน
00:20:16 → 00:20:20แต่ในบางกรณี คุณผู้หญิงบางท่านได้รับการวินิจฉัยว่า
00:20:20 → 00:20:23มีปัญหาเรื่องปวดประจำเดือน หรือว่าประจำเดือนออกเยอะ
00:20:23 → 00:20:28คุณหมอบางท่านก็อาจจะแนะนำว่า สามารถใส่ห่วงคุมกำเนิดแบบมีฮอร์โมนได้
00:20:28 → 00:20:29ครับ
00:20:29 → 00:20:32หน้าตาห่วงคุมกำเนิด ปัจจุบันเหลือแค่ 2 แบบ
00:20:32 → 00:20:34ครับ เป็นแบบตัว T หรือแบบตัว Y
00:20:34 → 00:20:40ขนาดความยาวก็จะเป็นประมาณสัก 2 เซนติเมตรกว่า เกือบ 3 เซนติเมตร
00:20:40 → 00:20:40อืม
00:20:40 → 00:20:43แล้วก็ส่วนใหญ่จะทำด้วยพลาสติก
00:20:43 → 00:20:43ครับ
00:20:43 → 00:20:49บางแบบจะมีขดลวดที่เป็นทองแดงร่วมด้วย
00:20:49 → 00:20:52ถ้าเป็นแบบไม่มีฮอร์โมนดีอย่างไร
00:20:52 → 00:20:55ตรงไปตรงมา ก็คือเหมาะในคนที่มีข้อห้ามในการใช้ฮอร์โมน
00:20:55 → 00:20:56ครับ
00:20:56 → 00:21:00แต่ว่าห่วงคุมกำเนิดบางชนิด จะมีทองแดงร่วมด้วย
00:21:00 → 00:21:02บางคนแพ้ทองแดงก็ใช้ไม่ได้
00:21:02 → 00:21:07บางคนเป็นโรคที่ต้องระวังเรื่องการใช้ทองแดง ก็ห้ามเหมือนกัน
00:21:07 → 00:21:07ครับ
00:21:08 → 00:21:10วิธีการใช้ วิธีการใส่
00:21:10 → 00:21:11คุณหมอก็จะเป็นคนใส่ให้
00:21:11 → 00:21:13พอใส่เสร็จปุ๊บ ตัดเสร็จปุ๊บ
00:21:14 → 00:21:15ก็จบแล้ว
00:21:15 → 00:21:19ผลข้างเคียง ก็ส่วนใหญ่มักจะเป็นตอนที่ใส่มากกว่า
00:21:19 → 00:21:22ตอนที่ใส่จะมีอาการปวดได้
00:21:22 → 00:21:24ปวดท้องน้อย ปวดหน่วง ๆ เหมือนปวดประจำเดือน
00:21:24 → 00:21:26แต่จะเป็นอยู่ไม่นานมาก ไม่กี่วัน
00:21:26 → 00:21:29ห่วงคุมกำเนิดไม่เหมาะในกลุ่มไหน
00:21:29 → 00:21:31คนที่อาจจะแพ้ทองแดง
00:21:31 → 00:21:32ครับ
00:21:32 → 00:21:34ก็ต้องแล้วแต่ชนิดไป
00:21:34 → 00:21:39อันที่ 2 ก็คือกลุ่มคนที่อาจจะมีแฟนหลายคน
00:21:39 → 00:21:41มีพาร์ทเนอร์หลายคน
00:21:41 → 00:21:42อืม
00:21:42 → 00:21:45เพราะคนกลุ่มนี้นี่ จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อของอุ้งเชิงกราน
00:21:45 → 00:21:49ดังนั้นเราก็เลยจะไม่แนะนำในกลุ่มคนกลุ่มนี้
00:21:49 → 00:21:53หรือว่ามีพยาธิสภาพภายในโพรงมดลูก อะไรอย่างนี้ มันก็จะหลุดได้ง่ายไหม
00:21:53 → 00:21:56ใช่ ๆ บางคนมดลูกผิดรูป มีปัญหาอะไรพวกนี้ค่ะ
00:21:56 → 00:21:58มดลูกผิดปกติแต่กำเนิด
00:21:58 → 00:22:00ซึ่งใส่ก็ยาก หลุดก็ง่าย
00:22:00 → 00:22:03ใช่ ก็คงไม่เหมาะนะคะ
00:22:03 → 00:22:05หรืออีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่ปวดประจำเดือน
00:22:05 → 00:22:06อ๋อ
00:22:06 → 00:22:10ปวดประจำเดือน เราจะไม่แนะนำให้ใช้ ห่วงคุมกำเนิดแบบไม่มีฮอร์โมน
00:22:10 → 00:22:13อันนั้นจะทำให้ปวดประจำเดือนมากขึ้น
00:22:13 → 00:22:17บางคนอาจจะเคยได้ยินว่า ห่วงคุมกำเนิดแบบมีฮอร์โมนเพื่อการรักษา
