กระดูกพรุนคืออะไร และมีผลต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

ดูคำบรรยาย / View Transcript
00:00:0000:00:03คุณกันคะเคยสงสัยไหว่าร่างกายของเราเนี่ย
00:00:0300:00:06มีอะไรที่ซ่อนอยู่ข้างในแล้วทำงานหนัก
00:00:0600:00:09ตลอดเวลาแต่เรากลับไม่ค่อยได้ใส่ใจมัน
00:00:0900:00:10เท่าที่ควร
00:00:1000:00:13>> อืมถ้าให้เดาก็คงเป็นหลายอย่างนะครับคุณ
00:00:1300:00:16เกตแต่ถ้าให้พูดถึงอวัยวะที่รับน้ำหนัก
00:00:1600:00:19ตัวเราทั้งหมดแล้วก็เป็นโครงสร้างสำคัญ
00:00:1900:00:22ของร่างกายเราไปตลอดชีวิตเนี่ยผมว่าหลาย
00:00:2200:00:24คนอาจจะลืมนึกถึงกระดูกไปเลยนะครับ
00:00:2400:00:27>> ถูกต้องเลยค่ะคุณกันกระดูกของเราเนี่ยทำ
00:00:2700:00:30งานหนักมากจริงๆนะคะเป็นเหมือนเสาหลักคอย
00:00:3000:00:34พยุงให้เรายืนเดินวิ่งหรือทำกิจกรรมต่างๆ
00:00:3400:00:37ได้อย่างคล่องแคล่วแต่พออายุมากขึ้นเรา
00:00:3800:00:41เองก็ละเลที่จะดูแลเขาให้ดีพอปัญหาเรื่อง
00:00:4100:00:44กระดูกก็จะเริ่มมาเยือนโดยเฉพาะเรื่องของ
00:00:4400:00:46กระดูกพรุนเนี่ยค่ะที่ตอนนี้กลายเป็น
00:00:4600:00:49ประเด็นสุขภาพที่หลายคนกังวลและกำลังเจอ
00:00:4900:00:50อยู่เลย
00:00:5000:00:54>> ใช่เลยครับคุณเกตบางคนอาจจะคิดว่ากระดูก
00:00:5400:00:57พรุนเป็นเรื่องของคนสูงอายุเท่านั้นแต่
00:00:5700:00:59จริงๆแล้วพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานี่
00:00:5900:01:02แหละครับที่มีผลโดยตรงกับความแข็งแรงของ
00:01:0200:01:05กระดูกมาตั้งแต่เรายังหนุ่มยังสาวเลยนะ
00:01:0500:01:07ครับยิ่งคนที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายหรือ
00:01:0700:01:10ไม่รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ
00:01:1000:01:12เนี่ยก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงเลย
00:01:1200:01:15>> เพราะอย่างนี้ล่ะค่ะวันนี้สุขภาพสนทนาของ
00:01:1500:01:17เราก็เลยอยากจะชวนคุณผู้ฟังทุกท่านมาทำ
00:01:1700:01:20ความเข้าใจเรื่องกระดูกกันให้ลึกซึ้งขึ้น
00:01:2000:01:23เราเชื่อว่าสร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความ
00:01:2300:01:26เข้าใจค่ะและก่อนที่เราจะเข้าสู่เนื้อหา
00:01:2600:01:29อย่าลืมกดติดตามช่องสุขภาพสนทของเราไว้
00:01:2900:01:32ด้วยนะคะจะได้ไม่พลาดเรื่องราวสุขภาพดีๆ
00:01:3200:01:35ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นในทุกๆวันค่ะ
00:01:3600:01:39>> วันนี้สุขภาพสนทนาจะพาคุณไปเจาะลึกถึง
00:01:3900:01:41แก่นแท้ของปัญหากระดูกพรุนที่หลายคนอาจ
00:01:4100:01:45มองข้ามไปพร้อมไขข้อข้องใจว่าทำไม
00:01:4500:01:48แคลเซียมและวิตามินดีถึงเป็นคู่หูสำคัญ
00:01:4800:01:51ที่ขาดไม่ได้สำหรับกระดูกที่แข็งแรงที่
00:01:5100:01:54สำคัญไปกว่านั้นคือเราจะเผย 3 วิธีง่ายๆ
00:01:5400:01:57ที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
00:01:5700:02:00ได้ทันทีเพื่อเสริมสร้างกระดูกของคุณให้
00:02:0000:02:02กลับมาแกร่งอีกครั้งลดความกังวลเรื่อง
00:02:0200:02:05กระดูกหักและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจในทุก
00:02:0500:02:09ๆวันบอกเลยว่าถ้าฟังจบคุณจะได้เคล็ดลับดี
00:02:0900:02:12ๆที่จะเปลี่ยนมุมมองการดูแลกระดูกของคุณ
00:02:1200:02:12ไปเลยครับ
00:02:1300:02:15>> ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจกันก่อนดี
00:02:1500:02:19มั้คะคุณกันว่ากระดูกพรุ้นเนี่ยจริงๆแล้ว
00:02:1900:02:22มันคืออะไรกันแน่คะหลายคนอาจจะเคยได้ยิน
00:02:2200:02:25แต่ชื่อแต่ก็ยังไม่เห็นภาพชัดเจนนัก
00:02:2500:02:28>> เป็นคำถามที่ดีเลยครับคุณเกดพูดง่ายๆเลย
