00:00:00 → 00:01:18[เพลง]
00:01:18 → 00:01:20แล้วที่คุณตี๋กล่าวถึงน่าจะเป็นโรคหัวใจ
00:01:20 → 00:01:23ที่ทำให้เราเกิดภาวะที่เรียกว่า Head
00:01:23 → 00:01:26ก็คือการที่มันเหมือนมีอะไรมาโจมตีหัวใจ
00:01:26 → 00:01:29กระทันหันครับแล้วก็ทำให้เราเกิดการเสีย
00:01:29 → 00:01:32ชีวิตกะทันหันหรือสะดุ้งเดรสจริงๆเรื่อง
00:01:32 → 00:01:34นี้มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวเพราะว่าเอา
00:01:34 → 00:01:37จริงๆแล้วถ้าเราดูสถิติเนี่ยที่อเมริกา
00:01:37 → 00:01:40เนี่ยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาโดยพบว่าการ
00:01:40 → 00:01:43เกิดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆเลย
00:01:43 → 00:01:46แทบจะเป็นอันดับ 1 ของอเมริกาทุกวันเรา
00:01:46 → 00:01:48พูดกัน 4 วิถีโควิดเยอะเนาะแต่เราพูดแบบ
00:01:48 → 00:01:50เอ๊ะเสียงที่จากคนที่จิตโควิดเรายังพูด
00:01:50 → 00:01:54กันเป็นแบบรายเดือนสีละกี่คนครับแต่เมื่อ
00:01:54 → 00:01:57กี้เหมือนที่คุณตี๋กล่าวนะฮะคือเราพูดถึง
00:01:57 → 00:01:59การเสียชีวิตจากโรคหัวใจเรากลายเป็นต้อง
00:01:59 → 00:02:02มารับกันเป็นรายชั่วโมงครับอันนี้คือแค่
00:02:02 → 00:02:05ในประเทศไทยนะแต่ถ้าเป็นทั่วโลกล่ะใช่
00:02:05 → 00:02:06มั้ยครับรายชั่วโมงจะเป็นเท่าไหร่ซึ่ง
00:02:06 → 00:02:09ปัจจุบันคนน่าจะกำลังพูดถึงเรื่องของ
00:02:09 → 00:02:12โควิดกันอยู่แต่กลายเป็นว่าอัตราการเสีย
00:02:12 → 00:02:14ชีวิตเนี่ยแทนที่จริงแล้วเนี่ยมันน้อย
00:02:14 → 00:03:18กว่าโรคหัวใจตั้งเยอะถ้าเราไปดูอีก
00:03:18 → 00:03:20ท่านนะครับหรือว่าอ่านจดหมายบางอย่างแล้ว
00:03:20 → 00:03:24ตกใจแล้วก็ช็อคจนแบบอยู่ๆก็ลงไปแบบนิ่ง
00:03:24 → 00:03:26กับพื้นแล้วก็ช็อคๆอะไรอย่างนี้เหตุการณ์
00:03:27 → 00:03:31ที่ไหนใช่ครับเหตุการณ์นี้มีจริงๆแล้ว
00:03:31 → 00:03:34เนี่ยเป็นไปได้เวลาเราพูดถึงเรื่อง Heart
00:03:34 → 00:03:37ประเด็นแรกเนี่ยการที่เราเส้นเลือดหัวใจ
00:03:37 → 00:03:40อุดตันพวกนี้จริงๆความเครียดกระตุ้นได้
00:03:40 → 00:03:42ได้ส่วนหนึ่งแต่จริงๆสาเหตุหลักคือการ
00:03:42 → 00:03:46อักเสบในหลอดเลือดก็คือมันมีสาเหตุก่อนก็
00:03:46 → 00:03:48คือการอักเสบในหลอดเลือดไอ้ความเครียด
00:03:48 → 00:03:50เนี่ยคือตัวกระตุ้นไอ้สาเหตุเนี่ยมันจะ
00:03:50 → 00:03:54สูงขึ้นมาสาเหตุเนี่ยหลักๆส่วนนึงเนี่ยมา
00:03:54 → 00:03:56จากปัญหาเรื่องการอักเสบในหลอดเลือดซึ่ง