00:22:17 → 00:22:22คุณสมบัติของห่วงคุมกำเนิดแบบมีฮอร์โมน ก็คือ 1. ทำให้ลดอาการปวดประจำเดือน
00:22:22 → 00:22:262. ทำให้ปริมาณประจำเดือนออกลดลง หรือไม่มีประจำเดือนเลย
00:22:26 → 00:22:27อันนี้ก็คือข้อดี
00:22:27 → 00:22:32แต่ว่าข้อเสียอาจจะมีเรื่อง ติดเรื่องราคาค่าใช้จ่าย
00:22:32 → 00:22:36แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือ อยู่ได้ไม่ได้นานเท่าแบบแรก
00:22:36 → 00:22:38ก็คือแบบมีฮอร์โมนอาจจะอยู่ได้แค่ 5 ปี
00:22:38 → 00:22:42- ในขณะที่อีกแบบหนึ่งอาจจะอยู่ได้ถึง 10 ปี - 10 ปี ครับ
00:22:42 → 00:22:45ก็คงจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
00:22:45 → 00:22:48เพราะจริง ๆ การคุมกำเนิดแบบห่วงคุมกำเนิด
00:22:48 → 00:22:51- ประสิทธิภาพค่อนข้างดี หรือค่อนข้างสูง - ใช่
00:22:51 → 00:22:53โอกาสพลาดค่อนข้างน้อย
00:22:53 → 00:22:57พูดถึงการคุมกำเนิด วิธีต่าง ๆ ที่เราเล่ากันมา
00:22:57 → 00:23:01ก็ดูจะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพดีกัน ทั้งหมดเลย
00:23:01 → 00:23:01ใช่
00:23:01 → 00:23:05มีวิธีไหนที่แบบ... ป้องกัน 100% อะไรอย่างนี้ไหมครับ
00:23:05 → 00:23:07ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์บนโลกนี้
00:23:07 → 00:23:12- แม้กระทั่งทำหมันถาวรก็ยังมีโอกาส - ทำหมันที่ชื่อว่าถาวรเองก็ไม่ 100%
00:23:12 → 00:23:14ไม่ถาวร ใช่
00:23:14 → 00:23:17ให้เรียง 3 ลำดับแรกที่ประสิทธิภาพดีสุด ๆ
00:23:17 → 00:23:19ดีสุด ๆ อันแรก ยาฝัง
00:23:20 → 00:23:22ยาฝังคุมกำเนิดคือดีสุด ๆ
00:23:22 → 00:23:25- โอกาสพลาดท้องไม่ถึง 1% - ครับ
00:23:25 → 00:23:29- รองลงมา - รองลงมาก็จะเป็นห่วงคุมกำเนิด
00:23:29 → 00:23:32ห่วงคุมกำเนิด แล้วก็อันถัดมาก็จะเป็นยาฉีด
00:23:32 → 00:23:33ครับ
00:23:33 → 00:23:36แต่ว่ายาฉีดก็คงต้องย้ำว่า คงต้องไปฉีดสม่ำเสมอ
00:23:36 → 00:23:38ไม่ใช่ฉีด 3 เดือน เว้น 5 เดือน
00:23:38 → 00:23:41ไปฉีดอีกที 10 เดือนอะไรอย่างนี้ คงไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าไร
00:23:41 → 00:23:41ครับ
00:23:41 → 00:23:45ในขณะที่แปะกับแบบรับประทานจะพอ ๆ กัน
00:23:45 → 00:23:51เพราะว่าจะมีความผิดพลาดในการรับประทาน เช่น ลืมแปะ ลืมกินได้
00:23:51 → 00:23:53มันก็เลยทำให้ประสิทธิภาพลดลง
00:23:54 → 00:24:00แล้วทีนี้การจะคุมกำเนิดในหลาย ๆ แบบ ที่เราอุตส่าห์เล่ากันมา 4-5 อย่างนี่
00:24:00 → 00:24:03ถ้าจะเลือกใช้ เราควรจะพิจารณาอะไรเป็นหลักได้บ้าง
00:24:03 → 00:24:06จริง ๆ ก็ขึ้นอยู่กับว่าเคยมีบุตรไหม
00:24:06 → 00:24:06อืม
00:24:07 → 00:24:08แล้วเราจะมีบุตรเมื่อไหร่
00:24:08 → 00:24:11แพลนเรื่องการวางแผนในการมีลูก
