00:00:00 → 00:00:04บนโซเชียลมีการแชร์ 10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว
00:00:04 → 00:00:07มีตั้งแต่ไม่ทานอาหารเช้า อดนอน การนอนคลุมโปง
00:00:07 → 00:00:09ไปจนถึงเป็นคนไม่ค่อยพูด
00:00:09 → 00:00:11หืม! ชัวร์เหรอ ?
00:00:16 → 00:00:19ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมท สอบถามกับ
00:00:19 → 00:00:22นายแพทย์ปฏิบัติการโรคสมองและระบบประสาทไขสันหลัง
00:00:22 → 00:00:24สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์
00:00:24 → 00:00:2710 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว ที่เขาแชร์กันนี้จริงไหมครับ
00:00:27 → 00:00:29มีทั้งส่วนที่จริงและส่วนที่ไม่จริงครับ
00:00:29 → 00:00:31ข้อแรก ไม่ทานอาหารเช้า
00:00:31 → 00:00:32ไม่จริงนะครับ
00:00:32 → 00:00:35การไม่ทานอาหารเช้าแม้จะมีผลโดยรวมไม่ได้ดีต่อสุขภาพ
00:00:35 → 00:00:40แต่ว่ายังไม่มีข้อมูลสนับสนุนใด ๆ ว่าส่งผลให้เกิดสมองเสื่อมอย่างชัดเจน
00:00:40 → 00:00:422. กินอาหารมากเกินไป
00:00:42 → 00:00:43มีส่วนจริงอยู่บ้างครับ
00:00:43 → 00:00:47ในแง่ที่ว่าถ้าสมมติว่าเรากินอาหารมากเกินไปจนเกิดภาวะอ้วน
00:00:47 → 00:00:49ภาวะอ้วนเรามีข้อมูลสนับสนุนชัดเจนแล้วว่า
00:00:49 → 00:00:51เกี่ยวข้องกับสมองเสื่อมและสมองฝ่อ
00:00:51 → 00:00:55โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่อ้วนมากแล้วก็จะมีโรคประกอบประจำตัวหลายอย่าง
00:00:55 → 00:00:58เช่น มีเบาหวานร่วมด้วย ไขมันในเลือดสูง
00:00:58 → 00:00:59มีภาวะความดันสูง
00:00:59 → 00:01:03ส่วนหนึ่งที่สำคัญภาวะอ้วนอาจจะมีส่วนที่ทำให้เรามีปัญหาเรื่องนอนกรน
00:01:03 → 00:01:05หรือว่าหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย
00:01:05 → 00:01:08ซึ่งจะมีส่วนทำให้ภาวะสมองเสื่อมเกิดขึ้นได้
00:01:08 → 00:01:093. การสูบบุหรี่
00:01:09 → 00:01:11อันนี้เป็นข้อที่ถูกต้องที่สุด
00:01:11 → 00:01:15สูบบุหรี่มีข้อมูลชัดเจนที่ศึกษามาน่าจะหลายสิบจนถึงจะหลายร้อยปีแล้ว
00:01:15 → 00:01:17ว่าเกี่ยวข้องกับสมองเสื่อมชัดเจน
00:01:17 → 00:01:20ทั้งในแง่ความสัมพันธ์กับตัวของอัลไซเมอร์เองด้วยส่วนนึง
00:01:20 → 00:01:23รวมถึงความเสี่ยงที่การสูบบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดในสมองไม่ดี
00:01:23 → 00:01:26เกิดมีการเปราะ แตกง่าย หรือว่าตีบง่าย
00:01:26 → 00:01:28แล้วเกิดเลือดออกในสมอง หรือว่าเส้นเลือดสมองตีบ
00:01:28 → 00:01:32ซึ่งจะเป็นตัวที่ทำให้สมองที่อาจจะแย่เดิมอยู่แล้ว
00:01:32 → 00:01:34เสื่อมถอยลงเร็วมากยิ่งขึ้น
00:01:34 → 00:01:364.ทานของหวานมากเกินไป
00:01:36 → 00:01:37อันนี้ยังไม่จริงนะครับ