00:03:56 → 00:03:59ปัญหาหลักมาจากเรื่องของเบาหวานนะครับ
00:03:59 → 00:04:01เรื่องของเบาหวานคือสภาวะที่ร่างกายเรามี
00:04:01 → 00:04:04ภาวะการดื้นสุรินทร์คือดื้อฮอร์โมนที่มี
00:04:04 → 00:04:06หน้าที่ในการจัดการน้ำตาลเรื่อยๆนะครับ
00:04:06 → 00:04:08แล้วพวกนี้จะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบ
00:04:08 → 00:04:10เราจะเห็นว่าคนที่เป็นเบาหวานคุณจะมีความ
00:04:10 → 00:04:12เสี่ยงแล้วกันเผื่อทหารคนที่เป็นเบาหวาน
00:04:12 → 00:04:16เนี่ยบางคนน้ำตาลยังไม่สูงอ่าใช่ครับ
00:04:16 → 00:04:18มันจะมีกลุ่มนึงที่เป็นเบาหวานแล้วแหละ
00:04:18 → 00:04:20แต่น้ำตาลยังไม่สูงแล้วเป็นมากว่า 10 ปี
00:04:20 → 00:04:24ด้วยก่อนที่น้ำตาลจะสูงนะครับปัญหาของการ
00:04:24 → 00:04:26ที่บางคนที่แบบเหมือนอย่างที่คุณดีว่า
00:04:26 → 00:04:28อ่านพินัยกรรมแล้วก็หัวใจวายอะไรประมาณ
00:04:28 → 00:04:30นี้นะประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่าเราจะเห็น
00:04:30 → 00:04:32ว่าเวลาที่เรา
00:04:32 → 00:04:35ตกใจจากการอ่านพินัยกรรมตกใจจากบางเรื่อง
00:04:35 → 00:04:37หรือแม้กระทั่งเราตื่นนอนตอนเช้าเนี่ย
00:04:37 → 00:04:40ร่างกายเราจะภาวะที่มัน relax ใช่ไหมฮะ
00:04:40 → 00:04:43ตื่นตัวเกิดขึ้นครับจังหวะนี้คือการ
00:04:43 → 00:04:45เปลี่ยนแปลงของระบบประสาทนะครับมันจะเร่ง
00:04:45 → 00:04:47ทำให้หัวใจเนี่ยมันมีอัตราการเต้นหัวใจ
00:04:47 → 00:04:50ที่เร็วขึ้นนะครับแล้วก็ทำให้มันต้องใช้
00:04:50 → 00:04:52พลังงานมากขึ้น
00:04:52 → 00:04:55คราวนี้ประเด็นก็คือว่าในสภาวะที่เราเป็น
00:04:55 → 00:04:59เบาหวานหรือภาวะก่อนเบาหวานก็คือน้ำตาลจะ
00:04:59 → 00:05:00ไม่ขึ้นแต่เป็นเบาหวานเนี่ยครับมันเป็น
00:05:00 → 00:05:03ภาวะที่ทำให้การใช้พลังงานของกล้ามเนื้อ
00:05:03 → 00:05:06หัวใจมีปัญหาการใช้พลังงานของกล้ามเนื้อ
00:05:06 → 00:05:09หัวใจเนี่ยเป็นอะไรที่มันมีความสลับซับ
00:05:09 → 00:05:12ซ้อนและต้องมีความละเอียดละออมากพอสมควร
00:05:12 → 00:05:16นะครับอย่างเช่นร่างกายเราเนี่ยถ้าเรากิน
00:05:16 → 00:05:18น้ำตาลเยอะมันก็หันไปใช้น้ำตาลก่อน
00:05:18 → 00:05:21ถ้าเราไม่กินน้ำตาลหรือเราลดแป้งลงร่าง
00:05:21 → 00:05:25กายเราสวิตช์มันใช้ไขมันครับแต่แก้วหนึ่ง
00:05:25 → 00:05:27หัวใจเนี่ยเชื่อไหมครับว่าขนาดร่างกายคุณ
00:05:27 → 00:05:31ตี๋กินข้าวครับกินคาร์โบไฮเดรตเข้าไปร่าง
00:05:31 → 00:05:34กายกล้ามเนื้อส่วนหนึ่งกำลังใช้น้ำตาลแต่