00:02:2800:02:31นะครับกระดูกพรุนหรือทางการแพทย์เรียกว่า
00:02:3100:02:34ออสตโอปorโรosisเนี่ยคือภาวะที่เนื้อ
00:02:3400:02:37กระดูกของเรามีความหนาแน่นลดลงทำให้
00:02:3700:02:40กระดูกเปราะบางลงกว่าปกติเหมือนกับฟองน้ำ
00:02:4000:02:43ที่เดิมทีมันแน่นๆก็เริ่มมีรูพรุนหน้า
00:02:4300:02:46ขึ้นเรื่อยๆพอมันเปราะบางมากๆเข้าเนี่ย
00:02:4600:02:50โอกาสที่จะเกิดกระดูกหักก็มีสูงขึ้นแม้จะ
00:02:5000:02:52ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยอย่างการหกล้ม
00:02:5200:02:55เบาๆก็อาจทำให้กระดูกหักได้เลยครับ
00:02:5500:02:58>> ฟังดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะเนี่ยเนี่ยแล้ว
00:02:5800:03:01อะไรคือสาเหตุหลักๆหรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำ
00:03:0100:03:03ให้คนเราเป็นกระดูกพรุนได้บ้างคะ
00:03:0300:03:06>> ปัจจัยเสี่ยงมีหลายอย่างเลยครับคุณเกตที่
00:03:0600:03:09เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คืออายุครับยิ่ง
00:03:0900:03:13อายุมากขึ้นการสร้างกระดูกก็จะฉ้าลงในขณะ
00:03:1300:03:16ที่การสลายกระดูกยังคงดำเนินต่อไปทำให้
00:03:1600:03:19ความหนาแน่นของกระดูกลดลงเรื่อยๆครับ
00:03:1900:03:21>> อันนี้เป็นธรรมชาติของร่างกายเลยใช่มั้ย
00:03:2100:03:25คะแล้วนอกจากอายุล่ะคะมีอะไรอีกบ้าง
00:03:2500:03:28>> อีกปัจจัยสำคัญคือเพศครับโดยเฉพาะผู้หญิง
00:03:2800:03:31วัยหมดประจำเดือนหรือที่เรียกว่าวัยทอง
00:03:3100:03:34เนี่ยจะมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายมาก
00:03:3400:03:36เพราะเมื่อหมดประจำเดือนระดับฮอร์โมน
00:03:3600:03:39เอสโตรเจนซึ่งช่วยรักษามวลกระดูกจะลดลง
00:03:4000:03:43อย่างรวดเร็วทำให้มวลกระดูกลดลงตามไปด้วย
00:03:4300:03:43ครับ
00:03:4300:03:46>> อื้อหือแสดงว่าผู้หญิงเรานี่ต้องดูแลตัว
00:03:4600:03:49เองเป็นพิเศษเลยนะคะแล้วเรื่องอาหารการ
00:03:4900:03:51กินล่ะคะมีผลมย
00:03:5100:03:54>> มีผลอย่างมากเลยครับคุณเกดถ้าเราได้รับ
00:03:5400:03:56แคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ
00:03:5600:04:00ตั้งแต่เด็กจนโตร่างกายก็จะสะสมมวลกระดูก
00:04:0000:04:03ได้ไม่เต็มที่พอแก่ตัวลงก็เสี่ยงกระดูก
00:04:0300:04:06พรุนได้ง่ายกว่าครับนอกจากนี้พันธุกรรมก็
00:04:0600:04:09มีส่วนถ้าพ่อแม่หรือคนในครอบครัวมี
00:04:1000:04:12ประวัติเป็นกระดูกพรุนเราก็มีแนวโน้มที่
00:04:1200:04:14จะเป็นได้เหมือนกันครับ
00:04:1400:04:17>> แบบนี้นี่เองแล้วเรื่องการใช้ชีวิตประจำ
00:04:1700:04:20วันของเราล่ะคะมีผลกระทบด้วยหรือเปล่า
00:04:2000:04:23>> มีแน่นอนครับคุณเกดไลฟ์สไตล์ก็เป็นอีก
00:04:2300:04:25ปัจจัยที่มองข้ามไม่ได้เลยครับอย่างคนที่
00:04:2500:04:29ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปสู่บุหรี่จัดหรือ
00:04:2900:04:32แม้แต่คนที่ไม่ออกกำลังกายเลยโดยเฉพาะการ
00:04:3200:04:35ออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักซึ่งสำคัญกับการ
00:04:3500:04:38สร้างกระดูกมากๆก็จะเพิ่มความเสี่ยงได้
00:04:3800:04:41ครับรวมถึงการใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน
00:04:4100:04:44เช่นยาสเตีรอยด์ก็ส่งผลกระทบต่อความหนา
00:04:4400:04:46แน่นของกระดูกได้เช่นกันครับ
00:04:4600:04:49>> น่าตกใจนะคะที่หลายๆอย่างในชีวิตประจำวัน
00:04:4900:04:53ของเรามันส่งผลต่อกระดูกได้ขนาดนี้แล้ว
00:04:5300:04:56ถ้าเราเป็นกระดูกพรุนแล้วเนี่ยมันจะส่งผล
00:04:5600:04:58ยังไงกับชีวิตเราบ้างคะคุณกัน