00:01:37 → 00:01:40การกิน(ของหวาน)มากเกินไปจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดสมองเสื่อมอะไร
00:01:40 → 00:01:44ตราบใดที่เรายังไม่ทำให้เกิดถึงภาวะเบาหวาน
00:01:44 → 00:01:46แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไข้เป็นเบาหวานแล้ว
00:01:46 → 00:01:49ตัวเบาหวานเป็นปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดสมองเสื่อมได้
00:01:49 → 00:01:52โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของเส้นเลือดสมองตีบกับแตก
00:01:52 → 00:01:53ข้อที่ 5. มลภาวะ
00:01:53 → 00:01:54อันนี้เป็นส่วนที่สำคัญ
00:01:54 → 00:01:58ล่าสุดมีการตีพิมพ์ข้อมูลสรุปมาตอนปี ค.ศ.2020
00:01:58 → 00:02:00เป็นข้อมูลใหม่เลยว่ามลภาวะ
00:02:00 → 00:02:02มีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดสมองเสื่อมชัดเจน
00:02:02 → 00:02:04โดยเฉพาะมลภาวะทางอากาศเพิ่งมีข้อมูลขึ้นมา
00:02:04 → 00:02:08ถึงแม้ว่าความเสี่ยงของมันจะไม่มีความรุนแรงเท่าเทียมกับ
00:02:08 → 00:02:11การสูบบุหรี่ หรือว่าปัจจัยอื่น ๆ เช่นอายุ
00:02:11 → 00:02:14แต่เขาก็พบแล้วว่ากลุ่มที่สัมผัสมลภาวะบ่อย
00:02:14 → 00:02:18เช่น สัมผัสควัน สัมผัส PM 2.5 สัมผัสแหล่งน้ำที่มีสารพิษปนเปื้อน
00:02:18 → 00:02:22มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มที่ไม่ได้สัมผัสอย่างมีนัยยะสำคัญ
00:02:22 → 00:02:236. การอดนอน
00:02:23 → 00:02:26การอดนอนยังมีข้อมูลที่ถกเถียงกันอยู่พอสมควร
00:02:26 → 00:02:30ว่าการอดนอนสัมพันธ์กับสมองเสื่อมหรือว่าสมองฝ่อไหม
00:02:30 → 00:02:32จึงมีเพียงคำแนะนำสรุปว่าการนอนที่ดี
00:02:32 → 00:02:36การนอนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน
00:02:36 → 00:02:38สุขอนามัยการนอนดี ทั้งก่อนนอน
00:02:38 → 00:02:41แล้วก็ช่วงระหว่างนอนตลอดการนอนเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
00:02:41 → 00:02:45แต่ว่าก็ยังไม่มีข้อมูลสรุปตายตัวว่าสัมพันธ์กับสมองเสื่อมมากน้อยแค่ไหน
00:02:45 → 00:02:497. เขาบอกว่า การนอนคลุมโปง ทำให้สมองฝ่อเร็วเหรอครับ
00:02:49 → 00:02:50ไม่เกี่ยวนะครับ
00:02:50 → 00:02:52สิ่งอาจจะต้องระวังในการนอนคลุมโปงมีกรณีเดียวก็คือว่า
00:02:52 → 00:02:56คนไข้อาจจะมีโรคที่เพิ่มความเสี่ยงเวลานอนคลุมโปง
00:02:56 → 00:02:58เช่น เป็นโรคปอดบางอย่างอยู่แล้ว
00:02:58 → 00:02:59หรือว่าเป็นโรคการนอนหลับ
00:02:59 → 00:03:02แต่โดยรวม ยังไงก็ตามผมมองว่าการนอนคลุมโปง
00:03:02 → 00:03:05ส่วนใหญ่จะไม่ถึงขั้นทำให้ขาดออกซิเจนในเลือดซะทีเดียว
00:03:05 → 00:03:07โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้มีโรคกลุ่มนี้อยู่
00:03:07 → 00:03:09เพราะฉะนั้นการนอนคลุมโปง