00:05:34 → 00:05:36กล้ามเนื้อจากประมาณ 60% ก็ยังพยายามจะ
00:05:36 → 00:05:38ใช้ไขมันทำไมกล้ามหัวใจที่มันเต้นอยู่
00:05:38 → 00:05:41ตลอดทุกวินาทีนะครับมันพยายามใช้ไขมัน
00:05:41 → 00:05:45เพราะว่าเวลาที่ร่างกายใช้ไขมันเนี่ยโดย
00:05:45 → 00:05:47เฉพาะในภาวะที่ออกซิเจนมากพอแล้วมันใช้ไข
00:05:47 → 00:05:49มันเป็นพลังงานมันเกิดของเสียต่ำมาก
00:05:49 → 00:05:53กับการใช้พลังงานที่เป็นกลุ่มของไขมัน
00:05:53 → 00:05:56ประเด็นสำคัญคือคุณตี๋รองสังเกตนะถ้าคุณ
00:05:56 → 00:05:58ตี๋ใช้น้ำตาลเวลาที่คุณตี๋ออกกำลังกาย
00:05:58 → 00:06:01วิธีการบีบให้ร่างกายใช้น้ำตาลอย่างนี้
00:06:01 → 00:06:04แหละฮะคือการสปินวิ่งไวๆอ่าใช่ครับเวลา
00:06:04 → 00:06:06คุณตี๋วิ่งไวๆร่างกายออกซิเจนจะไม่พอใช่
00:06:06 → 00:06:08ไหมร่างกายจะกล้ามเนื้อคุณตี๋ที่วิ่งอ่ะ
00:06:08 → 00:06:11มันจำเป็นต้องใช้น้ำตาลในพลังงานในสภาวะ
00:06:11 → 00:06:15ที่ออกซิเจนไม่พอมันจึงเกิดของเสียตัวนึง
00:06:15 → 00:06:17ที่ว่ากฎแลคติกเกิดขึ้นเราจะเห็นว่ากฎ
00:06:17 → 00:06:19แลคติกจะเกิดขึ้นในกล้ามเนื้อหัวใจถ้าการ
00:06:19 → 00:06:22ออกซิเจนไปเลี้ยงไม่พอแล้วมันจำเป็นต้อง
00:06:22 → 00:06:24ถูกบีบให้ใช้น้ำตาลอ๋อแปลว่าลักษณะของ
00:06:24 → 00:06:27อาการเกร็งของกล้ามเนื้อที่มี Racing ที่
00:06:27 → 00:06:30มากเกินไปคล้ายๆกันดังนั้นเนี่ยเราจะเห็น
00:06:30 → 00:06:32ว่าตัวกล้ามหัวใจเองพยายามที่หลีกเลี่ยง
00:06:33 → 00:06:35การใช้น้ำตาลเวลาคุณตี๋น่องเป็นตะคริวจะ
00:06:35 → 00:06:37กรดแลคติกอ่ะคุณจะหยุดหยุดวิ่งได้หยุด
00:06:37 → 00:06:39วิ่งได้แต่กล้ามเนื้อใจหยุดเต้นได้ไหม
00:06:39 → 00:06:43ครับก็ก็บรรลัยเมื่อนั้นแล้วคุณหมอใช่ไหม
00:06:43 → 00:06:45ครับคือบรรลัยทั้งชีวิตนะคือเราจะเสีย
00:06:45 → 00:06:49ชีวิตกับทหารได้เกิดการเกิดฮาร์ดเกิดขึ้น
00:06:49 → 00:06:53ตะคริวนั่นคือสิ่งที่เราจะเห็นว่าโดยทั่ว
00:06:53 → 00:06:55ไปถึงแม้ว่าเรากินคาร์โบไฮเดรตกินข้าว
00:06:55 → 00:06:58เพิ่งจะเสร็จเนี่ยครับกล้ามเนื้อเราเซลล์
00:06:58 → 00:07:00อื่นเริ่มหันไปใช้น้ำตาลแทนไขมันเพราะตอน
00:07:00 → 00:07:03นี้มีคาร์โบไฮเดรตเข้ามาใช่มั้ยแต่กล้าม
00:07:03 → 00:07:06เนื้อจากอย่างพยายามใช้ไขมันเป็นหลักโอเค
00:07:06 → 00:07:10ครับแต่ในสภาวะของการที่คนที่เป็นเบาหวาน
00:07:10 → 00:07:12จะเกิดปัญหาอย่างหนึ่งคืออะไรฮะมันเกิด
00:07:12 → 00:07:16สภาวะที่ร่างกายของเขาเนี่ยมันมีการปิด