00:04:5800:05:01>> ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือ
00:05:0100:05:03กระดูกหักง่ายนี่แหละครับโดยเฉพาะกระดูก
00:05:0400:05:07สะโพกกระดูกสันหลังหรือกระดูกข้อมือที่พบ
00:05:0700:05:11บ่อยมากพอหักแล้วก็ทำให้เกิดความเจ็บปวด
00:05:1100:05:15เรื้อรังต้องเข้ารับการรักษาบางคนถึงขั้น
00:05:1500:05:18พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลยนะครับ
00:05:1800:05:21>> ฟังดูแล้วเศร้าเลยนะคะการที่ช่วยเหลือตัว
00:05:2100:05:24เองไม่ได้เนี่ยมันบั่นทอนกำลังใจมากเลย
00:05:2400:05:28>> ใช่ครับและนอกจากกระดูกหักแล้วภาวะกระดูก
00:05:2800:05:31พรุนยังส่งผลให้สูญเสียความสูงหรือหลัง
00:05:3100:05:34ค่อมได้ด้วยครับเพราะกระดูกสันหลังที่
00:05:3400:05:38พรุนอาจยุบตัวลงทำให้ตัวเตี้ยลงและหลัง
00:05:3800:05:42งุ้มลงเรื่อยๆทำให้บุคลิกภาพเสียไปครับ
00:05:4200:05:45ที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพชีวิตจะลดลงอย่าง
00:05:4500:05:48มากเพราะความเจ็บปวดข้อจำกัดในการเคลื่อน
00:05:4800:05:52ไหวทำให้ทำกิจกรรมที่เคยชอบไม่ได้หรือ
00:05:5200:05:54ต้องพึ่งพาผู้อื่นมากขึ้นเรื่อยๆครับ
00:05:5500:05:57>> ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างคือหลายคนไม่รู้
00:05:5700:06:00ตัวเลยว่าตัวเองเป็นกระดูกพรุนกว่าจะรู้
00:06:0000:06:03ตัวก็ตอนที่กระดูกหักไปแล้วนี่แหละค่ะ
00:06:0300:06:05เพราะโรคนี้มักจะไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจน
00:06:0500:06:07ในระยะแรกๆเลยใช่มั้ยคะ
00:06:0700:06:10>> ถูกต้องครับคุณเกตกระดูกพรุนเป็นภัยเงียบ
00:06:1000:06:13อย่างแท้จริงเลยครับมันจะค่อยๆเคลือบคลาน
00:06:1300:06:17มาโดยที่เราไม่รู้ตัวจนกระทั่งถึงจุดที่
00:06:1700:06:20กระดูกอ่อนแอมากพอที่จะหักง่ายๆนั่นแหละ
00:06:2000:06:23ครับถึงจะแสดงอาการออกมาให้เราเห็นได้ชัด
00:06:2300:06:24เจน
00:06:2400:06:27เพราะฉะนั้นการดูแลและป้องกันตั้งแต่
00:06:2700:06:29เนิ่นๆจึงสำคัญมากๆเลยครับ
00:06:2900:06:32>> เมื่อรู้แล้วว่ากระดูกพรุนร้ายกาดแค่ไหน
00:06:3200:06:35สิ่งที่เราทำได้เลยก็คือการดูแลเขาให้ดี
00:06:3500:06:38ที่สุดใช่ไหมคะและหัวใจสำคัญของการมี
00:06:3800:06:41กระดูกที่แข็งแรงก็คือแคลเซียมนี่แหละค่ะ
00:06:4100:06:44>> ใช่แล้วครับคุณเกตแคลเซียมเนี่ยเป็นแร่
00:06:4400:06:46ธาตุหลักที่สำคัญที่สุดในการสร้างกระดูก
00:06:4600:06:49เลยนะครับคิดง่ายๆเลยคือกระดูกของเรา
00:06:4900:06:53เนี่ยกว่า 99% เป็นแคลเซียมเลยนะครับนอก
00:06:5300:06:56จากจะสร้างกระดูกแล้วแคลเซียมยังช่วย
00:06:5600:06:58รักษามวลกระดูกให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย
00:06:5800:07:01ครับถ้าเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอร่าง
00:07:0100:07:04กายก็จะไปดึงแคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูก
00:07:0400:07:07ออกมาใช้ทำให้กระดูกของเราค่อยๆบางลง
00:07:0700:07:08เรื่อยๆครับ
00:07:0800:07:10>> นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงต้องเติม
00:07:1100:07:13แคลเซียมให้พออยู่เสมอใช่ไหมคะแล้วในแต่
00:07:1300:07:16ละวันเนี่ยเราควรได้รับแคลเซียมประมาณ
00:07:1600:07:17เท่าไหร่คะคุณกัน
00:07:1700:07:20>> โดยทั่วไปแล้วนะครับสำหรับผู้ใหญ่เราควร
00:07:2000:07:23ได้รับแคลเซียมประมาณ 800-1,000 มิกต่อ
00:07:2300:07:26วันครับแต่สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
00:07:2600:07:28หรือผู้สูงอายุเนี่ยความต้องการแคลเซียม
00:07:2800:07:32ก็จะสูงขึ้นไปอีกอาจจะอยู่ที่ 1,000-1,200
00:07:3200:07:35มกรัต่อวันเลยนะครับเพราะการดูดซึม