00:24:11 → 00:24:14ใช่ คือเลือกวิธีว่าอาจจะคุมสั้นคุมยาว
00:24:14 → 00:24:17ใช่ บางคนอาจจะแพลนจะมีอีก 3 ปีข้างหน้า
00:24:17 → 00:24:20ครับ เราก็คงไม่เลือกวิธีฝังแบบ 5 ปี
00:24:20 → 00:24:20ถูกต้อง
00:24:20 → 00:24:25นอกจากนั้นก็ดูว่ามีข้อห้าม ข้อบ่งชี้อะไรไหม
00:24:25 → 00:24:27เช่น บางคนเป็นมะเร็งเต้านม
00:24:27 → 00:24:31เราคงไม่เลือกแบบวิธีกิน แบบแปะ หรือว่าเป็นแบบมีฮอร์โมนเนอะ
00:24:31 → 00:24:31ถูกต้อง
00:24:31 → 00:24:33แล้วก็อันถัดมา
00:24:33 → 00:24:36อย่างบางคนมีประวัติประจำเดือนออกเยอะ
00:24:36 → 00:24:39เราอาจจะเลือกวิธีการคุมกำเนิดบางอย่าง ที่อาจจะเหมาะมากกว่า
00:24:39 → 00:24:42ใช่ ก็อาจจะได้ผล ในเรื่องของการรักษาโรคไปด้วย
00:24:42 → 00:24:44ใช่ อันนี้คงต้องปรึกษาแพทย์ร่วมด้วย
00:24:44 → 00:24:45ใช่
00:24:45 → 00:24:48ก็ 3 อย่างที่เราแนะนำ
00:24:48 → 00:24:48ครับ
00:24:48 → 00:24:54ก็หวังว่าวันนี้คงเป็นประโยชน์ แก่สาว ๆ ที่ต้องการคุมกำเนิด
00:24:54 → 00:25:00หรือว่าใครคิดว่าเพื่อนเหมาะกับการคุมกำเนิด ส่งไปซะ ไปแปะลิงก์บนหน้าวอลล์เขา
00:25:00 → 00:25:04อย่างเธอนี่ควรจะคุมกำเนิดซะ แปะไปเลย
00:25:04 → 00:25:07คุมกำหนัดไม่ได้ ก็คุมกำเนิดเดี๋ยวนี้
00:25:07 → 00:25:10- แล้วอย่าลืม - กด Like กด Share กด Subscribe
00:25:10 → 00:25:15กดกระดิ่งด้วย เพื่อที่จะได้รับสาระ ข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ
00:25:15 → 00:25:17จากทาง Mahidol Channel ของเรา
00:25:17 → 00:25:17ถูกต้องค่ะ
00:25:17 → 00:25:25แล้วก็ท่านใดมีข้อสงสัย หรือว่ามีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพผู้หญิง
00:25:25 → 00:25:31อยากรู้ สามารถทิ้ง Comment ไว้ใน ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ Mahidol Channel
00:25:31 → 00:25:32ครับผม
00:25:32 → 00:25:34สำหรับวันนี้ พวกเราสองคนก็ขอลาไปก่อน
00:25:34 → 00:25:37- แล้วพบกันใหม่เทปหน้า สวัสดีครับ - สวัสดีค่ะ
00:25:37 → 00:25:40[เสียงดนตรี]
00:25:40 → 00:25:42พบกับรายการ Talk to Her
00:25:42 → 00:25:46คุยทุกเรื่องสุขภาพที่ผู้หญิงควรรู้
00:25:46 → 00:25:48ที่ Mahidol Channel Podcast
00:25:48 → 00:25:51ผ่านช่องทาง Facebook Mahidol Channel
00:25:51 → 00:25:53YouTube Mahidol Channel
00:25:53 → 00:25:54Apple Podcasts
00:25:54 → 00:25:55Spotify
00:25:55 → 00:25:56Anchor
00:25:56 → 00:25:57Joox
00:25:57 → 00:26:00ดำเนินรายการโดยสูตินรีแพทย์
00:26:00 → 00:26:05จากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
00:26:07 → 00:26:09ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้
00:26:09 → 00:26:11มหาวิทยาลัยมหิดล
00:26:11 → 00:26:12ปัญญาของแผ่นดิน