00:07:16 → 00:07:18การเผาไขมันในระดับสูงเลยแทบจะสมบูรณ์แบบ
00:07:18 → 00:07:21ทำให้บีบให้ร่างกายต้องใช้น้ำตาลแต่เพียง
00:07:21 → 00:07:24อย่างเดียวปัญหาคือตอนไหนที่มันถูกบีบให้
00:07:24 → 00:07:26ต้องใช้น้ำตาลมากขึ้นคือสภาวะอย่างเช่น
00:07:26 → 00:07:29เวลาที่หัวใจต้องเต้นเร็วขึ้นครับ
00:07:29 → 00:07:31ออกซิเจนอาจจะเริ่มไม่เพียงพอมันต้องคิด
00:07:31 → 00:07:34มาใช้น้ำตาลมากขึ้นร่างกายสามารถเผาผลาญ
00:07:34 → 00:07:37น้ำตาลโดยไม่ใช้ออกซิเจนได้ทาแต่ปัญหาคือ
00:07:37 → 00:07:39ข้อเสียอะไรฮะมันจะเกิดกฎแลคติกสูงขึ้น
00:07:39 → 00:07:43และเวลาที่เขาหยุดการออกกำลังกายหรือลด
00:07:43 → 00:07:45ความตื่นเต้นลงเนี่ยการย้อนกลับมาใช้ไข
00:07:45 → 00:07:49มันเนี่ยมันช้ากว่าปกติครับมันก็เลยทำให้
00:07:49 → 00:07:50กล้ามเนื้อใจอาจจะเกิดประเด็นเรื่องของ
00:07:50 → 00:07:53การเกียร์ของเสียที่ช้ากว่าปกติครับสภาวะ
00:07:53 → 00:07:56ที่กล้ามเนื้อหัวใจเนี่ยนะครับสามารถ
00:07:56 → 00:07:58เปลี่ยนแหล่งของพลังงานไว้แบบเดี๋ยว
00:07:58 → 00:08:00เปลี่ยนไปใช้ไขมันเดี๋ยวเปลี่ยนไปใช้น้ำ
00:08:00 → 00:08:03ตาลแล้วก็ถอยกลับมาใช้ไขมันสลับไปใช้
00:08:03 → 00:08:06คีโตนบางครั้งกลับไปใช้กดเมนูเป็นพลังงาน
00:08:06 → 00:08:08เนี่ยเราเรียกว่ากล้ามเนื้อหัวใจมีความ
00:08:08 → 00:08:10ยืดหยุ่นในการใช้พลังงาน
00:08:10 → 00:08:14แต่ในคนที่มีปัญหาเรื่องภาวะดื้อสุรินทร์
00:08:14 → 00:08:16คือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเบาหวานมันไม่
00:08:16 → 00:09:17จำเป็นที่ต้องไปตรวจเจอตอนน้ำตาลในเลือด
00:09:17 → 00:09:20ซึ่งตอนตื่นนอนเนี่ยหัวใจเต้นเร็วขึ้นมัน
00:09:20 → 00:09:22มีโอกาสที่ชิดไปสู่การใช้น้ำตาลที่มาก
00:09:22 → 00:09:26ขึ้นและก็สร้างกรดแลคติกที่สูงขึ้นซึ่ง
00:09:26 → 00:09:28มันก็เลยทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เนี่ยเกิด
00:09:28 → 00:09:31ปัญหากรดแลคติกที่ค้างนั่นคือหมายความว่า
00:09:31 → 00:09:34มันย้อนกลับมาใช้ไขมันได้ช้าลงครับเมื่อ
00:09:34 → 00:09:35กดแล้วติดค้างมันก็เหมือนกับกล้ามเนื้อใจ
00:09:36 → 00:09:37เราเกิดตะคริวเหมือนเกิดที่น่องเวลาที่
00:09:37 → 00:09:40เราสปริ้นมันเกิดทำให้หัวใจหยุดเต้นเรา
00:09:40 → 00:09:43จึงพบจากการศึกษาว่ามีกลุ่มคนไข้กลุ่ม
00:09:43 → 00:09:46หนึ่งที่เกิดมาและแท็กแล้วสืบชีวิตแต่
00:09:46 → 00:09:48อะไรฮะเราผ่าศพแล้วเราพบว่าเส้นเลือดหัว