00:07:3500:07:38แคลเซียมในร่างกายก็จะลดลงตามวัยด้วยครับ
00:07:3800:07:41>> อืมปริมาณก็ไม่น้อยเลยนะคะแล้วเราจะหา
00:07:4100:07:44แคลเซียมดีๆได้จากไหนบ้างค่ะที่ไม่ใช่แค่
00:07:4400:07:46จากนมอย่างเดียว
00:07:4600:07:49>> ดีเลยครับคุณเกดแหล่งแคลเซียมที่ดีที่สุด
00:07:4900:07:52เนี่ยเราสามารถหาได้จากอาหารในชีวิตประจำ
00:07:5200:07:55วันของเรานี่แหละแหละครับแน่นอนว่าอันดับ
00:07:5500:07:58แรกคือนมและผลิตภัณฑ์จากนมครับไม่ว่าจะ
00:07:5800:08:01เป็นนมวัวนมถั่วเหลืองที่เสริมแคลเซียม
00:08:0100:08:04โยเกิร์ตหรือชีสก็เป็นแหล่งแคลเซียมชั้น
00:08:0400:08:07ดีที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่ายเลยครับ
00:08:0700:08:09แต่ถ้าใครไม่ดื่มนมเนี่ยก็ยังมีตัวเลือก
00:08:0900:08:12อื่นๆอีกเยอะเลยนะครับอย่างเช่นปลาเล็ก
00:08:1200:08:15ปลาน้อยที่กินได้ทั้งกระดูกอย่างปลาข้าว
00:08:1500:08:18สารปลาซาีนกระป๋องหรือกุ้งแห้งเล็กๆก็ให้
00:08:1900:08:22แคลเซียมสูงมากครับผักใบเขียวเข้มบางชนิด
00:08:2200:08:25ก็มีแคลเซียมสูงไม่แพ้กันนะครับเช่นคน้า
00:08:2500:08:29บร็อกโคลี่กวางตุ้งหรือแม้แต่ใบยอก็มี
00:08:2900:08:32แคลเซียมเยอะครับนอกจากนี้ยังมีงาดำที่
00:08:3200:08:35เป็นสุดยอดแหล่งแคลเซียมจากพืชเลยนะครับ
00:08:3500:08:37รวมถึงธัญพืชบางชนิดหรือแม้แต่เต้าหู้
00:08:3700:08:40แข็งก็มีแคลเซียมอยู่ด้วยครับ
00:08:4000:08:42>> โอ้โหมีทางเลือกเยอะกว่าที่คิดเลยนะคะ
00:08:4300:08:45เนี่ยแล้วเรามีเคล็ดลับการกินแคลเซียมยัง
00:08:4500:08:48ไงให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ดีที่สุดมั้คะ
00:08:4800:08:49ทุนกัน
00:08:4900:08:53>> มีแน่นอนครับกินให้หลากหลายไม่ใช่แค่เน้น
00:08:5300:08:55กินนมอย่างเดียวครับควรจะสลับหมุนเวียน
00:08:5500:08:57แหล่งแคลเซียมจากอาหารกลุ่มต่างๆเพื่อให้
00:08:5700:09:00ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายและดูด
00:09:0000:09:03ซึมได้ดีขึ้นครับแบ่งกินตลอดวันการกิน
00:09:0300:09:05แคลเซียมปริมาณมากๆในครั้งเดียวร่างกายจะ
00:09:0600:09:08ดูดซึมได้ไม่เต็มที่นะครับควรแบ่งกินตาม
00:09:0800:09:11มื้ออาหารหรือเป็นอาหารว่างย่อยๆตลอดวัน
00:09:1100:09:13เพื่อให้ร่างกายมีโอกาสดูดซึมได้ใช้ได้
00:09:1300:09:15อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับระวังอาหาร
00:09:1500:09:18ที่อาจขัดขวางการดูดซึมอันนี้สำคัญเลยนะ
00:09:1800:09:21ครับคุณเกดบางอย่างที่เรากินเป็นประจำอาจ
00:09:2100:09:24จะไปลดการดูดซึมแคลเซียมได้เช่นการกิน
00:09:2400:09:27อาหารที่มีโซเดียมสูงมากๆเพราะโซเดียมจะ
00:09:2700:09:29ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะมาก
00:09:2900:09:32ขึ้นหรือการลืมกาแฟและน้ำอัดลมมากเกินไป
00:09:3200:09:34ก็มีผลกระทบเช่นกันครับ
00:09:3400:09:37>> ฟังดูแล้วแคลเซียมจากอาหารก็ดูจะเพืองพอ
00:09:3700:09:40สำหรับหลายคนนะคะแต่ในบางกรณีอย่างผู้สูง
00:09:4000:09:44อายุหรือผู้ที่แพ้นมเนี่ยการกินจากอาหาร
00:09:4400:09:46อาจจะไม่พอแล้วจำเป็นต้องพิจารณาแคลเซียม
00:09:4600:09:47เสริมมั้ยคะ
00:09:4700:09:51>> เป็นคำถามที่ดีมากเลยครับคุณเกดจริงๆแล้ว
00:09:5100:09:54การได้รับแคลเซียมจากอาหารเป็นวิธีที่ดี
00:09:5400:09:57ที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุดครับแต่ในบาง
00:09:5700:10:00กรณีเช่นผู้ที่ได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่
00:10:0000:10:04เพียงพอจริงๆมีภาวะกระดูกพรุนที่รุนแรง
00:10:0400:10:06หรือผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ต้องการ