00:03:09 → 00:03:11ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงอะไรในการเกิดสมองเสื่อม
00:03:11 → 00:03:138. การใช้สมองในขณะที่ไม่สบาย
00:03:13 → 00:03:16การใช้สมองขณะที่เรากำลังไม่สบาย
00:03:16 → 00:03:19โดย common sense ก็คือว่ามันอาจจะทำให้เราเครียดง่ายขึ้น
00:03:19 → 00:03:22เพราะว่าเรากำลังมีสภาวะเครียดของร่างกายอยู่
00:03:22 → 00:03:25แล้วก็มีสภาวะเครียดของสมองเสริมเติมมาอีก
00:03:25 → 00:03:29แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับสมองเสื่อมหรือสมองฝ่อเลย
00:03:29 → 00:03:31ข้อ 9. ขาดการใช้ความคิด
00:03:31 → 00:03:33อันนี้เป็นข้อมูลที่ถกเถียงกันอยู่พอสมควร
00:03:33 → 00:03:35คิดว่าน่าจะมีส่วนสัมพันธ์อยู่บ้าง
00:03:35 → 00:03:39เขามีการศึกษาพบว่ากลุ่มที่มีระดับการศึกษาที่ดีกว่า
00:03:39 → 00:03:41เทียบกับกลุ่มที่ระดับการศึกษาที่น้อยกว่า
00:03:41 → 00:03:44หรือว่าขาดการใช้ความคิดมานาน
00:03:44 → 00:03:47หรือว่าไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมอะไรมากในชีวิต
00:03:47 → 00:03:48ปรากฎว่ากลุ่มที่ใช้ความคิดเยอะ
00:03:48 → 00:03:50มีกิจกรรมกระตุ้นตัวเองตลอดเวลา
00:03:50 → 00:03:53หรือว่ามีระดับการศึกษาที่สูงกว่า
00:03:53 → 00:03:55มีความเสี่ยงในการเกิดสมองเสื่อมน้อยกว่า
00:03:55 → 00:03:59แต่อย่างไรก็ตามอันนี้เป็นปัจจัยที่ยังไม่ได้เด่นชัดมากเหมือนกัน
00:03:59 → 00:04:01และ 10. เป็นคนไม่ค่อยพูด
00:04:01 → 00:04:02ไม่เกี่ยวเลยนะครับ
00:04:02 → 00:04:06ถ้าคนไข้มีบุคลิกภาพที่เป็นคนเก็บตัวอยู่แล้วมานานแล้ว
00:04:06 → 00:04:08โดยไม่ได้ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตการทำงานอะไร
00:04:08 → 00:04:09ไม่เกี่ยวกับสมองเสื่อม
00:04:09 → 00:04:13แต่สรุปแล้ว 10 พฤติกรรมที่ทำให้สมองฝ่อเร็ว ที่เขาแชร์กันนี้เป็นยังไงครับ
00:04:13 → 00:04:14ไม่น่าแชร์ต่อ
00:04:14 → 00:04:16เพราะว่ามันยังมีส่วนที่ไม่ถูกเยอะ
00:04:16 → 00:04:18แล้วอาจจะทำให้เราเข้าใจผิดอยู่มาก
00:04:19 → 00:04:20การได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง
00:04:20 → 00:04:24จะทำให้เราสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกวิธีนะครับ
00:04:24 → 00:04:25พบกับ “ชัวร์ก่อนแชร์ Membership”
00:04:25 → 00:04:28พื้นที่ใหม่ ที่ให้คุณ เรียนรู้ ตรวจสอบ ถามตอบ
00:04:28 → 00:04:30สนับสนุน และ ใกล้ชิดกันมากขึ้น
00:04:30 → 00:04:31พบกันที่ YouTube ชัวร์ก่อนแชร์ นะครับ
00:04:31 → 00:04:34ยังมีอีกหลายเรื่องน่าสงสัยบนสังคมออนไลน์
00:04:34 → 00:04:36หากได้รับอะไรมาอย่าเพิ่งแชร์ต่อ
00:04:36 → 00:04:37ร่วมตรวจสอบไปด้วยกันกับ
00:04:37 → 00:04:38ชัวร์ก่อนแชร์