00:09:48 → 00:09:51ใจเขาโล่งไม่มีลิ่มเลือดไม่มีการอุดตัน
00:09:51 → 00:09:54อะไรเลยแต่เกิดขึ้นงั้นพอจะสรุปได้ไหม
00:09:54 → 00:09:57ครับคุณหมอว่าคนที่มีโอกาสที่จะเป็น heart
00:09:57 → 00:09:59attack หรือว่าการที่เราเสียชีวิตแบบ
00:09:59 → 00:10:01เฉียบพลันเนี่ยรูปร่างแบบไหนแล้วก็อาหาร
00:10:01 → 00:10:03การกินแบบไหนครับความเสี่ยงต่อการเกิด
00:10:03 → 00:10:06ฮาร์ดนะครับในปัจจุบันก็คืออะไรก็ตามที่
00:10:06 → 00:10:08ทำให้ร่างกายเนี่ยมันเกิดการอักเสบมาก
00:10:09 → 00:10:11ขึ้นเพราะการอักเสบจะทำให้ความยืดหยุ่นใน
00:10:11 → 00:10:13การใช้พลังงานกล้ามเนื้อใจแย่ลงตามไปด้วย
00:10:13 → 00:10:16นะครับการอักเสบถ้าเราย้อนกลับไปเมื่อ
00:10:16 → 00:10:18ประมาณสัก 80 ปีที่แล้วสาเหตุการอักเสบ
00:10:18 → 00:10:21ที่ณเวลานั้นคนอาจจะไม่ได้ตระหนักนะครับ
00:10:21 → 00:10:26ก็คือเรื่องของไขมันทรานส์แล้วก็การสูบ
00:10:26 → 00:10:28บุหรี่แต่หลังจากประมาณปี 1965 เราจะพบ
00:10:28 → 00:10:29ว่า
00:10:29 → 00:10:32สมาคมแพทย์อเมริกาเริ่มตระหนักถึงปัญหา
00:10:32 → 00:10:35เรื่องการสูบบุหรี่ครับก็เลยเริ่มแนะนำ
00:10:35 → 00:10:39ให้เราลดการสูบบุหรี่ลงเราพบว่าหลังจากมี
00:10:39 → 00:10:42การลดการสูบบุหรี่ถ้าปี 1965 จนถึงวันปี
00:10:42 → 00:10:451990 เนี่ยอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ
00:10:45 → 00:10:48ที่อเมริกาลดลงนะฮะแต่ว่าชัดเจนแน่นอนลด
00:10:48 → 00:10:51ลงที่สำคัญการสูบบุหรี่การที่เราถูกสอน
00:10:51 → 00:10:55ให้กลัวไขมันกับคอเลสเตอรอลนะครับทำให้มี
00:10:55 → 00:10:57ข้อแนะนำดังทางด้านโภชนาการที่ทำให้เรา
00:10:57 → 00:10:59ทานคาร์บอเนตเป็นอาหารหลักอุตสาหกรรม
00:10:59 → 00:11:01อาหารก็เลยผลิตคาร์บอเนตออกมาในรูปแบบของ
00:11:01 → 00:11:05แป้งและน้ำตาลมากขึ้นซึ่งๆผมเน้นย้ำว่า
00:11:05 → 00:11:08มันเป็นคาร์บอเนตที่ไม่ธรรมชาติครับมันก็
00:11:08 → 00:11:10เลยทำให้เราเกิดอุบัติการณ์ของโลกเบาหวาน
00:11:10 → 00:11:12แล้วก็โรคอ้วนสูงขึ้นซึ่งมันก็เป็นสาเหตุ
00:11:12 → 00:11:14ทำให้ร่างกายเราเกิดการอักเสบอีกแหละการ
00:11:15 → 00:11:16ที่เราเป็นเบาหวานยังทำให้ระบบการเผาผลาญ
00:11:16 → 00:14:06เราขาดความยืดหยุ่น
00:14:06 → 00:14:17[เพลง]
00:14:17 → 00:14:20จะทำให้กระแสเลือดเราซึ่งเป็นน้ำเวลามัน
00:14:20 → 00:14:23สัมผัสกับผิวหลอดเลือดมันจะสร้างส่วนที่
00:14:23 → 00:14:26เรียกว่าเจลมันจะลดการอักเสบของผนังหลอด