00:10:0600:10:09แคลเซียมสูงขึ้นการพิจารณาแคลเซียมเสริม
00:10:0900:10:11ก็เป็นทางเลือกหนึ่งครับ
00:10:1100:10:13>> แล้วถ้าต้องเสริมเนี่ยเราควรเลือกแบบไหน
00:10:1300:10:14ดีคะ
00:10:1400:10:16>> การเลือกแคลเซียมเสริมเนี่ยควรปรึกษา
00:10:1600:10:19แพทย์หรือเภสัชกรก่อนนะครับเพราะแคลเซียม
00:10:1900:10:23เสริมมีหลายรูปแบบแต่โดยทั่วไปที่นิยมใช้
00:10:2300:10:25กันคือแคลเซียมคาร์บอเนตหรือแคลเซียม
00:10:2500:10:29ซิเทรตครับแต่ที่สำคัญคือควรรับประทานใน
00:10:2900:10:32ปริมาณที่เหมาะสมและที่สำคัญกว่านั้นคือ
00:10:3200:10:35การรับแคลเซียมอย่างเดียวอาจไม่พอครับ
00:10:3500:10:38เพราะยังมีอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วย
00:10:3800:10:41ให้แคลเซียมทำงานได้เต็มที่นั่นก็คือ
00:10:4100:10:42วิตามินดีครับ
00:10:4200:10:44>> วิตามินดีนี่เหมือนกุญแจที่จะมาไข่ให้
00:10:4400:10:46แคลเซียมมันทำงานได้เต็มที่อย่างที่คุณ
00:10:4600:10:48กันว่าเลยใช่มั้คะ
00:10:4800:10:52>> ใช่เลยครับคุณเกดวิตามิน D มีบทบาทสำคัญ
00:10:5200:10:54อย่างมากในการช่วยให้ร่างกายดูดซึม
00:10:5400:10:57แคลเซียมจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้
00:10:5700:11:01อย่างมีประสิทธิภาพครับพูดง่ายๆคือถึงเรา
00:11:0100:11:03จะกินแคลเซียมเข้าไปเยอะแค่ไหนถ้าขาด
00:11:0300:11:06วิตามินดีร่างกายก็ไม่สามารถนำแคลเซียม
00:11:0600:11:09เหล่านั้นไปสร้างกระดูกได้เต็มที่ครับนอก
00:11:0900:11:12จากนี้วิตามินดียังช่วยควบคุมระดับ
00:11:1200:11:16แคลเซียมและฟอสฟอรัสในเลือดให้สมดุลซึ่ง
00:11:1600:11:19จำเป็นต่อการสร้างและรักษากระดูกให้แข็ง
00:11:1900:11:20แรงครับ
00:11:2000:11:22>> แบบนี้นี่เองถึงว่าทำไมเราถึงชอบเห็น
00:11:2200:11:25แคลเซียมกับวิตามินดีมาคู่กันบ่อยๆนะคะ
00:11:2600:11:28แล้วถ้าเราขาดวิตามินดีเนี่ยจะมีสัญญาณ
00:11:2800:11:30อะไรบอกเราบ้างมั้ยคะ
00:11:3000:11:33>> มีสัญญาณที่อาจบอกเราได้ครับคุณเกดอย่าง
00:11:3300:11:36เช่นรู้สึกอ่อนเพลียเหนื่อยง่ายผิดปกติ
00:11:3600:11:38หรือมีอาการปวดเมื่อยตามกระดูกและกล้าม
00:11:3800:11:42เนื้อโดยที่หาสาเหตุไม่เจอครับบางคนอาจจะ
00:11:4200:11:46มีอารมณ์แปรปรวนหรือสึกหดหูได้ด้วยนะครับ
00:11:4600:11:48เพราะวิตามินดีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำ
00:11:4800:11:50งานของสมองและอารมณ์ด้วยครับ
00:11:5000:11:53>> ฟังดูแล้วบางอาการก็คล้ายๆกับอาการของโรค
00:11:5300:11:57อื่นๆได้เหมือนกันนะคะถ้าอย่างนั้นเราจะ
00:11:5700:11:59ได้รับวิตามินดีจากไหนได้บ้างคะนอกเหนือ
00:11:5900:12:01จากยาหรืออาหารเสริมคะ
00:12:0100:12:04>> แหล่งวิตามินดีที่ดีที่สุดและธรรมชาติที่
00:12:0400:12:07สุดคือแสงแดดเลยครับคุณเกดผิวหนังของเรา
00:12:0800:12:10สามารถสร้างวิตามินดีได้เองเมื่อได้รับ
00:12:1000:12:12รังสี UVB จากแสงแดดครับ
00:12:1200:12:15>> แล้วต้องอาบแดดนานแค่ไหนหรือช่วงเวลาไหน
00:12:1500:12:16ถึงจะดีคะ
00:12:1600:12:19>> โดยทั่วไปนะครับแนะนำให้ออกไปรับแสงแดด
00:12:1900:12:23อ่อนๆในช่วงเช้าตรู่ก่อน 9:00 น.หรือช่วง
00:12:2300:12:27บ่ายแก่ๆหลัง 16:00 น.ประมาณ 10-15 นาที
00:12:2700:12:30สัปดาห์ละ 2-3 ครั้งก็เพียงพอแล้วครับโดย
00:12:3000:12:33ให้ผิวหนังส่วนแขนขาได้รับแสงแดดโดยตรงนะ
00:12:3300:12:37ครับไม่ควรทาครีมกันแดดในขณะนั้นเพื่อให้
00:12:3700:12:39ร่างกายสร้างวิตามินดีได้อย่างเต็มที่
00:12:3900:12:42ครับแต่ก็ต้องระวังเรื่องแสงแดดจัดด้วยนะ
00:12:4200:12:42ครับ
00:12:4200:12:45>> เข้าใจเลยค่ะแล้วถ้าบางคนไม่ค่อยได้ออก