00:14:26 → 00:14:27เลือดลง
00:14:27 → 00:14:30ดังนั้นเนี่ยการที่เราเจอแสงแดดมันจะลด
00:14:30 → 00:14:32โอกาสที่ผนังหลอดเลือดจะเกิดการอักเสบโดย
00:14:32 → 00:14:35การฟอร์มเจลที่ผนังหลอดเลือดขาป้องกันไม่
00:14:35 → 00:14:37ให้อนุมูลอิสระไม่ให้ความเสื่อมไปทำลาย
00:14:37 → 00:14:39ผนังหลอดเลือดแล้วซึ่งมันจะเพิ่มความ
00:14:39 → 00:14:41เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดเกิดขึ้นอันนี้
00:14:41 → 00:14:44คืออีกจุดหนึ่งที่ป้องกันลิ่มเลือดครับ
00:14:44 → 00:14:48อันสุดท้ายอันที่ 5 ก็คือว่าจริงๆเราควร
00:14:48 → 00:14:50ต้องเรียนรู้ในการจัดการเรื่องภาวะ Stage
00:14:50 → 00:14:53หรือความเครียดทางอารมณ์ซึ่งอันนี้เป็น
00:14:53 → 00:14:55เรื่องยาวนะฮะแต่ถ้าใครจัดการเรื่องนี้
00:14:55 → 00:14:57ได้ความเสี่ยงคุณยิ่งลดลงมากขึ้นฟังกัน
00:14:57 → 00:14:59อยู่แบบเนี้ยเค้าอาจจะเป็นโรคหัวใจละหรือ
00:14:59 → 00:15:01ว่าคนรอบข้างคนในครอบครัวเนี่ยเป็นโรคหัว
00:15:01 → 00:15:04ใจถ้าอย่างนั้นแล้วอ่ะครับเขาบอกว่าเขา
00:15:04 → 00:15:06ยังคงไม่ขอปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ไหม
00:15:06 → 00:15:09เพราะว่ามันยากจังเลยอ่ะครับที่แบบจะไม่
00:15:09 → 00:15:12สูบบุหรี่จะไม่กินอาหารที่แบบเค้าเค้าติด
00:15:12 → 00:15:14หวานเขาชอบความหวานอย่างเงี้ยแต่ว่า
00:15:14 → 00:15:17เดี๋ยวเขาก็ไปหาหมอแล้วก็ใช้ยารักษาหัวใจ
00:15:18 → 00:15:20เนี่ยจริงๆแล้วการที่ไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
00:15:20 → 00:15:22เลยเราใช้ยาในการรักษาโรคหัวใจเนี่ยมัน
00:15:22 → 00:15:25สามารถช่วยได้มากน้อยเท่าไหนครับในมุมมอง
00:15:25 → 00:15:28ผมนะครับในการแก้ไขปัญหาต่างๆเราควรโฟกัส
00:15:28 → 00:15:33ไปที่สาเหตุเป็นหลักของยาโรคหัวใจจริงๆยา
00:15:33 → 00:15:35หลายอย่างเนี่ยจะมีประโยชน์ในระยะสั้น
00:15:35 → 00:15:38หมายถึงว่าในระยะที่เรามันอาจจะเกิดอะไร
00:15:38 → 00:15:41ขึ้นกระทันหันได้ในขณะที่เรากำลังรอแก้
00:15:41 → 00:15:44ต้นเหตุใช่ไหมครับยาในบางอย่างอาจจะป้อง
00:15:44 → 00:15:46กันการเกิดปัญหาเฉียบพลันได้แบบอยู่ๆก็
00:15:46 → 00:15:49ลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลันอย่างเช่นยา
00:15:49 → 00:15:51ละลายลิ่มเลือดป้องกันไม่ให้เลือดเกิด
00:15:51 → 00:15:53ลิ่มเกิดขึ้นแต่ยังไงก็ตามเนี่ยนะครับยา
00:15:53 → 00:15:55ทุกอย่างเนี่ยนะครับมันจะมีอาการแทรกซ้อน