00:12:4500:12:48แดดหรืออยู่ในเมืองที่แสงแดดไม่ค่อยมีล่ะ
00:12:4800:12:51คะมีแหล่งวิตามินดีจากอาหารไหม
00:12:5100:12:54>> มีครับคุณเกตแม้ว่าอาหารจะให้วิตามินดี
00:12:5400:12:56ได้ไม่มากเท่าแสงแดดแต่ก็เป็นส่วนเสริม
00:12:5600:12:59ที่ดีครับแหล่งที่ดีที่สุดจากอาหารคือปลา
00:12:5900:13:03ที่มีไขมันสูงครับเช่นปลาแซลมอนปลา
00:13:0300:13:07แมคคาเรลปลาทูน่าหรือปลาซาดีนนอกจากนี้
00:13:0700:13:10ไข่แดงและเห็ดบางชนิดเช่นเห็ดหอมเห็ด
00:13:1000:13:13ชิตาเกะก็มีวิตามินดีอยู่ด้วยครับ
00:13:1300:13:16ปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิดที่
00:13:1600:13:20เสริมวิตามินดีเข้าไปเช่นนมโยเกิร์ตหรือ
00:13:2000:13:21ซีเรียลครับ
00:13:2100:13:24>> แล้วปริมาณวิตามินดีที่เราควรได้รับในแต่
00:13:2400:13:25ละวันล่ะคะ
00:13:2500:13:28>> สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไปนะครับแนะนำอยู่ที่
00:13:2800:13:31ประมาณ 600-800 IU ย่อมาจาก
00:13:3100:13:33International Unit ต่อวันครับแต่
00:13:3300:13:36สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยง
00:13:3600:13:39ที่จะขาดวิตามินดีเนี่ยแพทย์อาจจะแนะนำ
00:13:3900:13:43ให้รับสูงถึง 800-1,000 IU หรือมากกว่า
00:13:4300:13:44นั้นเลยนะครับ
00:13:4400:13:46>> แล้วถ้าเราไม่ค่อยได้ออกแดดหรืออาหารที่
00:13:4700:13:50กินก็มีวิตามินดีไม่มากพอเนี่ยจำเป็นต้อง
00:13:5000:13:51เสริมวิตามินดีด้วยไหคะ
00:13:5100:13:54>> ในกรณีที่คุณเกดว่ามานะครับการเสริม
00:13:5400:13:57วิตามินดีก็เป็นทางเลือกที่ดีและจำเป็น
00:13:5700:13:59เลยครับโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้ที่
00:13:5900:14:03โดนแดดน้อยเช่นผู้ที่ทำงานในร่มตลอดเวลา
00:14:0300:14:05หรือผู้ที่ต้องปกปิดร่างกายมิดชิดผู้สูง
00:14:0600:14:08อายุที่ผิวหนังสามารถสร้างวิตามินดีได้
00:14:0800:14:11น้อยลงผู้ที่มีภาวะดูดซึมไขมันบกพร่อง
00:14:1100:14:14เนื่องจากวิตามินดีเป็นวิตามินที่ละลายใน
00:14:1400:14:17ไขมันหรือแม้แต่ผู้ที่น้ำหนักเกินมากๆก็
00:14:1700:14:19อาจมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีได้ครับ
00:14:1900:14:22>> แสดงว่าการเสริมวิตามินดีก็สำคัญไม่แพ้
00:14:2200:14:24การเสริมแคลซียเลยใช่มั้คะ
00:14:2400:14:27>> ใช่เลยครับคุณเกดและที่สำคัญที่สุดคือ
00:14:2700:14:30แคลเซียมกับวิตามินดีควรทำงานร่วมกันครับ
00:14:3000:14:33เพราะวิตามินดีจะเป็นตัวช่วยให้ร่างกาย
00:14:3300:14:35ดูดซึมแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ในการสร้าง
00:14:3500:14:38กระดูกได้อย่างเต็มที่ครับถ้าขาดวิตามิน
00:14:3800:14:40ดีการกินแคลเซียมเข้าไปเยอะแค่ไหนก็อาจ
00:14:4100:14:43ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควรครับดังนั้นเรา
00:14:4300:14:46ต้องดูแลทั้งคู่ไปพร้อมๆกันครับ
00:14:4600:14:48>> เราพูดถึงเรื่องอาหารการกินทั้งแคลเซียม
00:14:4900:14:51และวิตามินดีกันไปแล้วนะคะแต่การดูแล
00:14:5100:14:54กระดูกให้แข็งแรงเนี่ยไม่ได้มีแค่องค์
00:14:5400:14:56ประกอบเรื่องอาหารเท่านั้นใช่มั้คะคุณกัน
00:14:5600:14:59ยังมีเคล็ดลับจากกิจวัตรประจำวันอื่นๆที่
00:14:5900:15:01เราอาจจะมองข้างไปอีกใช่มั้คะ
00:15:0100:15:04>> ถูกต้องเลยครับคุณเกดเรื่องของไลฟ์สไตล์
00:15:0400:15:06เนี่ยมีผลอย่างมากกับการสร้างและรักษา
00:15:0600:15:09กระดูกให้แข็งแรงเลยครับคุณเกดงั้นมา
00:15:0900:15:12เริ่มกันเลยครับเคล็ดลับแรกที่สำคัญมากๆ
00:15:1200:15:15เลยก็คือการออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก
00:15:1500:15:17Weight Bearing Exercise ครับหลายคน
00:15:1700:15:20อาจจะคิดว่าออกกำลังกายอะไรก็ได้แต่จริงๆ
00:15:2000:15:23แล้วการออกกำลังกายที่สร้างแรงแรงกระแทก
00:15:2300:15:25เบาๆกับกระดูกนี่แหละครับที่จะช่วย
00:15:2500:15:27กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกระดูกใหม่ขึ้นมา
00:15:2700:15:30ทดแทนส่วนที่สลายไปครับ
00:15:3000:15:33>> หมายถึงประมาณไหนคะคุณกันแบบเดินวิ่งหรือ
00:15:3300:15:34เต้นแอโรบิกอย่างนี้หรอคะ
00:15:3500:15:37>> ใช่เลยครับคุณเกดกิจกรรมง่ายๆอย่างการ
00:15:3700:15:41เดินเร็วๆการวิ่งเหยาะการเต้นรำการเล่น
00:15:4100:15:44เทนนิสหรือแม้แต่การยกเวทเบาๆก็ถือเป็น
00:15:4400:15:46การออกกำลังกายที่ลงน้ำหนักทั้งนั้นเลย
00:15:4600:15:49ครับลองนึกภาพเวลาเราออกกำลังกายแบบนี้
00:15:4900:15:52กระดูกของเราจะได้รับแรงกดทับซึ่งเป็น
00:15:5200:15:55สัญญาณให้ร่างกายเร่งสร้างและเสริมความ
00:15:5500:15:57แข็งแรงให้กับกระดูกมากขึ้นครับแตกต่าง
00:15:5700:16:00จากการว่ายน้ำหรือปั่นจักรยานที่แม้จะ
00:16:0000:16:03เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม
00:16:0300:16:05แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องความหนาแน่นของกระดูก
00:16:0600:16:07โดยตรงเท่าน้ำหนักครับ
00:16:0700:16:10>> เข้าใจเลยค่ะแล้วนอกจากเรื่องการออกกำลัง
00:16:1000:16:13กายแล้วมีอะไรที่เราควรหลีกเลี่ยงหรือลด
00:16:1400:16:14ลงบ้างคะ
00:16:1400:16:17>> อันนี้สำคัญเลยครับคุณเกตนั่นก็คือลด
00:16:1700:16:21พฤติกรรมทำร้ายกระดูกครับการสูบบุหรี่มี
00:16:2100:16:24ผลโดยตรงต่อการลดความหนาแน่นของกระดูกทำ
00:16:2400:16:27ให้กระดูกเปราะบางลงและยังขัดขวางการดูด
00:16:2700:16:29ซึมแคลเซียมด้วยนะครับการดื่มแอลกอฮอล์
00:16:2900:16:33มากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อกระดูกเช่นกัน
00:16:3300:16:35เพราะแอลกอฮอล์จะไปรบกวนการทำงานของเซลล์
00:16:3500:16:38สร้างกระดูกและทำให้ร่างกายขับแคลเซียม
00:16:3800:16:41ออกไปมากขึ้นรวมถึงการกินอาหารที่มีรส
00:16:4100:16:44เค็มจัดหรือการดื่มกาแฟหรือน้ำอัดลมใน
00:16:4400:16:47ปริมาณที่มากเกินไปก็ควรลดลงเช่นกันครับ
00:16:4700:16:50เพราะจะทำให้ร่างกายสูญเสียแคลเซียมได้
00:16:5000:16:50ครับ
00:16:5000:16:53>> โอ้โหนี่นี่แสดงว่าพฤติกรรมที่เราทำอยู่
00:16:5300:16:56ทุกวันนี้มีผลกับกระดูกของเรามากเลยนะคะ
00:16:5600:16:59เนี่ยแล้วมีอะไรอีกมั้ยคะที่เราสามารถทำ
00:16:5900:17:01ได้เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา
00:17:0100:17:04>> อีกเรื่องที่สำคัญมากๆเลยนะครับโดยเฉพาะ
00:17:0400:17:07สำหรับผู้สูงอายุนั่นก็คือการป้องกันการ
00:17:0700:17:10หกล้มครับฟังดูอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ
00:17:1000:17:13กระดูกโดยตรงแต่ในผู้ป่วยกระดูกพรุนเนี่ย
00:17:1300:17:15การหกล้มเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระดูก
00:17:1500:17:17หักได้ง่ายๆเลยครับ
00:17:1700:17:19>> จริงด้วยค่ะเพราะถ้ากระดูกมันพรูนอยู่
00:17:1900:17:22แล้วแค่ล้มเบาเบาก็หักได้เลยใช่มั้ยคะ
00:17:2200:17:25>> ใช่ครับดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมผ่านใน
00:17:2500:17:29บ้านให้ปลอดภัยอย่างเช่นจัดบ้านให้โล่ง
00:17:2900:17:32ไม่มีสิ่งกีดขวางติดไฟให้สว่างเพียงพอใช้
00:17:3300:17:35พรมกันลื่นในห้องน้ำหรือแม้แต่การใส่รอง
00:17:3500:17:38เท้าที่กระชับและมีผืนกันลื่นก็เป็นวิธี
00:17:3800:17:41ง่ายๆที่ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มและลด