00:15:55 → 00:15:58หมายถึงว่ามันอาจจะไปออกฤทธิ์แบบนึงแต่
00:15:58 → 00:16:01ร่างกายเราอ่ะมันอาจจะต้องมีความจำเป็น
00:16:01 → 00:16:03ที่จะต้องใช้กลไกบางอย่างที่ไอ้ยาตัวนี้
00:16:03 → 00:16:06ไปบล็อกไว้อยู่ในบางครั้งก็คือช่วยในบาง
00:16:06 → 00:16:09เรื่องแต่มันก็ไปขัดกระบวนการบางอย่างเรา
00:16:09 → 00:16:11นะฮะเราทานยาอะไรลิ่มเลือดใช่มั้ยครับ
00:16:11 → 00:16:14เพื่อป้องกันไม่หลอดเลือดเกิดขึ้นแต่ถ้า
00:16:14 → 00:16:19คุณตี๋เกิดบาดแผลล่ะเลือดก็ไม่หยุดไหล
00:16:19 → 00:16:21แล้วเราก็ไม่รู้ด้วยว่าเมื่อไหร่เราจะ
00:16:21 → 00:16:24เกิดอุบัติเหตุที่เป็นแผลใหญ่ๆแล้วแถม
00:16:24 → 00:16:26เลือดเราไม่สามารถแข็งตัวจับตัวไปลิ่มได้
00:16:26 → 00:16:28ดังนั้นมุมมองผมก็คือว่ายาบางอย่างมี
00:16:28 → 00:16:31ประโยชน์ในระยะสั้นแต่เราอย่าลืมว่าเรา
00:16:31 → 00:16:33ต้องกลับไปแก้ที่ต้นเหตุเพื่อที่เราจะเอา
00:16:33 → 00:16:36ยาตัวนั้นออกเมื่อร่างกายเรากลับมาเป็น
00:16:36 → 00:16:39ปกติแล้วก็คือมีประโยชน์แหละยาเนี่ยมี
00:16:39 → 00:16:43ประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เสียชีวิตแต่
00:16:43 → 00:16:46จะดีกว่าถ้าเรากลับไปแก้ที่ต้นเหตุมันจะ
00:16:46 → 00:16:48ป้องกันการเสียชีวิตได้จริงๆเมื่อเราแก้
00:16:48 → 00:16:51ต้นเหตุแล้วยอดมากครับคุณหมอนะครับวันนี้
00:16:51 → 00:16:54ผมก็เชื่อว่าด้วยปัจจัยอุบัติการณ์ครับ
00:16:54 → 00:16:58ที่ 1 ชั่วโมงมีคนเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ 7
00:16:58 → 00:17:01คนนะครับและทุกวันนี้ผมว่าที่เราคุยกัน
00:17:01 → 00:17:04อยู่เนี่ยก็อาจจะเป็นเราหรือคนที่รักหรือ
00:17:04 → 00:17:06คนในครอบครัวของเราเนี่ยกำลังเป็นอยู่
00:17:06 → 00:17:10แล้วเขากำลังกังวลว่าเขาจะหายไหมนะครับผม
00:17:10 → 00:17:13เชื่อว่าเนื้อหาวันนี้คุณหมอเนี่ยเคลียร์
00:17:13 → 00:17:16มากชัดมากครับในการตอบคำถามที่เพื่อนๆทุก
00:17:16 → 00:17:20คนเนี่ยสงสัยและเรานะครับจะกลับมารับชมนะ
00:17:20 → 00:17:23ครับรับฟังสาระดีๆเกี่ยวกับสุขภาพนะครับ
00:17:23 → 00:17:26เวลาทุ่มครึ่งผ่านช่องทาง Facebook Page
00:17:26 → 00:17:29reborn Story by Infinite และ YouTube
00:17:29 → 00:17:32Legacy Club official สำหรับวันนี้
00:17:32 → 00:17:34ครับเราสองคนนะครับก็ต้องขอกล่าวคำว่า
00:17:34 → 00:17:35สวัสดีครับ
00:17:35 → 00:17:40[เพลง]
00:17:40 → 00:17:44[เสียงหัวเราะ]