00:17:4200:17:44โอกาสกระดูกหักได้มากเลยนะครับ
00:17:4400:17:46>> เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนแต่สำคัญจริงๆนะ
00:17:4600:17:49คะแล้วเราควรจะตรวจเช็คมวลกระดูกเป็น
00:17:4900:17:51ประจำมั้ยคะเพื่อดูว่าเรามีความเสี่ยง
00:17:5100:17:52กระดูกพรุนหรือยัง
00:17:5200:17:55>> ควรมากๆเลยครับคุณเกตสำหรับผู้ที่อยู่ใน
00:17:5500:17:58กลุ่มเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เข้า
00:17:5800:18:00สู่วัยหมดประจำเดือนผู้ที่มีประวัติ
00:18:0000:18:02ครอบครัวเป็นกระดูกพรุนหรือผู้ที่มี
00:18:0200:18:05พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆการตรวจเช็คมวลกระดูก
00:18:0500:18:08เป็นประจำหรือที่เรียกว่าการตรวจ BMD
00:18:0800:18:10เนี่ยเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เรารู้
00:18:1000:18:13สถานะความแข็งแรงของกระดูกได้ตั้งแต่
00:18:1300:18:16เนิ่นๆครับจะได้วางแผนการดูแลและป้องกัน
00:18:1600:18:18ได้อย่างทันท่วงทีครับเป็นยังไงบ้างครับ
00:18:1800:18:20คุณเกดวันนี้เราได้พูดคุยคุยกันอย่างเต็ม
00:18:2000:18:24อิ่มเลยนะครับกับเรื่องของกระดูกพรุนและ 3
00:18:2400:18:27วิธีง่ายๆในการดูแลกระดูกของเราให้กลับมา
00:18:2700:18:30แกร่งอีกครั้งใช่เลยค่ะคุณกันสรุปง่ายๆ
00:18:3000:18:33เลยนะคะวิธีแรกคือการปรับเรื่องแคลเซียม
00:18:3300:18:36ให้เพียงพอทั้งจากแหล่งอาหารที่ดีที่สุด
00:18:3600:18:39และพิจารณาเสริมหากจำเป็นโดยเน้นการกิน
00:18:3900:18:42ที่หลากหลายและแบ่งกินตลอดวัน
00:18:4200:18:45>> และวิธีที่ 2 ก็คือการปลดล็อควิตามินดี
00:18:4600:18:49ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายนำ
00:18:4900:18:52แคลเซียมไปใช้ได้จริงทั้งจากการรับแสงแดด
00:18:5200:18:54อย่างเหมาะสมและเลือกกินอาหารที่มี
00:18:5400:18:57วิตามินดีสูงหรืออาจเสริมหากอยู่ในกลุ่ม
00:18:5700:19:00เสี่ยงปิดท้ายด้วยวิธีที่ 3 คือการปรับ
00:19:0000:19:03เปลี่ยนกิจวัตรประจำวันทั้งการออกกำลัง
00:19:0300:19:06กายที่ลงน้ำหนักลดพฤติกรรมทำร้ายกระดูก
00:19:0600:19:09และที่สำคัญคือการป้องกันการหกล้มเพื่อลด
00:19:0900:19:11ความเสี่ยงกระดูกหักค่ะ
00:19:1100:19:13>> จะเห็นได้ว่ากระดูกพรุนไม่ใช่เรื่องไกล
00:19:1300:19:16ตัวอีกต่อไปนะครับและเป็นโรคที่เราสามารถ
00:19:1600:19:19ป้องกันและดูแลได้ด้วยตัวเราเองตั้งแต่
00:19:1900:19:22เรื่องเล็กๆในชีวิตประจำวันเลยครับ
00:19:2200:19:24>> อย่ารอให้กระดูกส่งเสียงเตือนนะคะคุณผู้
00:19:2400:19:27ฟังมาเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆเหล่า
00:19:2700:19:29นี้ตั้งแต่วันนี้เพื่อกระดูกที่แข็งแรง
00:19:2900:19:32และชีวิตที่มั่นคงของเราทุกคนค่ะ
00:19:3200:19:34>> แล้วคุณล่ะครับเริ่มดูแลกระดูกของคุณแล้ว
00:19:3500:19:38หรือยังมีเคล็ดลับอะไรดีๆอยากแบ่งปันหรือ
00:19:3800:19:40มีข้อสงสัยเพิ่มเติมไหมครับลองคอมเมนต์มา
00:19:4000:19:42พูดคุยกันได้เลยนะครับ
00:19:4200:19:44>> หรือถ้าคุณไม่อยากพลาดเรื่องสุขภาพดีๆที่
00:19:4400:19:47จะช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้นอย่าลืมกดติดตาม
00:19:4700:19:50ช่องสุขภาพสนทนาของเราไว้ด้วยนะคะ
00:19:5000:19:53>> เพราะสร้างสุขภาพดีเริ่มต้นจากความเข้าใจ
00:19:5300:19:56เนื้อหาในตอนนี้ถูกสร้างขึ้นโดยความร่วม
00:19:5600:19:58มื้อของปัญญาประดิษฐ์และเสียงที่คุณได้
00:19:5800:20:01ยินก็ถูกสังเคราะห์ขึ้นด้วย AI เช่นกัน
00:20:0100:20:04เพื่อให้เราสามารถนำเสนอข้อมูลสุขภาพดีๆ
00:20:0400:20:09ได้อย่างสม่ำเสมอและมีคุณภาพครับ